เขี้ยวพิศวาส

โดย: มนกร



ตอนที่ 6 : จุดอ่อนของจอมเย็นชา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





เมื่อเธอออกจากห้องครัว ฟ้าที่เคยสว่างก็มืดครึ้มเสียแล้ว


เธอจำใจเดินไปเคาะประตูห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นที่สุดท้ายที่เธอเห็นเขา

“คุณ...คุณ!  อยู่ในนี้รึเปล่า?”

เธอเคาะประตูห้องของเขาสองสามครั้ง รอครู่หนึ่ง ก่อนจะลองตะโกนเรียกอีกสามครั้ง แต่ทุกอย่างก็เงียบ

“หรือว่าไม่อยู่ในนี้ งั้นเขาอยู่ไหน?” เธอหันมองรอบกาย ภายในบ้านที่มีแต่ความ...เงียบงัน “เงียบ...อย่างกับป่าช้า”

แต่ยังโชคดีที่มีไฟฟ้าใช้ เธอถอนหายใจแผ่วเบาในความหนาว ความกังวลกัดกินใจ เมื่อนึกว่าเธอจะลงจากเขาไปได้อย่างไรในเวลาเช่นนี้

“ฉันไม่น่าหาเรื่องเลย” ขาดคำนั้น เสียงประตูเลื่อนเปิด หญิงสาวหันขวับไปมอง เห็นชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีขาวยืนอยู่ตรงหน้า ตัวเขาไม่ได้เปียกชุ่มแต่อย่างใด เธอเดาว่าเขาแค่หยิบชุดนี้มาปกปิดร่างกายที่ไร้อาภรณ์เท่านั้น สีหน้าของเขาเป็นเช่นไรเธอมิอาจรู้ได้ เพราะเขายังสวมหน้ากากอยู่ แต่เธอดูออกว่าเขาไม่พอใจเท่าไหร่ที่เธอรบกวน วัดจากเสียงลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นจังหวะหนักๆ

“ยังอยู่?” เขาว่า

เธอพยักหน้า “มืดแล้ว ฉันคงกลับลำบาก บ้านคุณก็กว้างดีนะ มีห้องตั้งเยอะแน่ะ”

“บ้านผมไม่ใช่เกสเฮ้าส์ เชิญคุณกลับไปได้”

“คุณนี่ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลยนะ”

“หมาผมจะไปส่งคุณ”

“ฉันได้ยินมาว่า หน้าตาคุณอัปลักษณ์เหมือนปิศาจ แต่คงไม่มีใครรู้ว่าใจคุณมันก็อัปลักษณ์ไม่แพ้หน้าของคุณ”

“ได้ยินมาจากไหนมิทราบ”

“ชาวบ้าน เขาลือเรื่องคุณกับคฤหาสน์แสงจันทร์กันเละเทะไปหมดเลย” เจ้าหล่อนพูดพลาง พยายามจ้องมองเข้าไปในห้องเพื่อสอดส่อง แต่ก็ไม่เห็นอะไร เพราะตัวเขาบังอยู่ “ข่าวลือน่ากลัวทั้งนั้น เห็นท่าจะจริง”

“ลือว่าไง”  เขาก้าวออกจากห้องนั้น แล้วจัดการปิดประตูห้องซะ

“ก็...” ไม่อยากจะเชื่อ เธอได้กลิ่นน้ำหอมชั้นดีจากร่างกายของเขา จึงอดไม่ได้ที่จะสำรวจร่างกายของเขาเท่าที่จะทำได้ “คฤหาสน์แสงจันทร์มีห้องใต้ดินเอาไว้ซ่อนศพ”

เขาขยับฝีเท้าเบาหวิวเข้าใกล้เธอจนเกือบประชิด มันทำให้เธอตกใจขยับถอยหลังไปสองสามก้าว เธอพยายามตั้งสติ เมื่อต้องสู้กับเขาต่อ แม้เพียงแค่สู้ทางสายตา และอารมณ์

“เขายังลือกันว่าคุณเป็นแวมไพร์ด้วย!

เขายิ้มมุมปาก แต่สายตาเย็นชา “แล้วคุณก็มาที่นี่เหรอ???”

“ฉัน...ฉันไม่ได้กลัวคุณนี่”

“เหรอ? ฟังแล้วรู้สึกดีนะ” เขาก้าวเท้าผ่านหน้าเธอไปยืนเกาะขอบระเบียงหน้าห้อง แล้วจ้องลงไปยังชั้นล่างสุดของคฤหาสน์ “คุณรบกวนเวลาทำงานของผมมาพอสมควรแล้วนะ คุณควรจะไปได้แล้ว”

“แต่ฉันยังไม่ได้ของๆฉันคืนเลย”

“ถ้าของมันเป็นของคุณ สักวัน มันต้องกลับไปหาคุณอยู่ดี” สิ้นสุดคำนั้น เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา มันทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกและขนลุกกรูเกลียวไปทั้งร่าง...เขาไม่ชอบฝน ไม่ชอบเมฆสีคล้ำ และเขากลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด “ผมต้องกลับเข้าห้องแล้ว หวังว่าเมื่อออกมาอีกครั้ง จะไม่ได้เห็นคุณอีก”

เขาหมุนตัวหันหลัง เดินผ่านเธอ ตรงไปยังบานประตู เขาผลักประตูเปิดออก หญิงสาวก้าวตามแล้วแซงเขาเข้าไปในห้องหน้าตาเฉย เขาถลึงตาดุใส่เธอเพื่อบอกว่า...อย่า!

“เข้ามาทำไม?  ออกไป!

แต่เธอไม่กลัวและไม่ยอมออกง่ายๆ เธอได้โอกาสสำรวจห้องที่เขาเข้ามาขลุกอยู่เป็นนานสองนานแล้ว อยากรู้ว่าหมอนี่ซ่อนอะไรไว้

“ว๊าว! คุณมีหนังสือเพียบเลย อย่างกับห้องสมุดแน่ะ” หญิงสาวเดินดูชั้นวางหนังสืออย่างตื่นเต้น ก่อนเดินไปหยุดที่โต๊ะทำงานของเขาตรงมุมห้อง บนนั้นมีคอมพิวเตอร์วางอยู่สองเครื่อง...ยี่ห้อแพง...รุ่นใหม่ล่าสุด “โอ้ววว ที่นี่มีไวไฟด้วยเหรอ เจ๋งอ่ะ เอ๊ะนี่...”

“นี่! อย่าแตะคอมพิวเตอร์ผม!!!” เขารีบเดินไปหลังโต๊ะ ดันเธอออกห่างจากโต๊ะทำงาน แล้วจัดการปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เสีย “คุณอยากตายมากเลยใช่มั้ย ถึงได้ไม่ยอมฟังคำสั่งของผมเลย”

เธอเงยหน้ามองเขา อย่างแปลกใจ “เครื่องทางขวามือคุณเอาไว้ดูกล้องวงจรปิดนี่ คฤหาสน์ของคุณมีกล้องวงจรปิดทั่วเลยนี่”

เขาถอนหายใจเสียงดัง “แล้วคุณอยากดูห้องขังใต้ดินที่ผมเอาไว้ซ่อนศพมั้ย ผมจะพาคุณไปดูเดี๋ยวนี้”

เขาขู่เหรอ?  แต่เธอไม่กลัวและไม่สนใจสักนิด “คุณทำงานอะไรเนี่ย ทำไมมีหนังสือหุ้น หนังสือเศรษฐกิจวางเต็มโต๊ะเลย คุณเล่นหุ้นเหรอ???”

“คุณไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ” เขาบอกกับตัวเอง “อยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ แต่ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้”

เขาคว้าแขนเธอแล้วลาก แต่เธอกลับยื้อไว้ด้วยการคว้าจับม่านผืนใหญ่ใกล้มือ ด้วยเรี่ยวแรงของเขาที่ดึงร่างเธอ ทำให้ม่านผืนใหญ่หลุดพรึ่บ เผยให้เห็นกระจกกางกั้นระเบียงขนาดใหญ่เบื้องนอกเอาไว้

ขณะท้องฟ้ากำลังลั่นเปรี้ยงปร้าง !!!

เขาปล่อยมือเธอแล้วยกสองมือขึ้นอุดหูด้วยความกลัว เสียงฟ้าคำรามเสียดแทงหัวใจเขา มันทำให้เขาตัวสั่นเหมือนผีเข้า เขารีบเดินไปที่ประตูหนึ่งซึ่งเชื่อมระหว่างห้องทำงานและห้องนอนเอาไว้  

“คุณ!” หญิงสาวปล่อยผ้าม่านลงแล้วรีบเดินตาม “คุณเป็นอะไรอ่ะ?”

“อย่ามายุ่ง!!!” ขาดคำนั้น เสียงฟ้าลั่นเปรี้ยง ราวกับผ่าลงบนยอดคฤหาสน์ ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วคลานเข้ามุมห้อง สองมือของเขายกปิดหูไว้ตลอดเวลา เขากลัวจนตัวสั่นเลยทีเดียว

เธอตกใจกับสิ่งที่เห็น และไม่อยากจะเชื่อสายตา “คุณ...คุณกลัวเสียงฟ้าร้องเหรอ?  ใช่มั้ย ?  คุณกลัวเสียงฟ้าผ่า?”

เขาไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้างุดระหว่างขา ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างอีกสองสามครั้งติดต่อกัน มันยิ่งทำให้เขาเตลิด พยายามคว้าจับที่เหนี่ยวรั้งเท่าที่จะคว้าได้  ในที่สุด เขาก็ได้ที่พึ่งพิง เมื่อหญิงสาวถลาตัวลงไปหาเขา แล้วสวมกอดเขาไว้แน่น ในอกอุ่นที่ปลอดภัย  

วินาทีนั้น...เป็นวินาทีที่ฝนเทกระหน่ำลงมาจากฟ้าอย่างหนัก ราวกับท้องฟ้าจะพังครืนลงมาอย่างไรอย่างนั้น

ชายหนุ่มตัวสั่นเทา กอดกายอุ่นไว้แน่น ราวกับกลัวเธอจะหลุดหายไปพร้อมกับพายุลมแรงที่โหมกระหน่ำ  

จันทร์ฉายแปลกใจตัวเองที่ไม่ได้นึกกลัวหรือนึกรังเกียจเขาเลย ทุกวินาทีที่มอบอ้อมกอดให้เขา มันคือความสงสารที่พรั่งพรูออกมาจากเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ เธออยากกอดเขาแบบนี้ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บ้า...เธอคงบ้าไปแล้ว????

“คุณไม่เป็นอะไรแล้วนะ” เธอปลอบเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเหมือนเด็กน้อยในอ้อมกอดแม่ไม่ผิด “ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่นี่แล้ว”

เขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น ซบนิ่งในอ้อมกอดสเน่หา เลือดเนื้อของหญิงสาวช่างอุ่นและหอมหวานนัก มันเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด เขารู้ดีว่าหัวใจของเขาต้องการสิ่งใดเสมอมา

“ผม...ขอบคุณ” เขาผละตัวออกจากอ้อมกอดสาว ขณะฝนยังตกไม่ขาดสาย และเขายังคงกลัวมันอยู่ แต่เขาไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าหญิงสาว เขาควรกลับเข้าห้องนอนแล้วขังตัวเองในนั้น “คุณพักที่นี่ก่อน รุ่งเช้าค่อยกลับไป”

“ตัวคุณเย็นเฉียบเลย” เจ้าหล่อนถือวิสาสะจับปลายคางของเขา “เย็นอย่างกับน้ำแข็งแน่ะ คุณไม่สบายรึเปล่า”

เขาขยับใบหน้าออกเล็กน้อย “ผมไม่เป็นอะไร”

หญิงสาวดึงมือกลับ เธอเองก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาเมื่อคิดถึงสัมผัสนั้น...สัมผัสที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ตัวเขาเย็นราวกับน้ำแข็ง

“คุณอยากดื่มอะไรอุ่นๆมั้ย  ชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแล็ต หรือไม่ก็นม  นมดีมั้ย?   ฉันไปเอามาให้นะ”

“ไม่ต้อง” ขาดคำนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยง แสงขาวแลบเลื้อยไปทั่ว ก่อนไฟจะดับสนิท

“ว๊าย!  ไฟดับ โอ๊ยตายแล้ว ดับทำไมเนี่ย” หญิงสาวโวยวาย โผกอดชายหนุ่มอย่างลืมตัว เธอกลัวจนหัวใจแทบกระโดดออกมาดิ้นข้างนอกเลยทีเดียว  “โอ๊ยยยย  มืดไปหมดเลย ไม่ได้นะ คุณมีเทียนมั้ย เอามาจุดสิ”

ชายหนุ่มขยับตัวแทบไม่ได้ คราวนี้เขาลืมไปเลยว่าฝนกำลังตกหนักและฟ้ากำลังลั่นครืนๆ เขาได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองที่มันดังลั่นสั่นประสาท

“ทำไงดีคุณ ฉันกลัว...อุ๊บส!” เธอนึกได้ว่ากำลังกอดเขาอยู่ จึงคิดจะผละตัวออก แต่เหมือนเขาจะรู้ จึงกอดตอบร่างบางแนบแน่น เพื่อตอบแทนอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น

“อยู่นิ่งๆ” เขาสั่งเบาๆ เธอก็ทำตามซะงั้น

“คุณ”  เธอเงยหน้ามองเขา แม้ไม่เห็นว่าหน้าตาเขาเป็นเช่นไร แต่เธอก็รู้ว่าเขาก้มมองเธออยู่เช่นกัน “ฉันรู้จุดอ่อนของคุณแล้ว”

เขายิ้มนิดๆ “งั้นคุณจะจัดการผมยังไง?”

“ฉันอาจจะ...จับคุณมัดไว้ แล้วถอดหน้ากากคุณออก”

“คิดว่าจะใช้เวลานั้น ค้นบ้านผมซะอีก หรือคุณไม่อยากได้ของๆคุณคืนแล้ว”

“อยากได้สิ แต่ฉันอยากเห็นหน้าคุณก่อน”

“ทำไมถึงอยากเห็น”

“อยากรู้ว่ามันจะเป็นเหมือนข่าวลือมั้ย”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่จะได้เห็นหน้าผม...คือผู้หญิงที่จะต้องเป็นแม่ของลูกผมเท่านั้น เพราะฉะนั้น คุณคงไม่ได้รับโอกาสนั้น”

ได้ยินแบบนั้นแล้ว ทำไมเธอรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานะ “ช่างเป็นความโชคดีของฉันเสียเหลือเกิน”

“ดีใจด้วย” แต่หัวใจเขาเจ็บนะ...เขารู้สึกถึงมัน “คุณกลัวความมืดเหรอ”

“เปล่านะ  เปล่าเลย ฉันไม่ได้กลัว” เธอจ้องใบหน้าของเขาผ่านแสงมืดสลัว หน้ากากทองคำของเขาทอประกายเมื่อแสงสีขาวจากฟ้าสาดมาเป็นระลอก “ฉันไม่ได้กลัวความมืด ฉันแค่กลัวความคิดตัวเองต่างหาก เวลามืดๆฉันมักคิดทำอะไรแผลงๆ จริงสิ เวลาคุณอยู่คนเดียวแล้วเกิดฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ คุณทำไง หลบอยู่ในมุมแบบนี้ หรือว่าซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง...”

“ดื่มไวน์หมดขวด ถ้ายังไม่สลบก็ต่อขวดที่สอง”

เธอทึ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้ม “เป็นวิธีที่น่าสนใจมาก”

จันทร์ฉายนอนคุยกับผู้ชายสวมหน้ากากเจ้าของบ้านแสงจันทร์อย่างเพลิดเพลินจนไม่รู้เลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน

แต่ระหว่างที่หลับอยู่นั้น ในคลื่นสมองของเธอก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา...จันทร์ควรจะใช้โอกาสนี้ ถอดหน้ากากของคุณออก เพื่อจะดูว่า ความจริงแล้วคุณเป็นใครกันแน่...ส่วนเขาเองก็หลับใหลอย่างเปี่ยมสุข ในอ้อมกอดของกันและกัน หญิงสาวที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต

 

ฝนหยุดตกไปนานหลายชั่วโมงแล้ว... 

หญิงสาวหลับไหลอย่างมีความสุข เธอสัมผัสได้ว่ามันมีความสุขอย่างประหลาด เธอรู้สึกอบอุ่นโดยไม่ต้องห่มผ้า แน่นอน เพราะเธอถูกแสงจันทร์อาบไว้อย่างอ่อนโยน ความหอมหวานของอากาศที่ไหลเอื่อยโอบกอดคฤหาสน์ไว้ ทำให้เธออยากนอนหลับฝันหวานแบบนี้ไปตลอดกาล

เธอฝันว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในทุ่งหญ้าบนภูเขา เธอเดินไปเรื่อยๆ สายตาก็สอดส่องมองหาอะไรบางอย่าง กระทั่งเห็นเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ที่เธอยังไม่รู้จักชื่อ...

พี....พี....อยู่ๆเธอก็ตะโกนเรียกชื่อนั้นออกไปโดยไม่รู้ตัว เธอเร่งฝีเท้าเพื่อไปหามัน แต่มันกลับวิ่งหนีเธอสุดชีวิต ในที่สุดมันก็กระโดดลงหน้าผาไป เธอตกใจช็อคกับภาพที่เห็น ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วร้องลั่น “พี!!!!........”

เธอลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจจนตัวโยน หากแล้วก็ต้องตกใจซ้ำ เพราะเจ้าหมาป่าที่อยู่ในฝันดันมาปรากฏตัวอยู่ที่ปลายเตียงน่ะสิ...มันกำลังจ้องเธออยู่อย่างไม่วางตา

“พี...”

มันกระดิกหาง

“พี”  มันยังคงทำท่าทางเหมือนเดิม ยิ่งทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก “นายชอบชื่อนี้ใช่มั้ย? ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเรียกนายว่า พี ก็แล้วกันนะ หวังว่าเจ้านายของนายคงไม่ว่าอะไร  ไหนมานี่ซิ”

เธอส่งสัญญาณมือเรียกมันให้เข้ามาหา แล้วเจ้าหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์จะรออะไรอยู่ล่ะ? มันลุกมานอนซบในอ้อมกอดของหญิงสาวทันที...พร้อมครางเสียงหงิงอย่างออดอ้อน

จ่าฝูงอย่างเขา กลายเป็นหมาแสนเชื่องไปแล้วรึยังไงกันนะ เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด เขาแพ้อำนาจของเธออย่างราบคาบ?

“ถามอะไรหน่อยสิ นายกัดฉันทำไมฮึ  ดูผลงานนายสิ รอยช้ำยังไม่ยอมหายเลย เห็นมั้ย?”

แต่เจ้าหมาป่าคงตอบเธอไม่ได้ นอกจากกอดตอบเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทำได้ในร่างมนุษย์...เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นเรื่องดีก็ตอนนี้ ตอนที่เขาสามารถใกล้ชิดเธอได้โดยที่เธอไม่ปฎิเสธหรือรังเกียจ  

“จริงสิ”  เธอหันมองรอบกาย เขาหายไปแล้ว เจ้าของบ้านผู้กลัวเสียงฟ้าร้อง “เจ้านายของนายหายไปไหนล่ะ แล้วฉันมานอนบนเตียงได้ยังไง ” 




@@


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha