เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 24 : เธอจากไปพร้อมรอยเลือด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






ตอนที่ 23

 

 

ไคล์ยืนนิ่งอยู่หลังบานประตูครู่หนึ่ง เขากำถุงยางในมือแน่น ยิ่งกว่าจะกำหมัดต่อยใครเสียอีก

“แสบจริง ๆ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกให้เขาตื่นจากอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่านของตัวเอง ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเล็ก ๆ เมื่อคิดว่าหญิงสาวย้อนกลับมา เขาหันไปเปิดประตูให้เธออย่างเร็ว

“จูเลียร์!” พอเห็นหน้าดาราสาว เขาสลดทันที  

ดาราสาวยิ้มนิดๆ “ทำไม คิดว่าฉันเป็นใครเหรอ”

“เข้ามาสิ” เธอเดินเข้าห้องตามคำเชิญ “แปลกใจที่คุณมาถึงนี่”

“ขอโทษนะที่มาโดยไม่บอก แต่ขอบุกเซฟเฮ้าส์ส่วนตัวเธอสักพัก ได้ไหม?”

“ตามสบาย  ชาหรือกาแฟดี”

จูเลียร์เดินไปหย่อนก้นนั่งลงตรงที่ๆหญิงสาวอีกคนเพิ่งลุกออกไป เขาทำหน้าแทบไม่ถูก เมื่อคิดถึงภาพตัวเองกับเธอนอนฟัดกันบนนั้นไปเกือบสิบนาที แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากระตุ้นเธอไม่สำเร็จ แถมเธอยังปล่อยให้เขาอารมณ์ค้าง หาทางระบายไม่ได้

“ไวน์ดีไหม”

“แต่เช้าเลยเหรอ” เขาเดินไปนั่งโซฟาตรงข้าม “มีอะไรรึเปล่า”  

“คุณพ่อสุดที่รักของเธอน่ะสิ”

“ฟรานเชส” เขานึกถึงชายชราที่กำลังเดินสายเล่นโป๊กเกอร์ไปทั่วโลก และดื่มด่ำกับความสุขทุกชนิดที่โลกนี้จะซื้อได้ แต่เขาก็มีเพียงผู้หญิงคนเดียวที่มอบหัวใจรักให้ “เขาทำอะไรคุณ”

“เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน” เธอถอนใจอย่างสิ้นหวัง “เขาเย็นชาจนฉันกลัว”

“ทำไม”

“มีภาพในอดีตของฉันหลุด มันเป็นภาพที่ไม่สวยสักเท่าไหร่ เหมือนฉันเล่นหนังโป๊ แต่มันไม่ใช่นะไคล์ ฉันไม่เคยทำแบบนั้น ตอนนั้นฉันถ่ายหนัง มันเป็นมุมกล้องล้วนๆ”

เขาเข้าใจ “ตาแกนั่นถือสาด้วยเหรอ” แล้วเขาก็หัวเราะ “แต่ถ้าเขาโกรธคุณ ผมว่าคุณควรจะดีใจนะ เพราะเขาหึงคุณอยู่”

“แต่ฉันเบื่อ ทำไมต้องงอนขนาดนี้ คิดว่าตัวเองจะอยู่ถึงร้อยปีรึไง แทนที่จะมีความสุขด้วยกัน”

“เอาเหอะ ปล่อยเขาไปก่อน เดี๋ยวเขาก็โทรหาคุณเองแหละ” ขาดคำนั้น โทรศัพท์ของจูเลียร์ก็ลั่นขึ้นทันที ทั้งคู่หัวเราะให้กัน หญิงสาวกลับมาเป็นต่อ เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์สายนั้นจากฟรานเชส เจ้าพ่อคาสิโนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่รัสเซีย บ้านเกิดของเขา

“ว่าแต่ ทำไมมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิง” จูเลียร์สูดจมูกฟุดฟิด ไคล์เบิกตาโต “ไปตรวจดูที่เตียงเธอดีกว่า ว่าซ่อนใครไว้รึเปล่า”

“ไม่มีหรอก!!” เขาร้องลั่น “คุณร้องไห้จนเพี้ยนแล้ว ไม่มีผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้น กลิ่นตัวผมรึเปล่า”

เธอหัวเราะขบขันกับท่าทางมีพิรุธของชายหนุ่ม หรี่ตามองอย่างสงสัย 

“แน่ล่ะ เธอไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนขึ้นเตียงเธอง่ายๆหรอก เธอหวงเตียงไว้ให้ภรรยาของเธอแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วนพวกดอกไม้ริมทาง ก็คงจะแถวๆนี้ หรือที่ระเบียง” 

จูเลียร์หัวเราะไม่หยุด เขาหน้าแดงเป็นริ้วจนปิดไม่มิด ทำอย่างไรได้ กลัวถูกตะล่อมจนหมดทางไป เลยคิดจะลุกหนี

“ไร้สาระน่า คุณจะอยู่กี่วัน ผมจะได้ออกไปซื้อของกินมาตุนไว้ให้”

เธอยกไหล่ “ยังไม่รู้ อาจรอให้พ่อเธอโทรมาสักร้อยสายก่อน”

“มากไป เดี๋ยวเขาก็ไปหาคนอื่นหรอก อย่าเล่นตัวนัก เอาแต่พอดีๆ” 

เขากัดฟันกรอด นึกถึงผู้หญิงไร้เดียงที่บูชาความรักคนนั้น ช่างไม่รู้ฐานะของตัวเองเอาเสียเลย เขาหยิบยื่นโอกาสดีๆให้แท้ๆ ยังมีหน้ามาปฏิเสธ 

คอยดูเถอะ เขาจะสั่งถอนคนออกจากร้านนั้นให้หมด คราวนี้ ไม่มีเขาคุ้มกันให้ อาจเจอเรื่องร้ายแรงกว่าการข่มขู่แบบเด็กๆก็ได้ 

“ไม่มีผู้ชายคนไหนทนผู้หญิงงี่เง่าได้นานขนาดนั้น”

จูเลียร์สะบัดหน้างอนๆใส่ชายหนุ่ม “เธออารมณ์เสียไปนะ ใครทำเหรอ หรือว่า...”

“อย่าเดา เดาไงก็ไม่ถูก”

“ยังติดต่อกันอยู่รึเปล่า”

เขาขมวดคิ้ว “ใคร”

“เมรี่...”

“เมรี่ไหนของคุณ ผมไม่เคยรู้จักใครชื่อนี้”

“น้องสาวคนนั้นไง เธอที่ปกป้องฉันน่ะ หลังจากคืนนั้น ฉันยังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นยังไงบ้าง”

เขาพอจะรู้แล้วว่าจูเลียร์หมายถึงใคร “ผมมีเรื่องจะถาม”

จูเลียร์ทำหน้าไร้เดียงสายิ่งกว่าเด็กสาวแรกรุ่น รอฟังคำถามตาแป๋ว

“คืนนั้นบนเรือ คุณเป็นคนยัดเธอไว้บนเตียงของผมใช่ไหม แล้ว...”

จูเลียร์เท้าคาง ฟังอย่างตั้งใจ คิดตาม ชายหนุ่มเริ่มอึกอักกับประโยคต่อไป

“เราก็...” อาจมีอะไรกัน “ตื่นมาในสภาพที่...น่าสงสัยว่า...”

“ฉันนอนอยู่ด้วยทั้งคืนนะ” ดาราสาวเฉลยความจริงแบบหมดเปลือก ทำเขาอึ้ง “ฉันนอนตรงกลาง ฉันกอดเมรี่ที่เมาแล้วร้องไห้ตลอดเวลาไว้ ส่วนเธอก็นอนกอดหมอนข้างจนเลื่อนตกลงไปนอนที่พื้นห้อง เธอทำอะไรหมอนข้างรึเปล่า ฉันก็ไม่แน่ใจนะ แต่เธอส่งเสียดังทั้งคืนเลย...” สายตาของดาราสาวยิ้มขำ

ไคล์อายจนหน้าแดงก่ำ

“พอ!...ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว...จะได้ไม่ค้างคาใจ!

“ค้างคาอะไรเหรอ” เธอแสร้งพูดเย้า “เธอไม่อยากรู้เหรอว่าเธอพร่ำถึงชื่อใคร...ใครน๊า”

“ผมไม่อยากรู้ ไร้สาระ ผมไปอาบน้ำก่อนล่ะ เบื่อผู้หญิงพูดมากจริงๆ”

เขาลุกจากโซฟาจะเดินเข้าห้องนอน...  

“จริงสิ ตะกี้ ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมายืนลับ ๆ ล่อ ๆ แถว ๆ หน้าห้องของเธอ” 

จูเลียร์รีบเล่าก่อนจะลืมเสีย เพราะมัวแต่ห่วงเรื่องของตัวเอง 

“พอฉันมาถึงหน้าห้องเธอและพยายามซักถาม เจ้าหล่อนรีบเดินหนีไปเลย ฉันยังไม่ทันเห็นหน้าด้วยซ้ำ หล่อนเอาแต่ก้มหน้า ไม่สบตาฉันเลย ไม่รู้ว่ามาดีหรือร้าย แต่ที่พื้นหน้าห้องเธอมีรอยเลือดด้วยนะ ไม่มากหรอก สองสามจุด”

“เลือดเหรอ!!!” เขาฟังแล้วนึกกังวลขึ้นมาทันที “ผู้หญิง...ใครกัน” เป็นไปได้ไหมที่เธอจะย้อนกลับมาเคาะประตูเขา เพราะรู้ว่าตัดสินใจผิดพลาด 

“เธอมีเลือดด้วยอย่างนั้นเหรอ!!!” 

เขาเบิกตากว้าง หายใจขาดห้วง ขมับดิ้นเร่า เมื่อคิดว่าเป็นไปได้ที่หญิงสาวคนนั้นคือเมริสา และหากเธอเป็นเจ้าของรอยเลือดนั้นจริง แสดงว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกแน่นอน ชายหนุ่มหน้าซีดเซียวไร้เลือด ตรงไปหยิบเสื้อโค้ตที่แขวนอยู่ที่ข้างฝามาสวม

“จะไปไหน???”

“ไปแถว ๆ นี้ ตามสบายนะ”

“ไหนบอกจะดื่มเป็นเพื่อน”

“ผมมีเรื่องต้องไปเคลียร์ รอก่อน อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวกลับมา”

เขาไม่รอรี รีบเปิดประตูห้อง เขาก้มมองรอยเลือดที่เปรอะอยู่เต็มพื้นหน้าห้องแล้วตกใจหน้าเสีย เขาเหยียบรอยเลือดแล้ววิ่งสุดชีวิต รอลิฟต์ไม่ไหวถึงต้องใช้ทางหนีไฟเป็นทางออก 

เขาไม่เคยรู้สึกร้อนใจเท่านี้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่าใจมันเป็นอะไร ทั้งพะวงและหวาดกลัวปนเปกันไปหมด หากหญิงสาวโดนทำร้ายจนถึงเลือดตกยางออก เขาจะทำอย่างไรดี  

“เธออยู่ไหน...เมย์!!!!” เขาลงมาจากตึก พยายามมองหา แต่ก็ไม่เจอ แน่ล่ะ หากเจ้าหล่อนยังหลบๆซ่อนๆอยู่แถวนี้และยังไม่กล้ากลับไปที่ร้าน เธอต้องไม่ให้ใครตามตัวพบ “ถ้าเห็นผมแล้วก็ควรจะออกมาสิ!!!” 

เขาคิดไปต่างๆนานา ขณะวิ่งพล่านไปทั่ว 

“เมริสา...เมย์!!!!!!!!!!!” 

เขาตะโกนเรียกเธอไปตลอดทาง แต่ไม่ว่าจะเข้าซอยไหน ลุผ่านตรอกใดไป ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ รอยเลือดให้ตามก็ไม่ทิ้งไว้  

“บ้าชิบ!!!! มัวแต่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะ!!!!” เขายืนหายใจหอบเหนื่อย ก่อนจะคิดได้ว่าเธอก็มีโทรศัพท์นี่นา ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเธอทันที

“เราก็บ้าไปเอง แม่นั่นอาจไปนั่งกินของอร่อยที่ร้านแล้วก็ได้” เขาบ่นพลางหายใจหอบ ระหว่างรอเธอรับโทรศัพท์ ทว่า... 

“ไม่รับ ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ” 

พอโทรครั้งที่สอง สายตัดขณะที่การเรียกเบอร์โทรยังไม่สิ้นสุด คราวนี้ เขาชักจะเป็นห่วงเธอขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่ปากยัง...

“ไม่ใช่เรื่องของเราซะหน่อย ฟ้าครึ้มขนาดนี้ กลับไปดื่มไวน์กับจูเลียร์น่าจะสนุกกว่า”

ไคล์หันหลัง ตั้งใจจะสาวเท้ากลับอพาร์ตเม้นต์ แต่แล้ว เขาก็ไม่สามารถทำตามร่างกายของเขาได้ เขาหันกลับแล้วเลือกเส้นทางที่นำไปสู่ร้านอาหารไทย เขาก้มมองหารอยเลือดไปด้วย วินาทีที่เขาเจอรอยเลือดบนทางเท้านั่นเอง ที่ฝนเป็นสายได้โปรยปรายลงมา ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปทั่วๆ

“เลือด...เดินผ่านแถวนี้แน่” เขาหันมองเข้าไปในร้านกาแฟร้านเดิมที่เขาเคยมานั่งรอมอร์แกน...ร้านประจำของมอร์แกนที่ใช้เป็นที่นั่งผ่อนคลายอารมณ์เสมอ และร้านกาแฟที่เธอเข้ามาหลบฝนหลบแดดอยู่บ่อยๆ โดยเลือกซื้อกาแฟที่ราคาถูกที่สุดของร้าน 

“เธอควรจะอยู่ข้างในนี้???” เขามองผ่านกระจกเข้าไป เผื่อเจ้าหล่อนจะนั่งอยู่ด้านในจริงๆ แต่ก็ไม่พบ แม้แต่เงา อย่างเธอหาง่ายจะตายไป ผมดำสลวยเงางามที่ขัดกับลูกตาสีน้ำตาลและผิวสีน้ำผึ้งของเธอ มันไม่มีใครเหมือนอยู่แล้ว เมื่อไม่ใช่ที่นี่ เขากดเบอร์ของโรเบอร์โต้ทันที 

“เธอกลับไปที่ร้านรึเปล่า ยัยหัวดำ!!!!”

คำตอบคือไม่เห็น...เขาออกคำสั่งทันที “ให้ลูกน้องที่ประจำอยู่แถว ๆนี้ ออกตามหาเธอจนกว่าจะพบตัว แล้วรายงานฉันทันที” 

เขากดวางโทรศัพท์ เพราะมัวแต่ห่วงชีวิตของหญิงสาว ทำให้เขาลืมทุกอย่าง สติของเขาเตลิดตั้งแต่ที่คิดภาพใบหน้าโชกเลือดของเธอแล้ว ไคล์ไม่คิดเลยว่า เขาจะเป็นคนดีขึ้นขนาดนี้ ถึงขนาดวิ่งเท้าเปล่าตามหาหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในอันตราย แน่ล่ะ เขาสัญญาว่าจะคุ้มครองเธอ

“ฉันไม่ปล่อยให้เสียชื่อฉันหรอก” นี่แหละ สิ่งที่ถีบเขาออกมาจากตึก โดยไม่กลัวฝนที่กำลังร่วงลงจากฟ้า

เขาก้าวต่อ อย่างไม่รู้จุดหมาย จนสะดุดบางสิ่งเข้า จึงก้มลงเก็บขึ้นมาดู ดวงตาเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งนั้น

“โทรศัพท์นี่นา...” เขาไม่รอช้าที่จะลองเปิดดูข้อมูลต่างๆในเครื่อง “โทรศัพท์ของยัยนั่นจริงๆ” ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ของหญิงสาว แล้วกวาดตาไปโดยรอบ เผื่อว่าเธอยังผ่านไปไม่นาน “เลือด!!! 

รอยเลือดซึมเปรอะเลอะโทรศัพท์เครื่องนั้นเองที่มันไหลเต็มฝ่ามือเขาขณะโดนฝนชำระ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น อาการพะอึดพะอมเหมือนจะอาเจียนเกิดขึ้นฉับพลันทันใด  

ไคล์ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยเป็นสายพลิ้วไหว วินาทีนี้ เขาเหมือนถูกตรึงอยู่ในโลกของความมืดมน เขามองไม่เห็นแสงสว่างใดๆในดวงตาเลย ทั้งที่ทัศนวิสัยยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย

หากผู้หญิงคนนั้นตายล่ะ...คำถามนี้แหละ ที่ทำให้เขาก้าวขาไม่ออก!!!




^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha