เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 7 : เหตุเกิดในห้องเก็บไวน์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






ตอนที่ 6

         

 

ชายหนุ่มยืนนิ่งเหมือนหุ่นไร้จิตใจ สายตาแน่วแน่ไม่กระพริบ ยามจับจ้องหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า เธอตัวสั่นเทา กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ริมฝีปากที่เม้มสนิทเริ่มขยับเพราะสุดกลั้น

“ฉันท้องกับคุณนะ!!!

ดวงตาคมกริบสีเขียวเข้มกระตุกเล็กๆ ความเย็นชาบนใบหน้าคร้ามยิ่งฉายชัด เขายังคงนิ่งเหมือนคนไม่หายใจ ราวกับว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เธอเพิ่งพูดออกไป

หญิงสาวจ้องมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“คุณไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ”

“ได้ยิน”  เขาตอบเสียงปกติ

“แล้วยังไงดีคะ”

“คุณอยากได้ยินอะไรล่ะ”

เธอพยายามสะกดอารมณ์อย่างเต็มที่ “ฉันต้องการให้คุณรับผิดชอบ”

“ด้วยการแต่งงานกับคุณน่ะเหรอ”

มาถึงประโยคนี้ ดวงตาของเมริสาเรียกร้องให้เธอหันไปดูหน้าของสองคนนั้นให้เต็มตา โดยเฉพาะฝ่ายชาย ที่เธอรู้สึกคุ้นในน้ำเสียงเหลือเกิน เธอค่อยๆโผล่หน้าออกไปมองยังจุดเกิดเหตุ แล้วดวงตาก็เบิกกว้าง ปากอ้าค้างไปหลายวินาที อย่าว่าแต่หญิงสาวคนนั้นเลยที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา เธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

“พระเจ้าช่วย...” หญิงสาวหันกลับมา กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “เราตาฝาดไปแน่ๆเลย ไม่ใช่เขาหรอก ไม่ใช่แน่ๆ”

เธอตั้งสติ ก่อนหันกลับไปมองคนคู่นั้นอีกครั้ง แล้วใจของเธอก็แตกสลาย “เขาจริงๆด้วย”

เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม คงไม่หรอก เรื่องที่พวกเขาถกเถียงกันอยู่นั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดไม่ได้ แม้ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนั้นจะดูไม่เลวร้ายพอที่จะทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ

“ทำไมคุณเป็นคนแบบนี้ล่ะ”

เมริสารู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพียงเพราะอกหัก แต่เพราะเวทนาสงสารหญิงสาวคู่กรณีของเขา

“เธอคือจูเลียร์แน่ๆ” ดาราสาวผู้ทรงเสน่ห์ แม้เธอจะอายุสี่สิบเข้าไปแล้ว แต่เธอยังสวยสะพรั่ง งดงามราวกับเทพธิดา ช่างเป็นผู้หญิงครบเครื่องที่น่าอิจฉาเสียจริง ไม่สิ ตอนนี้เจ้าหล่อนไม่น่าจะมีอะไรให้ต้องอิจฉาแล้ว “ไม่อยากเชื่อเลย”

หญิงสาวสะกดหัวใจตัวเองไม่ให้เต้นแรง เพราะกลัวคนทั้งคู่จะได้ยิน

“ฉันไม่เคยยุ่งกับใครนอกจากคุณ” จูเลียร์พูดทั้งน้ำตา

“แต่ผมยุ่งกับผู้หญิงไปทั่วเลย”

“ฉันรักคุณนะ”

“รักที่ตัวผม หรือเงินของผมล่ะ” ฟังหมอนั่นพล่ามแล้ว จูเลียร์ดูเครียดขึงยิ่งกว่าเดิม เธอพยายามสะกดอารมณ์ให้นิ่งที่สุด แน่ล่ะ เธอท้องกับหนุ่มคราวลูก ที่มีข่าวลือหนาหูว่าพ่อของเขาเป็นมาเฟียใหญ่ที่ทำแต่ธุรกิจผิดกฎหมายที่อิตาลี

หมอนี่ทั้งน่ากลัวและลึกลับจนไม่มีใครอยากคบหาด้วย แล้วเธอไปตกหลุมพรางของซาตานร้ายได้ยังไง 

“คุณแค่ยอมรับลูกในท้องของฉัน”

“ลูกของคุณ”

“แต่คุณคือพ่อของเด็ก”

“ในชีวิตนี้ สิ่งที่ผมไม่อยากเป็นที่สุดก็คือ...พ่อ!

ให้ตายเหอะ...ถ้าเธอเป็นจูเลียร์ เธอถีบยอดหน้าหมอนั่นไปแล้ว

“คุณมันเลวระยำที่สุด”

ตบเลย...เธอลุ้นให้จูเลียร์ตบหน้าหมอนี่ให้ยับ เอาให้ความหล่อมันกระเด็นหายไปเลย

“ผมเคยบอกคุณแล้วไง ว่าเรามีอะไรกันได้ แต่เราจะไม่มีพันธะต่อกัน”

“แต่มันเกิดขึ้นแล้ว...อยู่ในท้องของฉัน”

“ความผิดของคุณ”

“ทุเรศที่สุด ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะชั่วช้าได้ขนาดนี้”

“ไม่เอาน่า ผมชั่วช้ามาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่ได้เพิ่งจะเป็นซะหน่อย คุณเข้ามาหาผมเองนะ ทางที่ดี ไปทำแท้งซะ เรื่องของเราจะได้จบแบบน่าประทับใจหน่อย”

จูเลียร์ปากสั่นน้ำตาคลอเบ้า จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างผิดหวังระคนแค้น ภาพนี้ทำให้เมริสานึกถึงฉากหนึ่งในหนังที่จูเลียร์เคยแสดงและดังเป็นพรุแตก มาวันนี้ ชีวิตจริงของดาราสาวนั้นรันทดยิ่งกว่า เมริสารู้สึกแค้นแทนจนเดือดปุดไปทั้งร่าง

“ถ้าคุณไม่ทำ ผมจะช่วยคุณเอง” ไคล์จับแขนจูเลียร์แล้วลาก จูเลียร์กรีดร้อง พยายามทุบตีชายหนุ่ม แต่สู้แรงเขาไม่ได้ เขากำลังจะผลักเธอไปกระแทกกองลังไม้โอ๊กที่วางซ้อนเป็นกำแพง

แต่วินาทีนั้น หญิงสาวที่แอบมองอยู่นานก็กระโจนเข้าใส่ พร้อมถีบลำตัวของชายหนุ่มเข้าเต็มฝ่าเท้า จนทำให้คนถูกถีบตัวลอยหล่นตุ๊บลงบนพื้น จากนั้นเจ้าหล่อนก็กระโดดขึ้นคร่อมร่างกายกำยำแล้วต่อยชายหนุ่มไปหลายหมัดจนเลือดกบปาก

“ไอ้คนเลว ไอ้คนชั่ว!!!!” ต่อยด้วย ปากก็ด่าไม่หยุด จูเลียร์ยืนอึ้ง ตาค้าง “ไอ้คนไม่มีหัวใจ!!!

เธอรัวหมัดลงไปอีกสองสามครั้งจนมือระบม ก่อนเสียท่าให้ชายหนุ่มเมื่อเขาคว้าหมับจับข้อมือเธอไว้ได้ เขารัดเธอแน่นอย่างกับคีมเหล็ก ดวงตาสีเขียวเข้มลุกวาว จ้องมองเธอแบบไม่กระพริบตา หญิงสาวใจหายวูบ สติมา เธอหาเรื่องซวยอีกแล้ว ???

เมริสามองหาตัวช่วย ทว่า จูเลียร์หายไปจากห้องนี้แล้ว

“อ้าว...จูเลียร์คะ” เธอตะโกนเรียกชื่อดาราสาวโหวกเหวกลั่นห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ “หายไปไหนแล้ว” จังหวะนั้น คนที่เธอนั่งคร่อมอยู่ พลิกร่างเธอลงไปนอนหงายบนพื้น “โอ๊ย!!!

ส่วนตัวเขาลุกขึ้นนั่ง ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ซึมๆตรงมุมปากด้านซ้าย โชคดีที่หมัดเจ้าหล่อนไม่หนักมาก เขาถึงไม่เป็นอะไรมาก

“ไอ้คนซาดิสม์!!” หญิงสาวจับคลำก้นของตัวเองที่กระแทกพื้น ก่อนจะถลกดูรอยเขียวคล้ำที่ต้นขา “ฉันเจ็บไปทั้งตัวแล้ว ใครจะรับผิดชอบเนี่ย”

“ใครจะรับผิดชอบเหรอ...” ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ตวัดสายตาข้นมามองหญิงสาวที่ยังลูบคลำก้นตัวเองไม่หยุด

“ฉันไม่ได้ถามนะ แค่บ่นเฉยๆ”

เขากัดฟันกรอด “ได้ยินทั้งหมดสินะ!

เมริสาอึกอักเหมือนแผ่นเสียงติดร่อง เธอจะทำอย่างไรดีเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ เพราะเมื่อสำรวจจากสีหน้าของเขาแล้ว เธอต้องถูกเขาฆ่าตายหมกอยู่ในห้องนี้แน่ๆ เพราะดันไปรู้ความลับที่ไม่ควรรู้ของสองคนนี้เข้า

“ไม่นี่...ฉันเพิ่งเข้ามาตอนที่เห็นคุณพยายามทำร้ายเธอ” เธอไม่ควรอธิบายอะไรทั้งนั้น เขาไม่ฟังเธอหรอก เพราะขนาดจูเลียร์ที่ท้องกับเขา เขายังไม่ปราณีเลย เธอลุกขึ้นยืน แล้วสั่งตัวเองให้วิ่ง “ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ ไปล่ะ”

 แต่เธอช้ากว่าเขาไปหนึ่งก้าว เขาดึงเสื้อเธอไว้จนเธอตัวปลิวกลับมากระแทกหน้าอกของเขาอย่างจัง หญิงสาวแทบจะห้อยต่องแต่งเลยทีเดียว

“จะหนีไปไหน!

“ปล่อยฉัน!” เธอร้องขออิสระด้วยความหวาดกลัว เมื่อนึกไปถึงภาพที่เขาเหวี่ยงเธอด้วยมือเดียวจนตัวเธอกระเด็นไปติดที่ข้างฝาแล้วตายเหมือนจิ้งจกถูกประตูทับ “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เรื่องจูเลียร์ท้องฉันก็ไม่ได้ยิน เรื่องที่คุณบอกให้เธอไปทำแท้ง ก็ไม่ได้ยิน...” เธอเงียบกริบ เมื่อรู้ตัวว่าได้สารภาพออกไปจนหมดสิ้นแล้ว...

ขณะไคล์เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเขาจึงยังทนฟังเจ้าหล่อนพล่ามได้ยึดยาวขนาดนี้

“ไม่ได้ถามว่าได้ยินรึเปล่า ที่จะถามคือ คุณมีสิทธิ์ด่าผมเหรอ”

“ใครก็มีสิทธิ์ด่าคนเลวทั้งนั้นแหละ” เธอพรวดออกมาอย่างลืมตัว จะหุบปากก็ไม่ทันแล้ว เธออยากจะเอาหัวโขกกำแพงนัก หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะปกป้องมนุษยชาติอีกเหรอ

เขาผ่อนลมหายใจช้าๆ เหมือนเสียงอสรพิษขณะกำลังจะฉกเหยื่อ

“เลวเหรอ?”

เธอหวาดกลัว แต่ยังกล้าโต้ “ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก”

“ไม่ทำอย่างนี้” เขาหัวเราะหึๆ ฟังแล้วน่าขนลุก “แล้วต้องทำยังไง ถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย”

เธอหลอกตัวเองว่าเขาอารมณ์เย็นลงแล้ว จึงอธิบายเสียงใสแจ๋ว “ขั้นแรกเลยนะ คุณต้องปล่อยฉัน นั่นแหละ ลูกผู้ชาย”

“ปล่อยแล้วไงต่อ...” เขาก็เริ่มสนุก...แบบไม่รู้ตัว

“จากนั้นคุณก็ขอโทษฉันที่ทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บ”

“แล้ว...”

“ฉันออกมาจากครัวนานแล้ว คุณก็เลยปล่อยให้ฉันกลับไปทำงานต่อ”

เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ หญิงสาวเริ่มมีความหวัง

“ถ้าปล่อยแล้ว เธอจะเก็บเรื่องที่ได้ยินไว้เป็นความลับไหม”

 “ไม่” เมริสาแทบไม่ต้องคิดเลย

ชายหนุ่มหยุดอึดใจหนึ่ง “ยืนยันคำตอบนะ”

“ค่ะ” หลังจากตอบว่าค่ะ เธอก็นึกได้ “ว๊ายตาย! ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย คุณไม่ต้องห่วง เรื่องที่คุณทำจูเลียร์ท้องแล้วไม่รับผิดชอบจะถูกฝังไว้ที่นี่”

“คุณคงไม่ได้ยินจริงๆสินะ” เขาประชด แต่กลับปล่อยร่างเธอลง หญิงสาวพอได้รับอิสระกลับมา เธอถอยห่างจากเขาหลายก้าว เขาแค่ยืนมองเธอเฉยๆ ไม่หวาดกลัวว่าเธอจะหนีไปหรือไม่ “แต่ฆาตกรคงไม่ปล่อยให้เหยื่อที่เห็นหน้าแล้วรอดไปได้หรอกนะ ว่าไหม?”

เธอไม่ว่าหรอก แต่เธอไม่เห็นด้วยอย่างแรงเลย สำหรับกรณีของเธอนั้น เธอให้ความเห็นดังนี้...

“คุณอยากจะทำอะไรก็เชิญ จะฆ่าจะแกงฉันยังไงก็เชิญตามสบาย” เธอหยุดหายใจ “ขออย่างเดียว อย่าฆ่าลูกของตัวเองก็พอ”

ชายหนุ่มได้ฟังถึงกับอึ้งไปสามวิ ก่อนจะยิ้มอำมหิต

“ก็ได้”

เมริสาค่อยโล่งใจ อย่างน้อยเธอก็ได้ให้โอกาสเด็กคนหนึ่งได้มีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบเส็งเคร็งนี้

“ฉันจะปล่อยเด็กคนนั้นไว้ตามที่เธอขอ...แต่เธอต้องตาย!!!

หญิงสาวหัวใจเต้นแรงแทบจะปลิดออกจากขั้ว เธอรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปไกลลิบ หรือว่าเธอกำลังจะตายจริงๆ ตายบนเรือลำยักษ์ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ตายแบบโรแมนติกสุดๆ

เมื่อคิดแล้วเธอก็อดที่จะโทษฟ้าโทษสวรรค์ไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ชีวิตของเธอยังไม่เคยได้สบายกับเขาสักที ก็ต้องมาตายเพื่อปกป้องเด็กในท้องของดาราสาวที่มีพร้อมทุกอย่าง เธอ เคยติดหนี้อะไรจูเลียร์อย่างนั้นเหรอ?

“ถ้าฉันตาย ฉันคงไม่โชคร้ายมาเกิดเป็นลูกของพ่อใจยักษ์อย่างคุณหรอกนะ” เธอกระพริบตาหนึ่งครั้ง ก่อนหายใจลึกยาวเพื่อเรียกสติตัวเอง “บอกลูกคุณด้วยนะว่าฉันเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับลมหายใจไร้เดียงสาของเขา ขอให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรง”

หญิงสาวก้มหน้านิ่ง เพื่อสงบจิตสงบใจ เธอเตรียมพร้อมแล้ว แตะผ่าหมากเท่านั้นคือทางรอดเดียว เอาให้จุกจนพูดไม่ออก และวิ่งตามเธอไม่ทัน

“ย๊ากกกกกก...” เธอกระโดดแตะผ่ากลางอากาศตรงหน้า ทว่า เขาหายไปจากตรงนี้แล้ว เธอชะงัก หันมองรอบกาย อย่างงงงัน “ไม่มีใครอยู่สักคน...ไม่มี...หายไปไหน!!!

เขาไปแล้วจริงๆ แล้วเธอจะยังอยู่อีกทำไมล่ะ เธอไม่รอช้าให้ต้องมีเรื่องกับใครอีก สองเท้าวิ่งเร็วรี่ออกจากห้องเก็บไวน์นั้นไปโดยไม่เหลียวกลับมองหลังอีกเลย

 

“หายไปไหนมายะ” สมชายรีบดึงเธอออกไปพูดที่มุมห้องครัว ซึ่งห่างจากคนอื่นๆที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานพอสมควร “หน้าซีดปากสั่นเชียว ทำอย่างกับหนีอะไรมา”

เมริสาหายใจเข้าออกแบบลึกยาว ก่อนจะตั้งสติแล้วพูดเสียงนิ่ง แต่รุกรน

“ฉันหายไปนานไหม”

“แล้วไปไหนมาล่ะยะ ไอ้ฉันก็นึกว่าหล่อนขี้แตกตายคาห้องส้วมไปแล้ว โชคดีนะที่เจ๊ดวงยังไม่ได้เข้ามา ไม่อย่างนั้น หล่อนโดนดีแน่ ต้องว่ายน้ำกลับฝั่งนะจะบอกให้”

“เอาล่ะ ในเมื่อฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันขอไปห้องน้ำแป๊บนะ” พูดจบเจ้าหล่อนก็เดินไปอย่างรวดเร็ว สมชายอยากจะตะโกนด่า แต่ก็ระงับปากไว้ ก่อนจะหันไปเอ็ดลูกน้องที่กำลังมองและซุบซิบนินทา

“ทำงานๆ อย่าอู้”

เมริสาเข้าห้องน้ำ ตรงไปยังอ่างล้างหน้า เธอกวักน้ำล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น ก่อนเงยหน้ามองกระจกบานใหญ่ที่กำลังส่องภาพของหญิงสาวโทรมๆคนหนึ่ง   

“ตะกี้เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” เจ้าหล่อนกำหมัดแน่น ก่อนยกขึ้นดู ก็เห็นร่องรอยฟกช้ำ “ฉันต่อยหมอนั่นจริงๆ ฉันทำบ้าอะไรลงไป หมอนั่นไม่ปล่อยเราไว้แน่”

เธอภาวนาให้เขาจำหน้าเธอไม่ได้ ใบหน้าที่ไม่สวยเตะตาพอให้เขาจดจำ

 

เสียงเคาะประตูดังติดต่อกันสามครั้ง ก่อนจะเป็นเสียงอนุญาตจากเจ้าของห้อง

“มานั่งตรงนี้สิ”

ชายหนุ่มกล่าวกับแขกที่เพิ่งจะเดินมาถึงตัวเขา เธอทำตามแต่โดยดี โดยเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง ตรงนั้นมีโต๊ะตัวเล็กซึ่งวางกล่องใส่อุปกรณ์ทำแผลเอาไว้

“เจ็บไหม”

ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ ดวงตายังไร้อารมณ์

“โดนไปตั้งหลายหมัดนะ”

“ผู้หญิงบ้าชัดๆ”

สาวสวยหัวเราะระริก ริมฝีปากแดงเข้มดูเซ็กซี่เหมือนเดิม “เธอออกจะกล้าหาญ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันนะ น่าสนใจจัง”

ไคล์ดูจะขัดเคืองใจเมื่อพูดถึงผู้หญิงคนนั้น เขาเดินไปนั่งตรงข้ามกับหญิงสาว แล้วคว้ายาล้างแผลมาจัดการเช็ดแผลด้วยตัวเอง หญิงสาวดึงยาล้างแผลนั้นไป แล้วจัดการล้างแผลให้ชายหนุ่มผู้แสนยโสของเธอ

“เกลียดผู้หญิงอวดดีแบบนี้จริงๆ”

“เกลียดลงเหรอ” เจ้าหล่อนเหล่ตามองชายหนุ่ม ก่อนจะระบายลมหายใจอุ่นๆลดใบหน้าคร้าม ขณะใช้สำลีเช็ดมุมปากของเขาเบาๆ “เธอแค่ต้องการปกป้องลูกของคุณ”

เขายิ่งอารมณ์เสีย “ไม่ดูตาม้าตาเรือ ชอบใช้กำลัง ผู้หญิงคนนี้มันน่านัก”

“น่าอะไร”

“น่า...” เขาหยุด สายตาหลุกหลิกเล็กน้อย เหมือนคนไม่แน่ใจ “น่าฆ่าให้ตาย”

“โหดจัง” จูเลียร์ขำ แต่ชายหนุ่มกลับฟึดฟัด ไม่พอใจที่หญิงสาวตรงหน้าลืมไปแล้วว่าเขาเป็นทายาทมาเฟียที่โหดที่สุดในอิตาลี “ระวังผู้หญิงบ้าจะกัดเอานะ”

“ก็ลองดูสิ”

หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาที่เริ่มมีอารมณ์โมโหและเกรี้ยวกราดโดยไม่รู้ตัว การที่เขาแสดงออกแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อย

“เอาล่ะ ฉันทำแผลให้เธอเสร็จแล้ว รีบแต่งตัวเถอะ ปาร์ตี้ใกล้จะเริ่มแล้ว”

“ผมไม่ไป”

“ไม่ได้นะ นี่เป็นความต้องการของคุณพ่อเธอนะ”

“ผมไม่สน”

“ถ้าเธอไม่สน เธอคงไม่มาตั้งแต่แรก จริงไหม” คำถามของเจ้าหล่อน ทำให้เขาคิด ใช่แล้ว เขาต้องสนแน่ ถึงได้ตัดสินใจมาร่วมงานปาร์ตี้ของกลุ่มบริษัทอาร์แอนด์ดีในค่ำคืนนี้ แต่ไม่ใช่ในงานเลี้ยงที่แสนวุ่นวายและมีแต่คนยิ้มแย้มสวมหน้ากากใส่กัน เขาไม่อยากฝืนยิ้ม เขาเกลียดการทำอะไรแบบนี้

“ผมจะพบกับเขาหลังงานเลี้ยง เขาคงพอมีเวลาให้ผม” ชายหนุ่มพูดพลาง เดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่ปลายเตียงแล้วปล่อยตัวลงไปนอนยาวเหยียด “แล้วเด็กในท้องของคุณล่ะ จะทำยังไงดี”

จูเลียร์หัวเราะขบขัน ก่อนจะหันไปหยิบบทภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ใกล้จะเปิดกล้องเร็วๆนี้ขึ้นมาอ่านดูอีกครั้งด้วยสีหน้ากระหยิ่ม

“ฉันจะกลับมาดังเป็นพรุแตกอีกครั้งในบทนางเอกเรื่องนี้” เธอพูดทีเล่นทีจริง ดูอารมณ์ดี ขณะเดินไปหยิบชุดราตรีสวยที่เหมาะกับค่ำคืนแห่งความอลังการ เธอควรจะเป็นดาวโดดเด่นที่สุดของงาน ไม่ควรมีใครมาแย่งความโดดเด่นเธอไปได้

“บนเรือลำนี้ มีใครที่สวยกว่าฉันไหม”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามไร้สาระนั่น สายตาของเขานิ่งงัน เหม่อมองเพดานที่หาความน่าสนใจไม่ได้ เขากำลังคิดถึงบางเรื่อง ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจตัวเองสักเท่าไหร่

ดวงตาของหญิงสาวคนนั้นทำให้เขานึกถึงใครบางคน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เขาหลับตาแน่นเพื่อคลายความเครียด มาสะดุ้งเพราะมือของหญิงสาวที่แตะลงบนแก้มสากของเขา ชายหนุ่มรู้สึกตัว ลืมตามองเจ้าหล่อน ด้วยสายตาไร้อารมณ์สุดๆ

“คุณว่าไงนะ”

“บนเรือลำนี้ มีใครที่สวยกว่าฉันไหม”

“อ้อ...” โดยไม่ต้องหาคำตอบให้เหนื่อย “เผอิญยังเห็นไม่ครบทุกคนเลย”

“โกหกบ้างก็ได้ คนฟังจะได้สบายใจ”

“แต่เท่าที่เห็น ยังไม่มีใครที่สวยสู้คุณได้”

“เยี่ยมมาก สาบานว่าเธอเห็นผู้หญิงแค่สองคน คือฉันกับ...”

“ยัยหมาบ้า!!!

“เพราะฉะนั้น เธอควรไปร่วมงานลี้ยงในคืนนี้ แล้วก็ให้คำตอบกับฉัน”

เขายิ้มมุมปากนิดๆ “ไม่สำเร็จหรอก”

“เฮ้อ...ฉันอยากรู้จังว่าเธอมีจุดอ่อนอะไร” หญิงสาวพูดจบก็เข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด เธอคงต้องใช้เวลาสักหน่อยในการแต่งองค์ทรงเครื่อง ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เขาไม่มองอะไรเลย นอกจากเรื่องในความคิดของตัวเองเท่านั้น

“จุดอ่อนเหรอ” เขาอยากจะหัวเราะ เพราะขนาดตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีจุดอ่อนที่ไหน “คนอย่างไคล์ไม่มีทางเสียท่าให้ใครง่ายๆหรอก”

ชายหนุ่มไม่รอหญิงสาวให้แต่งตัวเสร็จ เขาออกจากห้องนั้นมา เพื่อจะไปยังบาร์เหล้า ที่ซึ่งช่วยให้เขาผ่อนคลาย เขาอยากดื่มในบรรยากาศแบบนั้น ที่ๆไม่มีสายตาใครต่อใครจับจ้อง และส่งเสียงซุบซิบนินทาหึ่งๆว่าแท้จริงแล้วเขามาจากนรกขุมไหนกันแน่

ไคล์ไม่ใช่คนสุภาพ แต่ก็ไม่ใช่คนหยาบคาย เพราะเขาเป็นคนที่พูดน้อยมาก หากไม่จำเป็นจริงๆเขาจะไม่เปิดปากพูดเลย ไคล์คุยแต่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ นั่นเพราะเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่แกร่งและฉลาดที่สุดในโลก เช่นนั้นแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องคุยกับใครให้เหนื่อยอีก

“ไคล์!”  เสียงทักทายดังมาจากด้านหลัง ก่อนจะเดินยิ้มจนเห็นฟันทุกซี่ ขณะตรงมายังเคาน์เตอร์บาร์ เจ้าหล่อนนั่งลงใกล้ๆ แล้วใช้มือคล้องแขนเขาไว้ “คุณจริงๆด้วย ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่”

เธอจะโกหกไปถึงไหน ในเมื่อสะกดรอยตามเขามาตั้งแต่ที่เขาออกจากลิฟต์ แล้วตรงเข้ามาที่ร้านเหล้า เธอตามเขามาด้วยจุดประสงค์ที่เขาสะอิดสะเอียน เธอพนันกับกลุ่มเพื่อนไฮโซของเธอว่าจะสามารถนอนกับเขาได้ในคืนนี้

“แล้วเป็นไง ดีใจไหม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างเคย แต่ทำเอาหญิงสาวรู้สึกจั๊กจี๋

“ดีใจสิคะ ฉันเลี้ยงเหล้าคุณนะคะ”

“ไม่จำเป็น” เขาขัดขึ้น “ผมไม่ชอบใช้เงินผู้หญิง”

เอมี่ยิ้มร้าย “เงินฉันที่ไหนคะ เงินคุณพ่อต่างหาก คราวนี้ ฉันเลี้ยงคุณได้ใช่ไหม”

ชายหนุ่มใช้สายตาคมกริบที่แสนดุดัน จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เจ้าหล่อนเป็นลูกสาวคนเล็กของมัสซิโม เธอเป็นตัวอย่างของลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐีที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจจนนิสัยเสีย อยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้แต่คน!

“ได้”

เจ้าหล่อนยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกาย “คุณชอบแบบไหนเหรอ”

เขาพอจะรู้ว่าเธอหมายถึงผู้หญิง ไม่ใช่เหล้า เหอะ คุณหนูเธอลงทุนยั่วเสียขนาดนี้แล้ว จำเป็นต้องตอบสนองเสียหน่อย เจ้าหล่อนจะได้ไม่กลับไปนอนกรี๊ดในห้องเพราะไม่ได้ดั่งใจ ทำให้ชาวบ้านรำคาญเปล่าๆ โดยเฉพาะจูเลียร์ซึ่งพักอยู่ห้องถัดจากเธอ

“แบบที่กินแล้วไม่มีพิษ”

“ไม่มีพิษ”

“ไม่มีเชื้อโรค ผมชอบอะไรที่บริสุทธิ์ ไม่ผสม สั่งมาเลยสิ”

หญิงสาวหัวเราะไม่ออก ถ้าหากเขาตอบกลับมาในคำถามว่าชอบผู้หญิงแบบไหน เธอห่างไกลจากสิ่งที่เขาชอบมาก เพราะเธอเสียความบริสุทธิ์ไปตั้งแต่มัธยมต้น

“รสนิยมคุณดีจังเลยค่ะ ฉันไม่คิดเลยว่าคนหล่ออย่างคุณจะถือสาเรื่องแบบนี้” เจ้าหล่อนรู้จักผู้ชายคนนี้จากข่าว จากอินเทอร์เน็ต จากหน้าปกนิตยสารที่ถูกถ่ายร่วมกับดาราสาวใหญ่บ้าง ถ่ายกับบิดาซึ่งเป็นเจ้าพ่อใหญ่บ้าง

เธอสนใจเขาตั้งแต่เห็นภาพ จึงหาทางทำความรู้จักกับเขาเมื่อเดือนที่แล้ว โดยการไปที่ผับของเขา แกล้งทำเป็นคออ่อน ให้เขาหิ้วกลับห้อง แต่เขากลับให้ผู้จัดการร้านพาเธอไปส่งที่บ้านแทน เธอเจ็บใจจนกรี๊ดในรถไปหลายรอบ แต่กระนั้น เธอก็พยายามโทรศัพท์หาเขาตลอด แม้ว่าเขาไม่เคยรับเลยก็ตาม

เจ้าหล่อนถือคติ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก “ฉันต้องได้ครอบครองผู้ชายคนนี้” เธอประกาศต่อหน้าเพื่อนๆในงานปาร์ตี้เหล้ายาของเธอเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

“เรื่องแบบนี้” ชายหนุ่มแสร้งแปลกใจ “เรื่องแบบไหนหรือครับ”

“ฉันพูดกับคุณตรงๆนะว่าฉันอยากจะรู้จักคุณให้มากกว่านี้”

หญิงสาวพูดพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาเย้ายั่ว ความต้องการของเธอพุ่งออกมาทางแววตาชนิดทะลักแล้วทะลักอีก ก่อนจะใช้มือไต่ไล้ไปตามต้นขาของชายหนุ่ม เพื่อส่งสัญญาณว่าเธอพร้อมให้เขาขย้ำแล้ว

“อยากฟังเสียงหัวใจของคุณจัง”

ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก เขาเหลือบสายตาไปมองกลุ่มเพื่อนของเธอซึ่งนั่งซุบซิบสนุกสนานกันที่โต๊ะตรงมุมสลัวของผับ เอมี่ตั้งใจจะโชว์เพื่อน จึงขยับตัวเข้าใกล้แผงอกของชายหนุ่มอีกนิด แล้วเอี้ยวตัวไปกระซิบกระซาบที่หูของเขา

“ถ้าคุณไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร ฉันจะบอกคุณก็ได้...”

เธอยังไม่ทันพูดจบ เขาพูดแทรกขึ้นเสียก่อน “ไปบอกที่เตียงไหม”

“ว๊าว” เจ้าหล่อนตาลุกวาว ไม่คิดว่าคืนนี้มันจะง่าย เธอผละจากแผงอกล่ำ แล้วจ้องมองใบหน้าคมสันหล่อล้ำของเขาด้วยใจเต้นระริก เมื่อคิดว่าคืนนี้จะได้เผด็จศึกชายหนุ่มจากตระกูลมาเฟีย “หมายความว่าคุณจะเชิญฉันไปที่ห้องของคุณเหรอคะ”

“หรือใช้ห้องของคุณดี”

เอมี่ยิ้มกริ่ม วินาทีนี้ เธอค่อนข้างพอใจในเสน่ห์เย้ายวนของเธอ เพราะขนาดผีดิบจอมเย็นชาอย่างไคล์ยังอดใจไม่ไหว “ห้องคุณดีกว่า ฉันอยากได้บรรยากาศกลิ่นตัวคุณ”

“ห้องของผมยินดีต้อนรับครับ”

เธอยื่นหลังมือให้เขาจุมพิต ชายหนุ่มไม่รอรีที่จะทำตามคำเชื้อเชิญนั้น

“ฉันจะทำให้คุณรู้ว่า ระหว่างสาวแก่กับสาวสดอย่างฉัน ใครมันจะหวานกว่ากัน”

ชายหนุ่มเกือบพรวดหัวเราะ หากระงับทัน “แต่จะเข้าห้องผมทั้งที คุณต้องรู้เกี่ยวกับกฏที่สำคัญที่สุดของผมด้วยนะ” ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วชี้ไล้เส้นผมสลวยของหญิงสาว เพื่อให้เธออุ่นใจว่าเขาสนใจเธอจริงๆ เวลานี้กลุ่มเพื่อนสาวของเธอต่างจ้องมองและซุบซิบว่าเสร็จยัยสุนัขจิ้งจอกแหงๆ

“น่าตื่นเต้นจัง อะไรหรือคะ” เจ้าหล่อนแดงก่ำไปทั้งตัวเพราะเลือดลมมันสูบฉีดพลุ่งพล่าน เธอไม่คิดเลยว่าความเย็นชาที่แสนร้ายกาจจะทำให้หัวใจของเธอเต้นพล่านขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่หล่อเหลาราวเทพบุตรและกายบึกบึนกำยำราวกับนักรบ เธอต้องสลบตายคาอกเขาแหงๆ

“เข้าไปแล้ว ออกไม่ได้จนกว่าผมจะอนุญาต”

“ว๊าว” หญิงสาวใจเต้นโครมคราม “ตามนั้นค่ะ”

ชายหนุ่มผายมือเชิญให้เธอเดินนำเขาไป หญิงสาวหันไปส่งสัญญาณบอกเพื่อนๆว่าสำเร็จเสร็จโจ๋ สาวๆพากันชนแก้วเหล้าแล้วหัวเราะครื้นเครง นี่เหรอผู้ชายลึกลับมาดขรึมที่เข้าถึงยาก เอมี่คือสาวสวยวัยยี่สิบต้นๆที่สามารถหิ้วเขาออกจากบาร์เหล้า ด้วยการทำเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น

“คุณไม่ไปร่วมงานแน่นะ”

“โอ...ฉันเบื่องานเลี้ยงของคนแก่พวกนั้นจริงๆ สู้หาอะไรทำสนุกๆไม่ดีกว่าเหรอ”

ผู้หญิงรักสนุก...ไคล์แค่คิดในใจว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งเขาจะตีให้ก้นแตก 




^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha