เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 16 : เธอมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






ตอนที่ 15

 

 

 

“กินด้วยกันไหม”

เธอเงียบ แต่ใจเต้นตึกตัก 

“ฉันจะไปจัดอาหารมาให้คุณเดี๋ยวนี้ค่ะ” หญิงสาวบอกเขาอย่างใจเย็น แล้วเดินกลับมายังห้องครัว ดูเหมือนทุกคนกำลังสนใจลูกค้ารายนี้เป็นพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงสมชายที่ยังยืนเม้าท์จนน้ำลายแตกฟอง พอเห็นเธอก็กรูมารุมล้อม สอบถามถึงเมนูที่ชายหนุ่มสั่งกันใหญ่ หญิงสาวทำหน้าเหนื่อย ก่อนหันไปบอกมารดา

“แกงส้มชะอมไข่ เสือร้องไห้ ปลาร้าหลน ปลาช่อนลุยสวน”

“แกหิวเหรอ” อัญชลีแปลกใจ เพราะล้วนแล้วแต่เป็นเมนูโปรดของเมริสาทั้งนั้น เธอส่ายหน้า

“สั่งให้หมอนั่น ทำให้สุดฝีมือนะแม่ อย่าให้ใครดูถูกร้านอาหารของเราได้” สิ้นสุดคำนั้น แม่ครัวใหญ่และผู้ช่วยก็บรรเลงฝีมือกันอย่างกระฉับกระเฉง ส่วนสมชายกับพวกสาวเสิร์ฟไปยืนออแน่นตรงประตูครัว คุยกันจุกจิก ระริกระรี้กันใหญ่

เมริสาทำหน้าเซ็งก่อนปั้นหน้ายิ้ม ขณะรับอาหารเมนูแรกออกเสิร์ฟพร้อมข้าวเปล่าหนึ่งโถใหญ่ 

เมื่อถึงโต๊ะ เมริสาวางโถข้าวไว้มุมหนึ่ง วางจานไข่เยี่ยวม้าผัดกระเพราลงตรงกลาง ชายหนุ่มมองอาหารด้วยสีหน้าฉงน ก่อนสูดจมูกฟุดฟิด  

“นี่เหรอ เมนูที่ผมน่าจะชอบ”

“เปล่าค่ะ นี่เป็นเมนูที่ฉันชอบ”

เธอตักข้าวใส่จานให้แก่เขา ซึ่งวางตรงหน้าพอดี แล้วเสร็จก็กลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง คราวนี้ เธอกลับมาพร้อมถาดใบใหญ่ ที่ใส่อาหารมาอีกสามชนิด

“พวกนี้ ก็เป็นเมนูที่คุณชอบเหมือนกันเหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“คุณชอบ แต่ผมอาจไม่ชอบก็ได้นะ”

เธอยิ้ม นัยน์ตาเย้ย “ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อยนะคะ”

“เดี๋ยวสิ...นั่งลง”

“ขอประทานโทษค่ะ ฉันกำลังทำงาน ผิดกฎของทางร้าน”

“ผมอนุญาต” เขาพูดพลางจับช้อนแล้วตักอาหารขึ้นมาจ่อริมฝีปาก “ถ้าไม่อร่อย ผมจะให้คุณรับผิดชอบ”

“รับผิดชอบ!!!” หญิงสาวหน้านิ่วคิ้วขมวด วินาทีนี้ เธออยากเอาถาดฟาดหัวลูกค้าจอมกวนนี่เหลือเกิน “คุณตั้งใจจะมากินฟรีก็ไม่บอกตั้งแต่แรก” เธอทำหน้าดูถูก “อ้อ...ฉันลืมไปว่าคุณเป็นพวกมาเฟีย”

เขาหัวเราะ ยื่นช้อนที่ตักอาหารเอาเข้าปากแล้วเคี้ยว

“แต่เผอิญอาหารมันอร่อยและถูกปากผมมาก” เขาเงยหน้ามองเธอ “จะยืนค้ำหัวผู้ชายอีกนานไหม”

หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็อาย “ฉันนั่งไม่ได้ ขอตัวนะคะ”

เขาคว้าข้อมือเธอไว้ หญิงสาวตกใจตาวาว เขาพูดน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันสองคนเท่านั้น “นั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”

ยืนเฉยๆ นั่งเฉยๆ อีกแล้วเหรอ หญิงสาวหันไปมองดวงมณีซึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอส่งสัญญาณขออนุญาตแหกกฎ ดวงมณีพยักหน้าหนึ่งครั้งแทนคำตอบ

“คุณกินเผ็ดได้เหรอ” เธอนั่งลงตรงข้ามเขา ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นจิบ

“ก็น่าจะได้ ร้อนปากดีแท้ เดี๋ยวคงพ่นไฟได้”

เธอหลุดหัวเราะ เขาจ้องหน้าเธอนิ่ง

“ไม่ยักรู้ว่าคุณก็มีอารมณ์ขันกับเขาเหมือนกัน”

“ผมนัดผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ สักครู่เธอจะเข้ามา” ชายหนุ่มขยับปลายเสื้อเชิ้ต ดูนาฬิกาข้อมือ “ผมต้องการความร่วมมือจากคุณ ด้วยการร้องไห้”

“ร้องไห้!!!” เธองง “คุณจะเล่นตลกอะไรคะ”

เขาไม่ตอบ จ้องไปที่ประตูร้าน “สาม...สอง...หนึ่ง...” วินาทีนั้นเอง ที่หญิงสาวผู้เป็นลูกค้ารายที่สองของวันนี้เยื้องย่างอย่างนางหงส์เข้ามา เธอแต่งชุดสวยหรูเหมือนเคยกับกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นอัลลิมิเต็ด เธอกรีดกราย กวาดสายตาที่เขียนขอบตาดำปี๋ไปทั่วร้าน

“ร้านกระจอก!!!” เธอว่าพลางหันไปทางชายหนุ่มที่ลุกยืนต้อนรับ พร้อมด้วยหญิงสาวอีกคน เมริสาหน้าเหวอ เมื่อได้เห็นหญิงสาวที่เขานัดไว้เป็นเอมี่ แบร์ลุสโคนี่ ตัวร้ายของเมืองนี้

“สวัสดีเอมี่” ชายหนุ่มผายมือให้เธอ ก่อนเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างสุภาพ เจ้าหล่อนทำหน้าเชิดหยิ่ง ขณะปรายตามองหญิงสาวอีกคนบนโต๊ะ “ขอบคุณที่คุณมา”

“อย่าขอบคุณเลยค่ะ ฉันมาด้วยความเต็มใจ” เจ้าหล่อนจิกตาใส่ มุมปากยิ้มเยาะตลอดเวลา “คุณรีบเคลียร์ทุกอย่างให้เร็วที่สุดเลยได้ไหมคะ ฉันอยากรับประทานอาหารกับคุณสองต่อสองเท่านั้น”

“เมย์...”

“คะ.......” เขาเรียกชื่อเธอแบบสนิทสนม ทำเธอประหลาดใจ

“เรื่องของเรา ที่เกิดขึ้นบนเรือ ขอให้มันเป็นแค่ความฝัน”

ความฝัน...ทุกเรื่องเลยใช่ไหม...เมริสาอึ้ง หัวใจเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เธอกำลังถูกบอกเลิกอย่างนั้นหรือ

“ลืมทุกอย่างให้หมด ต่อจากนี้ไป เราไม่ต้องเจอกันอีก”

ดวงตาสีน้ำตาลร้อนผ่าว มันพร้อมจะไหลในไม่ช้า

“คุณอย่าใจร้ายกับเธอนักสิคะไคล์” เอมี่แสร้งพูดเห็นใจ “ดูสิคะ เธอจะร้องไห้อยู่แล้ว โอ๋ๆ อุตส่าห์จับคุณได้แล้วแท้ๆ แต่คุณก็ยังไม่เอา โถ น่าสงสารจริงๆ”

“คุณหมดเรื่องจะพูดรึยังคะ” เมริสาถามชายหนุ่มด้วยเสียงเรียบเย็น ขณะสีหน้าเขายังเรียบเฉยเหมือนหลายนาทีที่ผ่านมา

“ยัง”

“เชิญค่ะ ฉันรอฟังอยู่”

“คุณมีอะไรจะพูดกับผมไหม” เขาถามกลับ

เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ไม่มี”

“อยากตบไหม”

“อย่าเลยนะไคล์” เอมี่เหวขึ้น คว้ามือชายหนุ่มไปกอดจูบ “ใบหน้าหล่อๆของคุณจะเปื้อนมือของผู้หญิงชั้นต่ำน่ารังเกียจไม่ได้”

เมริสากำหมัดแน่น หายใจแรงจนอกกระเพื่อม “ที่คุณทำแบบนี้ เพราะคุณอยากจะคบกับคุณหนูเอมี่อย่างนั้นหรือคะ” เธอถามด้วยความเจ็บปวด

“คุณไม่มีสิทธิ์จะถามผมอีกแล้วนะ”

“แต่ยังมีสิทธิ์ตบอยู่ใช่ไหม!!!

เอมี่กรี๊ดลั่น “ผู้จัดการร้านอยู่ที่ไหน ไล่นังคนนี้ออกซะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะให้คนมาทุบร้านนี้ให้หมดเลย”

ความจริงถึงเธอไม่ตะโกนเรียก คนทั้งร้านก็มาอออยู่ที่ประตูครัวเกือบหมดแล้ว ผู้จัดการร้านเองก็มานั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ตั้งแต่ยัยเอมี่มหาภัยเดินเข้ามาในร้านแล้ว มีเพียงอัญชลีเท่านั้นที่ยังอยู่ในครัว นั่งปอกกระเทียมฆ่าเวลา 

“ใหญ่โตมาจากไหนห๊า” เธอตอบโต้ น้ำตาคลอ “ยัยปัญญาอ่อน!!

“อ๊ายยยย  นี่แกด่าฉันเหรอ...ไคล์คะ นังเด็กเสิร์ฟชั้นต่ำมันด่าฉันค่ะ”

“พอเถอะเอมี่” เขาปรามด้วยความหนักใจ “คุณจะไปลดตัวมีเรื่องกับ...ผู้หญิงชั้นต่ำไปทำไม”

เมริสามองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะพูดแรงขนาดนั้น หรือว่า ความจริงแล้ว เขาคิดแบบนี้มาตลอด เมริสาน้ำตาร่วง ส่วนเอมี่หัวเราะเยาะหยัน 

“ชั้นต่ำ”

“เสร็จเรื่องแล้ว ไปกันได้รึยัง” เขาทวงคุณหนู

เจ้าหล่อนถลาเข้าไปควงแขนเขาไว้ แล้วซบไหล่ “อยากออกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาแล้วค่ะที่รัก เราไปหาร้านหรูๆบรรยากาศดีๆ อาหารแพงๆกันเถอะค่ะ อย่ามัวแต่มาจมอยู่ในที่สกปรก แล้วเราจะพลอยติดโรคไปด้วย”

ไคล์มองเมริสา ด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเอมี่ตัวร้าย ที่เกาะติดแขนของเขาไม่ยอมปล่อย

“ไปแล้วไม่ต้องกลับมานะ!!!” เมริสาตะโกนตามหลัง ก่อนหย่อนก้นลงนั่งกลับที่เดิม เธอถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทุกคนออกจากที่ซ่อน กรูกันเข้ามาล้อมหญิงสาวไว้ แล้วคำถามนับร้อยก็พุ่งมาหาเธอไม่ยั้ง จนเธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า ทุกคนจึงสลายตัว มีเพียงคนเดียวที่เดินมานั่งลงตรงข้ามกับเธอ

“อาหารพวกนี้ฉันทำสุดฝีมือเลยนะ” ว่าแล้วก็ตักข้าวใส่จาน หยิบช้อนส้อมมาหนึ่งคู่ “ไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนะเรา สักหน่อยไหม”

เมริสาพยายามคลายอารมณ์โกรธให้บางเบาลง เธอตั้งสติ ทำสมาธิ ปล่อยวาง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว  แล้วยิ้มให้มารดาเลี้ยงจนตาหยี ก่อนเอื้อมมือไปหยิบจานมาวางตรงหน้า ตักข้าวจนพูนจาน แล้วลงมือกินไม่ยั้ง   

“คนรวย ชอบกินทิ้งกินขว้าง แกว่าไหม” 

“ค่ะแม่” เมริสารู้ว่ามารดาหมายถึงอะไร หากเปรียบเธอเป็นดั่งอาหารสักจาน เธอก็คงเป็นได้แค่กระเพราไก่ไข่ดาวราคาไม่เกินร้อยบาท หรือไม่ก็หมากฝรั่งที่ไว้เคี้ยวเล่นแล้วคายทิ้ง “ยกเว้นอาหารที่แพง”

“แต่อาหารแพงบางจานแทบไม่มีประโยชน์เลย”

“มันช่วยให้พวกเขาดูดีขึ้นค่ะแม่ แต่คิดไปเองทั้งนั้น” หญิงสาวหัวเราะร่วน คนเป็นแม่หัวเราะด้วย สมชายและดวงมณีควงคู่กันเข้ามา แล้วนั่งร่วมโต๊ะด้วย

“ไม่มีลูกค้าก็ปิดร้านมันเลย” ดวงมณีพูดพลางตะโกนบอกพนักงาน “ส้มตำปลาร้า ลาภ น้ำตก ซุปหน่อไม้ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง คอหมูย่าง เอาออกมาเลย”

อาหารไทยสุดแซ่บ ทำให้บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน ไม่มีใครพูดเรื่องเศร้า แม้แต่คนที่กำลังรู้สึกเศร้าที่สุดตอนนี้ เมริสาคิดว่าถึงเธอจะโชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เธอก็ยังโชคดีที่ได้อยู่ท่ามกลางความอบอุ่นในบ้านหลังใหญ่หลังนี้  



^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha