เล่ห์รักอำพรางใจ มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 14 : 5 (2/3)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เมื่อเห็นว่าเจ้าหญิงน้อยของเขายังยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ทรอยด์จึงจำเป็นต้องจับจูงมือเล็กๆ รั้งเธอให้มานั่งบนโซฟาหวาย ส่วนเขาก็นั่งลงบนโซฟาอีกฝั่งซึ่งที่มันก็ไม่ได้กว้างมากพอนั่งพร้อมกันสองคนหัวเข่าก็แทบจะเกยกัน คนตัวเล็กกว่าที่ค่อนข้างไว้ตัวก็ขยับร่างหนีจนชิดที่เท้าแขน

“ทำไมคุณถึงไม่บอกเราก่อนหน้านี้ว่าคุณเป็นใคร” เมื่อได้สติเจ้าหญิงชาร์ล็อตก็ยิงคำถามใส่คนตรงหน้าทันที

“ล็อตตี้ โรสเธอน่าจะเห็นนะว่าฉันยุ่ง นอกจากเรื่องของเธอแล้วฉันก็มีงานมีการที่จะต้องทำ เป็นเด็กอ่อนหรอฉันถึงต้องมานั่งเฝ้าป้อนข้าวป้อนน้ำ”

“อย่าบอกนะว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องการคนรองมือรองเท้าตลอดเวลา”

ริมฝีปากอิ่มที่จะยิงคำถามต่อชะงักค้าง เมื่อได้ยินวาจาเชือดเฉือนที่เจ็บแสบไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเธอก็เป็นภาระและส่วนเกินสำหรับคนอื่นตลอดเวลาสินะ ที่จริงธีโอดอร์ ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเธอก็ได้เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเขา ที่นี่ก็เป็นบ้านของเขาคนอาศัยหลบภัยอย่างเธอไม่ควรจะเรียกร้องอะไร

ทรอยด์มองริมฝีปากแดงสดที่ชะงักค้างด้วยความแปลกใจ เมื่อสักครู่นี้เหมือนเธอจะเอ่ยปากพูดอะไรสักอย่างออกมาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมพูด ชั่วพริบตาเดียวที่เขามั่นใจว่าเห็นหยาดน้ำรื้นขึ้นมาข้างในนัยน์ตาสีเขียวแล้วมันก็หายไป

“เป็นอะไร” คำถามห้วนๆ ทำให้คนที่กำลังอ่อนไหวได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ ทำไมมันรู้สึกเหนื่อยแบบนี้ เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนว่าความเศร้าโศกในใจเธอจะจางลงไปบ้างเพราะได้พูดคุยกับคุณเกรย์ ถึงมันจะไม่ได้มากมายอะไรแค่การทักทายตามประสาแต่เขาก็ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนกับว่าเธอมีเพื่อน

 

การปรากฏตัวของคนตัวโตที่เป็นคู่หมั้นตั้งแต่วัยเยาว์ทำให้จิตใจเธออ่อนล้า คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ของเขาตอกย้ำความรู้สึกว่าเธอไม่เคยได้รับการยอมรับหรือเป็นที่ต้องการมันเริ่มกลับเข้ามากัดกินในหัวใจ

“เราดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ต้องขออภัยหากการมาของเราทำให้คุณมีภาระเพิ่มขึ้นคุณจะส่งตัวเรากลับไฮ  เวอดูรัสก็ได้ เราพร้อมที่จะกลับบ้านแล้ว” หญิงสาวยืดตัวตรงและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ คนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาตลอดสิบปี ถึงแม้ว่าจะเป็นคู่หมั้น แต่การที่ไม่ได้รักไม่ได้ผูกพันมันก็ไม่ต่างกับการเป็นคนแปลกหน้า

“อยากกลับไปตาย?” ทรอยด์หลิ่วตาใส่ผู้หญิงตัวเล็กที่อยู่ดีๆ ก็ชูคอเป็นนางพญาใส่เขา มันน่าจับมาฟาดก้นเสียให้เข็ดถ้าจะพยศไม่รู้เวล่ำเวลาเช่นนี้

“ถ้าถึงเวลาจะส่งกลับเองไม่ต้องห่วง อยู่ที่นี่ก็ทำตัวดีๆ ในเมื่อเธอบอกว่าดูแลตัวเองได้อย่าให้เป็นภาระใคร” ชายหนุ่มยังคงพูดต่อด้วยสีหน้าและน้ำเสียงนิ่งๆ

“ให้ตายเหอะเขาเกลียดท่าทางดื้อรั้นของเธอเป็นบ้า ถ้าขืนเป็นแบบนี้คงพูดจากันดีๆ ได้ไม่นาน”

 

ทรอยด์คิดในใจด้วยความหัวเสีย ตอนแรกเขาตั้งใจจะมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของเธอให้ฟังโดยละเอียดแต่พอมาเจอท่าทางประดุจนางพญาที่แสนดื้อรั้นเข้าไปก็เล่นเอาอารมณ์เสีย

“อยากได้อะไรก็บอกเกรย์แล้วกัน” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากบ้านหน้าตาเฉย ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งน้ำตาร่วงเผาะอยู่คนเดียวในห้องรับแขกที่เงียบงัน

สองมือเล็กรีบปาดน้ำตาออกจากแก้มขาวนวลทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู แต่มันก็ไม่ได้ไวไปกว่าสายตาที่เฉียบคมของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ เขาคิดว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่สู้ดีนักระหว่างเจ้านายหนุ่มกับเจ้าหญิงแสนงาม เพราะคนเป็นนายออกไปสั่งเขาเสียยาวเหยียดเรื่องการดูแลเจ้าหญิง ทรอยด์บ่นว่าเขาตามใจและเอาใจเธอมากเกินไปทั้งๆที่เกรย์ไม่เคยทำเช่นนั้นเลย

 

พอกลับเข้ามาในบ้านแล้วพบว่าเจ้าหญิงน้อยที่แสนบอบบางมีใบหน้าอาบน้ำตายิ่งชัดเจน คนทั้งคู่อาจมีปากเสียงหรือไม่ก็คงเข้าใจอะไรผิดกัน

“คุณเกรย์คะ เราถามอะไรหน่อยได้ไหม” เสียงสั่นๆ บ่งบอกว่าเจ้าหญิงชาร์ล็อตยังไม่ได้หยุดร้องไห้

“คุณล็อตตี้มีอะไรหรือครับ”

“เราเป็นภาระให้คุณเกรย์หรือเปล่า” ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นถามเขา เล่นเอาหัวใจด้านๆ ของบอดี้การ์ดหน้าโหดอ่อนยวบเพราะดวงตากลมโตของเธอรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แถมทั้งดวงตาและเปลือกตายังแดงช้ำ แสดงว่าเจ้านายของเขาต้องพูดจาอะไรไปสะกิดให้เจ้าหญิงน้อยๆ ต้องรู้สึกไม่สบายใจ

“ไม่เลยครับ คุณล็อตตี้ไม่ได้เป็นภาระ”

“คงเพราะคุณเกรย์ทำตามหน้าที่ ถ้าเราทำอะไรให้คุณเกรย์ต้องลำบากใจช่วยบอกให้เราได้รู้ตัวด้วยนะคะ” น้ำเสียงเล็กขาดห้วงเพราะร่างบอบบางกำลังกลั้นสะอื้น

“เราขอไปพักผ่อนในห้องก่อนไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นก็ได้นะคะคุณเกรย์”

ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เคยช่างพูดเหยียดยิ้มเกร็งๆ ให้กับบอดี้การ์ดตัวโตที่เป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวระหว่างที่เธออยู่ในบ้านเล็กสีขาวหลังนี้ ก่อนจะลุกเดินขึ้นหนีหายเข้าห้องนอนกดล็อกประตูแน่นหนาแล้วซุกร่างลงบนเตียงนุ่มด้วยจิตใจที่แสนอ้างว้าง

 

“คุณล็อตตี้ร้องไห้หลังจากเจ้านายออกไป ตอนนี้เธอขอเข้าไปนอนพักในห้อง” เกรย์รายงานสถานการณ์ด้วยข้อความสั้นห้วนให้กับสองฝาแฝด ถึงเจ้านายจะกลับมาอยู่ใกล้แค่นี้เขาก็ยังต้องรายงานทุกอย่างเช่นเดิม ตอนนี้เกรย์กำลังคิดว่าเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจต้องเป็นสาเหตุให้เจ้าหญิงชาร์ล็อตต้องเสียน้ำตาแน่นอน

การอยู่ดูแลเธอในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เกรย์พอจะเข้าใจนิสัยของหญิงสาวในบางส่วนถึงเธอจะเป็นหญิงสาวที่มาจากสังคมชั้นสูงแต่ไม่ได้มีนิสัยเอาแต่ใจ หากต้องการความช่วยเหลือเธอก็จะร้องขอด้วยความสุภาพ ความต้องการเดียวที่นอกเหนือจากสิ่งที่เจ้านายสั่งไว้คือการที่เธอขอเปิดหน้าต่างรับลม แล้วทำไมเจ้านายถึงมากล่าวหาว่าเขาตามใจเจ้าหญิงในความดูแลมากเกินไป

“ข้าวเย็นก็ไม่ให้เตรียม ดูท่าคงจะน้อยใจอะไรสักอย่างถึงได้ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตาช้ำไปหมด” เกรย์จงใจรายงานให้คนเป็นเจ้านายได้นึกภาพตาม เขาเองก็อยากจะรู้ว่าคนใจแข็งจะทำเช่นไรถ้าหากรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้เจ้าหญิงที่น่าสงสารต้องร้องไห้ ด้านสองแฝดก็รายงานทุกอย่างตามที่เกรย์แจ้งมาอย่างไม่บิดพลิ้ว ไม่มีตกแต่งคำพูดหรือประดิษฐ์อะไรให้มันฟังแล้วดูสวยหรูเลย

“จะร้องก็ร้องไปอย่ามาไร้สาระ” ทรอยด์พูดทั้งๆ ที่ไม่ยอมเงยหน้าออกมาจากกองเอกสาร งานที่คั่งค้างยังติดพันอยู่นิดหน่อยแต่มันก็ไม่มากเขาจึงให้ฝาแฝดขนงานมาที่เกาะด้วย

“นายว่ามันไม่แปลกหรอเนตัน ก่อนเจ้านายจะกลับมาเจ้าหญิงก็อยู่ของเธอปกติ” อีตันแกล้งทำเป็นคุยกับแฝดคนน้องเสียงดังให้มันรบกวนคนที่หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

“แปลกสิน่าสงสัยแต่ฉันไม่อยากออกตัวแรง กลัวจะโดนหมายหัวแบบเกรย์” เนตันรับมุกพี่ชายและพวกเขาดูจะมีความสุขกับท่าทางหลุกหลิกของคนเป็นเจ้านายเอาเสียมากๆ

“ถ้าจะคุยกันก็ออกไปข้างนอก คนจะทำงาน”

เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังโดนรุมทรอยด์จึงออกปากไล่พี่ชายฝาแฝดออกไปจากห้องทำงานก่อนที่คนทั้งคู่จะหาเรื่องให้เขาหงุดหงิดไปมากกว่านี้

“เดี๋ยวจะมาเรียกตอนเวลาอาหารเย็นก็แล้วกัน ถ้าพอจะมีเวลาว่างก็ช่วยคิดทีว่าไปพูดอะไรเจ้าหญิงน้อยที่น่าสงสารถึงได้ร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น” อีตันยิ้มกวนๆ ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน

“สิ่งที่นายไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ คนบางคนเขาไม่ได้คิดแบบนายนะทรอยด์” เนตันย้ำชัดๆ ก่อนจะเดินตามพี่ชายที่เกิดห่างกันไม่กี่นาทีออกไป

ส่วนคนที่ถูกโจมตีก็ทิ้งปากกาด้ามหรูลงบนแฟ้มหนาด้วยความหงุดหงิด จะอะไรกันนักหนาทั้งพี่ชายทั้งลูกน้อง เผลอนิดเดียวไปถือหางยายขี้มูกยืดกันเสียหมด ก็พูดด้วยดีๆ ไม่ได้ไปดุไปว่าตรงไหนสักนิดจะมาน้อยอกน้อยใจถึงขั้นต้องร้องห่มร้องไห้อะไรขนาดนั้น เกรย์คงจะตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นน้ำตาของผู้หญิงมากกว่าเลยตกใจจริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงเลยแม้แต่นิดเดียว

คนที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดไม่สนใจจะหาคำตอบ ชายหนุ่มสะบัดศีรษะเพื่อสลัดความคิดที่ไร้สาระออกจากหัวก่อนจะนั่งทำงานที่ยังคั่งค้างของตัวเองต่อไป

 

ทรอยด์เงยหน้าออกจากกองงานที่ลดลงไปกว่าครึ่งเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เขานั่งรับประทานอาหารเงียบๆ คนเดียวเพราะสองฝาแฝดบอกว่าจะออกไปตรวจตราความเรียบร้อยที่บ้านหลังเล็กหลังจากที่ไม่ได้ไปดูแลมานานนับสัปดาห์ ชายหนุ่มนั่งทานอาหารเงียบๆ ไปคนเดียวถึงแม้จะรู้สึกกร่อยๆ แต่ก็ไม่สนใจอะไรนัก เขาคิดแค่ว่ารีบกินจะได้รีบกลับไปทำงานต่อ

 

เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มที่อีตันและเนตันกลับเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายอีกครั้ง สองแฝดเดินเข้ามาด้วยสายตาจับผิดซึ่งคนต้นเรื่องยังไม่ยอมเงยหน้าออกจากแฟ้มงานเลยไม่รู้ว่าพี่ชายทั้งสองคนมีแผนอะไร

จนเมื่อเซ็นชื่อลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายเสร็จทรอยด์จึงยอมเงยหน้าขึ้นมา จบจากงานกองพะเนินวันนี้แล้วเขาก็จะพอมีเวลาว่างอีกพักใหญ่ๆ เว้นเสียแต่ว่าจะมีงานด่วนเข้ามากะทันหัน

 

“ไปตรวจงานมาเป็นยังไงบ้าง” คำถามที่เหมือนไม่ได้ใส่ใจหลุดออกมาจากริมฝีปากคมหยัก ทำให้สองแฝดที่นั่งนิ่งๆ รอเวลารีบทำตามแผนจับผิดเจ้านายทันที

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

#

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


😃😃😃😃😃
โดย Anonymous | 2 years, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha