เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 13 : เธออยากจะถูกโยนลงจากเรือใช่มั้ย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





ตอนที่ 12

 

 

“เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย”

เธอยังไม่กลับไปที่ห้องครัว แต่แวบเข้าห้องน้ำก่อน

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไง เคยเสียที่ไหน” เธอถลกกระโปรงขึ้น แล้วถ่างขาออก ก้มลงไป “ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติไปจากเดิมเลย รอยอะไรก็ไม่มีสักอย่าง” เธอเงยหน้าขึ้นแล้วถามตัวเอง “ตกลงเราถอดกางเกงในเอง หรือว่าเขาเป็นคนถอด”

เธอไม่น่าเมาหนักขนาดนั้นเลย แค่กางเกงในตัวเดียวยังรักษาไว้ไม่ได้

เมริสาใส่กางเกงกลับเข้าที่เดิม แล้วออกจากห้องน้ำ เมื่อถึงห้องครัว ทุกสายตาจับจ้องเธอแบบไม่กระพริบ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก อัญชลีพยักหน้าให้ลูกสาว ต้อนรับการกลับมาของเธอ แม้จะสายไปหน่อยก็ตาม สมชายแหวกพนักงานทุกคนออกมา ตรงเข้ามาสวมกอดเธอไว้ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจริงใจ

“ขอบคุณค่ะผู้จัดการ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันสบายดี”

สมชายใช้นิ้วบีบจมูกตัวเอง “หล่อนไปเมาที่ไหนมา กลิ่นเหล้าหึ่ง”

“ใครยังไม่อาบน้ำก็รีบไป” อัญชลีบอกลูกสาว “ส่วนพวกที่เสร็จธุระส่วนตัวแล้ว ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย เตรียมกลับร้าน”

ดวงมณีเดินหน้าตึงเข้ามา แล้วชี้หน้าเมริสา

“เธอทำให้ร้านเสียหายป่นปี้ รู้ตัวรึเปล่า ตอนนี้ใครๆก็คิดว่าร้านฉันเป็นซ่องโสเภณี”

“อะไรคะเจ๊ มาถึงก็ด่าฉอดๆ เจ๊ไม่รู้เหรอว่ายัยเมย์มันถูกใส่ร้ายจาก...” สมชายหุบปาก เพราะเห็นหน้าเครียดๆของอัญชลี “ถ้าเป็นฉัน ก็น่าเชื่อหน่อย ดูร่านกว่ายัยเมย์เยอะ”

“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ เราถูกแขกร้องเรียนเรื่องความสะอาดด้วย”

“จริงหรือคะ”

“เรื่องความสะอาดเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้” สมชายไม่เชื่อเด็ดขาด “เจ๊ไปเอาที่ไหนมาพูด” 

“ผู้จัดการเรือเพิ่งเรียกฉันไปคุยตะกี้ เขาจะให้เราชดใช้ค่าเสียหาย โดยหักจากค่าจ้างทั้งหมด”

“นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ” เมริสากำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้ม “ยัยเอมี่!!!

“จะเอมี่หรือเอม่าก็ช่าง งานนี้ฉันขาดทุนย่อยยับ”

“ค่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่คะ”

“พูดอย่างกับจะจ่ายเอง”

“ฉันคงจ่ายให้เจ๊ไม่ได้หรอก แต่ฉันจะลองไปพูดกับเจ้าของเธอดู”

เมริสาหันหลังให้ทุกคนอีกครั้ง เธอต้องตามหาคุณหนูเอมี่ให้เจอ ก่อนเรือเทียบท่าในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า

 

ไอริสยังคงยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เป็นครั้งแรกที่เธอมองตัวเองแล้วรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรง

“ทำไมเธอถึงได้โง่อย่างนี้”

เธอกัดฟันกรอด ด้วยความเจ็บใจ ความรวดร้าวกัดกินรุกไล่ไปทั้งตัว เมื่อนึกถึงสายตาของร็อกกี้ ยามมองมาที่เธออย่างผิดหวังและคลั่งแค้น เธอไม่ควรเลือกชายชราใกล้ปลดเกษียณ แทนที่จะเลือกทายาทผู้สืบสกุล

“บ้าที่สุดเลย!” เธอกำหมัดแน่น “ฉันจะทำยังไงดี??”

เธออยากจะกรี๊ดให้ลั่นเพื่อระบายความอัดอั้นอันขมขื่น 

“นังเมย์!! แกอย่าคิดนะว่าเขาจะรักแกจริง ที่เขาทำลงไป ก็เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากฉันต่างหาก ไม่ต้องทำหน้าใสซื่อเหมือนคนโง่เลย”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น มัสซิโมร้องเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงหวานฉ่ำมาจากด้านนอก แน่นอน เธอเป็นอาหารหวานสุดเลิศรสของเขา เพราะเธอทั้งสาวและสวย เรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้เธอผลาญเงินเขาไปวันๆล่ะ

“จะตัณหากลับไปถึงไหน”

เธอขัดใจอย่างที่สุด เมื่อคิดถึงความสุขบนเตียงที่หายไป จากลูกชายกลายเป็นพ่อ มันห่อเหี่ยวและน่าสมเพช  

“ฉันทำผิดอะไรนักหนา ทำไมสวรรค์ถึงได้ลงโทษฉันขนาดนี้”

“ร็อก!

ชื่อนั้นหลุดจากปากของมัสซิโม เขาบอกให้ลูกชายเข้ามานั่งในห้องรับแขก ไอริสหยุดกระวีกระวาด เพื่อจะได้แอบฟังสองพ่อลูกคุยกัน 

“คุณพ่อทำแบบนี้ได้ยังไง” ชายหนุ่มตัดพ้อบิดาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวเล็กๆ ไอริสกระหยิ่มใจเล็กๆ เธอมั่นใจว่าเขาต้องหึงหวงเธอมากแน่ๆ “จริงรึเปล่าครับ ที่หุ้นของเราถูกบริษัทต่างชาติซื้อไปเกือบครึ่ง...”

“ร็อกกี้...เราก็เพิ่งรู้ว่าหุ้นส่วนมีการซื้อขายกันบ้าง คนโน้นขายคนนี้ คนนี้ขายคนนั้น ทุกคนล้วนมีปัญหากันทั้งนั้น ยังไงก็ตาม มันไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรเราเลย เพราะเรามีหุ้นเกินครึ่งอยู่ดี” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่ตื่นตระหนกไปกับบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา “แต่ตอนนี้ แกออกไปก่อน พ่อจะพักผ่อน”

“คุณพ่อครับ แต่นี่มันเป็น...” ภัยพิบัติอย่างหนึ่งของบริษัท

“ใช่...” น้ำเสียงไม่ยี่หระ เพราะความทะนงตนที่ทะลักล้นอยู่เสมอ “มันไม่ใช่เรื่องที่แกจะต้องมาเดือดร้อนอะไร ตราบใดที่หุ้นของแกกับแม่แกยังอยู่ครบ จริงไหม”

ก็แค่น้อยนิด เท่าขี้ผง ร็อกกี้ถอนหายใจเสียงดัง ดังเข้าไปถึงในห้องน้ำ

ไอริสขยับหูแนบประตูเพื่อจะได้ฟังชัดยิ่งขึ้น เธอรู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อได้ยินสองพ่อลูกคุยกันเรื่องหุ้นส่วนที่กำลังมีปัญหา เธอไม่รู้ว่านั่นจะมีผลกระทบกับชีวิตเธอหรือไม่

“สรุปมันยังไงกันแน่ ใครซื้อขายหุ้น” แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ “แล้วฉันจะได้หุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะ ฉันเองก็ควรจะได้ใช่ไหม ใช่! ฉันต้องได้สิ”

ร็อกกี้ยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าเธอแอบฟังอยู่ และป่านนี้คงเนื้อเต้นที่รู้ว่าทรัพย์สินของครอบครัวเขาไม่ได้เต็มร้อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อย่างที่บิดาของเขายังโม้ให้ใครต่อใครฟังในงานเลี้ยงนั่น เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป

“เรื่องเธอคนนั้น ผมยังยืนยันคำเดิม ที่คุยกันเมื่อคืนน่ะครับ”

“เราไม่จำเป็นต้องมีผู้หญิงไว้เชิดหน้าชูตานี่” บิดาของเขาเผยธาตุแท้ที่ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง “ผู้หญิงที่เราสามารถควบคุมได้ นั่นล่ะ ของขวัญ”

แต่แม่ของเขาไม่ใช่อย่างนั้น เธอมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะยอมให้สามีร่อนไปทั่ว

“ก็แล้วถ้าเราควบคุมไม่ได้ แต่เป็นผู้หญิงที่เรารักล่ะครับ”

“นั่นเป็นโชคร้ายของแก” สายตาของเขาพูดต่อไปว่าเหมือนกับที่เคยเป็น กับภรรยาคนแรกที่หัวแข็งสุดๆ ส่วนมาดามคนที่สองนั้นอ่อนแอเพราะร่างกายขี้โรคของเธออยู่ก่อนแล้ว พอได้รับแรงกระตุ้นจากสามีจอมเจ้าชู้ เธอจึงตรอมใจตายได้โดยง่าย

 ส่วนมารดาของเอมี่ที่ยังคงอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอเป็นคนที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด เพราะเธอเป็นแค่หัวหน้าแม่บ้านที่เขาย่องเข้าหาหลังจากเสร็จกิจจากมาดามที่สอง จนกะทั่งท้องของเธอปูดขึ้น ฟ้องการกระทำของเจ้านายในเวลาต่อมา เอมี่เป็นลูกของเธอและยังเป็นลูกสาวที่มัสซิโมรักที่สุด 

สำหรับมาดามคนล่าสุด เขารู้จักเธอดี ไม่มีใครควบคุมเธอได้ สิ่งเดียวที่จะเอาเธออยู่ ความร่ำรวยและมั่งคั่งเท่านั้น เขาออกจากห้องมาด้วยความขบขัน หลังจากปั่นหัวหญิงสาวจนสำเร็จ เขาเชื่ออย่างนั้น

ชายหนุ่มออกจากห้องพักที่หรูและแพงที่สุดของเรือ ซึ่งเป็นห้องที่นานๆจะเปิดใช้งานที เพราะเป็นห้องที่กันไว้สำหรับครอบครัวของแบร์ลุสโคนี่เท่านั้น

เขาตรงไปยังลิฟต์ มีที่หนึ่งที่เขาอยากไปมากกว่าห้องสวีตของบิดาจอมเจ้าชู้และภรรยาสาว เขามีเรื่องต้องคุยกับหญิงสาวอีกคนให้รู้เรื่อง ถึงเธอไม่เชื่อหัวใจเขาในวันนี้ เขาหวังว่าเธอจะให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ความจริงใจ

 

“เธอไปไหนนะครับ”

ดวงมณีเจ้าของร้านเป็นคนให้ข้อมูลเขา “ไปหายัยเอมี่ เธอว่าอย่างนั้น”

“หาเรื่องจริงๆ” เธอกล้ามากเกินไปแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะตำหนิเธอ ชายหนุ่มหันหลังกลับ เป็นห่วงหญิงสาวจับใจ เพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวของเขาไม่ใช่ผู้หญิงที่น่าเข้าใกล้นัก

 

“เธอมาขอร้องให้ฉันอภัยให้อย่างนั้นเหรอ”

เมริสาพยายามทำให้ตัวเองนิ่งที่สุด “ค่ะ เพราะความผิดของฉันมันไม่เกี่ยวกับที่ทำงานของฉันค่ะ”

เอมี่หัวเราะร่า ท่าทางสะใจสุดๆ “ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อเธอใส่แบบฟอร์มของที่นั่น”

“แต่มันไม่ถูกต้องนะคะ คุณไม่ควรกลั่นแกล้งพวกเราแบบนี้”

“ใครกลั่นแกล้ง!!!” เจ้าหล่อนตวาดเหว ริมฝีปากแดงสั่นระริก ดวงตาปูดโปนความเกลียดชังยามมองหญิงสาวตรงหน้า “ขยะอย่างเธอคงรู้จักฤทธิ์ของฉันน้อยไป คอยดู ฉันจะทำให้เธออยู่ที่เมืองนี้ไม่ได้”

“ฉันเชื่อว่าคุณทำอย่างนั้นได้แน่” เมริสายังใจเย็นที่จะต่อรองกับผู้หญิงอารมณ์ร้ายและมีปัญหาทางจิต “ฉันจะไปจากเมืองนี้ ถ้าหากว่าคุณยอมวางมือจากร้านอาหารไทยของเรา”

“เธอจะไปจริงเหรอ”

“ค่ะ ถ้าคุณต้องการ” หากเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ร้านอาหารรอดจากกรงเล็บของสุนัขจิ้งจอก และเธอไม่ต้องเสียใจไปจนตาย ที่เป็นต้นเหตุให้ร้านต้องประสบเคราะห์ร้าย “ฉันจะไปให้ไกลที่สุด”

เอมี่กวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า “รู้ไหม ทำไมฉันถึงเล่นงานเธอ ไม่ใช่เรื่องที่ร็อกกี้ลากเธอมาหาคุณพ่อแล้วบอกว่าจะแต่งงานด้วยหรอกนะ แต่เพราะเธอนอนกับผู้ชายที่ฉันหมายปอง เธอยั่วยวนเขาจนสำเร็จโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีที่หน้าห้อง โสเภณีสินะ ที่ทำแบบนี้ได้”

ฉันไม่ได้นอนกับเขาอย่างที่คุณเข้าใจ เธอคงใช้ประโยคนี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเธอไม่มั่นใจหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่กระนั้น สิ่งเดียวที่มั่นใจและถกเถียงได้

“ฉันไม่ได้ยั่วยวนเขา และเขาไม่ได้คิดจะแตะต้องฉัน” เว้นแต่ตอนที่เขาขาดสติ เธอเชื่ออย่างนั้น “ผู้ชายที่คุณหมายปอง เขาขยะแขยงฉันยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนเสียอีก”

“จริงหรือ”

“ความจริงที่เกิดขึ้นหลังประตูบานนั้น ก็คือ...” เมริสานึกภาพตามไปด้วย เธอยังจำกลิ่นลมหายใจของเขาที่รดบนใบหน้าเธอได้เลย แต่ภาพนั้นก็หายไป เพราะดวงตาเหลือกโปนของเอมี่ที่ถลึงจ้อง

“อะไร!!! บอกมาให้หมด”

“เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด เขาแค่ต้องการลองใจคุณ เขาอยากรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่”

“ลองใจฉันอย่างนั้นหรือ” คุณหนูตัวร้ายตาวาววับ ยิ้มภูมิใจในเสน่ห์ที่เจิดจรัสของตัวเอง จนสามารถสยบจอมเย็นชาได้ในที่สุด “หมายความว่าเขาเองก็คลั่งไคล้ฉันเหมือนกันสินะ”

เมริสาอดคิดไม่ได้ว่าการถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนดีๆสักแห่ง ก็ไม่ได้การรันตีว่าเด็กนักเรียนทุกคนจะฉลาดสักหน่อย เอมี่ของไคล์ เธอพูดแค่นี้ก็หลงกลเสียแล้วหรือ “เมื่อคุณจากไป เขาก็ปล่อยฉันออกมา”

“ไคล์ของฉัน คุณกำลังยั่วให้ฉันติดกับใช่ไหม” เอมี่สายตาระยิบ เนื้อเต้นไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะหัวใจที่เต้นแรงแทบระเบิดเมื่อได้สัมผัสเนื้อหนังของชายหนุ่ม เธอเองที่คลั่งเขาแทบแย่ “แน่ล่ะ คนอย่างเอมี่ ไม่มีใครอยากปล่อยไปง่ายๆหรอก ผู้หญิงสมบูรณ์แบบ ที่ทั้งสวย สาว เพียบพร้อมทุกอย่าง สง่างามราวกับเจ้าหญิง”

เธอคงไม่เคยส่องกระจกสินะ เจ้าหญิงที่ไหนชอบวิ่งไปเปิดประโปรงให้ผู้ชายมุดเล่นได้ตลอดเวลา

“ซึ่งมันต่างจากเธอราวฟ้ากับเหว เทียบกันไม่ติดเลย จริงไหม ยัยโสเภณีก้นครัว”

“จริงที่สุดค่ะ” เธอพอจะจับจุดเอมี่ได้แล้ว เธอไม่ชอบให้ใครขัดใจ สนับสนุนความคิดและคำพูดของเธอซะ ทุกอย่างจะได้จบ “ฉันตั้งใจจะอธิบายให้คุณเข้าใจตั้งแต่แรก แต่คุณไม่ฟังฉันเลยค่ะ”

เอมี่เชิดหน้า คอตั้ง หน้าอกกระเพื่อมเล็กน้อย “เอาเถอะ ฉันจะปล่อยร้านอาหารของเธอสักครั้ง ถือว่าทำบุญก็แล้วกัน”

เมริสาดีใจแทบกระโดด แต่เธอระงับอาการไว้ เอาไปฉลองกับพี่ๆน้องๆที่ร้าน 

“ขอบคุณมากค่ะ...แต่”

“แต่อะไร”

เมริสาหันมองรอบกาย แม้ไม่มีใครมองมาสักคน นอกจากเหล่าบอดี้การ์ดของเธอ และเพื่อนสองคนของเจ้าหล่อนที่ยืนกร่างอยู่ห่างๆ เธอกระซิบกระซาบ

“คุณต้องทำเป็นไม่รู้นะคะ ว่าไคล์ชอบคุณมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะอาย ไม่กล้าสู้หน้าคุณอีก”

เอมี่ฟังแล้วคิดตาม ก่อนพยักหน้า “ได้ ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้...ว่าเขาชอบฉันมาก”

เมริสายิ้ม โล่งใจ เธอโค้งให้หญิงสาว แล้วหันหลัง

“เดี๋ยวก่อน” อะไรอีกล่ะแม่คุณ เธอหันกลับมาแล้วยิ้มหวาน เป็นมิตร ทั้งที่ในใจระอุ “ถึงฉันจะยอมปล่อยร้านอาหารของเธอ แต่ฉันไม่ปล่อยเธอง่ายๆหรอกนะ”

นั่นปะไร เธอชักใจคอไม่ดีแล้ว

“ไม่ปล่อยฉัน หมายความว่าไงคะ”

“ฉันไม่ชอบขี้หน้าเธอ” เจ้าหล่อนมีสายตาร้ายขึ้นมาอีกครั้ง ยังไงเอมี่ก็คือเอมี่สินะ โง่แต่ก็เลือดเย็น “เพราะความสวยของเธอแท้ๆที่นำโชคร้ายมาให้เธอ”

“ฉันนี่นะสวย” เมริสาหัวเราะลั่นจนคนหันมามอง “คุณล้อเล่นรึเปล่า”

“หยุดหัวเราะแล้วฟังฉันให้ดีๆ” เธอตวาดลั่น “ไปจากโรมซะ!!!

เมริสาอึ้งไปหลายอึดใจ

“ฉันไม่รู้ว่าคุณถูกเลี้ยงดูมายังไง แต่คุณในวันนี้คือความผิดพลาดของพ่อแม่คุณอย่างแน่นอน” สิ้นสุดคำนั้น หน้าของเมริสาหันเพราะโดนตบไปเต็มแรง

“เธออยากจะถูกโยนลงจากเรือใช่ไหม” หญิงสาวไม่พูดเปล่า กระโจนเข้าจับตัวของเมริสาไว้แล้วเขย่าอย่างแรง แล้วดันไปจนติดขอบระเบียงดาดฟ้า “คิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ”

สิ้นคำนั้น เอมี่กดร่างของเธอลงไป เมริสาพยายามรั้ง โดยคว้าจับขอบระเบียง เธอเกือบตกจากเรือแล้ว หากสายตาไม่เห็นชายหนุ่มเสียก่อน

“ไคล์!!!



^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha