เล่ห์พิศวาสทัณฑ์มาเฟีย (SM/25+)

โดย: สร้อยดอกรัก/Madamruby/พชร



ตอนที่ 4 : ล่าพรหมจรรย์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่4

ล่าพรหมจรรย์

            ผมระดมจูบไซร้และลูบคลำไปทั่วหน้าอกอวบอิ่มของดารา หน้าอกของเธอกลมมนแบบเด็กสาว นิ่มมือไม่ถึงกับแข็งมากนัก ผมเลื่อนมือไปที่ส่วนนูนเบื้องล่างที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงชั้นใน ดาราฝืนตัวดิ้นเล็กน้อย ตามจริตมารยาของผู้หญิงทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรที่ผมจะลูบไล้ส่วนนู้นส่วนนั้นผมพบว่ามีรอยเปียกแฉะ ซึมออกมาแล้วจากกลางกายสาวของเธอแล้ว แสดงให้เห็นว่าว่าร่างกายสาวของดาราก็พร้อมและมีอารมณ์เต็มที่

            แต่เธอยังแข็งขืนไม่ยอมให้ผมถอดออก เมื่อผมสอดนิ้วลอดขอบกางเกงชั้นในของเธอเข้าไปก็เจอกับความเยิ้มเข้าเต็มที่ผมค่อยๆ ขยับนิ้วมือเข้าออกช้าๆ ด้วยความชำนิชำนาญ คราวนี้ดาราครางอืออาฟังไม่รู้เรื่อง และร่อนส่ายก้นด้วยอารมณ์ของความเสียวซ่านสุดจะทน ผมกระซิบบอกเธอว่าผมเองจะทนไม่ไหวแล้วนะ เธอก็เอื้อมมือมาจัดการกับท่อนเนื้อแข็งแกร่งของผมทันที ผมแปลกใจที่ดูเหมือนเธอรู้งานกว่าที่คาดเพราะลีลาการรูดและเล้าโลมท่อนเอ็นนั้นเหมือนเป็นการกระทำกับสิ่งที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว ตอนนั้นผมก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจเท่านั้น เพราะข้างหน้านี้มีงานสำคัญที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มรออยู่ แต่ไม่ว่าผมจะลูบไล้ปลุกอารมณ์อย่างไร ดาราเองก็มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไม่ให้ผมพิชิตศึกเธอได้สำเร็จเพราะทำยังไงๆ เธอก็ไม่ยอมถอดกางเกงชั้นในออกโดยง่าย

            ในที่สุดแล้วคืนนั้นกลายเป็นว่าผมกับดารา เราสองคนผลัดกับปลดเปลื้องอารมณ์ให้แก่กันโดยไม่ได้ทำอะไรกันจริงๆ ผมพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะใจเย็นกับเธอ ไม่ทำอะไรรุนแรงเหมือนที่ใจคิด พอรุ่งเช้า ผมพาเธอลงมาทานอาหารในคอฟฟี้ช๊อป แล้วพาเธอกลับขึ้นไปบนห้องอีกครั้ง ระหว่างทางนั้นดาราเดินคลอเคลียเหมือนกับเป็นภรรยาผมไม่มีผิด นี่ถ้าผมได้ทำเธอเป็นเมียสำเร็จก็คงจะดีไม่ใช่น้อย ดาราสารภาพกับผมในเวลาต่อมาว่า ความรู้สึกต่างๆ มันทรมานมากและยอมเปิดเผยเหตุผล ที่ไม่ยอมผมก็เพราะเธอมีแฟนแล้วแม้ยังไม่ได้แต่งงานกันแต่ก็มีอะไรกันไปแล้ว เธอกับแฟนทำงานกันคนละจังหวัดนานๆ จึงได้มาหลับนอนร่วมกันสักครั้ง เธอคิดมากไม่อยากปล่อยตัวกับผมเกินไปกว่านี้

            ได้ฟังแล้วผมถึงกับลมออกหูกำหมัดแน่น แต่ก็น่าแปลกที่ผมดันใจเย็นกับดาราได้ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้ผมคงส่งหล่อนไปนอนเล่นใต้ทะเลคุยกับปะการังไปแล้ว ผมพยายามโน้มน้าวจิตใจเธอโดยอธิบายให้เข้าใจว่าเราทั้งสองคนต่างก็มีแฟนกันแล้วจริงอยู่ แต่ต่างก็ยังไม่ได้แต่งงานกันเราจะทำอะไรกันตอนนี้มันก็ไม่ได้ผิดกติกาที่ตรงไหน เพราะเราทั้งสองคนยังไม่มีเจ้าของมันเป็นเพียงความพอใจของเราต่อร่างกายของกันและกัน โดยที่เราไม่ได้มีข้อผูกมัดทางใจแต่อย่างใด เอาเป็นว่าเพื่อให้ดาราสบายใจผมจะใช้ถุงยางก็แล้วกันมันก็เหมือนกับว่าส่วนนั้นของเราทั้งสองคนยังไม่เคยสัมผัสแบบเนื้อต่อเนื้อกันเลยยังไงล่ะผมเกลี้ยกล่อมอยู่พักหนึ่งพร้อมกับยื่นข้อเสนอให้เธอได้มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน พร้อมกับลูบคลำเล้าโลมเธอไปด้วยจนเนินสวรรค์ของเธอเปียกโชกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอยอมให้ผมถอดกางเกงชั้นในของเธอออกแล้ว

            ผมค่อยๆ รูดมันออกทางปลายเท้าของเธอแล้วโยนไปปลายเตียง ผมกัดฟันกรอดเมื่อเห็นเนินเนื้อของเธอนูนเด่นทีเดียว คงเป็นเพราะความใคร่อยากสังวาสเต็มที่อันเกิดจาการเล้าโลมกันเมื่อคน ทำให้ผมเห็นนัยน์ตานของดาราฉ่ำปรือ เต็มไปด้วยแรงสิเน่หา ดาราร้องเตือนให้ผมใส่ถุงยางป้องกันให้ส่วนสำคัญของผมให้เรียบร้อยก่อน เมื่อเธอเห็นผมจัดการตามสั่งแล้วก็นอนหลับตาพริ้มขากางออกเล็กน้อยโชว์เนินเนื้อสาวเด่นชัด ชนิดไม่เหลือความกระดากอายอีกต่อไป

            ตอนนี้โลกทั้งโลกสีชมพูสดใสรออยู่ในมือผมแล้ว รอยแยกช่องเนื้อนูนยังปิดกันสนิทแน่นยังกับสาวบริสุทธิ์ทีเดียว ผมเดาว่าเธอคงโดนแค่ท่อนเนื้อขนาดธรรมดาๆ มาก่อน แต่วันนี้แหละดาราจะได้เจอกับไซด์พิเศษของผมบ้างละ! ผมจัดแจ้งเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างรีบร้อน ก่อนจะค่อยๆ สอดท่อนหัวของมังกรยักษ์ลงไปกลีบแห่งรักของเธอ สอดแทรกเข้าไปแค่ปลายหยักแม้จะมีความลื่นหล่ออยู่บ้างแล้วแต่ก็เล่นเอาโหนกเนื้อตรงนั้นก็ยุบยู่ลงไปเหมือนกัน ดาราผวากอดผมแน่นเธอกัดปากตัวเองอย่างเซ็กซี่ เตรียมตัวคอยรับการเคลื่อนไหวของผมด้วยความเต็มใจ จนกระทั่งเมื่อผมค่อยๆ ขยับยักย้ายลึกลงไปจากปลายหยักจนมิดความยาว จากนั้นก็ปล่อยนิ่งให้ส่วนนั้นของดาราโอบรัดมันไว้ด้วยความรัญจวน ผมขยับโยกเอวเบาๆ รูดท่อนเอ็นเข้าออกช้าๆ เสียงของความแฉะดังเป็นจังหวะอันไพเราะ ดาราเริ่มหายใจแรงขึ้นแก้มสาวแดงเห่อ เธอหลับตาห่อปากด้วยความเสียวสะท้าน

            “อ่ะ ซี้ดดด อือออ” เสียงครวญครางของเธอกระตุ้นอารมณ์ของผมเป็นบ้า

            ให้ตายเถอะ!!!

            ผมบอกให้ดารามองในกระจกข้างเตียง เธอหรี่ตาดูแต่เมื่อหันมาสบตาผมในกระจกเธอก็เขินอายรีบหลบสายตา ผมยิ้มขำบอกกับเธอว่าตอนนี้ไม่ต้องอายแล้วเราสองคนกำลังจะมีความสุขกัน ผมเกลี้ยงกล่อมให้เธอปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เป็นไปตามธรรมชาติเพื่อที่เราสองคนจะได้มีความสุขกันอย่างถึงที่สุด ผมมองดูการเคลื่อนไหวของเราสองคนในกระจกด้วยอารมณ์พุ่งพล่าน มันเป็นภาพที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมไม่เคยลืมเลือนภาพเรียวแขนของเธอที่กอดโอบหลังของผมแน่น ขณะที่ผมเคลื่อนไหวขย่มส่วนล่างของเธออยู่

            น้องสาวของเธอบีบรัดตอดตุบแกนกายของผมจนเสียวซ่านไปหมด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha