เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 19 : คุณทำให้ฉันรังเกียจคุณได้สำเร็จแล้วค่ะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป







ตอนที่ 18

 

 

“ส่วนคนประเภทสุดท้ายที่ผมจะเตะโด่งออกจากชีวิต คือคนที่กล้าแตะเนื้อต้องตัวผมตอนที่ผมหลับ”

ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง เพราะข้อนี้เธอเพิ่งทำไปสดๆร้อนๆ แสดงว่าเขาไม่ไดหลับจริงสินะ ริมฝีปากของหญิงสาวสั่นพร่าไปพร้อมกับหัวใจที่ถูกกรีดเชือดด้วยคำพูดดูหมิ่น จากปากของคนที่หัวใจไร้เลือดเนื้อ

“จากคำพูดทั้งหมดทั้งมวลที่คุณกล่าวมา ฉันขอแนะนำให้คุณอยู่คนเดียวไปจนวันตาย”

“ขอบคุณที่แนะนำ” เขายกไหล่ แสดงอาการของคนยโสและอวดดี

เธอสะบัดหน้าใส่เขาแล้วเดินกลับไปที่ประตูอีกครั้ง

“แต่คุณยังไปไหนไม่ได้นะ”

“ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ชีวิตเป็นของฉัน”

“เพราะคุณบอกว่าจะตอบแทนที่ผมช่วยชีวิตคุณไว้ แค่วันเดียวเสียด้วย ชีวิตคุณมีค่าแค่วันเดียวสินะ อ้อ หมายถึงชั่วครั้งชั่วคราว หรือชั่วข้ามคืนดี” นี่เขาจะกวนโมโหเธอไปจนถึงเมื่อไหร่ เธอชักจะเกลียดเขาแล้วนะ เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้วบอกให้เธอรู้ “ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงเชียวล่ะ ผมไม่ยอมขาดทุนหรอกนะ เชิญกลับไปทำงานที่ค้างอยู่เสียให้เรียบร้อย”

เมริสาอยากจะพุ่งเข้าไปตั๊นหน้าเขาให้ยับคามือในตอนนี้เลย แต่เธอคงทำได้แค่คิด เธอนับหนึ่งถึงร้อยในใจ สูดออกซิเจนเข้าปอดแบบลึกๆยาวๆ เพื่อให้ปอดมีพลังพอไปฟอกหัวใจให้สดชื่นและเย็นลง แม้สงบโดยฉับพลันไม่ได้ แต่ยังดีกว่าเธอลงมือทำร้ายร่างกายใครหรือทำลายสิ่งของเพื่อระบายแค้น เพราะมันจะยิ่งเข้าทางเขานั่นเอง

ผู้ชายคนนี้ควรได้รับการสั่งสอน จากคนที่เขารังเกียจนั่นละ... 

ด้วยวิธีไหนนะหรือ ก็วิธีการที่เขารังเกียจนั่น      

“คุณหน้าแดงจัง คงโกรธมากสิ” เขาหัวเราะ ก่อนหันไปเชียร์บอลต่อ

เธอล่ะหมั่นไส้ คิดว่าตัวเองเจ๋งนักเหรอ ที่สามารถควบคุมคนอื่นได้ ขอโทษเถอะ เธอไม่ใช่ลูกจ้างของเขา ไม่ใช่ลูกน้องที่ต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาเสียหน่อย ทำไมต้องเดินตามตูดเขาต้อยๆด้วย 

“ชิ”

เมริสาทำความสะอาดห้องให้เขาเกือบเสร็จแล้ว เหลือเพียงห้องนอนเท่านั้น  เธอถือถังน้ำและไม้ถูพื้นเดินตรงไปที่ประตูซึ่งปิดสนิท

“หยุด” เขาตะโกนมา “ไม่อนุญาต” 

“ก็ดี” เธอคิดเอาไว้แล้วล่ะ หมอนี่โลกส่วนตัวสูง คงไม่ยอมให้ใครเข้าออกห้องนอนตัวเองง่ายๆหรอก ดีแล้ว ดีมากด้วย เธอจะได้พักเสียหน่อย ทำงานมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว

“ฉันจะไปอาบน้ำที่ห้องของไอริสและพักผ่อนที่นั่น ถ้ามีอะไรจะเรียกใช้ คุณก็ไปเคาะเรียกแล้วกัน คุณยังมีสิทธิ์ใช้เวลาของฉันอีกสักสองสามชั่วโมง” ไอริสยังไม่เรียกคืนกุญแจจากเธอ และสถานการณ์ในตอนนี้ มันอันตรายเกินไปที่เธอจะออกไปเพ่นพ่านด้านนอก ไม่รู้ว่ายังมีคนซุ่มรอทำร้ายเธออยู่รึเปล่า   

ไคล์ลุกจากโซฟา บิดเนื้อบิดตัวคลายเส้น ก่อนสะบัดคอไปมาสองสามรอบ แล้วผายมือไปที่โต๊ะอาหาร

“เยี่ยมเลย ผมขอใช้งานคุณต่อเลยละกัน เชิญนั่งที่โต๊ะ”

เธอหืดขึ้นคอ “อย่าบอกนะว่าฉันต้องป้อนข้าวให้คุณด้วย”

“เป็นความคิดที่ไม่เลวนี่” เขาหัวเราะสบายใจ มันทำให้หูของเธอขัดเคือง เขาเดินไปหย่อนก้นลงบนเก้าด้านหนึ่ง แล้วชี้ให้เธอมานั่งตัวตรงข้ามกับเขา

หญิงสาวถอนใจอย่างระอา เธอทำตามคำสั่งของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หมอนี่เป็นตัวดูดความสุขของแท้ หากอยู่ใกล้นานๆ ชีวิตของเธอคงเหลือแต่ซาก เธอทำหน้าบึ้งตึงและถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา

“มันคือคาบอร์นไดออกไซด์รึเปล่า”

“อะไรของคุณ”

“การถอนหายใจไง ถึงผมจะเป็นคนที่สุขไม่เท่าคุณ แต่ผมแทบไม่ถอนหายใจเลย” เขากำลังอวดสรรพคุณที่ดีเลิศของตัวเองอยู่ใช่ไหม คนอย่างเขาปลอบใจใครไม่เป็นหรอก “หลังเที่ยงคืนไปแล้ว คุณก็เป็นอิสระแล้วล่ะ อย่าห่วงไปเลย ผมไม่กักตัวคุณไว้เกินกำหนดหรอก”

เว้นแต่เธอจะอยู่เอง เขาไม่ได้ใจแคบนัก คนของเขาพลาดที่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายคนนั้นได้ เวลานี้ เธอยังไม่ควรปรากฏตัวในที่แจ้ง ที่เปลี่ยว หรือที่ๆคนร้ายรู้ว่าเธอจะไป...

“ช่วยกินด้วย” 

เธอหน้าเหวอเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปาก อย่างน้อยก็ยังมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง ไม่เลวจนเกินไปนัก วินาทีนี้ เขาหล่อขึ้นอีกนิดหนึ่ง “ที่ฉันกิน เพราะคุณสั่งหรอกนะ”

ไคล์ผายมือ “ตามสบาย”

ขาดคำนั้น หญิงสาวกินเอากินเอาจนเขามองตาค้าง เธอคงไม่หายใจเวลากิน “ฝีมือแม่ฉันอร่อยที่สุดเลย”

“ไหนว่ากำพร้า”

“แม่เลี้ยง พ่อแม่แท้ๆฉันเสียไปหมดแล้ว คนที่ทำอาหารอยู่ที่ร้านเป็นเมียคนที่สองของพ่อฉัน”

“เมียน้อย”

“เมียคนที่สอง ไม่ใช่เมียน้อย พ่อฉันมีแม่คนนี้ หลังจากที่แม่แท้ๆของฉันตายไปหลายปี เขาเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่เจ้าชู้เลย”

“ถ้าอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้รักแม่เลี้ยงของคุณสิ”

หญิงสาวหยุดเคี้ยวอาหาร กระพริบตาปริบๆ ตอบไงดี

“หรือเขาไม่ได้รักแม่ของคุณ แต่รักแม่เลี้ยงของคุณ”

“ความจริง ฉันไม่เคยสงสัยความรู้สึกของพวกผู้ใหญ่เลย ฉันมองแค่การปฏิบัติต่อกันของพวกเขา การให้เกียรติกัน พวกเขาทำให้ฉันรู้สึกถึงคำว่าครอบครัว”

“คุณตอบไม่ตรงคำถาม”

“คุณไม่ได้ถามแต่คุณกำลังวิเคราะห์ ฉันว่าคุณถามตัวเองดีกว่า ว่ารู้จักความรักแค่ไหน”

“ผมไม่ได้อยากรู้จักมัน” เขาตอบเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เธอเงยหน้าสบตาดุดันเจือแววเครียดนั้นด้วยความประหลาดใจ “ความรักไม่มีคุณค่าในเชิงธุรกิจ”

ยิ่งเขาพูดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเผยจิตใต้สำนึกของตัวเองออกมา ที่น่าเศร้าก็คือ เขากำลังพูดอยู่กับคนที่บูชาความรัก

“แล้วในการมีชีวิตอยู่ล่ะคะ” เธอยังให้โอกาส

เขาแทบไม่ต้องคิด “ความสำเร็จต่างหาก ที่ทำให้การมีชีวิตอยู่ มีความหมาย”

“คุณทำให้ฉันรังเกียจคุณได้สำเร็จแล้วค่ะ” เขาขมวดคิ้วจนเป็นร่อง ใจเต้นตุบๆ เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังทำสิ่งนั้นอยู่ “ชีวิตของคุณคงมีความหมายเพิ่มขึ้นอีกนิดนะคะ”

หญิงสาวหยิบแก้วน้ำมาจิบสองสามอึก เขามองทุกอิริยาบถของเธอ

“ฉันยินดีด้วยจากใจจริง ไม่สงสัยแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมคุณถึงโดดเดี่ยว”

เธอตอกหน้าเขา เขาควรจะเจ็บปวดกับมันใช่ไหม แต่เขากลับหัวเราะ แสดงเครื่องหมายของการไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่ยังไม่ถึงวินาทีสุดท้าย

“ก่อนที่คุณจะสงสัยชีวิตของผม คุณควรจะสงสัยชีวิตของคุณเองมากกว่านะ ทำไมคุณถึงมานั่งอยู่ในที่ๆคุณไม่มีสิทธิ์จะนั่ง” เขาขยับใบหน้าเข้ามาอีกนิด จ้องเข้ามาในดวงตาของเธอตรงๆราวกับจะมองให้ทะลุ “ทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้ นั่นเพราะคุณไม่เคยกำหนดชีวิตของคุณเองได้ คุณปล่อยให้ความหวังลมๆแล้งๆนำพาคุณอยู่ตลอดเวลา”

เมริสาอึ้งต่อคำพูดที่ทะลุงแทงใจของเธออยู่หลายวินาที ความหวังลมๆแล้งๆปลิวว่อนอยู่ในดวงตาของเธอ...ใช่แล้ว เธอรักผู้ชายคนนี้ รักมานานแล้วด้วย และเธอกำลังเกลียดตัวเองที่เธอรักคนไร้หัวใจคนนี้ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น



^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha