เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 22 : ผมแทบอดใจไม่ไหวแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป







ตอนที่ 21

 

 

ไคล์กลับเข้าห้องพักที่อพาร์ตเม้นต์ในสภาพอ่อนเพลีย ผลจากการขับรถระยะไกล ช่วงนี้เดฟกับโรเบอร์โต้แยกย้ายกันไปทำงานให้เขาหลายที่ เขาจึงต้องขับรถเองเพราะไม่ไว้ใจใครเท่าสองคนนี้

“ยังอยู่รึเปล่านะ” เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า เมริสายังพักอยู่ที่ห้องข้างๆหรือกลับไปที่ร้านอาหารแล้ว เขาจึงเอาหูไปแนบกับฝาผนัง เพื่อฟังความเคลื่อนไหวของคนข้างใน “ทำไมไม่ได้ยินเลยวะ!!!

ชายหนุ่มอารมณ์เสีย เดินกลับมาหยิบโทรศัพท์ ที่ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานมากดโทรออก

“ผู้หญิงคนนั้นกลับไปที่ร้านรึยัง”

“ไม่แน่ใจครับ” โรเบอร์โต้ให้คำตอบที่ไม่ถูกใจนัก “เธออาจยังพักอยู่ที่ห้องข้างๆคุณก็ได้”

“งั้นเหรอ”

“เป็นไปได้สูงครับ เพราะเมื่อช่วงกลางวัน ผมเห็นลูกชายของมันเข้าไปที่นั่นด้วย บางทีพวกเขาอาจจะอยู่ด้วยกัน..” เขาปิดโทรศัพท์ โดยที่โรเบอร์โต้ยังรายงานไม่ทันจบ

“อยู่กับหมอนั่นในอพาร์ตเม้นต์อย่างนั้นเหรอ” เขาหันกลับไปมองฝาผนังที่เพิ่งเอาหูไปแนบ “หรือว่าหาทางออกให้ร้านได้แล้ว” ทำตามคำแนะนำของเขาสินะ “แค่สามสี่วันเท่านั้น เธอเก่งขึ้นเป็นกองเลยเหรอ”

ไคล์เดินไปเปิดตู้เย็นในครัว หยิบขวดน้ำติดมือ ออกไปยืนนอกระเบียง เขาบิดฝาขวดออก แต่ยังไม่เอาเข้าปาก เขาหันไปมองระเบียงของห้องข้างๆ เห็นแสงไฟสีส้มสาดออกนอกระเบียงบางๆ 

“แสดงว่าอยู่จริงๆด้วย” แต่เปิดแค่ไฟหัวเตียงอย่างนั้นหรือ...มือเขาสั่นๆตอนยกขวดน้ำขึ้นดื่มไปสองสามอึก “ทำไมรู้สึกเจ็บๆที่หน้าอกวะ” 

เขายกฝ่ามือขึ้นลูบคลำตรงหน้าอกของตัวเอง ปรากฏว่าหัวใจของเขาเต้นช้ามากๆ เหมือนมันจะหยุดทำงานเสียอย่างนั้น

“หรือเราเป็นโรคร้าย” เขาเงยหน้าขึ้น  ยกขวดน้ำขึ้นจ่อปาก แต่ไม่ทันซด หางตาเขาเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่ระเบียง เขาหันขวับ ก็เห็นภาพที่ทำให้เขาช็อก...

เธอกับหมอนั่นกำลังนัวเนียกันอยู่อย่างสนุก โดยไม่สนใจสายตาของเขาเลยสักนิด สีหน้าของเธออิ่มสุขยามที่มีจมูกแหลมๆของชายหนุ่มซุกเข้าไปในซอกคอแล้วขยี้จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอสะท้านไหวไปทุกอณู ยามถูกฝ่ามือนั้นลูบไล้อย่างเร่าร้อน

ทว่า...เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นพลิกหน้ามาทางเขา เขาเบิกตาโตด้วยความตกใจ เพราะนั่นคือตัวเขาเอง ไม่ใช่ใครอื่น

ไคล์ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆในตอนรุ่งสางของอีกวัน ในสภาพเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว เหมือนเพิ่งเสร็จจากจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ

“ฝันหรือวะ” เขาต่างหากที่ฝัน แต่ในห้องข้างๆอาจเป็นความจริงก็ได้ ชายหนุ่มพลิกตัวนอนคว่ำ ฝังใบหน้าเข้ากับฟูกนุ่ม เพื่อสะกดให้ตัวเองหลับต่อ แต่ไม่เกินสิบวินาที เขาลุกขึ้นนั่ง ลงจากเตียง เดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์ของหญิงสาว

“รับสิวะ” เขารอปลายสายรับโทรศัพท์อย่างใจจดจ่อ ขณะเดินออกไปยืนที่นอกระเบียง “ทำไมไม่รับวะ”

เขากดเบอร์เธอเป็นครั้งที่สอง พยายามเงี่ยหูฟังว่ามันดังอยู่ในห้องข้างๆรึเปล่า

“อยู่ที่ไหน มาหาผมที่ห้องหน่อย”

เธอเลิกผ้าห่มออก แล้วควาญหาโทรศัพท์มารับด้วยเสียงงัวเงีย “ไปหาคุณตอนนี้เหรอ” ผงกหัวดูนาฬิกาแล้วอยากจะกรี๊ด “ป่านนี้เนี่ยนะ”

“ใช่ ทำไม หรือว่าทำอะไรอยู่”

“ทำอะไรอยู่งั้นเหรอ” เธออยากจะบ้า “ฉันก็นอนอยู่น่ะสิ”

เขาขมวดคิ้ว “กับใคร”

“คุณไม่รู้จักหรอก” เมริสาหันมองสมชายที่นอนกรนอยู่อีกด้านของฟูก แล้วส่ายหน้าระอาใจ

“เสียงอะไร”

“เขากรนน่ะ อย่าไปสนใจเลย คุณจะให้ฉันไปทำไมป่านนี้”

ไคล์กัดฟันกรอด อยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง หรือไม่ก็เตะราวระเบียงสักสองสามที  “ที่ร้านหมดปัญหาแล้วสินะ ถึงได้หายจ้อยไปเลย ไม่จำเป็นต้องส่งคนไปคุ้มครองแล้วใช่ไหม คุณนี่ ไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่ผมคิดเลย ให้ตาย ผมนี่ซื่อบื้อชะมัดเลย”

เมริสาลุกขึ้นนั่ง “เรื่องที่คุณซื่อบื้อนี่ฉันก็เห็นด้วยอยู่นะ แต่ใครบอกคุณว่าที่ร้านหมดปัญหาแล้ว ตอนนี้หนักกว่าเดิมอีก เมื่อคืนก่อนมีคนมาทำน้ำมันกับไฟแช็กตกที่หน้าร้าน ไม่ทราบว่าฝีมือแก๊งของคุณรึเปล่า”

ชายหนุ่มใจชื้นขึ้น “อยู่ที่ร้านเหรอ”

“อ้าว...แล้วจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน สองสามวันมานี้ ฉันต้องนอนอยู่แต่ในห้อง จนไม่รู้วันรู้คืน เพราะคุณคนเดียวที่กักตัวฉันไว้คืนนั้น ฉันเลยถูกพักงานอีกแล้ว” เธอถูกพักงานในครัว เลยมาทำงานในห้องแทน หัดเย็บโน่นเย็บนี่ไปเรื่อย “สถานการณ์ที่ร้านยังไม่ดีขึ้นเลย ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ...”  

“มาหาผมสิ ผมจะบอกว่าต้องทำยังไง” ชายหนุ่มปิดโทรศัพท์ อารมณ์ดีขึ้น กำลังจะกลับเข้าห้อง ก็เหลือบไปเห็นนายร็อกกี้เดินออกมาสูบบุหรี่นอกห้อง ท่าทางเครียดจัด 

 

ไคล์ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เดินไปเปิดประตูให้หญิงสาวหลังจากที่เธอเคาะไปหลายครั้ง

“ห้องสกปรกอีกแล้วเหรอ”

ชายหนุ่มทำหน้าขรึมต้อนรับเธอเหมือนเคย หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวบางออก ขณะเดินเข้าไปในครัว เธอเดินสำรวจดูเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองเจ้าของห้อง

“ก็ยังสะอาดดีนี่คะ”

เธอคิดว่าเขาจะเรียกค่าคุ้มครองโดยการใช้แรงงานเธออย่างนั้นเหรอ เขาอยากจะหัวเราะ

“หมอนั่นกลับมาแล้วนะ เขาอยู่ที่ห้องแน่ะ”

“ใช่ค่ะ เราโทรคุยกันแล้ว เขาตั้งใจจะย้ายเข้ามาอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์นี้เลย เพราะสะดวกเวลาเดินทางไปทำงาน”

ไคล์รู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เวลาที่เธอพูดเรื่องของหมอนั่น เพราะแววตาของเธอสดใสเกินเหตุ

“ผมไม่ได้เรียกให้คุณมาทำความสะอาด แค่อยากได้อาหารเช้าอร่อยๆสักมื้อ แล้วก็เสื้อผ้ากองโตที่วางอยู่ในห้องนอน ช่วยเคลียร์ให้หน่อยนะ”

หญิงสาวแอบมองหน้าเขาจนเต็มอิ่ม หลังจากไม่ได้เจอมาหลายวัน เขาหายไปจากชีวิตของเธอนานจนเธอคิดว่าอาจไม่ได้กลับมายืนในห้องนี้แล้วแท้ๆ

“นี่เหรอ คือความรับผิดชอบของฉัน” เธอสงสัยจริงๆนะ เพราะเธอเดาไม่ได้เลยว่าเขาจะหาประโยชน์อะไรจากตัวเธอ ความรู้ก็คงไม่ใช่ เธอยังเรียนไม่จบ “คิดถึงงานบ้านงานครัว ก็ต้องคิดถึงฉันสินะ”

เมริสาตั้งใจประชดเขา ก่อนเปิดตู้เย็น ค้นหาของสดที่จะเอามาประกอบอาหาร

“ไม่เห็นมีอะไรให้ทำเลยนี่คะ”

“ไม่มีเหรอ เป็นไปได้ไง” เขาแสร้งตกใจ เดินมายืนซ้อนหลังเธอที่หน้าตู้เย็น แล้วก้มหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของเธอ จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขาชัดหู มันทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “แล้วจะกินอะไรดี” 

เขาส่งสายตาหวานเชื่อมให้เธอ ราวกับจะกลืนกินเธอเสียให้หมดทั้งตัว เธอขยับตัวออกห่างจากเขาไปสองสามก้าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แม้ชุดของเธอจะราคาถูกกว่าบ๊อกเซอร์ของเขาหลายเท่าก็เหอะ

“ฉันอาจต้องไปซุปเปอร์มาเก็ต”

“ไม่ต้องหรอก ผมมีบะหมี่อยู่บนหลังตู้ ทำอะไรง่ายๆกินดีกว่า”

หญิงสาวหันไปมองตู้ที่เขาพูดถึง ค่อนข้างสูง เธอไม่ต้องพูดสักคำ เขารู้งาน เอื้อมหยิบบะหมี่สำเร็จรูปสามสี่ซองลงมากองบนโต๊ะกลางห้องครัว

“ทำอาหารเสร็จแล้ว ฉันขอตัวเลยนะคะ” เพราะเธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเขาพิกล วันนี้เขาดูแปลกกว่าทุกครั้งที่เจอกัน ท่าทางของเขาเหมือนคนที่ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

ชายหนุ่มสอดมือกอดอก “ไม่ได้ ยังมีเสื้อผ้าอีกกองโต ความจำเสื่อมรึไง เพิ่งพูดไปหยกๆ”

“คุณไม่ต้องห่วง ฉันจะแวะมาจัดการให้บ่ายนี้”

“ไหนบอกว่าถูกพักงานไง แล้วจะไปไหนมิทราบ” น้ำเสียงเขาไม่พอใจ “หรือว่า...มีนัดกับใคร”

“ใช่ค่ะ ฉันนัดกับร็อกกี้ไว้ เขาอยากให้ฉัน...”

ชายหนุ่มหน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด ก่อนทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ หญิงสาวตกใจรีบเข้าไปดูเขาใกล้ๆ

“เป็นอะไรคะ”

“ปวดท้อง...ปวดมาก” เขาแสดงหน้าตาเจ็บปวดเหมือนจะขาดใจ หญิงสาวหน้าเสีย หากต้องแบกผู้ชายร่างใหญ่ขนาดนี้ออกจากห้อง กระดูกเธอคงจะหักหมดทั้งร่าง

“ฉันเรียกรถโรงพยาบาลนะ”

เขาคว้าจับแขนซ้ายของเธอไว้ แล้วกำรอบแขนนั้นแน่น จนเธอรู้สึกเจ็บ แต่ก็พอทนไหว

“มีอะไรคะ”

“ไม่ต้อง...ไม่ต้องเรียกอะไรมาทั้งนั้น พาผมไปพักที่โซฟา” หญิงสาวกอดประคองร่างใหญ่หนาของชายหนุ่มไว้ แล้วค่อยๆพาเขาก้าวไปข้างหน้าทีละเล็กทีละน้อย จนถึงโซฟา เขายังกุมหน้าท้องไว้ ขณะวางร่างลงนอนเหยียดยาว สีหน้าของเขายังเจ็บปวดตอนที่พูดกับเธอ...

“ถ้าคุณมีธุระก็ไปเถอะ”  

ใจดีจริงๆพ่อคุณ

“ฉันจะไปได้ไง คุณไม่สบายขนาดนี้ ขืนปล่อยไว้แล้วเกิดคุณตายขึ้นมา ฉันจะทำยังไง” เธอวางฝ่ามือลงบนหน้าท้องของเขา เธอสะดุ้งนิดหน่อย มันแข็งอย่างกับหิน “เจ็บมากไหมคะ”

“แล้วถ้าผมเกิดตายขึ้นมาจริงๆล่ะ”

“คุณจะตายได้ยังไง หัวแข็งซะขนาดนี้”

“ใช่...ไม่ได้แข็งแค่หัวนะ”

“ขนาดปวดท้องยังพูดทะลึ่ง แสดงว่าไม่ได้เจ็บเท่าไหร่” 

เธอว่าพลางจะลุก ฝ่ามือใหญ่รวบข้อมือเธอไว้แล้วดึงให้เธอหล่นลงมาบนหน้าอกของเขา เธอตกใจหน้าเหวอ และตกใจยิ่งกว่านั้นเมื่อเขารวบกายหอมนุ่มมือของเธอแล้วพลิกเธอลงนอนด้านใต้ ทำให้ร่างกายแกร่งแสนอุ่นอยู่เหนือร่างกายของเธอ ใบหน้าคร้ามอยู่เหนือใบหน้าของเธอในระยะอันตราย 

สายตาของเขายามจ้องดวงตาสีน้ำตาล ราวกับจะสะกดให้เธอหลงใหลและยอมทำตามความต้องการของเขาทุกอย่าง หัวใจของเธอแทบระเบิดอยู่แล้ว ยามลมหายใจอุ่นซ่านรดรินลงบนริมฝีปากอิ่มสวยของเธอ หากเขาจะกดลงมาเพื่อประทับ มันลงบนเนื้อนุ่มแล้วบดขยี้เสีย ช่างง่ายดายนัก เพราะเจ้าของมันแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ 

แต่เขาไม่ทำอย่างนั้น เขาดึงใบหน้ากลับไปอยู่ในระยะที่เห็นหน้ากันชัดขึ้น เธอเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายใน 

เธอรู้สึกได้ว่าช่วงร่างของเขาที่กำลังคลอเคลียต้นขาเธออยู่นั้น กำลังเคลื่อนไหวราวกับมันมีชีวิต หน้าอกแผ่นหนาที่อยู่ห่างจากเธอแค่คืบกระเพื่อมไหวจากแรงหายใจที่ถี่ขึ้น

ไคล์เอาแต่มองเธอ ริมฝีปากของเขาไม่ยอมขยับ จนเธอเริ่มอาย เธอเบือนหน้าพาแก้มแดงแจ๋หนีไปมองด้านข้างแทน

“รู้สึกอะไรไหม” เขาก้มลงมาถามใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพล่า หญิงสาวรู้สึกสยิวไปทั้งตัว เธอแทบรอให้เขาขยับตัวออกไม่ไหว เธอดันฝ่ามือขึ้นรองรับแผ่นอกของเขา ตรงที่หัวใจของเขาเต้น “มันกำลังดิ้นพลาดๆ เหมือนกำลังต่อต้านร่างกายอยู่”

เธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด จึงหันกลับมาเผชิญแววตาร้าย

“คุณต้องการอะไร”

“แค่ร่างกาย” 

เขาพูดแบบไร้เยื่อใย ทำให้ใจที่เต้นแรงของเธอเต้นแรงขึ้นไปอีก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เพราะความโกรธที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว 

เขามีอิทธิพลต่อเธอเสมอ ดวงตาสีน้ำตาลร้อนผ่าว แต่กายอุ่นของเธอเริ่มเย็น เธอรู้สึกว่าปลายเท้าของเธอเย็นราวกับน้ำแข็ง 



^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha