เกมหัวใจมาเฟีย

โดย: กาญจนวณิช



ตอนที่ 31 : เธออยู่ไหนยัยหัวขโมย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป





ตอนที่ 30

 

 

“ว่าไงคะ เขาจะมาเมื่อไหร่คะ?”

“ไม่รู้  ไม่มีใครรู้  นอกจากตัวเขาเอง บางครั้งเขามา เรายังไม่รู้เลย เขาก็กลับไปเสียแล้ว  แต่ถ้าครั้งไหนเขามานอนที่คฤหาสน์ เราทุกคนจะมีความสุขมาก”

“เขาคงมีบ้านหลายหลัง บ้านนี้คงเป็นแค่ที่พักตากอากาศ”

“ไม่ใช่!!!” รอล่านึกถึงเจ้านายของเธอแล้วก็สงสารจับใจ เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เธอจำได้ว่าตอนเด็ก คุณหนูร่าเริงสดใสเหมือนเด็กทั่วไปนั่นละ ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ “เจ้านายรักบ้านหลังนี้ที่สุด เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณแม่เธอ เพราะงั้น ทุกอย่างในบ้านนี้จึงยังเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่”

เมริสาเข้าใจแล้ว ว่าทำไมบ้านถึงดูเงียบเหงาเช่นนี้นัก

“นี่ห้องพักของเธอ!” รอล่าผายมือไปข้างใน หญิงสาวชะโงกหน้าผ่านประตู เห็นห้องขนาดกลางๆ ที่มีเตียงขนาดสามฟุตสองหลังวางอยู่ โดยชิดฝาผนังคนละด้าน มีตู้เสื้อผ้าสองตู้ โต๊ะนั่งสองตัว มีระเบียงเล็ก ๆเอาไว้ตากผ้า ทุกซอกทุกมุมดูสะอาดเรียบร้อย โต๊ะกลางห้องมีอุปกรณ์เกี่ยวกับการตัดเย็บ และที่รองรีดผ้าวางเคียงคู่ 

“นั่นไม่ลี่”

รอล่าชี้ไปที่เตียงทางด้านขวามือ มีหญิงสาวผอมกะหร่องคนหนึ่งนอนอยู่ เมื่อเจ้าหล่อนรู้ว่ามีคนมาเปิดห้อง ก็รีบลุกขึ้นนั่ง หันไปจับไม้ค้ำยัน เพื่อจะเดินมาหา

“ไม่ต้อง” รอล่าร้องห้าม “เพนนี นี่เพื่อนร่วมห้องของเธอ”

เจ้าของห้องจ้องหญิงสาวผู้มาใหม่ด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะนอนลงเหมือนเดิมแล้วหันหลังให้ นี่เป็นการบอกว่าเธอไม่ต้อนรับรึเปล่า?

 

“ฉันชื่อเมริสานะ” เธอทักทายด้วยการบอกชื่อ “แค่บอกให้รู้เท่านั้นเอง เผื่อใครถามเธอ จะได้บอกเขาถูกว่าเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเธอชื่ออะไร” 

หญิงสาวเดินไปเปิดดูตู้เสื้อผ้าของเธอ ข้างในมีชุดฟอร์มสาวใช้แขวนอยู่สองชุด เหมือนรอคอยให้เจ้าของมาสวมใส่ ซึ่งก็คือเธอเอง  

“ฉันไม่มีเสื้อผ้ามาเลย ของใช้ก็ไม่มีสักอย่าง ถ้าฉันจะออกไปซุปเปอร์มาเก็ตหรือตลาด ฉันต้องไปขึ้นรถที่ไหน”

ไม่มีทางที่หญิงสาวคนนั้นจะตอบเธอหรอก เจ้าหล่อนไม่หือไม่อือ แถมยังส่งเสียงฟึดฟัดรำคาญใส่เธออีกต่างหาก เมริสาไม่ได้รอคำตอบจากเจ้าหล่อนหรอก เธอถอดเสื้อโค้ตออก แล้ววางไว้บนเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อเช็ดหน้าเช็ดตาให้สะอาด ร่องรอยถูกตบยังคงอยู่ แผลบนหน้าผากก็ยังเห็นชัด 

"เฮ้อ...." เห็นหน้าตัวเองแล้วก็อดนึกถึงไอริสไม่ได้ ป่านนี้เจ้าหล่อนเองก็คงต้องแต่งหน้าหนาเตอะเพื่อเข้าประชุมเหมือนกันล่ะ

“ทำงานกะกลางคืนคงเหงาน่าดู ความจริงไม่ต้องบอกกฎฉันก็ได้ เพราะฉันคงไม่ได้พูดกับใครและไม่มีเรื่องอะไรให้หัวเราะเลย” แล้วเธอนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ เพราะคุณผู้หญิงของคฤหาสน์หลังนี้เสียชีวิตไปแล้วไงล่ะ 

“หวังว่า...จะไม่มีเจ้านายโผล่มาให้รับใช้นะคะ ฉันบอกตรง ๆ ฉันไม่ใช่คนขี้ประจบสอพลออะไร เพราะฉะนั้น ปล่อยให้ฉันทำงานของฉันไปอย่างราบรื่นนะคะ ขอบคุณมาก ๆค่ะที่เข้าใจ”

หญิงสาวจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ เธอเห็นเพื่อนร่วมห้อง นั่งตรงโต๊ะเล็กกลางห้อง มือสองข้างถือเสื้อโค้ตตัวนั้นไว้แน่น สายตาของเจ้าหล่อนมีแววประหลาดยามมองหญิงสาวผู้มาใหม่ แต่เจ้าหล่อนก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากส่งเสียงครางงึมงำในลำคอ  

“เธอจะทำอะไร?” เมริสาเดินไปยืนต่อหน้า ย่อตัวลงแล้วยื่นมือขอรับเสื้อคืน “เสื้อตัวนี้ เจ้าของค่อนข้างดุเหมือนหมาล็อตไวเล่อ แถมราคายังแพงมาก ๆด้วยนะ ถ้าเป็นไปได้ เธออย่า...”

เจ้าหล่อนยื่นคืนให้แต่โดยดี แล้วก้มหน้าก้มตาเย็บซ่อมปลอกหมอนต่อ เมริสาอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าหล่อนอยู่อย่างไรโดยไม่พูด ไม่ยิ้ม และไม่ไปไหน เธอคิดพลางหันมองเสื้อผ้ามากมายที่พับเป็นชั้นบ้าง แขวนบ้าง จัดวางอย่างเป็นระเบียบที่มุมห้อง ตรงนั้นมีจักรเก่าๆหนึ่งตัวตั้งอยู่ เธอเห็นแล้วก็อดเนื้อเต้นไม่ได้ 

“นั่นจักรเย็บผ้าของใครเหรอ”

เพนนีทำเหมือนหูหนวก ทำงานในมือต่อไปอย่างใจเย็น

“ใช้ได้รึเปล่า...ไม่พูดใช่ไหม...ถ้าอย่างนั้น ฉันขอใช้มันละกัน” เธอหันมองกองผ้าด้วยสายตาเปี่ยมหวัง “ฉันรู้แล้วว่าฉันจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนใส่” 

สิ้นสุดคำนั้น เจ้าหล่อนก็กระโจนเข้าไปนั่งที่หน้าโต๊ะจักรทันที

“มันเสีย!!!” เพนนีเอ่ยเป็นคำแรก และคำที่สองตามมา “อย่าไปยุ่ง!!!”

แต่เมริสาไม่สนใจ ตรวจดูจักรด้ายสายตาคร่าวๆ ก่อนจับตรงโน้น แตะตรงนี้ อย่างตรวจตรา 

“อาการไม่ได้แย่มากหรอก ซ่อมนิดเดียว เดี๋ยวก็ใช้ได้แล้ว”  เพนนีฟัง แต่ไม่พูดอะไร “ชุดแบบฟอร์มแม่บ้าน เธอคงตัดเย็บเองสินะเพนนี  ฝีมือตัดเย็บของเธอปราณีต มากเลยนะ ระดับมืออาชีพ แบบนี้ตัดเย็บเสื้อผ้าขายได้สบายเลย”

แต่ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะไม่ใส่ใจคำพูดของหญิงสาวเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว เมริสาใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถซ่อมจักรตัวนั้นได้สำเร็จ เธอดีใจร้องลั่น เพนนีถึงเงยหน้ามองเธอด้วยความงุนงง 

เมริสาหยิบเศษผ้าจากกองผ้าใกล้โต๊ะจักรเย็บขึ้นมาสองสามชิ้น จากนั้นก็จัดการเย็บเสื้อสำหรับใส่ลำลองได้หนึ่งตัวจากเศษผ้าเหลือใช้ โดยใช้เวลาไม่นานนัก

“เสร็จแล้ว  ลองใส่ดูดีกว่า” เจ้าหล่อนถอดเสื้อที่สวมอยู่แล้วโยนทิ้ง จนร่างเหลือแต่ชุดชั้นในตัวเดียว เพนนีตาลุกวาว ก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นมาอีก เมริสาสวมเสื้อที่เธอเย็บอย่างคล่องแคล่ว “พอดีเลย สวยด้วย ขายได้ชัวร์....เฮ้อ....” 

ชื่นชมฝีมือตัวเองเสร็จ ก็เดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียง ดวงตาสดใสเริ่มอ่อนล้า ยามเหม่อมองเพดานที่วางเปล่า เธอคว้าหยิบเสื้อโค้ตขึ้นมาห่มเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ความหนาวที่ยิ่งกว่าเนื้อหนัง คือหัวใจของเธอ 

"อ่า...."  หญิงสาวกอดเสื้อไว้แนบแน่น วินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ลั่นขึ้น เธอรีบค้นหามันในกระเป๋าเสื้อโค้ตทันที  

“ไคล์!!....” นึกว่าจะลืมกันเสียแล้ว หญิงสาวจำต้องกดรับสาย เพราะมีเรื่องต้องแจ้งให้เขาทราบก่อนเขาจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ “ฉันกำลังจะไปส่งของให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ ไม่ต้องใจร้อนไปหรอกน่า คุณไม่มีเสื้อจะใส่รึไง!!!”

เพนนีเงยหน้าจากงานในมืออีกครั้ง คราวนี้เจ้าหล่อนเอาแต่จ้องเพื่อนร่วมห้องแบบไม่กระพริบตา เธอทั้งสงสัยและแปลกใจหนัก ทำไมหญิงประหลาดคนนี้จึงสวมเสื้อของเจ้านาย แถมยังคุยโทรศัพท์กับเขาด้วยภาษาไม่สุภาพ

 

 

ชายหนุ่มนั่งอยู่ในร้านอาหารไทยที่โรม เขาคิดถูกจริง ๆว่าเขาจะต้องเกลียดตัวเองที่ติดต่อไปหาหญิงสาวแสนโง่จอมจุ้นคนนั้นอีกครั้ง

“พูดจาให้มันดี ๆหน่อย ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ” เขาทำเสียงดุ เข้ม เข้ากับสีหน้า ท่าทางที่ดูขรึมและเนี๊ยบไปทั้งตัว เขานั่งเพียงลำพัง ส่วนบอดี้การ์ดสองนายยืนคอยอยู่หน้าร้าน “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน?”

เมริสาหยุดพูดมาก แล้วนิ่งคิด เธอควรจะอยู่ที่ไหนดี “ฉันอยู่ที่บ้านเพื่อนของฉัน คุณไม่ต้องกังวลหรอก ฉันกำลังจะออกไปส่งของให้คุณที่ไปรษณีย์ ฉันรู้ว่ามันสำคัญกับคุณมาก และฉัน...”

“ผมถามคุณว่าอยู่ที่ไหน ไม่ได้ยินรึไง”

“เอ่อ ฉันอยู่ในที่ปลอดภัย มันเป็นเซฟเฮ้าห์ส่วนตัว”

“เซฟเฮ้าห์!!!” เขาอยากจะหัวเราะ คนอย่างเธอจะมีเซฟเฮ้าห์ได้อย่างไร “อยู่กับใคร”

“คนที่ไว้ใจได้แน่นอน” แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า.. “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”

ชายหนุ่มอึ้งไป รู้สึกโกรธกับคำถามของหญิงสาวอย่างไม่มีเหตุผล 

“ ไม่เกี่ยว และจะไม่มีวันเกี่ยวด้วย ทั้งโทรศัพท์และเสื้อที่คุณเคยใช้ของผม ผมจะเอาไปบริจาค”

หญิงสาวแสยะริมฝีปาก อยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด “เอางี้ ถ้าคุณคิดจะบริจาคอยู่แล้ว ฉันจะ...”

“ก็ได้!!!” เขาพูดสวนขึ้น เพราะคิดว่ารู้จักเธอดีในระดับหนึ่งล่ะ  “คุณจะรับของบริจาคไว้เองใช่ไหม ไม่มีปัญหา แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องดูแลรักษาของให้ดีที่สุด ห้ามเปลี่ยนเบอร์ด้วย เพราะผม...”

“ไม่....ฉันจะเอาของไปบริจาคให้เอง ฉันจะลงชื่อคุณเป็นคนบริจาค ส่วนโทรศัพท์ของฉันที่อยู่กับคุณ ถ้ามันไม่ยุ่งยากนัก คุณช่วยเอาไปฝากไว้ที่ผู้จัดการร้านอาหารไทย ที่ฉัน...”

“ไม่!!!” เขาตะโกนลั่นร้าน จนทุกคนหันมอง ชายหนุ่มถึงได้ลดระดับความโมโหและลดเสียงลง แล้วกระซิบกระซาบด้วยเสียงเข้ม “ถ้าเธออยากได้ก็มาเอาคืนเอง”

“อะไรกัน ทีฉันยังจะส่งให้คุณเลย”

“ผมไม่ใช่คนดีมีน้ำใจ คุณก็รู้นี่” ในที่สุด เขาก็กลับมามีแต้มต่อ “ดังนั้น จะไม่มีการส่งคืนหรือฝากไว้ที่ไหนเด็ดขาด ภาพถ่ายและคลิปในโทรศัพท์คุณนี่...” เขาไม่ทันพูดจบ หญิงสาวกรี๊ดลั่น

“อย่านะ!!!! คุณห้ามเปิดดูเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ฉันจะเอาภาพในโทรศัพท์คุณมาแฉให้หมดเลย!!!”

เขาหัวเราะหึ ๆ “ขอโทษด้วย ผมไม่เคยเก็บภาพอะไรไว้ในโทรศัพท์”

“มั่นใจนะ” ใช่...เขามีแค่รูปเดียวคือ ภาพสุนัขตัวนั้นกับเธอเอง ภาพที่ถูกถ่ายไว้ในวันฝนตก ขณะที่เธอดันเอาอาหารมาให้มันพอดี

“อย่ายุ่งน่า!” เขาพอจะนึกออกแล้วว่าภาพอะไร ชายหนุ่มเหงื่อแตกพลั่ก ยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลั้วคอ “ก็แค่รูปหมา!”

หญิงสาวของขึ้น ก็แค่รูปหมา แล้วเธอล่ะ เป็นหมาด้วยรึไง แต่พอมานึกดู สำหรับเขาแล้ว หมาสำคัญกว่าเธออยู่ดี หญิงสาวทำหน้าเศร้าแล้วถอนหายใจ หันดวงตาไปสบประสานกับคนที่นั่งตรงข้ามเข้าพอดี เพนนีมองเธอตาแป๋ว ไม่หลบตา ไม่เมินหน้า จ้องเอาๆ ทำเอาคนถูกจ้องต้องหันไปทางอื่นเสียเอง  

"อะฮึ่ม!" เมริสาเริ่มต่อรองกับชายหนุ่มอีกครั้ง “ถ้างั้น ฉันจะลบเบอร์ผู้หญิงของคุณให้หมดเลย!! โฮะๆ เป็นไง?”

เขายิ้มขำ “ตามสบาย ก็แค่ของเก่า”

เมริสาอ้าปากค้าง นี่เธอเล่นงานเขาไม่ได้เลยเหรอ คิดสิคิด เขายังมีจุดอ่อนข้อไหนอีก “อ๊า ความจริง ฉันไม่ใช่คนที่จะใช้จุดอ่อนของใครมาโจมตีเขาหรอกนะ แต่ถ้าจำเป็นขึ้นมาล่ะก็...”

เขายังอารมณ์ดีต่อเนื่อง “จะทำอะไร”

“ทำในสิ่งที่คุณนึกไม่ถึง”

“ไม่รู้ใช่ไหมล่ะ ว่าจะทำอะไร” เรื่องที่เจ้าหล่อนเข้าใจผิดคิดว่าจูเลียร์ท้องกับเขานั่นหรือ ไร้สาระ เพราะมันเป็นแค่การซ้อมการแสดงของจูเลียร์เท่านั้น แล้วเธอจะเอาจุดอ่อนข้อไหนมาโจมตีเขา ขนาดตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าจุดอ่อนของเขาอยู่ที่ตรงไหน คืออะไร  “ว่าไง"

หญิงสาวเงียบกริบ เธออยากสบถคำหยาบออกไปจริงๆ “เลิกแกล้งฉันซะทีเถอะไคล์มันไม่สมศักดิ์ศรีของคุณเลยนะ มันไม่สนุกหรอก”

ใครบอกไม่สนุก เขาค้านในใจ “ตกลงจะบอกได้รึยังว่าอยู่ที่ไหน”

“มันสำคัญมากรึไงว่าฉันอยู่ไหน”

“สำคัญสิ!!!” เขาพรวดออกมาแทบจะทันที เมริสาถึงกับอึ้ง ไม่เฉพาะแค่เธอ แต่คนที่ตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับเขามากจนลืมหายใจ เพนนีนั่นล่ะ เจ้าหล่อนมองเธอแทบไม่กระพริบตาเลยล่ะ 

“ผมหมายถึงถ้าคุณเบี้ยวผม ผมจะได้ตามคุณถูกไง นั่นล่ะ คือความสำคัญ” เสียงไคล์อึกอักอย่างฟังได้ชัด “ของ ๆผมไงที่สำคัญ”

เมริสารู้สึกงอน แม้รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ “ฉันไม่เบี้ยวคุณหรอก”

“ถ้าไม่บอก ผมจะแจ้งความจับคุณในข้อหาขโมย...ให้ตำรวจช่วยตามให้ น่าจะเร็วกว่านะ”

“ฉันเกลียดคุณ!!!!” เจ้าหล่อนตะโกนใส่โทรศัพท์แล้วกดวางทันที สีหน้าของเธอโมโหเกรี้ยวกราด สบถคำหยาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะเงยหน้า สบตากับคนที่นั่งตรงข้ามอีกครั้ง ความจริงเธออยากจะถามตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่ามองอะไรนักหนา 

“เพน...”

แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งน่ะสิ...เมริสาหายใจฟึดฟัด อยากจะหักโทรศัพท์ทิ้งเสียเดี๋ยวนี้เลย

“เริ่มบ้าอีกแล้วเหรอ” เธออยากจะร้องไห้ “ขอร้องล่ะ ปล่อยให้ฉันได้อยู่อย่างสงบบ้างเหอะ ฉันจะประสาทเสียตายก็เพราะคุณนี่แหละ”

“เธอมาจากไหน” อยู่ๆเพนนีก็ถามขึ้น ทำคนถูกถามงง ไปไม่เป็น

“ถามฉันเหรอ???”

เพนนีพยักหน้า เมริสาแอบนึกในใจ เจ้าหล่อนถามด้วยเสียงเรียบปกติก็จริง แต่สายตาของเจ้าหล่อนเหมือนด่าเธออยู่มากกว่า เธอควรจะพูดความจริงหรือโกหกดี

“เมืองไทย” พ่อกับแม่ของเธอมาจากเมืองไทย ถึงมันจะจริงแค่ส่วนหนึ่งก็เหอะ “รู้จักไหม ประเทศไทย?”

เพนนีมีสีหน้าสงสัย แต่ไม่ใช่เรื่องประเทศไทย เรื่องที่เจ้าหล่อนสวมเสื้อของเจ้านายเธอและเรียกชื่อเจ้านายเธอด้วยน้ำเสียงสนิทสนม และค่อนไปทางหยาบคาย 

“ทำไมถึงมาที่นี่”

เมริสากระพริบตาปริบๆ นี่เธอต้องถูกสอบสวนอีกสักกี่ครั้งกันนะ “มาทำงาน แล้วเธอล่ะ มาจากไหน” เธอถามไปบ้าง เผื่อเจ้าหล่อนอยากจะเล่า

เพนนีฟังคำถามของเธอจบ ก็ก้มลงทำงานตรงหน้าต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเอาเมริสางงเป็นไก่ตาแตก

“เอ่อ  เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดีที่สุดเลยเพนนี เธอฟังเก่งกว่าพูด ส่วนฉัน พูดมากกว่าฟัง  เราน่าจะเข้ากันได้ดี”

เมริสาออกจากห้องพัก เธอดึงโทรศัพท์ขึ้นมาดู “แบตจะหมดแล้ว” แต่ก่อนจะหมด เธอต้องโทรศัพท์หานนทวัฒน์ให้ได้เสียก่อน เธอพยายามจิ้มเบอร์เขาหลายครั้งหลายครา แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่ยอมรับสาย

สงสัยงานยุ่ง งั้นเราไปเองก็ได้” 




^^


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha