เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 25 : ในที่สุดเขาก็หาเธอเจอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






ตอนที่ 24

 

 

เขาไม่เคยเห็นความตายมาก่อนเหรอ...ไม่เลย...แต่ตั้งแต่มาอยู่กับฟรานเชส เขาพบเห็นเรื่องแบบนี้บ่อยจนเริ่มชินแล้วด้วยซ้ำ มันไม่มีอะไรใหม่ แค่ลมหายใจที่ขาดสะบั้น แค่เลือดที่ไหลออกจากร่าง แค่คนๆหนึ่ง...

โทรศัพท์ของเธอมีสายโทรเข้า ถึงได้ปลุกให้เขาตื่นจากภวังค์ เมื่อเขาเห็นชื่อของปลายสาย เขากดคิ้วจนเป็นร่อง...หมอนั่น...หรืออยู่ด้วยกันแล้ว แรงสั่นสะท้านในกายกลับเพิ่มขึ้นเมื่อคิดว่าเจ้าหล่อนอาจเดินผ่านห้องเขาไป เพื่อไปเคาะห้องของหมอนั่นแทน เขากดกรามแน่น กดรับสาย

“คุณอยู่ไหน...” ไม่ทันที่ร็อกกี้จะพูดต่อ ไคล์ตัดสายไป เขาตัดประเด็นนี้ได้แล้ว รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนกลับมาปวดหัวอีกรอบ ทำไมเขาเลวอย่างนี้ หากเธออยู่กับหมอนั่นก็แสดงว่าเธอปลอดภัยไม่ใช่เหรอ “บ้าจริงๆเลย”

ไคล์ไม่สนใจรับโทรศัพท์แทนหญิงสาวที่ยังกระหน่ำมาไม่หยุด จากรายเดิม เขาไม่รอฟังข่าวจากลูกน้อง ออกวิ่งฝ่าสายฝนไป แต่ไม่ห่างมากนัก ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากร้านกาแฟ เขาหันกลับไปมองร้านอีกครั้ง โต๊ะติดกระจกตรงด้านหน้านั้นเองที่มอร์แกนชอบนั่ง 

แน่ล่ะ เขารู้สึกได้เลยว่ามอร์แกนยังคงนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่นั่น ตาแก่ยังไม่ไปไหน เขายังคงอยู่เพื่อจะคอยตักเตือนให้เขาหยุดกระทำการที่เขาไม่เห็นด้วย 

“เคยเจอกันแล้วอย่างนั้นเหรอ”

แต่เวลานี้ เขาไม่อยากสนใจคนที่ตายไปแล้ว เท่ากับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม ออกวิ่งพลาง มองหาคลินิกหรือร้านขายยาไปด้วย เพราะเป็นไปได้เหมือนกันที่เธอจะหอบร่างที่โชกเลือดไปหาหมอหรือใครสักคนที่ช่วยทำแผลเธอได้ หรือไม่ก็ตำรวจ...เขาเดินสวนกับตำรวจสองนายที่เดินคุยกันมาหน้าเครียด เขาไม่รอช้า รีบสอบถามทันที  

“เร็วๆนี้ แถวๆนี้มีอุบัติเหตุหรือมีคนทำร้ายกันบ้างไหมครับ”

ตำรวจตัวใหญ่มองสบตากัน ก่อนคนหนึ่งจะพูด “มีสิ มีอุบัติเหตุ”

หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น

“ตรงไหนครับ แล้วเกิดอะไรขึ้น”

“รถชนหมาตายครับ”

“หมา!!!

“ครับ...หมาแก่ๆตัวสีน้ำตาลพันธ์โกล์เด้นครับ หมาจรจัดที่นอนอยู่แถวหัวมุมถนนทางโน้นครับ” เขาชี้ไป “ทางนั้นแหละครับ...ปกติแถวนั้นรถผ่านน้อย ขับไม่เร็วด้วย เกิดขึ้นได้ยังไงก็ไม่รู้ ถังขยะระเนระนาด...”

ชายหนุ่มนึกภาพหมาตัวนั้นได้ แต่ภาพหนึ่งก็ย้อนกลับมา ครั้งแรกที่เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งแล้วจำฝังใจ เธอกอดหมาตัวนั้นไว้แน่น ขณะหิมะโปรยปรายในกรุงโรมเมื่อสองปีที่แล้ว เธอให้ความอบอุ่นแก่มันอย่างไม่รังเกียจ

เธอเป็นคนที่ส่งข้าวส่งน้ำให้มันเป็นประจำ วันนั้น เธอเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่ง เธอคนนั้นก็คือเมริสา!!!

ชายหนุ่มใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงจุดที่ตำรวจให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ

“ขนาดฝนชะล้างไปบ้างแล้ว เลือดยังเยอะขนาดนี้เหรอ” 

เป็นไปได้ไหมที่เลือดที่เขาเข้าใจว่าเป็นเลือดของหญิงสาว แท้จริงคือเลือดของเจ้าหมาตัวนี้ ชายหนุ่มเห็นคนจรจัดกำลังนั่งกินอาหารอยู่ใต้หลังคาตึกอย่างเอร็ดอร่อย เขาเข้าไปสอบถามทันที  

“หมาตัวนั้นอยู่ที่ไหนครับ”

“มีผู้หญิงอุ้มหมาไป เธอเดินไปทางนั้น...” คนจรจัดชี้ไปทางหนึ่ง ซึ่งเป็นส้นทางที่นำไปสู่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สวนสาธารณะที่ค่อนข้างเปลี่ยวและร้างผู้คน เนื่องจากรอการปรับปรุง 

เขาจำได้ว่าบริเวณด้านหลังสวนแห่งนั้น มีป่ารกชัฏเล็กๆที่เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เขาเชื่อว่าเธออาจจะยืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่งในสวนนั้น ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาวิ่งอย่างรวดเร็วโดยไม่ห่วงส้นเท้าของเขาเลย

เขาใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีก็ถึงจุดหมาย ชายหนุ่มลัดเลาะเดินผ่านสวนสวยที่ดูเงียบสงบและคงขลังจากประติมากรรมปูนปั้นรูปเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยคราบสีดำและไม้เถาเล็กที่เลื้อยเลาะอาศัยอยู่ด้วย 

เขาผ่านต้นไม้สูงใหญ่หลายต้น และพุ่มกุหลาบเลื้อยขนาดยักษ์ที่กลีบดอกช้ำฝนหมดสภาพ เขาลุเข้าไปยังพื้นที่ปล่อยร้างด้านหลัง ที่ซึ่งเงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวที่สุด

“เมย์...” ในที่สุด เขาก็เจอเธอ...หญิงสาวนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้าศพหมาตัวนั้น ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอร้องไห้เสียงดังลั่นเลยทีเดียว นาทีนี้ เขาอยากเดินไปกระชากเธอแล้วด่าแรงๆ หากเป็นคนอื่นล่ะ หากเป็นคนร้ายที่ตามเธอมาที่นี่ เธอคงถูกฝังไว้พร้อมโกล์เด้นตัวนั้นสมใจ

...ฝนเริ่มซาเม็ดแล้ว ตอนที่เขาเดินเข้าไปหยุดตรงด้านหลังเธอ เวลานี้ ผมดำขลับชุ่มไปด้วยน้ำฝน เธอเปียกซกไปทั้งตัว ซึ่งไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่   

“ความผิดของฉันเองที่ดูแลคุณไม่ดี ฉันน่าจะหาที่อยู่ที่ดีๆกว่านี้ให้คุณ”

“ไม่คิดว่ามันน่าหนวกหู รบกวนคนอื่นรึไง!!!

“ที่นี่ไม่มีคนอื่นนี่!!!” หญิงสาวสวนทันควัน ก่อนจะนึกได้ว่าเธอคุยอยู่กับใคร เธอหันขวับ ตาโตเท่าไข่ห่าน 

“คุณ!!!” เธอลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ยืนห่างจากเธอแค่ก้าวเดียว เมื่อเห็นเขา ใจอยากจะโผเข้าไปกอดเพื่อให้หายเศร้า เพื่อบรรเทาทุกข์ แต่วิธีนั้นล่อแหลมเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ประหลาดๆของเธอกับเขาในเวลานี้  อ้อมแขนของเขาไม่ได้มีไว้สำหรับเธอ แต่มีไว้เพื่อผู้หญิงที่คู่ควรอย่างไอริส

“คุณรู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ที่นี่” เธอเชื่อว่าเขาตามสุนัขตัวนี้มา

“ผมรู้ก็แล้วกัน” เขาพูดเสียงเย็น เย็นยิ่งกว่าสายฝนเสียอีก “คุณแบกมันมาด้วยตัวเองเหรอ”

“มันแก่มากแล้ว ฉันแบกมันได้สบายเลย มันเบากว่าที่ฉันคิด”

“มันตายทันทีเหรอ” เขาอยากจะถามเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องสุนัข แต่ปากเขาหนักเกินไป

หญิงสาวพยักหน้า น้ำตาเอ่อไหลอีกซ้ำ ๆ เธอปาดเช็ดมันออกอย่างเร็ว “ฉันเห็นอุบัติเหตุนั้นเต็มสองตาเลย แต่ฉันช่วยอะไรมันไม่ได้ ฉันพยายามปั๊มหัวใจให้มัน...” เธอพูดพลางสะอึกสะอื้น “แต่มันก็ไม่ฟื้น...”

“คุณทำยังไงเหรอ” เขายื่นมือไปวางบนไหล่เล็ก ใจอยากจะเช็ดน้ำตาให้เจ้าหล่อนมากกว่า “อย่าบอกนะว่าคุณ...”

“ใช่ ฉันผายปอดให้มันด้วย”

ชายหนุ่มอึ้งกิมกี่ ก่อนจะส่ายหน้าระอาใจ “นี่คุณผายปอดให้หมาเหรอ”

หญิงสาวเงียบกริบ “ไม่รู้ล่ะ ฉันก็ทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้”

ชายหนุ่มมองหญิงสาวแล้วนึกสงสาร เขาดึงมือกลับจากไหล่ที่ไหวเพราะแรงสะอื้น ย่อตัวลงนั่ง จับตัวสุนัขที่เพิ่งตายไปไม่นาน ตัวของมันเย็นเฉียบ เขาพลิกดู หาร่องรอยบาดแผล ซึ่งมีน้อยมาก ภายในคงช้ำไปหมด เพราะเลือดยังทะลักออกทางปากไม่หยุด 

เขาลูบหัวของมันช้าๆ ตัวเขาเองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าหญิงสาวหรอก เพราะมันเป็นสุนัขที่เขาเองก็ดูแลอยู่เหมือนกัน เขาเคยเล่นและให้อาหารมันหลายครั้ง ความเศร้าสลดของเธอ จึงไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด

“หลับให้สบายนะ” เขาบอกมันเบาๆ หญิงสาวนั่งลงข้างๆเขา ใช้มือสวยๆลูบไล้ขนบนแผงคอของมันอย่างทะนุถนอม เธอเศร้า หมดความสดใสที่คุ้นตา “เสียใจด้วยนะ”

“ฉันจะฝังมันไว้ที่ใต้ต้นนี้แหละ” ต้นไม้ที่พอถึงช่วงฤดูออกดอก ดอกสีชมพูของมันจะบานเต็มต้น “มันจะได้อยู่ในที่สวยงามและมีความสุขกับกลิ่นหอมๆ”

“น่าอิจฉาเจ้านี่ชะมัด!!!”

เขาว่า น้ำเสียงจริงจัง



^^



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha