เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 17 : เขาคือพวกมาเฟียเก็บค่าคุ้มครอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป







ตอนที่ 16

 

 

“ฉันรู้มาว่าคุณรวยมาก คุณทำกิจการอะไรหรือคะ”

เจ้าหล่อนถามขณะนั่งรถกลับจากดินเนอร์ที่ภัตตาคารหรูใจกลางโรม 

“เป็นข่าวลือกระมัง ทรัพย์สินผมน้อยนิด เมื่อเทียบกับคุณพ่อของคุณ” เขามีโรงงานไวน์และไร่องุ่นขนาดใหญ่ที่มิลาน ที่นั่นมีคฤหาสน์หลังมหึมานามว่ากุหลาบขาว ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินเขาเขียวขจีที่ล้อมรอบด้วยป่าแมกโนเลียและทิวไม้โอ๊กที่มีต้นมะกอกแซม เขาซื้อที่นั่นผ่านชื่อไคล์ คาร์โล...

แน่นอนว่านามสกุลของเขาไม่ใช่คาร์โลมาตั้งแต่แรก เขาเลิกใช้ลิมเบอร์สกี้ของบิดาตั้งแต่ที่ท่านเข้าคุกด้วยข้อหาคอรัปชั่นตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ความจริงเขาเป็นลูกชายคนเดียวของไดแอน ลิมเบอร์สกี้ และเอเดรียน ลิมเบอร์สกี้ มหาเศรษฐีชื่อดังที่คนทั้งอิตาลีลืมเลือนไปแล้ว นั่นเป็นความจริงที่เขาไม่อนุญาตให้ใครรู้...ไคล์ ลิมเบอร์สกี้หายสาบสูญไปนานมากแล้ว

“ผมรู้มาว่า ประวัติของท่านมโหระทึกมาก ก่อนที่ท่านจะประสบความสำเร็จ เป็นบุคคลแถวหน้าเหมือนอย่างทุกวันนี้”

“ท่านเก่งมากค่ะ เป็นฮีโร่ของฉันเลยล่ะ” เธอมองเขาด้วยสายตาระยิบ “ฉันว่าคุณเองก็คงไม่ต่างจากคุณพ่อในวัยหนุ่ม คุณทั้งฉลาด หัวไว และเจ้าเล่ห์”

“ผมจะถือว่านั่นเป็นคำชมแล้วกัน แต่...” เขาคงไม่กล้าเหมือนมัสซิโมผู้เก่งกาจ ผู้มีเบื้องหลังเลวร้ายที่เก็บงำซ่อนไว้ ภายใต้ใบหน้าที่ถูกตัดแต่งต่อเติมใหม่จนกลายเป็นคนละคนกับอดีต “แต่ผมคงไม่หล่อเหมือนกับท่าน”

“ไม่รู้สิคะ ฉันไม่เคยเห็นภาพในวัยหนุ่มของท่านเลย แต่ถ้าถามตอนนี้ ท่านเป็นตาแก่ที่โคตรมีเสน่ห์เลยล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้น” เจ้าหล่อนแสยะยิ้มเมื่อพูดถึงเมียใหม่ของบิดา “คงไม่มีผู้หญิงรุ่นลูกวิ่งเข้าใส่ท่านเป็นว่าเล่นหรอกค่ะ ผู้หญิงหน้าเงินพวกนั้นคงคิดว่าคุณพ่อจะยกอะไรต่อมิอะไรให้กระมัง โดยหารู้ไม่ว่า หุ้นกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัท อยู่ในชื่อของเอมี่ แบร์ลุสโคนี่ต่างหาก” แล้วเจ้าหล่อนก็หัวเราะชอบใจ

ไคล์ยิ้มมุมปาก ไม่เสียแรงที่เขาสวมสูทราคาแพง เพื่อพาหล่อนไปดินเนอร์หรูและนั่งรถเล่นชมเมือง เธอเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่เปิดประตูให้เขาเข้าชมตลอดเวลา  

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็รวยกว่าคุณมัสซิโมแล้วสิครับ”

“ก็ถ้าใครได้แต่งงานกับฉัน” เธอถือวิสาสะไล้นิ้วไปมาตรงกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา หากเป็นไปได้ เธออยากถอดสูทเกะกะของเขาทิ้ง แล้วขึ้นคร่อมเขาเสียในรถให้หนำใจ “คำว่ามหาเศรษฐีจะติดตรงหน้าผากเขาทันที”

ชายหนุ่มเพิ่งรู้ซึ้งถึงการหยามอย่างรุนแรง จากหญิงสาวที่ไม่เคยกระดิกตัวทำอะไรเลย นอกจากถกกระโปรงรอผู้ชายไปวันๆ มัสซิโมกล้าโอนหุ้นมาซุกไว้ที่ชื่อเธอได้ยังไงตั้งมากโข อาจมากกว่านายร็อกกี้หน้าอ่อนนั่นด้วยซ้ำ

“คุณพ่อคุณคงจะคัดเลือกลูกเขยน่าดู”

“แล้วยังไงล่ะคะ ถ้าฉันไม่เล่นด้วยเสียอย่าง” เจ้าหล่อนเลื่อนฝ่ามือไล้ลูบแผ่นอกของเขาอย่างช้าๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้คุกรุ่น เธอเชิญชวนเขาด้วยสายตาหิวโหย “เพราะคนที่ฉันอยากเล่นด้วย...”

โทรศัพท์ของไคล์ดังขัดจังหวะขึ้น ชายหนุ่มถือโอกาสดันตัวเธอออกห่างตัว

“ว่าไง” บอร์ดี้การ์ดคนสนิทช่วยเขาไว้แท้ๆ...เดฟ ปิร์โร่รายงานเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของร็อกกี้ มิลเลอร์ซึ่งเข้าร่วมประชุมแทนบิดาที่ซีเอนา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของมารดาผู้น่าสงสารของเขานานหลายวัน...แคทรีนา มิลเลอร์ได้เจอกับลูกชายอีกครั้ง เมื่อเขาแวะไปหาเธอและพักอยู่ด้วยสองสามวัน เดฟเข้าพักที่โรงแรมเล็กๆในปั๊มน้ำมัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนั้นสักเท่าไหร่

ในที่สุด ภรรยาคนแรกของมัสซิโม่ก็ช่วยยืนยันว่าอดีตสามีของเธอเคยมีชื่อว่า...เซบาสเตียน!!!!

“เข้าใจแล้ว...ตามนั้น...กลับมาได้แล้วโว๊ย”

“มีอะไรรึเปล่าคะ ท่าทางอารมณ์ดี” 

“ที่ผมอารมณ์ดีก็เพราะมีสาวสวยอยู่ข้างๆน่ะสิ” หญิงสาวผู้เป็นความรักของมัสซิโมหรือวายร้ายเซบาสเตียนที่เคยพรากความสุขไปจากชีวิตเขา ต่อให้เปลี่ยนใบหน้า เปลี่ยนชื่อ นามสกุล แต่ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงความจริงได้ ที่สุดแล้ว เขาก็หนีไม่พ้นตัวเอง “คุณจะรังเกียจไหม ถ้า...” 

“ในรถหรือคะ” เธอถามอย่างตื่นเต้น

“ถ้าเราจะเป็นเพื่อนกันไปก่อน...”

“เพื่อน!!” เธอพูดเหมือนคำว่าเพื่อนเป็นสิ่งอันตราย เป็นเชื้อโรคชนิดใหม่ ไม่ควรเข้าใกล้ “ทำไมล่ะคะ ก็ไหนคุณบอกว่าฉันสวย ฉันทำให้คุณอารมณ์ดี”

“คุณเป็นเช่นนั้น ซึ่งทำให้ผมตระหนักว่า ผมต้องดีพอเสียก่อน รอให้ผมรวยระดับมหาเศรษฐีเหมือนที่คุณพ่อคุณเป็น แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่ว่าเราจะเป็นอะไรกันดี”

“ว๊าว!!!” เธอทึ่งกับความทะเยอทะยานของเขาสุดๆ “ความคิดของคุณเซ็กซี่จังเลยค่ะ คุณจะทำให้ฉันคลั่งคุณไปถึงไหน คืนนี้ฉันคงจะหลับฝันดี เพราะฝันถึงคุณ”

“รถคุณจอดทิ้งไว้ที่ไหน หรือให้ผมไปส่งที่บ้านดี”

“ส่งถึงเตียงเลยได้ไหม”

“ไม่เอาน่า ผมยังไม่อยากถูกมัสซิโมยิงกบาล”

มันเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย เอมี่สุดแสนเสียดายค่ำคืนพิเศษนี้ อิ่มท้อง อิ่มใจ แต่ไม่อิ่มรัก แล้วเธอจะนอนหลับสบายได้หรือ

เมื่อเธอลงจากรถของไคล์ แล้วเปลี่ยนไปใช้รถของตัวเอง เธอไม่คิดจะกลับบ้าน แต่ขับรถตรงไปยังบ้านของชายหนุ่มที่เจอกันในบาร์เมื่อคืนก่อน...เพื่อผ่อนคลายให้หายอยากสักหน่อย

 

 

 วันต่อมา...ที่ร้านอาหารไทยยังคงเงียบเหงา

“จริงๆแล้วช่วงนี้ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนเลยไม่ค่อยกินนอกบ้านกัน”

“เจ๊รู้ได้ยังไง” เมริสากำลังล้างจาน ถามสมชายที่เดินไปมาอยู่ด้านหลัง

“อ่านหนังสือพิมพ์เจอ”

“แล้วร้านอื่นล่ะ โดนผลกระทบเหมือนเราไหม”

“เท่าที่ฉันไปเดินสำรวจมา ก็พบว่า เราชนะเลิศ”

“ห๊า!!!” หญิงสาวตกใจจนเกือบทำจานหลุดมือ “ยังมีร้านที่แย่กว่าเราอีกเหรอ”

“เปล่า...หมายถึงโต๊ะเราว่างชนะเลิศ”

“แย่แล้วๆ” ดวงมณีส่งเสียงเข้ามาก่อนตัวจะปรากฏ ทุกคนในครัวหันไปสนใจเจ้าของร้าน

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ท่าทางเจ๊เหมือนคนใกล้ตายเลย”

“มาเฟียน่ะสิ!!!” ดวงมณีชี้กลับไปด้านนอก “เดินพล่านเต็มหน้าร้านเราเลย”

ทุกคนตกใจ เว้นเมริสา “มาเฟียที่ไหนเจ๊ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยมายุ่งที่ร้านเรา เจ๊คิดมากไปเองรึเปล่า”

“ไปเชื่อก็ไปดูให้เห็นกับตาสิ”

เมริสาวางงานในมือแล้วเดินออกไปตามคำเชิญของเจ้าของร้าน สมชายเดินตามหญิงสาวไปติดๆ ทั้งคู่ยืนติดฝาผนังกระจก ช่วยกันมองหาคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคำว่ามาเฟีย

“ลักษณะของมาเฟียเป็นแบบไหนหรือหล่อน”

“ไม่รู้เหมือนกัน...ตัวสูงๆร่างบึกๆ สูบบุหรี่ ไว้หนวดไว้เครา พูดเสียงดัง ประมาณนี้มั้ง”

“แบบที่หล่อนพูดถึงน่ะ ฉันเห็นแล้วนะ นั่นไง” สมชายชี้นิ้วสั่นๆตรงไปที่ชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนคุยกันบนริมทางเดิน ท่าทางมีพิรุธ ดูลับๆล่อๆ

“ทำไงดี ฉันกลัวถูกมาเฟียข่มขืน”

“อย่ากลัวไปเลยเจ๊ ฉันจะปกป้องเจ๊เอง”

“ไม่ต้องหรอก ถ้าเกิดเรื่องขึ้น หล่อนก็ทำเป็นมองไม่เห็นไปก็แล้วกัน” หน้าสิ่วหน้าขวาน สมชายยังมีอารมณ์สนุก “ว่าแต่ คนพวกนี้ จะมาเรียกเก็บค่าคุ้มครองใช่ไหม ไม่ได้จะมายึดร้านเราใช่เปล่า”

“ไม่รู้สิ...แต่ฉันสงสัยว่าอาจเป็นคนของยัยเอมี่ก็ได้”

“ยัยนั่นมาฉกเทพบุตรของเราสองคนไปแล้ว ยังต้องการอะไรอีก คิดจะเล่นงานเรา จนเราอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆเหรอ พวกเราก็แค่ผู้หญิงที่ไร้ทางสู้”

“ถึงจะไร้ทางสู้ แต่ก็ต้องสู้สุดใจ สู้ยิบตา เพราะเราเป็นนักสู้ มาสู้ด้วยกันเถอะเจ๊” ขาดคำนั้น ประตูร้านเปิดออก หนุ่มอิตาลีสวมชุดทำงานออฟฟิศเดินเข้ามาหาโต๊ะนั่ง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เขาเลือกโต๊ะที่ตั้งชิดฝาผนังอิฐด้านหนึ่ง เมริสากับสมชายยิ้มให้กัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน 

“สนใจเมนูไหนสั่งได้เลยค่ะ”

ชายหนุ่มไล่สายตาอ่านรายชื่ออาหารในเมนู สักครู่ เขาวางเมนูลง สั่งอาหารอย่างรวดเร็ว “แกงส้มชะอมไข่ เสือร้องไห้ ปลาร้าหลน ปลาช่อนลุยสวน”

“ค่ะ รออาหารสักครู่นะคะ”

“เดี๋ยวครับ ทั้งหมดใส่กล่องกลับบ้านนะครับ” สาวเสิร์ฟรับออเดอร์เข้าห้องครัว เมื่อเจ้าหล่อนอ่านเมนู เมริสาเอะใจ อดไม่ได้ที่ย่องไปดูหน้าลูกค้าอีกครั้ง

“ไม่ใช่หมอนั่นนี่นา” เธอหมุนตัวจะเดินกลับ แต่โทรศัพท์ของร้านอาหารดังขึ้นเสียก่อน เมริสาคว้ากระบอกโทรศัพท์มาแนบหู กล่าวสวัสดีด้วยน้ำเสียงไพเราะเสนาะหู

“ขอสายเมย์หน่อยค่ะ” เสียงปรายสายทำให้เธอถึงกับแปลกใจ

“ไอริส...เธอเหรอ” เงียบ... “ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะวางแล้วนะ”

“ฉันไม่น่าทิ้งร็อกกี้เลย” ไอริสยอมพูด พร้อมกับปล่อยโฮ “ฉันอยากตาย ฉันไม่อยากอยู่ในโลกใบนี้แล้ว ฉันจะกลับมาตายที่บ้านของฉันกับร็อก ความทรงจำของฉันอยู่ที่นี่ เธอก็น่าจะรู้นี่ ความรักที่งดงามของฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างพังเพราะมือของฉันเอง!!!

พูดจบไอริสก็ตัดสายไป เมริสาอ้าปากหวอ ช็อกไปสามวินาที ก่อนจะวิ่งออกจากร้านไปอย่างเร็ว 

ลูกค้าหนุ่มหันมองตามหญิงสาว พลางกดเบอร์โทรศัพท์

“เรียบร้อยแล้วครับเจ้านาย”



^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha