เล่ห์รักอำพรางใจ มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 7 : 3 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                กระบอกตาที่เริ่มปวดตุบๆ เป็นสัญญาณบอกให้ร่างงามได้รู้ตัวเองว่าเธอนั่งร้องห่มร้องไห้มานานเกินไปแล้ว มือน้อยที่สั่นระริกปาดหยาดน้ำใสที่ยังคงไหลรินอยู่ออกอย่างลวกๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เป็นการเรียกขวัญและกำลังใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้กับตัวเอง

                “แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้” หญิงสาวถามตัวเองเพราะถ้าผู้เป็นนายของคุณเกรย์ยังไม่สามารถปลีกตัวมาพบกับเธอได้ ก็ไม่มีทางเลยที่จะได้รับข่าวสารความเคลื่อนไหวจากบ้านเกิด การรอคอยอย่างไม่มีจุดหมายนี้เจ้าตัวรู้ดีว่ามันอาจทำให้เธอต้องหงุดหงิด จนอาจจะถึงขั้นแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมาได้ง่ายๆ เจ้าหญิงชาร์ล็อตไม่อยากทำเช่นนั้นเพราะรู้ตัวดีว่าขณะนี้ตนเป็นเพียงแค่ผู้อาศัย ไม่ควรทำในสิ่งที่เจ้าของบ้านจะไม่พอใจ

 

                “เฮ่อ!

                หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกหนักๆ ก่อนจะกวาดตามองภายในห้องรับแขกนี้อย่างช้าๆ ตามความตั้งใจเดิมที่อยากจะสำรวจบ้านหลังเล็กนี้สักหน่อย

                ภายในห้องรับแขกสีขาวสะอาดตาที่เธอนั่งอยู่นี้น่าจะกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหนึ่งของบ้าน ผนังด้านหนึ่งของห้องเป็นชั้นหนังสือที่น่าจะสูงเพียงเอวของหญิงสาวซึ่งขอบชั้นนั้นสูงพอดีกับขอบหน้าต่าง มันอัดแน่นไปด้วยหนังสือมากมายเท่าที่มองผ่านๆ มีทั้งหนังสือถ่ายภาพ หนังสือท่องเที่ยว หนังสือเกี่ยวกับเพชรแล้วก็วิธีการจัดสวน หญิงสาวใช้มือเล็กไล้ไปตามสันหนังสือเล่มหนาช้าๆ ก่อนจะดึงออกมาจากชั้นเล่มหนึ่ง

                หนังสือเล่มที่เธอหยิบออกมาหน้าปกภาษาอังกฤษเขียนเอาไว้ว่า สารคดีโลกใต้ทะเลลึก ด้านในหนังสือเป็นภาพถ่ายชีวิตใต้ผืนน้ำของสัตว์ทะเลจากหลากหลายแห่งทั่วโลกพร้อมคำบรรยายที่เข้าใจง่าย เจ้าหญิงชาร์ล็อตจึงหมายตาหนังสือเล่มโตนี้เอาไว้เพราะหากเธอต้องจับเจ่ารออยู่ที่นี่หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นเพื่อนแก้เหงาที่ดีสำหรับเธอ หลังจากเก็บหนังสือเข้าที่ร่างเพรียวระหงก็เดินสำรวจสิ่งต่างๆ ในห้องรับแขกนี้ต่อ

                ชุดรับแขกกลางห้องเป็นโซฟาคู่ที่ดูแล้วน่าจะทำมาจากหวายส่วนตัวเบาะบุผ้าพิมพ์ลายเล็กๆ ซึ่งช่วยกู้ให้ห้องที่ขาวโพลนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ด้านหน้าโซฟามีโต๊ะเล็กที่ทำจากหวายเช่นเดียวกัน ด้านบนของโต๊ะนั้นเป็นกระจกหนามีกริ่งสีเงินเล็กๆ วางอยู่ เมื่อเธอกดเจ้านี่ก็จะมีคนเข้ามาหาเธอในบ้านทันทีเลยสินะ

 

                ผนังฝั่งตรงข้ามกับชั้นหนังสือมีโต๊ะเล็กขนาดสองที่นั่งซึ่งมันเป็นโต๊ะที่เธอใช้รับประทานอาหารเช้าไปเมื่อสักครู่ โต๊ะนี้ใช้วัสดุเช่นเดียวกับชุดโซฟา ซึ่งมันน่าจะหมายความได้ว่าเฟอร์นิเจอร์นี้ถูกสั่งทำมาเป็นพิเศษ หน้าต่างกระจกบานกว้างประดับด้วยผ้าม่านสีขาวมีชายระบายเป็นลูกไม้โปร่งบางซึ่งมันถูกรูดให้ชิดไปกับขอบหน้าต่างข้างหนึ่งเป็นการเปิดทางให้แสงอาทิตย์อันแสอบอุ่นได้สาดส่องเข้ามาภายในห้องรับแขกนี้อย่างเต็มที่

                ภายในห้องนี้ไม่มีอุปกรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้ความบันเทิงใดๆ เลย ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเสียง โทรศัพท์สักเครื่องก็ไม่เห็นมี ดูท่าแล้วบ้านน้อยสีขาวช่างเหมาะกับการใช้เป็นสถานที่จำศีลของคนที่ต้องการตัดขาดจากโลกภายนอกเสียเหลือเกิน สองขาเรียวพาร่างบอบบางเดินไปยังทางเดินที่เธอเดินออกมาเมื่อเช้า ด้านขวาเป็นห้องนอน ด้านซ้ายเยื้องๆ กับห้องนอนนั้นเป็นห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง

 

 

                และเมื่อเดินมาจนถึงด้านในสุดเจ้าหญิงชาร์ล็อตก็พบกับห้องครัวเล็กๆ มีตู้เย็นหลังใหญ่ที่ด้านในบรรจุเครื่องดื่มทั้งน้ำเปล่า นมสด น้ำผลไม้ รวมถึงเบียร์ยี่ห้อต่างๆ อยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นก็มีกล่องแก้วหลายใบที่บรรจุผลไม้จัดไว้พร้อมทาน ทั้งแอปเปิ้ล องุ่น แถมยังมีกล่องบรรจุพวกธัญพืชอบกรอบแช่ไว้อีกด้วย ของในตู้เย็นทั้งหมดนี้ยกเว้นก็แค่เบียร์น่าจะถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเธอ

                ด้านหน้าตู้เย็นมีโต๊ะรับประทานอาหารขนาดสี่ที่นั่งตั้งอยู่แสดงว่าโดยปกติแล้วคนที่มาพักที่นี่น่าจะทานอาหารในห้องนี้ โต๊ะเล็กด้านนอกน่าจะเอาไว้เปลี่ยนบรรยากาศทานอาหารว่าง หรือเป็นมุมพักผ่อนอ่านหนังสือมากกว่าจะเป็นโต๊ะที่ใช้รับประทานอาหารจริงจัง

                ด้านฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะดูแล้วน่าจะเป็นเคาน์เตอร์ประกอบอาหาร แต่ไม่มีเครื่องครัวจัดวางอยู่เลยสักชิ้น ไม่มีเตา ไม่มีหม้อ ไม่มีกระทะ มีแต่อ่างล้างจานที่มีตะแกรงสำหรับผึ่งจานตั้งอยู่ ภาชนะที่เธอใช้รับประทานอาหารเช้าถูกล้างทำความสะอาดและวางผึ่งอยู่บนชั้นตะแกรงนั้น เหนืออ่างล้างจานมีตู้แขวนเรียงรายมองผ่านบานประตูตู้ที่เป็นกระจกใสก็เห็นว่ามีแค่ถ้วย จานช้อนส้อม และแก้วน้ำที่เก็บอย่างเป็นระเบียบอยู่ในตู้นั้น

                น่าแปลกที่มีห้องครัวแต่ไม่ได้ใช้ครัวในการประกอบอาหารแล้วที่เธอทานเข้าไปเมื่อเช้าคุณเกรย์นำมันมาจากไหนกันล่ะ เมื่อคืนเธอมาถึงเสียมืดค่ำมองไปทางไหนก็มืดมิดไม่เห็นมีแสงสว่างที่บ่งบอกว่ามีบ้านของใครอื่นอยู่ใกล้บริเวณนี้เลย แต่ต่อให้มีเธอก็คงไม่มีโอกาสได้รับรู้เพราะว่าถูกห้ามไม่ให้ออกไปไหน

 

                เมื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ในบ้านจนพอใจแล้วเจ้าหญิงชาร์ล็อตก็เดินกลับไปที่ห้องนอนอีกครั้ง อากาศที่เริ่มอบอ้าวบ่งบอกเวลาว่านี่คงจะใกล้เที่ยงทำให้หญิงสาวรู้สึกรำคาญผมยาวๆ ของตัวเองที่ยาวจนแทบจะปรกหัวเข่า จึงหาทางจัดการให้มันเรียบร้อยไม่รุ่ยร่าย ภายในเคาน์เตอร์ห้องน้ำมีของใช้กระจุกกระจิกของผู้หญิงวางอยู่ในกล่องใบเล็กสามสี่ใบที่เรียงซ้อนกันจนเป็นลิ้นชัก เมื่อเปิดดูภายในก็พบว่าเป็นอุปกรณ์ที่ตัวเองกำลังต้องการ

                มือน้อยที่ขาวซีดจัดการแปรงผมตัวเองช้าๆ เริ่มจากตรงปลายแล้วไล่มาจนถึงโคนผม แค่แปลงลวกๆ นี่ก็กินเวลาไปจะสิบนาทียิ่งถ้าเป็นตอนสระทำความสะอาดและบำรุงยิ่งไม่ต้องพูดถึงมันใช้เวลามากเสียกว่าการอาบน้ำซะอีก เมื่อแปรงผมจนพอใจแล้วเจ้าหญิงชาร์ล็อตก็จัดการถักเปียแบบง่ายๆ ให้ตัวเองก่อนจะมัดตรงส่วนปลายผมไว้ด้วยหนังยางเส้นหนา จากนั้นก็จัดการม้วนเปียเป็นก้อนกลมๆ เริ่มจากบริเวณท้ายทอย พอม้วนจนสุดปลายหนังยางที่มัดไว้ก็ยึดมวยนั้นให้ตรึงอยู่กับที่ด้วยกิ๊บเล็กๆ หลายตัว

                ศีรษะเล็กเอียงซ้ายขวาด้วยความพึงพอใจในผลงาน เจ้าหญิงชาร์ล็อตรักเส้นผมสีแดงเพลิงของตนเองมากพอๆ กับที่ชิงชังมัน ความงามของเส้นผมที่เงางามแถมยังนุ่มลื่นประดุจแพรไหม รวมถึงสีแดงเพลิงสม่ำเสมอตั้งแต่โคนจรดปลายผมเป็นสิ่งที่เจ้าหญิงไม่ปฏิเสธว่าหลงใหลเพราะมันช่างงดงามเสียจริงๆ แต่ภายใต้ความงดงามสีเพลิงนี้กลับแผงไว้ด้วยความหวังของผู้อื่นที่เจ้าตัวจำเป็นต้องแบกรับเอาไว้แม้ไม่เต็มใจ

 

                ผมสีแดงเพลงเป็นสิ่งอัศจรรย์ของราชสกุลอันเลนซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าสิ่งนี้เป็นมรดกทางพันธุกรรมที่ทรงคุณค่าก็ไม่ผิดนัก สตรีผู้ถือกำเนิดมาพร้อมผมสีแดงเพลิงตามธรรมชาติตามบันทึกของราชสกุลนั้นล้วนเป็นอดีตราชินีผู้มีพระปรีชา สามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง บางพระองค์ยังอาจหาญแม้กระทั่งคุมศึกทำการรบเยี่ยงชายชาตรี

                ที่สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความเชื่อในสิ่งลี้ลับ จิตวิญญาณ รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจให้กับอาณาประชาราษฎร์การที่มีราชนิกุลผมสีแดงเพลิงถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินนั้นเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับบ้านเมือง

ซึ่งสตรีผมแดงในราชสกุลเพียงคนเดียวที่เจ้าหญิงรู้จักคือพระราชมารดาของพระบิดา ท่านย่าโรซาลีทรงเป็นราชินีที่ยิ่งใหญ่พระองค์ทรงนำพาความเจริญ ความทันสมัย ความมั่งคั่งและความสงบสุขมาสู่อาณาประชาราษฎร์ ในรัชสมัยของราชินีโรซาลีนี่เองที่ไฮ เเวอดูรัส เริ่มเปิดประเทศเพื่อทำธุรกิจการท่องเที่ยวกับต่างชาติ จนถึงปัจจุบันธุรกิจนี้ก็ยังคงเป็นรายได้หลักของประเทศ

                เมื่อเจ้าหญิงชาร์ล็อต โรซาลี อัลเลนลืมตามาดูโลกด้วยเส้นผมสีเดียวกับพระอัยยิกาเท่ากับว่าพระองค์นั้นคือของขวัญจากพระเจ้า ชื่อกลางขององค์หญิงก็มาจากพระนามโรซาลีของท่านย่า เมื่อแบกรับความหวังของผู้อื่นมาโดยไม่ตั้งใจตั้งแต่กำเนิดเช่นนี้ เจ้าหญิงน้อยล็อตตี้ โรสจึงเติบโตมาภายใต้การอบรมและเลี้ยงดูที่เข้มงวด

                เจ้าหญิงน้อยล็อตตี้ในวัยเยาว์จึงเติบโตมาอย่างเดียวดาย ไม่มีเพื่อนเล่น ไม่มีพระสหายสนิท สิ่งเดียวที่เป็นกิจวัตรประจำวันคือการเรียน เรียน และเรียน แม้นานๆ ครั้งเจ้าชายเฮนริเกหรือที่เธอเรียกชื่อเล่นของเขาว่าพี่เฮนดริก ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องจะเดินทางมาพักผ่อนเยี่ยมเยือนตามประสา พี่ชายก็มักจะพาเพื่อนสนิทมาแล้วก็เล่นกันในแบบเด็กผู้ชายไม่เปิดช่องให้น้องสาวตัวเล็กได้เล่นด้วยเลยแม้เพียงสักครั้งไม่ว่าคนเป็นน้องจะร้องไห้โยเยมากมายเพียงใดพี่ชายและสหายก็มักจะแอบหนีไปได้ทุกครั้งไป

                ความกดดันเพิ่มมากขึ้นเมื่อเจ้าหญิงเจริญวัยแต่ไม่ปรากฏความสามารถพิเศษด้านใดที่เด่นชัด เจ้าหญิงทรงเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับกลางค่อนข้างไปทางดีแม้จะรักในการอ่านหนังสือ และเชี่ยวชาญด้านภาษาแต่ก็ไม่ถูกโรคกับวิทยาศาสตร์และการคำนวณ

                ทว่าสิ่งที่เจ้าหญิงล็อตตี้ โรสสนใจและทำได้ดีเป็นพิเศษคืองานเย็บปักถักร้อย และการทำอาหารพระมารดาที่แสนอ่อนหวานสนับสนุนเจ้าหญิงให้ทำกิจกรรมที่ตนเองโปรดทุกๆ อย่าง ขณะที่พระบิดานั้นตรัสอยู่บ่อยครั้งว่าสิ่งที่เจ้าหญิงควรจะทำคือตั้งใจศึกษาเพื่อมาปกครองประเทศ มิใช่การมาฝึกงานบ้านงานเรือนเป็นคนครัว

 

                “ล็อตตี้ โรส พ่อว่าลูกควรดูท่านย่าเป็นตัวอย่างในอนาคตบ้านเมืองนี้ลูกต้องดูแล วิชางานบ้านงานเรือนไม่อาจทำให้ลูกบริหารงานบ้านเมืองได้ตลอดรอดฝั่งหรอกนะ” นี่เป็นอีกครั้งที่พระบิดาเรียกพบธิดาอันเป็นที่รักมาพบเป็นการส่วนตัว

                “แต่ท่านพ่อคะ” ริมฝีปากอิ่มครวญเรียกชื่อบิดาด้วยเสียที่แผ่วเบาจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ

                “ไม่มีแต่ หรือว่าพ่อยังเข้มงวดกับลูกไม่พอ อย่าลิมสิล็อตตี้ว่าลูกคือของขวัญจากพระเจ้าลูกเป็นสิ่งที่สุดแสนวิเศษที่พระองค์ประทานมาให้ แล้วเหตุใดลูกจึงหมางเมินต่อความพิเศษและความสำคัญของตัวเอง”

                “หากว่าลูกลืมว่าตัวเองเป็นใครก็กลับไปส่องกระจก ผมสีแดงเพลิงนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของราชสกุลอัลเลน” 

 

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

#

 

#

กลรักพันธนาการใจ (มีนา + นันท์นลิน)

E - Book MEB Market  <<<CLICK

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

ลวงรักพันธนาการร้อน

E - Book MEB Market  <<<CLICK

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

หนี้ร้ายพันธนาการรัก (สิงหา + พิมพ์อุมา)

E - Book MEB Market  <<<CLICK

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha