เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 28 : อย่ารอฉันเลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




ตอนที่ 27

 

 

“เราต้องมีความสุขให้ได้!!!” หญิงสาวบอกกับตัวเองเช่นนี้ซ้ำๆ "เราต้องเข้มแข็ง อดทนและอยู่ต่อไปอย่างมีความหวัง”

ความหวังหนึ่ง คือการหาเงินมาไถ่ถอนร้านจากดวงมณี เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ร้านนั่นจะต้องกลับมาเป็นของเธอ เธอต้องทำได้ และอีกความหวังก็คือ การมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขและเต็มไปด้วยความหวัง ไม่หวังอะไรเกินตัวแต่หวังในสิ่งที่เป็นไปได้ 

หญิงสาวยิ้มกับตัวเอง ก่อนก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์เพื่อฆ่าเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง บนหน้ากระดาษนั่นเองทำให้เธอได้รู้ข่าวเกี่ยวกับการเปิดตัวซีอีโอคนใหม่ของบริษัทอาร์แอนด์ดี ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตผู้หล่อเหลา ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลแบร์ลุสโคนี่...ร็อกกี้กลับมาใช้นามสกุลของบิดาแล้ว!!!

“ในที่สุด คุณก็เป็นมันจริงๆ” เธออดนึกถึงไอริสไม่ได้ ป่านนี้นางฟ้าจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ที่อดีตคนรักกระจอกของเธอกลายเป็นเจ้านายของเธอเสียแล้ว “คงคิดไม่ถึงล่ะสิ!” ไม่ได้เย้ยหยัน ออกจะเห็นใจ

เธอพูดไม่ทันขาดคำ...

“ร็อกคะ”

“เสียงนั่น...ไอริส” เธอหันหลังขวับ ก็ได้เห็นมาดามไอริสกำลังเดินตามชายหนุ่มไม่ห่าง ท่าทางเหมือนร็อกกี้กำลังหนีเธออยู่ มากกว่าจะเดินมาด้วยกัน 

“กำลังจะไปไหนกัน...” ไปเที่ยว ไปพักผ่อน หรือไปทำงาน ไปไหนสักที่ แต่คงไม่ใช่สายการบินเดียวกับเธอ และถึงจะใช่ ก็คงไม่ได้พบกันหรอก เพราะระดับสองคนนี้ต้องบินชั้นธุรกิจเท่านั้น

“ทำไมคุณต้องเปลี่ยนสายการบิน”

“มันเรื่องของผม” ร็อกกี้เข้มและเสียงแข็งขึ้นเยอะ

“นั่งไปด้วยกันจะทำให้คุณอึดอัดตายรึไง”

“ใช่ หายใจไม่ออก เหนื่อย”

ไอริสโกรธจนหน้าแดง แต่ยังเชิดหน้า “หรือห้ามใจไม่ไหวกันแน่”

 

“ว๊าว...ไอริสของฉันไม่เคยหมดความมั่นใจเลยใช่ไหม สุดยอด” 

เมริสากรอกตามองเพดาน เธอเคยสงสัยว่าคู่นี้จะเรียกกันยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณมัสซิโม “จากแฟน มาเป็นแม่เลี้ยง แล้วแม่เลี้ยงก็ยังรักลูกเลี้ยงมาก เฮ้อ...ชีวิตหนอ ทำไมมันยากอย่างนี้”

เมริสานึกขำ แต่ไม่ตลกหรอก เพราะถึงอย่างไร ไอริสก็คือคนในครอบครัว ถึงแม่นั่นจะไม่ยอมรับก็ตาม เธอเคารพมารดาของเจ้าหล่อนเหมือนแม่แท้ๆ ดังนั้น ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องไปใส่ใจคำพูดของคนที่ทะเยอะทะยานอย่างนั้น  

เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ไอริสจะค้นพบว่า มนุษย์ไม่อาจหนีตัวเองได้พ้น

“อย่าเดินมาทางนี้สิ” เธอภาวนาให้สองคนนั้นเดินไปทางอื่นเสีย ไม่ใช่มาหยุดอยู่ต่อหน้าเธอแบบนี้ เธอก้มหน้าจนแทบจะมุดลงในหนังสือพิมพ์เลยล่ะ เพราะไม่อยากจะเผชิญหน้ากัน เมื่อไอริสและร็อกกี้ยังคงมีปากเสียงกันไม่เลิก ไม่สิ ไอริสคนเดียวที่มีปากเสียง ส่วนร็อกกี้ เขาดูไม่ยี่ระ ไม่สนใจเธอสักนิด

“คุณพ่อของคุณมอบหมายให้ฉันไปช่วยงานคุณนะ”

“ไม่จำเป็นหรอก ผมมีเลขาของผมอยู่แล้ว” ชายหนุ่มเสียงแข็ง แต่เธอไม่เห็นว่าท่าทางของเขาเป็นอย่างไร เธอเดาว่าเขายิ้มมุมปาก “คุณควรจะอยู่ดูแล...สามีของคุณมากกว่านะ”

ไอริสหน้าบึ้ง “ท่านมีคนดูแลเยอะแยะแล้วค่ะ”

“แต่คุณมีหน้าที่โดยตรง ท่านกำลังไม่สบายอยู่ด้วย”

“ฉันก็อยากจะขัดคำสั่งของท่านอยู่หรอกค่ะ แต่ฉันจำเป็นต้องบินไปมิลานกับคุณในฐานะพนักงานคนหนึ่งของบริษัท ไม่ใช่ในฐานะ...แม่เลี้ยง!

หญิงสาวได้ฟังทั้งคู่ปะทะคารมกันแล้ว รู้สึกกดดันแทน แต่ที่กดดันยิ่งกว่าคือทั้งคู่กำลังจะบินไปมิลานจริงๆ หวังว่าจะไม่ใช่สายการบินเดียวกันนะ 

“ไม่ได้ๆ กันไว้ก่อน ดีกว่าแก้ทีหลัง” หญิงสาวหันไปมองโซนร้านค้า เธอต้องการเสื้อผ้า แว่นดำและหมวกสักใบ เมริสาไม่รั้งรอ ลุกจากที่ วินาทีนั้นเอง โทรศัพท์ของไคล์ดังขึ้นอีก เธออยากจะบ้าตาย เพราะสองคนนั้นหันมามองเธอทันที

เมริสารีบวิ่งก้มหน้าห่างออกมาเรื่อยๆ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูชื่อปลายสาย

“ยัยเอมี่!!!” นาทีนี้อยากจะฆ่ายัยนี่ให้ตายคามือจริงๆ “โทรมาทำไมอยู่ได้นะ ยังไงเขาก็คงเลือกหล่อน เพราะคนที่เขารักมีสามีไปแล้ว รู้รึเปล่า” 

เธอกราดเกรี้ยวใส่โทรศัพท์ ขณะเดียวกัน ก็ทนความอยากรู้ไม่ได้อีกต่อไป เอมี่มีธุระอะไรนักหนา เธอจึงตัดสินใจรับโทรศัพท์สายนั้น...

“ดีใจจังเลยค่ะไคล์ที่คุณรับโทรศัพท์ซะที ตอนนี้ฉันคิดถึงคุณแทบคลั่งแล้ว คุณจะปล่อยให้ฉันลงแดงตายไปจนถึงเมื่อไหร่ค่ะ ฉันรอให้คุณรวยๆๆๆๆต่อไปไม่ไหวแล้วนะ ไคล์ที่รัก ฉันอยากจะแต่งงานกับคุณจริงๆนะคะ...หุ้นของฉันและทุกๆอย่างจะเป็นของคุณทั้งหมด เราแต่งงานกันนะคะ!!!

ขอแต่งงาน!!! ธุระของยัยเอมี่ทำให้มือที่กำโทรศัพท์ไว้ทิ้งลงข้างตัว หูของเธอยังได้ยินเสียงแว่วๆของแม่ตัวร้ายอยู่เลย

“เราแต่งงานกันนะคะ” ถ้าเขาเป็นคนรับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง เขาจะตอบเธอว่าอย่างไร เธอเดาความคิดเขาไม่ออกเลย ตอนอยู่บนเรือ เขาปั้นเรื่องจนเอมี่เข้าใจผิด คิดว่าเขากับเธอมีอะไรกัน ถึงขั้นจูบโชว์ 

แต่พอลงจากเรือ กลับพาหล่อนมาดูละครที่ร้านอาหารไทยกับฉากเสียน้ำตาของเธอ คนไม่เคยคบกัน แต่มาบอกเลิกกัน เพื่อให้หญิงสาวอีกคนเชื่อ ไคล์กับเอมี่ สองคนนี้ถ้าแต่งงานกัน เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะอยู่กันยังไง ร้ายกับร้ายทั้งคู่!!!  

“สนุกกันใหญ่ล่ะ” เธอได้แต่ถอนหายใจ เสียดายความหล่อของเขา เสียดายสายตาร้อนแรงคู่นั้นที่ซ่อนความอบอุ่นเอาไว้ เสียดายหัวใจของเธอที่ดันแอบไปยกให้เขา คนที่ไม่เห็นค่าความรักและออกจะขยะแขยงด้วยซ้ำ “ยังไงก็ ขอให้มีความสุขมากๆก็แล้วกัน แต่ฉันคงไม่ไปร่วมงานด้วยหรอกนะ”

เมริสาได้ของที่ต้องการแล้ว เธอตรงไปยังห้องน้ำ ก่อนอื่น เธอต้องล้างหน้าเสียหน่อย เพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่างน้อย เมื่อถึงมิลาน คนที่มารับเธอที่สนามบินจะได้ดีใจที่เห็นเธอยิ้มสวยๆ

“เมย์!!!” เสียงเรียกดังมาจากด้านหลังของเธอ เมริสาหยุดชะงักแล้วค่อยๆหันกลับมามอง ไอริสยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเธอที่มองมา ดูไม่ค่อยยินดียินร้ายสักเท่าไหร่ที่ได้เจอกัน “มาสนามบินทำไม กำลังจะไปไหน”

พอเห็นหน้าก็คาดคั้นทันทีเชียว เธอมีสิทธิ์ไม่ตอบนะเนี่ย “ฉันจะไปอยู่ที่อื่นสักพัก”

“ไปไหน!!! แล้วแม่ล่ะ!!!” เจ้าหล่อนตะคอกอย่างลืมตัว ก่อนจะปิดปากตัวเอง แน่ล่ะ ประวัติของเธอไม่เคยมีเชฟอาหารไทยอยู่ในนั้น เธอเป็นลูกสาวไฮโซผู้ดีจากเมืองไทย “ร้านอาหารล่ะ ไม่ทำงานที่นั่นแล้วเหรอ”

เมริสายิ้มขำ “เธอ...เอ๊ย!!!  มาดามลืมไปแล้วหรือคะว่าฉันเป็นแค่โสเภณี”

ไอริสหน้าหงาย หน้าง้ำ หน้าเสีย และน่าจะไม่พอใจมากที่โดนตอกกลับ “บอกฉันมา ว่าเธอกับร็อก แอบคบกันตั้งแต่ตอนไหน และเคยนอนกันกี่ครั้ง ยัยคนทรยศ!!”

“ใครกันแน่ทรยศ”

“นี่...แกแอบเป็นชู้กับเขามาตั้งนานแล้วใช่ไหม ไม่อย่างนั้น เขาจะลากแกมาสารภาพต่อหน้าคนทั้งงานได้ยังไง”

เมริสามองใบหน้าตื่น ๆของไอริสด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ “ฉันยังจำได้นะ ว่าวันนั้น เธอพูดเองว่าเขาทำลงไปเพราะเขาประชด เพราะเขาหึงเธอ แล้วทำไมวันนี้ถึงมาคาดคั้นฉันด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกล่ะ”

เธอไม่คิดเลยว่าไอริสจะร้ายขนาดนี้ เธอต้องเป็นคนถูกเท่านั้นใช่ไหม ส่วนคนอื่นผิดหมด

ไอริสหน้าเสีย เธอยอมรับแล้วล่ะว่าความเย็นชาจากร็อกกี้ที่มอบให้เธอตลอดเวลา หลังจากที่เธอเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว มันทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบรับไม่ไหว ที่ร้ายกว่านั้นคือ เขาบอกกับเธอว่าจะไม่แต่งงานกับใคร นอกจากเมริสาเท่านั้น

“เธอร้ายกว่าที่ฉันคิดนะเมย์ ไปทำอีท่าไหน ร็อกถึงได้ติดอกติดใจขนาดขอแต่งงาน ทั้ง ๆที่..” เขาไม่เคยเอ่ยปากขอเธอแม้แต่ครั้งเดียว

“เธอคงทำงานหนักไปนะไอ ถึงได้คิดอะไรเป็นตุเป็นตะ แล้วก็ฟุ้งซ่านสุดๆ” 

เมริสาเดินผ่านหน้าไอริสเพื่อเข้าห้องน้ำ เธอทิ้งท้ายสองสามประโยคให้เจ้าหล่อนได้เจ็บใจเล่น 

“อยากรู้ว่าฉันทำท่าไหน ก็ลองไปถามร็อกดูเอาเองล่ะกันนะ เพราะฉันเองก็จำไม่ได้” 

เธอรีบผลุบเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูแน่น เพราะกลัวจะถูกตบ แน่ล่ะ ยั่วซะขนาดนั้น แต่มันสะใจนี่นา ไอริสกำหมัดแน่น เกือบจะร้องกรี๊ดออกมาแล้ว หากไม่ใช่เพราะมีสาวๆกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา

“ฝากไว้ก่อน!!!  ได้เห็นดีกันแน่!!!” ไอริสออกจากห้องน้ำไปได้สักพัก เมริสาถึงออกมา เวลานี้ เธอสวมหมวกสวมแว่นตาดำเรียบร้อย เธอเดินออกจากห้องน้ำอย่างสบายอกสบายใจ โดยคิดไม่ถึงว่า...

 

“นังตัวดี!!! แล้วไอริสก็กระโจนเข้าตะครุบตัวเมริสาที่บริเวณทางไปห้องน้ำนั่นเอง ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยง ตบซ้ายตบขวากันจนหน้าเยิน ผมยุ่งเป็นกระเซิง แต่คนที่ได้เปรียบกว่ากลับเป็นเมริสาที่ชำนาญการตบมากกว่า แม้ในชีวิตจะตบคนไม่กี่ครั้ง 

"นี่!!!" เมื่อเธออยู่บน ไอริสที่เสียเปรียบก็กรี๊ดลั่น "อร๊ายยยยย" ผู้คนที่เดินอยู่แถวนั้น พากันมองด้วยความสนใจ บางคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้แล้วหัวเราะสนุกสนาน ไม่มีใครคิดจะเข้ามาห้ามสักคน

“แกแย่งผัวฉัน นังเมย์ แกตาย!!!

“ขอตบมาดามสั่งสอนหน่อยเหอะ” เมริสาง้างมืออีกครั้ง แต่ไม่ทันได้ตบ รปภ.สนามบินสองนายวิ่งมาอย่างเร็ว คนหนึ่งคว้ามือหญิงสาวที่นั่งคร่อมด้านบน แล้วลากออกมาพร้อมมัดตัวเธอไว้ เมริสาดีดดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุด ส่วนรปภ.อีกนายตรงเข้าจะจับตัวไอริสไว้  

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!!!” เจ้าหล่อนวิ่งโร่เข้าไปตบเมริสาอีกสองสามครั้ง เมริสาทนไม่ไหว ยกเท้าขึ้นแล้วถีบหน้าท้องไอริสไปเต็มแรง ส่วนเท้าหนึ่งกระทืบลงบนเท้าของ รปภ. จนเขาร้องลั่น 

"ฮึ่ย!!!"  หญิงสาวหลุดจากพันธนาการแล้วตรงเข้าไปหาไอริสอีกครั้ง วินาทีนั้นเอง บอร์ดี้การ์ดของไอริสตรงมาหาเธอ จับแขนเธอไว้แล้วเหวี่ยงด้วยความแรง 

"ว๊ายยยยยย"  เมริสาถลาล้มไปไกลหลายช่วงตัว หางคิ้วไปโดนเหลี่ยมเสาจนแตก เลือดไหลซิบ  "โอ๊ย!!!"

บอร์ดี้การ์ดเข้าช่วยไอริส จับตัวขึ้นแล้วประคอง เธอสะบัดตัวออก มองเขาตาเหี้ยม “ทำไมเพิ่งมา!!!” เธอเชิดหน้าที่ยับเยินขึ้น ก่อนหันมองเมริสาที่นั่งกุมแผลที่หางคิ้วบนพื้นมันวาว “ฉันเกลียดแก!!!

“มีอะไรกันน่ะ!!!” ร็อกกี้โผล่เข้ามา พอเห็นสภาพของสองสาวแล้วเขาแทบจะหันหลัง “ให้ตายเหอะ...เกิดอะไรขึ้น!! 

ชายหนุ่มส่ายหน้าระอาใจ ยกสองแขนขึ้นซ้อนทับเป็นเครื่องหมายกากบาท ขอให้ทั้งคู่สงบศึก ไอริสปั้นหน้าเศร้า แสร้งร้องไห้โฮ เดินกะเผลกตรงเข้ามาหาเขา เพื่อให้เขาปลุกปลอบและตระกองกอดพาออกไป แต่ชายหนุ่มกลับเดินผ่านหน้าเธอไปหาคู่กรณีของเธอแทน แล้วสอบถามละล่ำละลัก

“เมริสา คุณเองเหรอ ได้รับบาดเจ็บนี่” เขาเอื้อมมือไปจับแผลที่หางคิ้วของเธอ หญิงสาวหลบวืด ไอริสอึ้ง หันหลังกลับมามองทั้งคู่ด้วยสายตาคลั่งแค้น อดีตคนรักของเธอไม่แยแสเธอเลยแม้แต่น้อย กลับไปเอาอกเอาใจคนที่เขาเคยรังเกียจเดียดฉันท์ 

ไอริสน้ำตาเอ่อ ตัวสั่น ความเสียใจน้อยใจประดังประเดเข้ามาเหมือนสายฝนเมื่อตอนกลางวัน เจ้าหล่อนทนไม่ไหว สะบัดหน้าใส่ทั้งคู่แล้ววิ่งออกไปจากบริเวณนั้น  โดยมีบอดี้การ์ดวิ่งตามหลังไป

ร็อกกี้สีหน้ากังวลและห่วงใย “รีบไปหาหมอกันเถอะ”

“ไม่เป็นไร แผลเล็กนิดเดียวเอง หาพลาสเตอร์ยาแปะก็หมดเรื่อง”

เขาคว้ามือเธอมาจับแน่น สายตาร้อนรน

“คุณคงเจ็บน่าดู ผมน่าจะมาเร็วกว่านี้”

เมริสาดึงมือกลับ “ฉันว่าคุณรีบตามแม่นั่น...เอ่อ...คุณไอริสไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะตกเครื่องเอา”

“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะทำแผลเสร็จ”

“อย่าให้ฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณเสียเลยนะ อย่าให้ฉันเป็นตัวถ่วงของคุณเลย”

“ตัวถ่วงอะไรกัน เห็นคนที่รักได้รับบาดเจ็บแล้วนิ่งดูดาย ไม่สนใจ ไม่แคร์ ปล่อยให้เธอช่วยเหลือตัวเอง เพราะว่าต้องรีบไปประชุม” เขาหัวเราะเครียดๆ “ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

“ตอนนี้ไอริสไม่ได้อยู่ที่นี่ คุณไม่ต้องแสดงละครว่ารักฉันก็ได้”

ร็อกกี้กรอกตาไปมาด้วยความเซ็ง เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจเสียทีว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก “คุณคิดว่าผมเลวตลอดเวลาเลยใช่ไหม ผมจะต้องไปแก้แค้นเธอให้ได้อะไรขึ้นมา ผมต้องการเธอคนนั้นคืนจากพ่อของผมอย่างนั้นเหรอ เมียพ่อผมนะ ผมจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย ผมรักคุณมาตลอด ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง ผมไม่สน ไม่แคร์ด้วย ผมอยากปกป้องคุณ เมื่อก่อนผมทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ทำได้แล้ว ช่วยรับโทรศัพท์บ้าง ไปกินข้าวด้วยกันบ้าง เจอกันบ้าง แค่นี้เอง ไม่ได้เชียวเหรอ?”

เธอฟังจนหูชา เข้าใจที่เขาพูดทุกอย่าง และเธอเชื่อว่าเขาพูดจริงทุกคำ แต่เธอผิดเองที่ทำใจให้อยู่ใกล้กับอดีตคนรักของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนน้องสาวไม่ได้ 

“เอาเป็นว่า ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ หน้าฉันเยินขนาดนี้ เดี๋ยวคนจะตกใจเอา” เมริสาหันหลัง แล้วถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

“ผมจะรอนะ”

“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ” เพราะเธอคงตกเครื่องเรียบร้อยแล้ว เธอคงต้องไปสถานีรถไฟ

“เมย์”

“เอาเป็นว่า ฉันจะเป็นฝ่ายติดต่อคุณไปเอง ฉันสัญญาว่าฉันจะไปกินข้าวกับคุณบ้าง เวลาที่ฉันอยากกินของแพง ๆ” เธอหันหน้ากลับมาหาเขา แล้วส่งยิ้มตาหยี “เตรียมเงินไว้เยอะ ๆนะ เพราะฉันกินจุมาก”




^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha