เล่ห์สวาทในเพลิงแค้น [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

2

 

 

        “เป็นไงบ้างคะคุณ ลูกสาวของคุณจะไปช่วยตามหายัยนรีหรือเปล่า” ผกาสินีถามด้วยเสียงร้อนรน แต่พอได้เห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีก็พอจะเดาออกว่าลูกสาวของสามีคงไม่ช่วยแน่

          “ยัยกิ่งไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ แกก็เลยไม่ช่วย ผมว่าเราไปแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาลูกเถอะ ขืนรอให้ยัยนรีติดต่อกลับมาเองแบบนี้ คุณกับผมคงไม่เป็นอันทำอะไรกันแล้ว”

          “ไม่ได้นะคะคุณ!” ผกาสินีร้องห้ามเสียงหลง เพราะตนไม่อยากให้เรื่องมันแพร่กระจายออกไปจนไปถึงหูนักข่าว ซึ่งคงได้งามหน้าแน่ ถ้ามีข่าวหลุดออกไปว่าลูกสาวเจ้าของตลาดใหญ่หนีออกจากบ้านไปกับผู้ชาย

          “ทำไมล่ะผกา ก็ไหนคุณบอกเป็นห่วงลูก กลัวลูกจะได้รับอันตราย แล้วทำไมไม่ให้ผมโทรแจ้งตำรวจ แล้วนี่มันก็เข้าวันที่สองแล้วนะที่คุณติดต่อลูกไม่ได้ แล้วผมก็ไม่สบายใจด้วยที่เห็นคุณเครียด” คนเป็นสามีรั้งภรรยาเข้ามากอดปลอบ พร้อมทั้งคิดหาวิธีตามหาลูกเลี้ยงสาวให้พบเจอโดยเร็วก่อนจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับขวัญนรี

          “คือฉัน...ฉันไม่อยากเรื่องไปถึงหูนักข่าวค่ะ คุณคิดดูสิว่าถ้านักข่าวรู้ ยัยนรีจะเสียหายแค่ไหน ฉันว่าเรารอยัยนรีอีกสักวันก่อนดีกว่า แล้วถ้าภายในวันนี้ยัยนรียังไม่ติดต่อกลับมา ฉันจะให้คุณไปแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาลูกของเรานะคะ” ผกาสินีอ้อนเสียงหวาน พลางโอบกอดสามีอย่างเอาใจ เพราะเวลานี้ตนกำลังหวั่นใจว่าที่ลูกสาวหายไปนี่ก็คงจะหนีไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งกับ      เพื่อนชายเป็นแน่

          “ผมตามใจคุณ ถ้างั้นเราออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันเถอะ”

          “ได้สิคะ ว่าแต่คุณบอกแม่บ้านเอาไว้แล้วเหรอคะว่าจะไม่กินอาหารที่บ้าน” เพราะเธอเสียดายเงินที่ต้องมาเสียค่าอาหาร ทั้งที่ตัวเธอและสามีไม่ได้อยู่กิน

          “ผมไม่ได้บอก แต่คุณอย่าไปใส่ใจเลย ไปกันเถอะ” ธนัน อดีตพ่อม่ายเนื้อหอมที่ครองตัวเป็นโสดมาเป็นสิบๆ ปีโอบเอวภรรยาคนสวยออกไปขึ้นรถที่คนขับรถขับมาจอดรถสักระยะแล้ว โดยมีบรรดาคนรับใช้คอยมองดู

          “คุณผู้ชายนี่ก็สนใจแต่คุณนรี ทีกับคุณกิ่งละไม่เคยดูดำดูดีเลย ตั้งแต่รับสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน ว่าแต่คุณนรีนี่ก็หายไปสองวันแล้วนะป้า แต่ฉันว่าฉันน่าจะสาปแช่งให้คุณนรีหายไปจากบ้านนี้ตลอดกาล คุณกิ่งจะได้กลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิม”

          “ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก ก็สงบปากสงบคำซะบ้างเถอะนังอ่อน แล้วก็ จำเอาไว้ว่าเราเป็นแค่คนรับใช้ อย่าได้ไปยุ่งวุ่นวายเรื่องของเจ้านายให้มันมากนัก” แต่ใช่ว่าตนไม่เห็นใจคุณเมธินี ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อคุณเมธินีตัดสินใจจะย้ายออกไปให้ได้ ส่วนสาเหตุ ก็คงเป็นเพราะอึดอัดใจที่จะต้องอยู่ร่วมบ้านกับแม่เลี้ยง

          “ก็แล้วป้าแสนไม่คิดถึงคุณกิ่งเลยหรือไงล่ะ ดูสิเนี่ย ออกจากบ้านไปหลายปีแล้วนะป้า ฉันนี่อยากให้คุณกิ่งกลับมาจริงๆ คุณนรีจะได้ไม่ก้าวร้าวกับคนในบ้านไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะกับป้าแสน” เพราะทุกครั้งที่คุณขวัญนรีก้าวร้าวต่อป้าแสน เธอนี่ก็แทบจะบุกเข้าไปตบคุณขวัญนรีซะให้ได้ เวลาจิกหัวเรียกใช้ป้าแสน

          “จะบ่นให้มันได้อะไรขึ้นมานังอ่อน ไปๆ ไปแยกย้ายกันทำงานได้แล้ว”  

          “ป้าก็เป็นแบบนี้ทุกทีเลย ฉันบ่นฉันว่าคุณนรีหน่อยไม่ได้เลยนะ อย่าบอกนะว่าป้าโดนคุณนรีทำของใส่เข้าให้แล้ว ถึงได้ชอบห้ามฉัน” อ่อน สาวใช้ วัยยี่สิบหกมองสำรวจผู้อาวุโสกว่า เพราะนึกสงสัยอยู่ว่าทำไมป้าแสนที่ตนนับถือถึงได้ชอบออกรับแทนคุณขวัญนรี

          “แกนี่มันคิดอะไรเลอะเทอะจริงๆ เลยนะนังอ่อน” ป้าแสนส่ายหน้าเอือมระอากับความคิดของเด็กสาวคราวลูก แต่ก็ใช้ว่าจะไม่เหนื่อยหน่ายกับนิสัยของคุณขวัญนรีที่นับวันก็มีแต่จะก้าวร้าวมากขึ้นทุกๆ วัน แต่ตนจะไปทำอย่างไรได้ในเมื่อคุณธนันยังไม่ว่ากล่าวตักเตือนเลยสักครั้ง แล้วตนเป็นเพียงแม่บ้านจะไปตักเตือนอะไรได้ แต่จะให้ลาออกไปตนก็ทำไม่ได้ เพราะหวังจะให้คุณเมธินีกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ แล้วจะดูแลคุณหนูต่อ ตามที่เคยได้รับปากคุณนงนุชเอาไว้

          “ก็แล้วป้าคอยห้ามฉันทำไมล่ะ เวลาฉันต่อว่าคุณนรี ในเมื่อป้าก็รู้จักนิสัยแท้จริงของคุณนรี”

          “ฉันห้าม เพราะไม่อยากให้แกกับใครๆ ต้องออกไปหางานใหม่ทำยังไงล่ะ ไปๆ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว อย่าให้เจ้านายต้องมาต่อว่าว่าทำงาน    ไม่คุ้มเงินเดือน” ป้าแสนโบกมือไล่สาวใช้ที่ยืนกันหน้าสลอนให้รีบไปทำงาน

          “โอ๊ยป้า พวกฉันเนี่ยทำงานคุ้มเงินเดือนยิ่งกว่าคุ้มซะอีกนะป้า” เพราะแต่วันทุกคนต้องหัวหมุนทุกครั้งยามที่คุณขวัญนรีเรียกใช้งาน ที่นับวันก็จะหยิบจับอะไรเองไม่ได้เลย

          “ยังจะพูดมากอีกนังอ่อน” ป้าแสนเงื้อมือขึ้นสูง ส่วนอ่อนก็รีบวิ่งแจ้นหลบฉากไป จากนั้นป้าแสนก็เดินไปที่เปียโนตัวโปรดของคุณเมธินี แล้วก็หวนให้คิดถึงสมัยที่คุณหนูแสนน่ารักของบ้านนั่งเล่นเปียโน

          ป้าคิดถึงคุณหนูเหลือเกิน กลับมาอยู่บ้านเถอะค่ะคุณหนูของป้า 

 

 

 

ที่ชายหาดในยามที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้วสวยงามจนทำให้ดาราสาวที่กำลังทำให้ป้าแสนคิดถึงสุดหัวใจ ยืนมองความสวยงามของท้องทะเลจนเพลินและหลงลืมไปเลยว่าเธอต้องกลับไปอาบน้ำ แล้วจะได้ออกไปหาของอร่อยๆ กินกับผู้จัดการสาว ครั้นเมื่อเธอมองย้อนกลับไปทางเดิม ก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอนั้นเดินออกมาไกลจากที่พักพอสมควร

          “อ้าว! แบตหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะนี่ ป่านนี้พี่วาวาต้องบ่นแล้วแน่ๆ เลย” เสียงหวานบ่นเบาๆ หลังล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรบอกผู้จัดการสาวว่าเธอกำลังจะกลับ แต่เห็นทีคงจะโทรบอกไม่ได้แล้วเพราะหน้าจอดำสนิทไปแล้ว สองเท้าเล็กๆ จึงรีบเร่งเดินกลับไปที่พัก ทว่าขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นก็รู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามมา

          เมธินีเหลือบตาไปมองด้านข้างเพื่อดูท่าทีอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเมื่อไม่เห็นพิรุธอะไร เธอก็รีบเร่งฝีเท้าเดินต่อ แต่ยิ่งเธอเดินเร็วมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวก็เดินเร็วเช่นกัน เมื่อสถานการณ์ดูไม่ค่อยจะดีแล้ว จากที่เดินเร็วเธอก็เปลี่ยนเป็นวิ่งแต่ทว่าวิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ แขนก็ถูกคว้าเอาไว้

          “ปล่อยฉัน”

          “สวยๆ อย่างนี้จะให้พวกพี่ปล่อยไปง่ายๆ ได้ไงล่ะ พี่ว่าเรามาเล่นสนุกกันสักเดี๋ยวดีกว่าไหมคนสวย” หนึ่งในสองคนนั่นพูดขึ้น

          “ฉันไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ” เมธินีพยายามสะบัดแขนเพื่อให้หลุดจากมือเหนียวหนึบนั่น แต่ก็ไม่หลุดเสียที

          “แต่พี่สองคนอยากเล่นกับคนสวยนี่ มาเถอะน่าคนสวย อย่าเล่นตัวนักเลย พี่รับรองเลยว่าพี่จัดให้คนสวยถึงใจจนต้องร้องขอให้พี่จัดให้อีกรอบแน่ๆ” มันยิ้มเหี้ยม วินาทีนั้นเมธินีก็รู้แล้วว่าภัยร้ายที่อันตรายมากที่สุดสำหรับผู้หญิงกำลังจะมาเยือน เธอจึงทั้งเตะทั้งถีบสองวายร้าย พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยเสียงคลื่นประกอบกับไม่ค่อยมีผู้คนทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของเธอแม้แต่คนเดียว

          “ปิดปากสิไอ้เวร มึงจะปล่อยให้แหกปากร้องจนคนแตกตื่นหรือไง”

          “เออๆ” มันเอามือมาตะปบปากเหยื่อสาวเอาไว้ เมธินีดิ้นรนเอาเป็นเอาตาย แต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชายได้

          “หลังโขดหินนี่แหละ เหมาะดี” สิ้นเสียงนั่นมันก็ผลักจนเธอล้มหัวทิ่มลงไปกับหาดทราย เมธินียันตัวลุกขึ้นทั้งที่เจ็บจุกแล้วรีบวิ่งหนี ทว่ามันอีกคนก็ตามมาคว้าร่างเอาไว้ได้

          “ยอมพี่ดีๆ ดีกว่านะคนสวย บอกตามตรงเลยว่าพี่ไม่อยากใช้กำลัง เพราะพี่กลัวผิวน้องจะเสีย” มันเอ่ยบอกพร้อมมองด้วยสายตาหื่นกระหาย

          “ยะ...อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันมีเงิน ถ้าแกอยากได้ เดี๋ยวฉันเอาให้” เธอยกมือไหว้อ้อนวอนน้ำตาคลอเบ้า แต่สิ่งได้รับกลับมาคือรอยยิ้มร้าย

          “เงินน่ะพี่เอาแน่ๆ คนสวย แต่ตอนนี้พี่ขอเอาคนสวยก่อนก็แล้วกัน”

          “ไม่นะ! แกอย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉะ...ฉันขอร้องละ ปล่อยฉันไปเถอะ ได้โปรด ปล่อยฉัน” น้ำตาหลั่งรินเป็นสายฝน สองมือยังคงพนมอ้อนวอนขอร้องสองเดนนรก แต่ดูเหมือนสิ่งเธอทำจะไร้ผล เมื่อพวกเดนนรกเริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ

          แควก!!

          “กรี๊ด! อย่า! อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เธอพยายามปัดป้องตัวเองสุดฤทธิ์ เนื้อตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ น้ำตาไหลเป็นทางยาว หวนคิดถึงคำเตือนของผู้จัดการสาวที่เธอไม่น่าดึงดันจะออกมาเลย เพราะถ้าเชื่อคำเตือนของพี่วาวาคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้

          คุณแม่ขา ช่วยกิ่งด้วย

          “เฮ้ย! มึงหาผ้าอุดปากไว้ก่อนสิวะ แม่ง แหกปากร้องอยู่ได้น่ารำคาญฉิบ! ส่วนมึงก็รีบๆ ทำเร็วเข้า จะได้ถึงคิวกูบ้าง”

          “กูรู้แล้ว มึงก็ออกไปยืนห่างๆ สิวะ กูไม่ชอบให้ใครมายืนดูนะโว้ย ไปสิวะ!” ไอ้คนที่คร่อมร่างเหยื่อสาวตวาดไล่เพื่อน ขณะที่เหยื่อสาวก็อาศัยจังหวะนั้นยกเท้าถีบจนเดนนรกหน้าหงายหลังล้มตึงลงไป เมธินีกระเสือกกระสนพาหนีออกมา ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังลุกหนีนั้นข้อเท้าก็ถูกพวกเดนนรกมายึดไว้จนล้มกลิ้งลงไปกับหาดทรายที่ตอนนี้คลื่นกำลังสาดซัดเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha