เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 12 : ฉันคือเหยื่อในเกมแก้แค้นใช่มั้ย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






ตอนที่ 11

 

 

 

“คุณโอเคไหมคะ”

ร็อกกี้เป่าลมออกปาก แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่มีเลือดซึม “ผมขอโทษนะ”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าในที่สุด เราก็ต้องมาใช้นามสกุลร่วมกัน”

“ผมร็อกกี้ มิลเลอร์ ไม่ใช่แบร์ลุสโคนี่อย่างคุณ” 

ไอริสยิ้มสะใจ แต่ดวงตาคลอเคล้าน้ำใส เธอไม่ยอมให้มันร่วงต่อหน้าชายหนุ่ม

“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเลวขนาดนี้”

“ฉันแค่ปกป้องนามสกุลของฉันไม่ให้ด่างพร้อย”

“ฉันขอตัวก่อนนะ” เมริสาพูดแทรกขึ้น เธอกลัวคอจะเคล็ดเสียก่อน ที่จะต้องมองร็อกกี้ที มองไอริสที ระหว่างที่ทั้งคู่ห้ำหั่นกัน เธอต้องการกลับไปที่ครัวไทย คนที่นั่นต่างหากที่เธอควรอธิบายความจริงทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้รู้   

“เดี๋ยว”  ไอริสเชิดปลายคางขึ้น สีหน้าแววตาอย่างกับนางร้ายในละคร “ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่อาจยอมรับเธอเข้าร่วมตระกูล ไม่ใช่เหตุผลอื่น” เจ้าหล่อนขยับเข้าหาเธอ กระซิบกระซาบ แต่ให้ชายหนุ่มได้ยินด้วย “แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว นอกจากฉันคนเดียวเท่านั้น”

 

ไคล์ยื่นมือไปหยิบแก้วไวน์จากบริกรชายผูกหูกระต่ายที่เดินผ่านมา

“โสเภณีเหรอ” จูเลียร์ตั้งคำถาม ขณะไหวแก้วไวน์เล่น

ชายหนุ่มยิ้มพลางจิบไวน์เล่น เขาไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนั้น จวบจนวินาทีนี้ หูของเขายังได้ยินเสียงซุบซิบพูดคุยเกี่ยวกับโสเภณีนางนั้น ราวกับเสียงแมลงวันที่กำลังตอมของเน่าเสียไม่ผิด เขาออกจะรำคาญ น่าตัดลิ้นเสียให้หมด

“เธอคือคนที่ปกป้องฉันจากผู้ชายใจร้าย หมาบ้าของคุณ”

“ของใคร”

“ไม่เอาน่า คุณกับเธอเคยนอนคร่อมกันมาแล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรบ้างเหรอ” จูเลียร์เย้าหยอก ทำให้ชายหนุ่มหน้าแดงเป็นริ้ว เขารีบดื่มไวน์รวดเดียวหมดแก้ว

“ตื่นเต้นกับผีสิ ยัยนั่นเกือบจะฆาตกรรมผมนะ”

ดาราสาวเหล่ตามองเพื่อนรุ่นน้องที่อารมณ์เสียทุกครั้งที่พูดถึงผู้หญิงคนนี้ เธอยิ้มกริ่ม รู้สึกพอใจที่ความเย็นชาของเขาถูกกระแทกกระทั้นได้บ้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตและจิตใจ

“น่าอิจฉาเธอ”

“คุณกำลังพูดถึงโสเภณีอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“โสเภณีที่ถูกขอแต่งงานจากทายาทมหาเศรษฐี ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าพ่อหนุ่มสุดหล่อนั่นจะยอมแค่นี้ สายตาของเขาบอกว่าจะไม่ยอมสูญเสียเธอไป”

ไคล์หัวเราะขื่น “รักแท้อย่างนั้นเหรอ”

“รักที่รุนแรงเร่าร้อนต่างหาก”

“ผู้หญิงคนนั้นนะเหรอ” ที่จะทำให้ชายคนไหนเร่าร้อนได้ นอกจากไอ้โง่ร็อกกี้ อย่างเธอยังห่างไกลคำว่าสเป๊กของเขามาก แต่เธอน่าสนใจขึ้นมาก็เพราะอาจจะได้เป็นลูกสะใภ้ของตาแก่มัสซิโมนั่นละ

 

เมริสามองบั้นท้ายของไอริส ขณะเดินกลับไปยังที่ๆเธอเลือก ในอ้อมกอดของมหาเศรษฐี...ที่มีเงินให้เธอผลาญเล่นไปจนถึงชาติหน้า

“ขอบคุณนะมาดามไอริส” 

หญิงสาวถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เธออยากออกไปจากงานเลี้ยงเต็มแก่แล้ว   

“ไปกันเถอะ” ร็อกกี้คว้ามือเธอไปจับ หญิงสาวแกะออกอย่างละมุนละม่อม

“คุณตั้งใจจะใช้ฉันเป็นเหยื่อใช่ไหม คุณต้องการแก้เผ็ดไอริส” โดยไม่นึกถึงเธอเลยสักนิด ว่าต้องกลายเป็นตัวอะไร เขาเห็นแก่ตัวเกินไปนิด “เพราะฉันมันเป็นแค่ผ้าขี้ริ้วสินะ จะเหยียบจะย่ำยังไงก็ได้”

“ยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด เรื่องที่ผมขอแต่งงานเรื่องจริง”

“หยุดโกหกได้แล้วร็อก ฉันไม่เชื่อหรอก”

“ผมไม่ดีเอง ผมผิดมาตลอด และวันนี้ผมผิดที่สุดที่พาคุณมาพบกับเรื่องแย่ๆ แต่มันก็ทำให้คุณได้รู้จักเพื่อนคุณมากขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่ได้อยากรู้จักเธอในแง่นี้” เธออารมณ์ขุ่น “ยุติความคิดบ้าบอซะ ทุกเรื่องที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอเลวร้ายเข้าไปอีก ถึงอย่างไร เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว คุณทำใจซะ ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขที่สุด”

ร็อกกี้อยากจะหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออก “ผมกำลังจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคุณ แต่ดูสิ่งที่เธอทำสิ”

“ร็อก...คุณไม่ได้ถามฉันสักคำเลยว่าฉันตกลงแต่งงานกับคุณรึเปล่า คุณพูดเองเออเองทั้งนั้น หยุดใช้ฉันเป็นเครื่องมือเถอะนะ ฉันไม่ว่าง”

เจ้าหล่อนพูดจบก็เดินหนีไป ร็อกกี้อยากจะเดินตามหญิงสาวไป แต่เขามีเรื่องต้องเคลียร์กับบิดาให้รู้เรื่อง

 

เมริสาเดินออกจากความวุ่นวาย เธอตรงไปยังลิฟต์ เพื่อลงกลับไปยังชั้นสาม แต่ไม่ทันจะก้าวเข้าไป แขนของเธอถูกฝ่ามือนุ่มจับไว้เสียก่อน

“จูเลียร์!!!

“ใช่จ้ะ ฉันเอง”

“คุณต้องการอะไรคะ”

“ดื่มไปคุยไปดีไหม”

ดาราสาวเชื้อเชิญเธอไปดื่มด้วยกันอย่างนั้นหรือ เธออดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหล่อนอยากเจรจาด้วย คงไม่พ้นเรื่องลับระหว่างเธอกับหมอนั่นสินะ

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันสัญญาจะรูดซิบปากให้สนิท เว้นแต่คุณอยากได้พยานเพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของหมอนั่น”

จูเลียร์หัวเราะ “ฉันชักจะหลงรักเธอมากกว่า...ร็อกกี้ มิลเลอร์เสียแล้ว ฉันอยากดื่มกับเธอจริงๆ ไม่มีเหตุผลอื่น”

เมริสายังลังเล “มีแค่คุณกับฉันเท่านั้นใช่ไหมคะ”

“แน่นอน”

“ตกลงก็ได้ค่ะ ฉันจะได้มีเรื่องไว้โม้ให้ลูกหลานฟัง ว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยดื่มกับดาราชื่อดัง”

จูเลียร์ไม่เลือกดื่มที่บาร์หรือไนต์คลับไหน แต่เลือกโต๊ะตรงระเบียงที่ห้องพักแทน

“ฉันมีแชมเปญขวดใหญ่สำหรับเรา” เธอเปิดฝาแล้วรินใส่แก้วสองใบ ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเธอหนึ่งใบ

“ห้องพักคุณสวยจังเลยค่ะ ไม่คิดว่าระเบียงจะกว้างขนาดนี้”

“เธอจะนอนที่นี่ก็ได้นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ” เธอยกแก้วใบใหญ่ที่น้ำสีอำพันล้นทะลักขึ้นดื่มอักๆ เหมือนคนกระหายน้ำ “ฉันเป็นแฟนคลับของคุณด้วยนะคะ ติดตามผลงานของคุณทุกเรื่องเลย”

“เธอเป็นหนึ่งในส่วนน้อย ไม่มีใครชอบดาราขี้วีนเรื่องมากอย่างฉันหรอก ว่าแต่เธอเถอะ ฉันยังไม่รู้จักชื่อของเธอใช่ไหม”

“เมริสาค่ะ”

“เอเชียหรือลูกผสมจ๊ะ” ดาราสาวยื่นคำถามพร้อมริมแชมเปญให้ใหม่

“ไทยแท้ค่ะ พ่อไทยแม่ไทย แต่ฉันเกิดที่นี่น่ะคะ พ่อฉันเปิดร้านอาหารไทย แต่ตอนนี้ ฉันเสียพวกท่านไปหมดแล้ว”

“เสียใจด้วยนะจ๊ะ ฉันว่าเราคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า”

“แล้วคุณล่ะคะ จะเอาไงกับชีวิต” เจ้าหล่อนพูดพลางเลื่อนสายตาลงมองต่ำ ดาราสาวรู้ได้ทันทีว่าเธอหมายถึงสิ่งใด เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจะดื่ม แต่เมริสากลับคว้าไปดื่มเสียเองจนหมดแก้ว

“อะไรของเธอ”

เธอวางแก้วลง สายตาจ้องเขม็ง “คุณไม่ควรดื่ม เพราะอาจจะกระทบกระเทือนกับลูกในท้องของคุณได้ ฉันเป็นห่วงลูกของคุณ ตั้งแต่ที่เห็นคุณดื่มเอ้าดื่มเอาที่งานเลี้ยงแล้ว”

จูเลียร์หัวเราะลั่น เป็นอีกครั้งในชีวิตที่เธอไม่ห่วงสวย ทำเอาหญิงสาวร่วมโต๊ะถึงกับงง

“เมริสาของฉัน ถ้าฉันเป็นร็อกกี้ ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด”

“แต่ฉันกำลังภาวนาทุกวินาทีให้เขาปล่อยฉันไปค่ะ...”

“เธอไม่ได้รักเขาหรอกเหรอ”

เมริสาไม่ได้ยินคำถามสุดท้ายด้วยซ้ำ ด้วยประคองสติต่อไปไม่ไหว เธอฟุบลงกับโต๊ะแล้วหลับไปเสียดื้อๆ

 

 

“ปวดหัวจัง...”

ริมฝีปากอิ่มสวยขยับแผ่วเบา 

“อูยยยยย....” เธอร้องซีดลากยาวเพราะความปวด แต่ไม่มีแรงจะลุก แรงจะเปิดเปลือกตายังไม่มี “ฉันไม่น่ามาที่นี่เลย ถ้ารู้ว่ามันจะแย่อย่างนี้ ติดแหง็กอยู่ที่ร้านเสียดีกว่า”

เมริสาพลิกร่างนอนตะแคง โดยหันออกนอกเตียง ความอุ่นสบายที่แผ่ซ่านจากฟูกนุ่มใต้เรือนร่าง ยังไม่เท่าผ้าห่มผืนใหญ่ที่เธอซุกตัวทั้งคืน     

“อุ่นจังเลย...” เธออยากจะนอนอยู่แบบนี้ตลอดไป โดยมีฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นซ่านลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของเธออย่างไม่รู้จักพอ

“อ๊ะ!!!...” อาการเคลิ้มของเธอชะงักงัน ฝ่ามือของใครกันนะ หญิงสาวลืมตาฉับ ถึงรู้ว่ามีร่างกายใหญ่โตเทอะทะนอนซ้อนหลังเธออยู่ แนบแน่น บดเบียด และเร่าร้อน

“กรี๊ดดดดดด” เธอผลักแขนใหญ่ที่พาดผ่านสะเอวเธอให้พ้นตัว ก่อนจะถีบชายหนุ่มจนตกเตียงอีกฝั่ง “ไอ้ค้นเลว ไอ้คนชั่ว แกข่มขืนฉันเหรอ!!!

ชายหนุ่มค่อยๆโผล่หัวขึ้นมา เขายังไม่ลืมตา

“อะไรวะ”

“คุณ!!!” เธอตกตะลึงที่เห็นไคล์นั่งอยู่ตรงนั้น “เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”

“ใครถีบเราวะ” เขากุมหน้าท้องไว้ “อา...ซี๊ดดดด”

เมริสาก้มมองตัวเอง เสื้อผ้ายังอยู่ครบ เธอหันมองรอบกาย ถึงรู้ว่าไม่ใช่ห้องของตัวเอง เธออยากจะกรี๊ดอีกรอบ

“จูเลียร์!!!” เธอนึกออกแล้ว เมื่อคืนเธอดื่มกับจูเลียร์นี่นา แล้วทำไมมาจบที่เตียงนอนของชายหนุ่ม “ฉันไม่น่าปล่อยให้ตัวเองเมาเลย”

ไคล์ที่ยังสะลึมสะลือล้มตัวลงนอนบนพื้น เมริสาควบคุมสติแล้วสั่งตัวเองให้หันหลัง เดินออกจากห้องซะ

“คุณ!!!

เธอชะงัก ยืนตัวแข็ง

“เข้ามาในห้องผมได้ยังไง!!!” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างงุนงง เขาทำหน้าเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย “คุณใช่ไหม!!!

เขาจับได้แล้วว่าเธอมาอาศัยเตียงเขานอนตั้งแต่เมื่อคืน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย จูเลียร์ต่างหากที่โยนเธอลงบนเตียงของเขา

“ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ว่าทำไมฉันถึงมาตื่นที่นี่ได้”

“โอ้...เป็นเหตุผลที่ฟังดูดีมาก เมื่อคืนคุณทำอะไรผมรึเปล่า”

เมริสากัดฟันกรอด คำถามนี้ควรเป็นของเธอ

“ฉันเมาไม่ได้สติ”

“ผมก็เมาเหมือนกัน” เขาตะคอกกลับ น้ำเสียงยุ่งยากใจ “ไปตรวจดูสิ ว่ามีอะไรเสียหายรึเปล่า”

“ฉันตื่นมาเสื้อผ้ายังครบดี คงไม่มีอะไรหรอก”

“มั่นใจนะ” เขาพูดพลางโยนกางเกงในลูกไม้มาแปะบนหัวเธอ หญิงสาวใจหายวาบ เธอเอื้อมหยิบกางเกงในบนหัวมาดูใกล้ๆตา เธอช็อกไปสามวินาที ก่อนจะทำหน้าเหมือนคนใกล้ตาย

“ใช่ของคุณรึเปล่า”

เธออยากจะร้องไห้ แล้ววิ่งออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เธอตอบอย่างสิ้นหวัง “ใช่มั้งคะ”

“เมื่อคืนนึกว่าฝันไป เรื่องจริงหรือวะ”

แต่ทำไมเธอไม่รู้สึกอะไรเลย รสสัมผัสอะไรเทือกนั้น แม้แต่ตอนที่เขาถอดกางเกงในเธอ

“ไม่จริง มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง”

“จริงหรือไม่จริง มันไม่ได้สำคัญหรอก เพราะมันเป็นอุบัติเหตุ”

หญิงสาวหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา แต่ไม่ถึงอึดใจ เธอหันกลับมาเหมือนเดิม

ไคล์เลื่อนมือลงปรามลูกชายให้สงบแล้วกลับเข้าที่ เขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้เธอตกใจ แต่ยังเก๊ก

“ห้องน้ำอยู่ทางนั้น”

เธอขำไม่ออก “ถ้าฉันเจอว่ามันเป็นเรื่องจริงแล้วยังไง คุณจะรับผิดชอบเหรอ” เขาเงียบ นั่นละคำตอบ

“ฉันไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ว่าเกิดเรื่องระยำอะไรกับฉัน สิ่งที่ฉันจะทำคือลืมมันไปให้หมด”

เมริสาบอกกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง ก่อนจะเดินจากมาโดยไม่หันมองข้างหลังอีก




^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha