เล่ห์รักอำพรางใจ มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 13 : 5 (1/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “คุณเกรย์มาแล้วหรือคะเราเพิ่งจัดการล้างจานเสร็จเรียบร้อย เดี๋ยวจะขอไปนั่งเล่นริมหน้าต่างสักครู่นะคะ” เสียงหวานๆ ร้องทักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ จากทางด้านหลัง สองสามวันที่ผ่านมานี้กิจวัตรประจำวันใหม่ล่าสุดของเจ้าหญิงชาร์ล็อต คือการไปนั่งเล่นอยู่ริมหน้าต่างปล่อยให้ลมทะเลพัดเอาไอร้อนที่แฝงไปด้วยความสดชื่นยามบ่ายมากระทบร่าง

     เมื่อเห็นว่าไม่มีการพูดจาตอบโต้ดังเช่นทุกวันซึ่งแม้ว่าคุณเกรย์จะไม่ได้พูดจาอะไรออกมามากเขาก็ไม่เคยนิ่งเงียบถึงขนาดที่พูดด้วยแล้วไม่ตอบกลับแบบนี้ ร่างเพรียวจึงหมุนตัวกลับมาด้านหลังช้าๆ ดวงตากลมโตสีเขียวเข้มเบิกกว้าง ร่างเพรียวระหงถอยหลังจนสะโพกบอบบางแนบชิดกับอ่างล้างจานโดยอัตโนมัติ เปลือกตาที่โอบล้อมด้วยแพขนงางามงอนสีเดียวกับเส้นผมกระพริบถี่รัวเพราะคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังเธอนั้นไม่ใช่คุณเกรย์บอดี้การ์ดหน้าโหดที่คุ้นเคยกันดี

     ผู้ชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้ายืนกอดอกมองเธอนิ่งๆ แต่ดวงตาสีฟ้าจัดของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ มันรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ค่อยจะทั่วท้อง คนตรงหน้าคงไม่ใช่บอดี้การ์ดแน่ๆ เพราะการแต่งตัวของเขามันไม่เหมือนกับคุณเกรย์หรือสองหนุ่มคู่แฝด ผู้ชายแปลกหน้ามีหน้าตาที่จัดว่าหล่อเหลา เขาสูงมากเมื่อเทียบกับเธอที่มีความสูงหนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร

     เครื่องหน้าของบุรุษหนุ่มแสนคมคายและงดงามลงตัวอย่างประหลาด ดวงตาคมสีฟ้า เรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ตัดสั้นเข้าทรง ริมฝีปาหยักหนาที่ปิดสนิท แถมจมูกที่โด่งเป็นสันรับกับสันกรามที่คมเข้มประดับด้วยไรเคราบางๆ ทำให้เขาดูเป็นผู้ชาย เอ่อ... เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด

     เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนๆ ที่ปลดกระดุมด้านบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกสีแทนที่มีไรขนอ่อนรำไร แขนยาวของเสื้อถูกพับรูดขึ้นมาอยู่บริเวณข้อศอกอย่างลวกๆ เรียวขาที่เธอมั่นใจว่ามันมีแต่มัดกล้ามถูกซุกซ่อนไว้ในกางเกงผ้าสีดำเนื้อดี เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เธอได้ยินนั้นเกิดจากรองเท้าหนังสีดำมันปลาบที่มองผ่านๆ ก็รู้ว่ามันมีราคาแพงระยับ

     “สะ สวัสดีค่ะ” เมื่อรู้สึกตัวว่าจ้องชายแปลกหน้าด้วยกิริยาที่ค่อนข้างเสียมารยาท ริมฝีปากแดงสดประดุจผลแอปเปิ้ลจึงกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่เจ้าตัวพยายามสะกดความเขินอายเอาไว้ ดวงตาของเจ้าหญิงน้อยหลุบต่ำแถมแก้มขาวซีดก็ซับสีเลือดขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลย

 

     “อ้าวคุณทรอยด์ มาถึงนานแล้วหรือครับ”

     ไม่ทันที่ชายแปลกหน้าจะได้กล่าวตอบคำทักทายของเธอ คุณเกรย์ก็เดินเข้ามาในครัวเสียก่อน สรรพนามที่เขาใช้เรียกทำให้หญิงสาวทราบโดยอัตโนมัติว่านี่คือคุณทรอยด์ ชายผู้ให้ความช่วยเหลือเธอ

     “พาเธอออกมาคุยข้างนอก” เขาหันไปพูดกับบอดี้การ์ดมือดีของตัวเองก่อนที่จะหันหลังกลับเดินออกมาจากห้องครัวแคบๆ เพื่อไปรอหญิงสาวในห้องรับแขก

     “เชิญคุณล็อตตี้ที่ห้องรับแขกเถอะครับ” เกรย์หันมาบอกเจ้าหญิงน้อยที่อยู่ในความดูแลของเขามาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ หน้าตาเธอตอนนี้น่าสงสารเป็นที่สุด ท่าทีแข็งๆ ของคนเป็นเจ้านายน่าจะทำให้เธอตกใจ

     “เขาเป็นเจ้านายของคุณเกรย์หรือคะ” เธอถามออกมาแต่ไม่ยอมขยับตัว สะโพกมนยังคงพิงติดอยู่กับอ่างล้างจาน สายตาเธอยังดูคล้ายกับลูกกวางน้อยระวังภัย

     “ใช่ครับ คุณล็อตตี้รีบตามผมออกมาก่อนดีกว่าพอดีว่าคุนทรอยด์ไม่ชอบรออะไรนานๆ” พูดจบเกรย์ก็หมุนตัวเดินออกมายังทิศทางเดียวกับที่เจ้านายของเขาเดินออกมาเมื่อสักครู่ ในเมื่อไม่มีทางเลือกเจ้าหญิงล็อตตี้จึงจำใจเดินลากขาตามออกมาช้าๆ

     เธอไม่ชอบวิธีที่เขาใช้มองเธอเลยแม้แต่นิดเดียว จะพูดว่ามันเป็นสายตาของความสงสารมันก็ไม่น่าใช่ มันก้ำกึ่งปนๆ กันระหว่างสงสาร เวทนา เป็นห่วง เธอสลัดความคิดที่วุ่นวนออกจากหัวด้วยการสะบัดหน้าแรงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าการพบหน้าผู้ชายที่ชื่อทรอยด์เพียงไม่กี่นาที เข้าจะมีอิทธิพลกับความรู้สึกของเธอเช่นนี้

 

     ร่างสูงใหญ่ของทรอยด์นั่งรอเจ้าหญิงชาร์ล็อตอยู่บนโซฟาหวายในห้องรับแขก เขานั่งตัวตรงพร้อมกับพยายามหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่สั่นระรัวให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

     ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เห็นยายเด็กขี้แยขี้มูกย้อยแค่เพียงด้านหลังมันจะทำให้เขารู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั่วร่างได้เช่นนี้ ร่างบอบบางเพรียวระหงที่สวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตาช่างดูบอบบางน่าทะนุถนอมเป็นยิ่งนัก เรือนผมสีแดงเพลิงที่ดกหนาถูกเจ้าตัวถักเป็นเปียง่ายๆ ทิ้งตัวไปตามแผ่นหลังความยาวของปลายหางเปียระอยู่บริเวณสะโพกกลมกลึง

 

     “เฮ่อ! คิดอะไรบ้าๆ วะทรอยด์”


     ชายหนุ่มถอนใจยาวก่อนที่จะสบถในใจ ดูท่าแล้วเขาจะคิดผิดที่เอาเธอมาไว้ใกล้ตัวเพราะคิดว่าน่าจะปลอดภัย แต่ที่ไหนได้ตัวเขานี่แหละที่เป็นอันตรายกับเจ้าหญิงน้อยที่สุด

     เจ้าหญิงชาร์ล็อตยืนหันรีหันขวางอยู่กลางห้องรับแขกขนาดกำลังดีเพราะไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปวางไว้ในส่วนใดของห้อง โซฟาขนาดสองที่นั่งที่เป็นเฟอร์นิเจอร์หลักชิ้นเดียวก็ถูกยึดเกือบจะเต็มพื้นที่โดยร่างล่ำสันของบุรุษหนุ่มที่มนามว่าทรอยด์ ครั้นจะไปยังเก้าอี้ริมหน้าต่างก็แลดูจะผิดมารยาทเกินไปเสียหน่อย

     “เกรย์ออกไปก่อน” เมื่อผู้เป็นนายออกคำสั่งคนที่รู้ตัวว่าเป็นบุคคลที่สามก็ค้อมตัวน้อยๆ เขาสบตากับหญิงสาวที่มองเขาด้วยแววตาประหนึ่งขอความช่วยเหลือแต่เกรย์ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เขาจึงพยักหน้าให้เธอเป็นการส่งสัญญาณว่าไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลแล้วเดินออกจากบ้านไป

 

     ภายในห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดเพียงชั่วระยะหนึ่งเมื่อในห้องนั้นมีแค่ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวสีแทน กับหญิงสาวร่างเพรียวบางผิวขาวซีดอยู่กันตามลำพัง แล้วก็เป็นทรอยด์ที่เอ่ยปากทำลายความเงียบนั้นลง

     “สวัสดีเจ้าหญิงชาร์ล็อต โรซาลี อัลเลน”

     “สวัสดีค่ะ ถ้าจะกรุณาอยากให้คุณเรียกเราว่า ล็อตตี้” เธอเปิดประเด็นเรื่องชื่อออกมาก่อนทันที การได้ยินคนอื่นเรียกชื่อตัวเองอย่างเต็มยศมันทำให้เธอรู้สึกคิดถึงบ้านและคิดถึงพระบิดา

     “แล้วถ้าหากผมจะเรียกคุณว่าล็อตตี้ โรส” ร่างแกร่งหนาสมชายเดินมาซ้อนหลังเจ้าหญิงน้อยอย่างเงียบๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างบอบบางหันหลังมาเพราะได้ยินชื่อเล่นที่คนสนิทเท่านั้นถึงจะรู้ หน้าผากนูนเกลี้ยงเกลาจึงโขกเข้ากับหน้าอกที่มีแต่กล้ามเนื้อโดยไม่ตั้งใจ

     วงแขนแข็งแกร่งโอบเอวอ้อนแอ้นไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสาวหอมอ่อนๆ ทำให้ทรอยด์อดสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ ไม่ได้

     “คุณรู้จักเรา” มือเล็กนุ่มนิ่มยันร่างหนาไม่ให้เขารัดเธอแน่นไปกว่านี้แต่เหมือนมันไม่เป็นผลเท่าไรนัก ฝ่ามือบอบบางของเธอถูกหนีบไว้ระหว่างกลางร่างของคนทั้งสอง แรงทั้งหมดที่พยายามดันร่างเขาออกมันไม่ได้ผลเอาเสียเลย

     “ขอประทานอภัยที่ลืมแนะนำตัว”

     คนที่ตัวโตกว่าเยอะแกล้งทำจมูกฟุดฟิดอยู่บนเรือนผมที่ทั้งหอมกรุ่นและนุ่มสลวยโดยไม่มีท่าทีจะสนใจอาการขัดขืนของคนในอ้อมแขน

     “ถ้าคุณจะกรุณา”

     “จะกรุณาอะไรนักหนายายขี้มูกยืด ช่วยหยุดพูดอะไรที่มันฟังแล้วน่าอึดอัดแบบนี้สักทีได้ไหม” ทรอยด์พูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะรำคาญนิดๆ

 

 

      สิ้นคำว่ายายขี้มูกยืดดวงตาสีเขียวปั๊ดก็เงยหน้าส่งค้อนวงใหญ่มาให้ มีไม่กี่คนหรอกที่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้ อันที่จริงจะมีแค่พี่เฮนดริกกับเพื่อนสนิทอีกสองสามคน และหนึ่งในนั้นก็เป็นคู่หมั้นของเธอ คู่หมั้นที่ไม่เคยพบหน้ากันมากว่าสิบปี ขนาดเธอเดือดร้อนยังไม่เคยได้เห็นเขายื่นมือเข้ามา แต่จะไปหวังอะไรกับคนที่ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ

     สิ่งที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่ายสำหรับการเป็นจ้าหญิงเจ้าชายนอกจะต้องทำตัวให้ฉลาดรอบรู้แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือต้องทำทุกอย่างตามหน้าที่และความเหมาะสม จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจถ้าเหมาะสมก็ต้องทำ

     “นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ สินะ” ริมฝีปากคมหยักก้มชิดติดใบหูขาวซีดซึ่งเพียงแค่ลมหายใจอุ่นร้อนของเขากระทบมัน ความขาวซีดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว แล้วมันก็ไม่ใช่แค่หูเท่านั้นที่แดง สีเลือดฝาดนั้นกระจายไปตามแก้มนวลที่แตะแต้มด้วยกระจุดเล็กๆ ดูแล้วก็น่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ

     “เราว่ามันไม่ค่อยเหมาะถ้าหากคุณจะแสดงกิริยาเช่นนี้” น้ำเสียงเขียวๆ เข่นเขี้ยวลอดไรฟันที่ขาวสะอาดออกมา ชายผู้นี้แม้จะมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้แต่เขาไม่สามารถจะถืออภิสิทธิ์มาลวนลามจาบจ้วงเกียรติของเธอเช่นนี้

     “ถ้าคู่หมั้นกอดไม่ได้ แล้วใครจะมีสิทธิ์”

     “ธะ ธะ ธีโอดอร์” สิ้นคำว่าคู่หมั้นชื่อที่เธอไม่เคยเรียกมันมาเลยตลอดสิบปีก็หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม เสียงที่เรียกชื่อเขามันช่างเย้ายวนแม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจ มันน่าจับจูบเสียจริงๆ

     “อย่างน้อยก็ยังจำชื่อฉันได้” พูดจบเขาก็คลายอ้อมแขนออกจากเอวบาง จริงๆ ก็ไม่อยากจะปล่อยแต่กลัวใจตัวเองว่าถ้าเจ้าหญิงน้อยยังทำตาโตตื่นตะลึงและครางชื่อเขาด้วยน้ำเสียงหวานหูแบบเมื่อกี้นี้อีกเขาจะอดใจไว้ไม่ไหว

 

     “ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งละกันนะเจ้าหญิงชาร์ล็อต โรซาลี อัลเลน ฉันคือ ธีโอดอร์ ทรอยด์ คาสตีล คู่หมั้นแล้วก็เป็นผู้ปกครองของเธอในตอนนี้”

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

#

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha