เมียจานด่วน

โดย: รัชริล



ตอนที่ 1 : เมียจานด่วน


ตอนต่อไป

“จำที่ฉันบอกได้ใช่ไหมรมย์”

คำสั่งย้ำสำทับพร้อมแววตาที่มองมาอย่างฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลไว้ที่เธอ เรียกให้รมย์รวินท์ได้สติอีกครั้งหนึ่ง                                                                                                                                                    

“จำได้ค่ะคุณท่าน” หญิงสาวผงกใบหน้าที่ซีดเผือดลงทันตารับ

“เป็นอะไรไป เธอกลัวอย่างนั้นรึ?” น้ำเสียงถามเป็นกังวล เกรงว่าแม่สาวซื่อตรงหน้าจะทำแผนแตกเสียก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้น มีหวังเจ้าหลานชายตัวดีของท่านเป็นได้เตลิดเปิดเปิงไปไกลยิ่งกว่านี้เป็นแน่

จะบอกว่าเธอไม่กลัวก็คงไม่ใช่ ถ้าจู่ๆ ต้องกลายมาเป็นเจ้าสาวให้กับผู้ชายที่แทบจะเรียกว่าไม่รู้จักแบบสายฟ้าแล่บไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นใครก็คงอดที่จะหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้แน่ๆ แต่นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่เธอจะตอบแทนบุญคุณให้ผู้มีพระคุณอย่างคุณหญิงตวงทิพย์ได้

มือเหี่ยวย่นลงตามวัยมีรอยกระจางๆ ยื่นมาจับมือเธอแล้วบีบเบา

“มือเย็นเฉียบทีเดียว จะไหวไหมเนี่ย?” สายตาที่มองไปยังคนอ่อนวัยกว่ามาเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อรมย์รวินทร์ไม่ใช่พวกสาวสมัยไฟแรงสูง ปราดเปรียวปรูดปราด ที่ไล่ล่าตะครุบผู้ชายเป็นว่าเล่นหรือรู้จักหว่านเสน่ห์อ่อยเหยื่ออย่างที่สาวๆ เดี๋ยวนี้เขาเป็นกัน...และเพราะเช็กประวัติมาอย่างดีนั่นแหละ ท่านถึงวางใจที่จะเลือกใช้เจ้าหล่อน เพราะคิดเอาไว้แล้วว่าผู้หญิงเงียบเชียบเรียบร้อย กุลสตรีด้วยเนื้อแท้อย่างสาวน้อยตรงหน้าแบบนี้แหละที่จะปราบไอ้เสือร้ายอย่างนายต่อตระกูลได้อยู่หมัด

งูพิษสิ้นฤทธิ์ด้วยเชือกกล้วยฉันท์ใด...เสือเขี้ยวตันอย่างหลานชายท่านก็ย่อมต้องแพ้ทางผู้หญิงอย่างรมย์รวินทร์เป็นแม่นมั่น

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ นายต่อน่ะ มันก็ชอบเก็กหน้าดุๆ พูดจาโผงผาง ไปอย่างนั้นแหละ เนื้อแท้เขาเป็นคนดี ใครดีด้วย เขาก็ดีตอบ ไม่ได้ร้ายกาจอะไรเหมือนที่ชอบแสดงออกให้ใครๆ เห็นหรอก”

เธอก็หวังให้เป็นเช่นนั้น...หวังว่าต่อตระกูลจะร้ายเพียงภายนอกแต่จิตใจดีเหมือนเมื่อครั้งที่เขาเคยเป็นตอนเด็กๆ

ดวงตากลมสวยเงยขึ้นสบตาท่าน รีบผงกหน้า

“รมย์สัญญาค่ะคุณท่าน ว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จ”

“ดีมาก...ฉันฝากนายต่อไว้กับเธอด้วย” คำฝากฝังฟังดูน่าตลก เพราะอย่างคนหน้าดุนั่นมีอะไรให้ห่วงใยกัน และผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอหรือจะช่วยอะไรเขาได้

“ทำหน้าที่ภรรยาให้ดี เป็นตัวของตัวเอง และอดทนให้มากๆ ถ้าทำงานนี้สำเร็จฉันจะมีรางวัลก้อนโตให้เป็นของขวัญ” ท่านพูดถึงสิ่งล่อใจ เพื่อให้เธอพยายามให้หนัก และอดทนให้มาก เพราะรู้ดีว่างานนี้ไม่หมูเลย

รมย์รวินท์นิ่งไป เพราะแค่บุญคุณเท่าที่คุณตวงทิพย์ช่วยจ่ายค่าผ่าตัดเนื้องอกในสมองให้อาสุรางค์ที่เลี้ยงเธอมาได้มีชีวิตอยู่ดูโลกยืนยาวต่อไปเป็นเงินจำนวนกว่าล้านบาท ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้จะหาไหนมาใช้หมด

คุณหญิงตวงทิพย์ตบลงบนหลังมือเธอเบาๆ ก่อนจะปล่อย แล้วลุกขึ้นจากโซฟาในห้องนอนที่นั่งอยู่

“ได้เวลาแล้ว เห็นทีฉันต้องไปล่ะ”

หญิงสาวตระหนก หน้าตาตื่นขึ้นมา เพราะหมายความว่าท่านกำลังจะทิ้งเธอไว้ในห้องนี้...ห้องหอที่เจ้าบ่าวยังไม่ยอมเข้ามาเพราะมัวกินเหล้าสังสรรค์เฮฮาอยู่กับพวกคนงานข้างนอกโน่น

“จำคำฉันไว้นะ...อดทนให้มากๆ” สั่งย้ำสำทับอีกครั้ง ก่อนผู้สูงวัยที่ทั้งเธอและสุรางค์ให้ความเคารพจะก้าวออกไปจากห้องแล้วปิดประตูเงียบเชียบ เสร็จธุระแล้วคุณหญิงตวงทิพย์จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ภายในวันนี้เลย

หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอยู่แล้ว ระทึกแรงขึ้นมาอีก เมื่อระลึกถึงหน้าที่ของตัวเองตามคำสั่งของคุณหญิงในไร่อินทนิล

เธอจะคือนายหญิงของที่นี่ และเป็นภรรยาของต่อตระกูล อติเทพ หลานชายคนเดียวของคุณหญิงตวงทิพย์ นอกจากหน้าที่ภรรยาที่ชายหนุ่มไม่เต็มใจจะรับแล้ว เธอต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ต่อตระกูลเลิกทำไร่ทำสวน แล้วกลับไปทำงานที่ ไทรินสินเกษตร บริษัทส่งออกสินค้าทางการเกษตรอันดับต้นของประเทศ ซึ่งเป็นของตระกูล อติเทพ

ร่างเปรียวระหงในชุดสีขาวเรียบๆ มิใช่ชุดเจ้าสาวฟูฟ่องดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยายที่เคยฝันถึงหันรีหันขวางอยู่กลางห้อง อย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี เธอเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อเย็นวันก่อน หลังจากตกลงรับงานมาเป็นภรรยาของต่อตระกูล

ไม่ต้องห่วงอาของเธอนะ ฉันจะดูแลสุรางค์ให้เป็นอย่างดี

หากไม่มีท่านยื่นมือมาช่วยเหลือ ป่านนี้เธอคงไม่มีญาติคนสุดท้ายเหลืออยู่ในโลกนี้แล้ว

รมย์รวินท์ยินดีตอบแทนบุญคุณของคุณตวงทิพย์ด้วยข้อเสนอที่ท่านยื่นให้ ด้วยความเต็มใจ และเธอก็ได้เลือกแล้วที่จะยอมทิ้งอนาคตที่วาดหวังไว้ชั่วคราวเพื่อมาตอบแทนคุณท่าน...ลึกๆ แล้วเธออยากพิสูจน์อะไรบางอย่างด้วย

หญิงสาวยืนมองภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

เธอเป็นคนสวยมาก นายต่อต้องปฏิเสธไม่ออกแน่ๆ เพราะเจ้านั่นชอบคนสวย

ตอนนี้เธอเริ่มเห็นพ้องกับคุณหญิงตวงทิพย์แล้วว่า เมื่อได้แต่งหน้านิดหน่อย สวมเสื้อผ้าดีๆ เธอก็จัดได้ว่าเป็นคนสวยอยู่เหมือนกัน

นั่นสิคะคุณหญิง รูปร่างสูงโปร่งเหมือนกัน แต่หน้าตาสวยหวานกว่าคุณภิรมณตั้งเยอะนะคะ ชะไมคนสนิทเก่าแก่ของคุณหญิงเสริมขึ้นอีกคน

คุณภิรมณ เป็นใครหรือคะ? เธอสงสัยจริงๆ ถึงได้ถามออกไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้ท่านไม่พอใจ

แต่เมื่อได้เห็นท่าทางปั้นปึงคอแข็งของคุณหญิงตวงทิพย์ ถึงกับทำให้เธอหน้าถอดสีเลยทีเดียว

อย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้อีกนะชะไม และเธอก็เหมือนกันรมย์รวินท์อย่าได้พูดชื่อนี้ต่อหน้าต่อตระกูลเด็ดขาด

คำตอบไม่ทำให้เธอละความสงสัย หากกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า

ภิรมณ เป็นใคร?

และทำไมเธอถึงเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ได้

แปลว่าผู้หญิงชื่อ ภิรมณ จะต้องเป็นคนสำคัญกับต่อตระกูลขนาดที่ว่า คุณหญิงห้ามเอ่ยถึง และห้ามพูดชื่อนี้ต่อหน้าหลานชายท่าน

“ใจเย็นๆ น่ารมย์ เธอตัดสินใจแล้วนะ” หญิงสาวปลอบตัวเองพร้อมกุมมือสั่นเทาเข้าประสานกันและบีบแรงๆ หวังคลายอาการวิตกจริต

เมื่อเวลาผ่านไปทุกขณะ...จากนาทีเป็นชั่วโมง...และหลายชั่วโมงจนมืดค่ำ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าต่อตระกูลจะกลับมาเข้าหอกับเธอ...หรือบางทีเขาอาจจะรังเกียจเธอเกินกว่าจะนอนร่วมห้องด้วยก็ได้

แย่ล่ะสิ หากเป็นเช่นนี้ แผนที่คุณหญิงวางไว้ก็ไม่สำเร็จกันพอดี แต่ทำไมในนาทีนี้เธอถึงได้นึกดีใจอยู่ลึกๆ ก็ไม่รู้

ถึงมิได้รังเกียจรังงอนอะไรคุณต่อ แต่จะให้ปุบปับเจอหน้ากันก็ยินยอมกระโดดขึ้นเตียงไปด้วยกันกับเขา  คงเป็นเรื่องที่ต้องขอเวลาทำใจอยู่สักหน่อย...อย่างน้อยๆ ก็ขอให้เธอได้รู้จักเขา ณ ปัจจุบันให้มากกว่านี้ พอนึกถึงหน้าตาดุๆ ของคนไม่ยอมโกนหนวดโกนเครา พูดจาโผงผางเสียงดังที่เพิ่งได้พบเจอกันอีกครั้งวันนี้ ก็อดที่จะนึกเกรงไม่ได้

เวลาตั้งสิบห้าปีที่ไม่ได้พบเจอนิสัยเขาจะยิ่งเปลี่ยนไปขนาดไหนกัน

+++++++++

 

“อีกแก้ว...อีกแก้วโว้ย ฉลองให้เจ้านายหน่อยพวกเรา...คุณต่อจะได้เมียคนสุดท้องแล้ว”

เสียงอ้อแอ้ของนายสวัสดิ์คนงานซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้นมาพูดดังๆ พร้อมกับร่อนแก้วเหล้าในมือไปทั่ว

“เฮ....” คนงานในไร่อินทนิลกว่ายี่สิบชีวิตที่ล้อมวงกินเหล้าเลี้ยงฉลองสละโสดให้เจ้านายหนุ่มรีบเฮละโลโห่รับกันเสียงดังเป็นทอดๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงเคาะขวด เคาะแก้ว เคาะชาม ประกอบเสียงร้องเพลงเป็นที่เฮฮาสนุกสนานครื้นเครง ทุกคนต่างมีความสุขดูได้จากรอยยิ้มระรื่นชื่นบานบนใบหน้า...ยกเว้นเพียงแค่ เจ้าบ่าว

“เบาๆ กันหน่อยนะพวกเรา อย่าให้เมามาก เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเก็บข้าวโพดแต่เช้า เดี๋ยวจะลุกไม่ขึ้นกันเสียหมด” ศาสตราที่แยกมานั่งที่โต๊ะไม้มะค่าหน้าบ้านพักอยู่กับนายใหญ่ของไร่อินทนิลตะโกนปราม

โอ้ย! ไม่ต้องห่วงพวกผมหรอกครับคุณศาสตรา เมาเหล้าหัวราน้ำยังไง ก็ลุกไหวแน่ๆ เป็นห่วงเจ้าบ่าวหมาดๆ โน่นดีกว่าครับ กระดกแต่เหล้านอก ไม่รู้พรุ่งนี้จะลุกไปเก็บข้าวโพดไหวหรือเปล่า?” นายสวัสดิ์ตะโกนตอบมา เรียกเสียงโห่ฮาดังอีกคำรบ

“ใครจะตื่นให้โง่ละวะ เข้าหอทั้งที มันต้องฉลองยันเช้า เอาให้ฟ้าเหลือง ไม่ออกห้องหอไปสามวันสามคืนแหละโว้ย....” นายสมบูรณ์ที่เป็นลูกคู่กันอีกคนรีบแย้ง พร้อมกับเสียงโห่ฮาไม่ได้ขาดเสียง

ศาสตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ ที่พอเหล้าเข้าปากแล้วลูกน้องที่เคยเชื่อฟังกันดีเป็นได้แตกแถวหมด

“ดูสิครับ เมาจนไม่รู้ใครเป็นเจ้านาย ใครลูกน้องแล้ว”

คนหน้าตาบึ้งตึงที่นั่งกระดกเหล้านอกอยู่บนโต๊ะ ปรายสายตาไปดูคนงานที่สรวลเสเฮฮากันอย่างหงุดหงิด เพราะเพิ่งถูกผู้เป็นย่าจับมัดมือชกให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักไปหมาดๆ

“พวกคนงานไปเอาเหล้ามาจากไหน?” เขาเห็นกินกันตั้งแต่หัวค่ำ จนป่านนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพร่องเลยแม้แต่นิด

“ก็คงต้มกินกันเองละมังครับ” ศาตราว่าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

“แล้วพวกนั้นรู้ได้ยังไงว่าฉันจะแต่งงานวันนี้ นายบอกหรือ?” มองที่ศาสตราอย่างตำหนิ

“เปล่านะครับคุณต่อ ผมเองก็เพิ่งรู้พร้อมคุณต่อเมื่อค่ำวานนั่นแหละ”

ต่อตระกูลนึกถึงเหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารค่ำเมื่อเย็นวานอย่างหงุดหงิดหัวใจ เพราะจู่ๆ คุณหญิงตวงทิพย์ก็โผล่มาเยี่ยม และตำหนิติเตียนว่าเขาไม่เป็นโล้เป็นพาย ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าอยู่ไกลหูไกลตาท่าน ไม่ยอมมีลูกมีเมีย ไม่ยอมกลับไปทำงานในบริษัทของครอบครัว และไม่ว่าท่านจะพูดจาหว่านล้อมยังไง เขาก็ปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่อยากกลับไปพบหน้าบิดากับภรรยาใหม่ที่เขาไม่ชอบหน้า จนดันปากพร่อยพูดออกไปว่าจะให้เขาทำอะไรก็ได้ ยกเว้นกลับกรุงเทพฯไปทำงานที่ ไทรินสินเกษตร บริษัทส่งออกสินค้าทางการเกษตรขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศที่ตนเองมีชื่อเป็นทายาทโดยตรง คุณหญิงถึงยื่นคำขาดให้เขาแต่งงาน

วันๆ ผมเจอแต่ม้า แต่วัว และก็คนงานผู้ชาย คุณย่าจะให้ผมไปแต่งกับผู้หญิงที่ไหนล่ะครับ?

ก็ไปหาสิ

โธ่! คุณย่า เมียนะครับ ไม่ใช่ตุ๊กตุ่นหรือหนูนา จะได้ขุดหาเจอในไร่ได้ง่ายๆ

ไม่ต้องมาหาข้ออ้างเลยนะเจ้าต่อ ถึงแกจะอยู่ไกลหูไกลตา แต่ย่าก็รู้ว่า แกนะหิ้วเอาสาวๆ มานอนไม่ซ้ำหน้า ไม่รู้จักกลัวติดโรคมั่งหรือไง? สายตาพิฆาตของท่าน ราวกับย่อขนาดให้เขากลับไปเป็นเด็กชายต่อตระกูลตัวกระเปี๊ยกที่กำลังจะถูกฟาดก้นด้วยก้านมะยม เหตุเพราะไปบี้ปลาหางนกยูงในอ่างตายยกครอบครัว

ในฐานะที่แกเป็นหลานผู้ชายคนเดียวของคุณต้นสาย อติเทพ ฉันไม่ยอมให้นามสกุลของปู่แกต้องสั้นกุดแค่นี้แน่ๆ แกต้องแต่งงาน

ผมยังไม่เจอคนถูกใจ เขาบ่ายเบี่ยง

ฉันอยากได้เหลนไปเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงา และไม่เคยชอบผู้หญิงที่แกถูกใจ ในฐานะที่เงินลงทุนทำไร่อินทนิลเป็นของตระกูลอติเทพทุกบาททุกสตางค์ ฉันจะเป็นคนหาหลานสะใภ้เอง

นี่คุณย่าต้องล้อผมเล่นแน่ๆ เขาช็อกจนแทบหงายหลังตกเก้าอี้ ไม่คิดว่าคุณหญิงตวงทิพย์ จะลุกขึ้นมาทำตัวเป็นฮิตเล่อและยื่นคำขาดมาแบบนี้

มองหน้าฉัน แล้วแกคิดว่าไงล่ะ?

เขามองหน้าตาเอาจริงเอาจังของท่านแล้วพูดไม่ออก ได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อกเท่านั้น

ผมรับรองว่าจะเอาเงินเจ็ดสิบล้านบาทที่ยืมคุณย่ามาทำไร่คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอนครับ

อ๋อ.....เหรอ? ท่านลากเสียงยาว พร้อมแววตาดูแคลน แล้วเมื่อไหร่ล่ะยะ

ใครจะไปตอบได้ ไอ้ที่ลงทุนลงแรงไปห้าปีที่ผ่านมากำลังเพิ่งคืนทุน เงินเจ็ดสิบล้านบาทจะหาไหน และถ้ารู้ว่ามันถูกฝังอยู่ตรงไหนในไร่กว้างใหญ่นี้ เขาคงไม่รอชักช้าที่จะเกณฑ์คนงาน พร้อมกับจับจอบจับเสียมลงมือขุดด้วยตัวเองเอาเงินมาคืนท่านแน่ๆ

แถมก่อนที่ท่านจะมา น้ำก็เพิ่งท่วมไร่ข้าวโพดเสียหายไป ก่อนหน้านั้นก็เจอปัญหาแมลงกัดกินพืชผล ไอ้ที่หามาได้ก็เอามาหมุนเวียนซื้อปุ๋ย ซื้อยา ซื้อม้า รถไถ รถแทร็กเตอร์ แล้วยังจะค่ากินค่าอยู่จ่ายค่าแรงคนงานอีก แค่เขาไม่ขอเงินท่านเพิ่มก็ถือว่าเก่งสุดๆ แล้ว

เงินเจ็ดสิบล้านเมื่อห้าปีก่อน ถ้าฉันเอาฝากธนาคารไว้ ป่านนี้ก็คงออกดอกอีกไม่รู้กี่สิบล้าน

ใครว่าคนแก่กะโหลกกะลา นั่นต้องไม่ใช่คุณหญิงตวงทิพย์แน่ๆ

หรือถ้าเอาไปเล่นหุ้น ซื้อหน่วยลงทุน ป่านนี้ก็คงจะงอกเงยเป็นร้อยๆ ล้านแล้วกระมัง แล้วนี่แกมีอะไรบ้าง บัญชีที่ส่งไปให้ดูเห็นชักหน้าไม่ถึงหลังสักเดือน จะเอาเงินฉันมาผลาญเสียเปล่าๆ ปลี้ๆ

ผมขอเงินก้อนเดียว แต่ไม่เคยเอามาเพิ่ม ตอนนี้พืชไร่พืชสวนในไร่อินทนิลก็กำลังเก็บดอกออกผลได้ ถ้าคุณย่าไม่สบายใจ ผมจะใส่ชื่อคุณย่าเป็นเจ้าของคนละครึ่งก็ได้

ฉันไม่เอาย่ะ ที่ทางไกลปืนเที่ยง นั่งรถมาหัวสั่นหัวคลอนอย่างนี้ จะไปขายได้สักกี่บาทกี่สตางค์กัน ถ้าคิดจะคืน ฉันเอาร้อยห้าสิบล้านบาทขาดตัว

ร้อยห้าสิบล้านอุทานตาเหลือกทีเดียวคราวนี้...เจ็ดสิบล้านยังไม่มี นี่เล่นจะเอาตั้งร้อยห้าสิบล้านเทียว

ใช่...ทบต้นทบดอกห้าปี ฉันคิดที่ร้อยห้าสิบล้านบาทถ้วน ไม่ให้ขาดแม้แต่สตางค์แดงเดียว

ผมไม่มีหรอกครับ

งั้นก็ต้องแต่งงาน

แล้วผมจะหาเจ้าสาวที่ไหน

ฉันมีให้แกแล้วละกัน พรุ่งนี้ เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว

แล้วใครจะไปคิดว่าท่านเอาจริงๆ เมื่อท่านเล่นปลุกเขาแต่เช้าให้เข้าหมู่บ้านเพื่อไปทำบุญ ก่อนจะผูกข้อไม้ข้อมือให้ เขาเองก็เพิ่งเห็นหน้าเจ้าสาวเอาเมื่อเช้านี้เอง เจ้าหล่อนถูกสั่งตรงมาเพื่อเป็นเจ้าสาวให้เขา

ผู้หญิงท่าทางสนิมพิมพาสร้อย เรียบร้อยๆ นั่น หน้าตาก็ดูสะสวยดีหรอก แต่จืดชืดไร้เสน่ห์ชะมัดยาด แค่เห็นก็หมดอารมณ์แล้ว

หนูรมย์รวินท์ เจ้าสาวของแก

ลูกสาวใคร ตระกูลไหนกันครับ? เพราะระดับคุณหญิงเลือกให้ คงไม่มีเสียล่ะที่จะคว้าลูกลูกตาสีตาสามาเป็นสะใภ้ แต่กลับผิดคาด

พ่อแม่หนูรมย์เสียหมดแล้ว ย่าเพิ่งรับมาอุปการะเมื่อสามเดือนก่อน

ผมไม่เห็นรู้เรื่อง

แล้วแกเคยโผล่หน้ากลับไปที่บ้านบ้างไหม? หรือจะต้องรอวันที่ฉันตายก่อน แกถึงจะกลับไปรดน้ำศพใช่ไหมเจ้าต่อ

ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนไหนก็ไม่เคยชนะน้ำตาผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขารักและเคารพสุดหัวใจด้วยแล้ว มันไม่ต่างจากน้ำกรดที่ราดรดหัวใจ พร้อมกับเสียงอึงมี่รอบกายคล้ายภูติผีกระซิบว่า เขากำลังอกตัญู...เนรคุณ

เฮ้อ!

หลังจากกวาดสายตาๆ มองแม่สาวหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมนั่นไม่ถึงนาที เขาก็ผงกหน้าอย่างเสียไม่ได้

ท่าทางของ หนูรมย์รวินท์ ดูแล้วคงไม่ก่อความเดือดเนื้อร้อนใจอะไรให้เขาได้นักหรอก

ครับ แต่งก็แต่ง

สิ้นคำตอบรับ คุณหญิงตวงทิพย์ที่เพิ่งเล่นบทโศกเมื่อนาทีก่อนก็ยิ้มแฉ่งทันที

ให้ตายสิ...ผู้หญิง...ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ หรืออยู่ในฐานะไหน ก็มารยาเหลือร้ายให้ผู้ชายต้องยอมจำนนในที่สุด

พิธีผูกข้อไม้ข้อมือมีขึ้นง่ายๆ แค่คุณย่าเขาและพระสงฆ์องค์เจ้าที่มาร่วมทำพิธี แต่ก็นั่นแหละ พิธีการทั้งหมดผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และก็ถึงพิธีส่งตัวเข้าหอซึ่งเขาขอยื่นคำขาดกับท่านว่า ขอเวลาทำใจสักหน่อย

ถึงความหื่นจะขึ้นหน้าอยู่บ่อยๆ ตามประสาผู้ชายวัยฮอร์โมนพุ่งพล่าน แต่ก็มีความยับยั้งชั่งใจไม่กระโดดเข้าใส่ผู้หญิงทุกคนเป็นแน่

ยิ่งผู้หญิงจืดๆ ชืดๆ อย่างแม่รมย์รวินท์ ปลุกอารมณ์เขาไม่ขึ้นหรอก คงต้องขอเวลาทำใจนานๆ สักหน่อย

“ดึกแล้วนะครับ คุณต่อไม่รีบเข้าหอหรือ? ป่านนี้เจ้าสาวคอยแย่” ศาสตราถามหน้าทะเล้น เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเอาแต่กระดกเหล้าหน้าเซ็งๆ พร้อมถอนหายใจพรวดๆ ทิ้ง

“อยากรอก็ปล่อยให้รอไป” ว่าพร้อมกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทอะไรอีก เพราะคุณหญิงเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปตั้งแต่เมื่อบ่าย ตอนนี้ยัยหนูรมย์รวินท์ก็ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือของเขาหรอก

“ทำไมใจร้ายอย่างนั้นล่ะครับ ผมดูคุณรมย์เธอก็สวยดีออก”

“สวยเหรอ? หน้าจืดอย่างกับเต้าหู้” ปรายตาไปมองคนพูดอย่างดูแคลนในรสนิยม

ศาสตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอากับอคติของอีกฝ่าย เพราะจะว่าไปในสายตาเขา รมย์รวินท์หาใช่ผู้หญิงหน้าจืดไม่ ใบหน้าเล็กเร็วจมูกปากคิ้วคางกระจุ๋มกระจิ๋ม แต่มีหน่วยตากลมใหญ่และชัดแจ๋ว น่ารักทีเดียวเชียวล่ะ

“ถ้าคุณต่อไม่ชอบ ทำไมถึงไม่บอกคุณหญิงท่านไปตรงๆ ล่ะครับ”

“นายเห็นว่าฉันมีทางเลือกนักหรือไง? ไอ้ทำไร่นี่ บางเดือนก็กำไร บางเดือนก็ได้เท่าทุน ไอ้ที่ขาดทุนอีกเท่าไหร่ ชักหน้าจะไม่ถึงหลังอยู่แล้ว จะให้ฉันมีหน้าเอาอะไรไปต่อรองกับคุณย่า”

“ก็บอกสิครับว่าไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ”

“คุณย่าท่านเคยฟังเสียที่ไหน บอกว่าถ้าให้ฉันเลือกเองเห็นทีชาตินี้คงไม่ได้อุ้มเหลน” ว่าอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ ชายชาตรีที่ได้ฉายาพยัคฆ์ร้ายแห่งขุนเขา ต้องถูกฏีกาให้กลายมาเป็นพ่อพันธุ์ผลิตลูก...ก่อนที่อติเทพจะสิ้นสกุล

ศาสตราอึ้งไป ก่อนจะกระแอมสองสามที ก้มตัวลงมากระซิบกระซาบพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

“แล้วอย่างนี้คุณต่อจะทำยังไง?”

นั่นสิ...เขาจะทำยังไงดี?

ชีวิตที่อิสระเต็มร้อย กำลังจะมีเมียมาเป็นห่วงห้อยคอ เท่านั้นไม่พอ ยังจะต้องเร่งผลิตลูกอีก แถมยังไม่ได้รักคนที่จะเป็นแม่ของลูกเลยแม้แต่นิด ชีวิตครอบครัวหลังจากนี้ของเขาจะเป็นยังไง?

“หลับหูหลับตาทำไป ก็คงได้อยู่มัง เห็นทีพวกเมียคนงานเดี๋ยวท้องโย้ เดี๋ยวก็ลาคลอดคงจะไม่ยากเย็นอะไรหรอก” ว่าอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเทเหล้าเพียวๆ ลงแก้วแล้วกระดกพรวดเดียวจนสำลักด้วยดีกรีความร้อนบาดคอ

“คิดอย่างนั้น สงสารผู้หญิงกับเด็กแย่เลยนะครับ” คนสนิทที่ควรเข้าข้างเขามากกว่าใครพูดคล้ายตำหนิ

ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าไปพล่านอยู่ในเส้นเลือดเงยขวับขึ้นมองหน้า

“คนที่น่าสงสารคือฉันต่างหาก จะมอมตัวเองยังไง? ให้มีอารมณ์หื่นไปปล้ำยัยจืดนั่น” ถามอย่างหงุดหงิดหัวใจ

ศาสตราแบมือสองข้างพร้อมส่ายหน้า

“เรื่องนี้ขอผ่านครับ ประสบการณ์ผมน้อย คงให้คำปรึกษาไม่ได้”

คนกลุ้มอกกลุ้มใจกุมขมับ เสียงคนงานเอะอะโวยวาย เพราะถูกบรรดาเมียๆ มาตามให้กลับไปนอน

“ไอ้เชิด เอ็งจะเมาให้หัวทิ่มแก้วเลยใช่ไหม? กลับบ้านได้แล้ว”

“แกด้วยไอ้สิงห์  ไอ้หวัด แหม้! ได้ทีหน่อยล่ะ ไม่เลิกไม่รากันเชียว”

“เอ๊ะ! นังไม เอ็งไม่ใช่เมียข้า มีสิทธิ์อะไรมาด่าวะ”

ก็นังแก้วเมียเอ็งฝากมาตาม ไม่กลับไปด้วยกัน เดี๋ยวมันเอาลูกกินนมเสร็จ แกได้หูยานแน่ๆ”

เขาหันไปมอง แล้วได้แต่ส่ายหน้า

“เห็นไหมล่ะ...นายเห็นไหม...เขาถึงได้ว่า มีลูกกวนตัว มีผัวกวนใจ พอมีเมียก็ปวดกบาลอย่างนั้นไง” ว่าพร้อมกับพยักพเยิดไปทางคนงานที่เริ่มทยอยกันกลับอย่างไม่อาจขัดขืนคำสั่งเด็ดขาดจากบรรดาเมียๆ ได้

“ก็มันดึกแล้วนี่ครับ แถมพรุ่งนี้ก็มีงานแต่เช้าด้วย ผมว่าคุณต่อเองก็ควรจะกลับไปนอนได้แล้วเหมือนกัน”

ว่าพร้อมกับจะเข้าช่วยพยุงให้ลุกขึ้น แต่กลับถูกปัดมือทิ้ง

“นายจะให้ฉันรีบไปไหนวะศาสตรา” ถามเสียงหงุดหงิด “ยังเมาไม่ได้ที่ ฉันปล้ำเมียไม่ได้หรอกนะ”

ศาสตราได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

“ไอ้เมานี่แหละครับ จะปล้ำไม่ได้ หูตาลายจะหัวทิ่มเสียเปล่าๆ”

“อย่าพูดมากเลยน่า นายต้องอยู่เป็นเพื่อนฉัน กินเหล้ากันให้มันโต้รุ่งไปเลย”

“โต้รุ่งเลยหรือครับ? พรุ่งนี้มีเก็บข้าวโพดแต่เช้านะครับ” ศาสตราท้วง

 “อย่าพูดมาก...อย่าพูดมาก ไปเอาเหล้าที่คนงานกินเหลือๆ มาให้ฉันหน่อยสิ”

ศาสตราอึ้งไป ก่อนจะปรามด้วยความเป็นห่วง

“อย่าดื่มเลยครับคุณต่อ นั่นมันเหล้าเถื่อนนะ คนไม่เคยนี่ลุกไม่ขึ้นไปหลายวันเลย”

“เคยกินแล้ว...ไปเอามา” ว่าพร้อมกับผลักหัวไหล่ไล่ให้ศาสตราไปเอาไหเหล้ามา และคนเป็นลูกน้องก็ขัดไม่ได้เสียด้วย จำต้องลุกไปตามคำสั่ง พอไหเหล้าวางตรงหน้า ต่อตระกูลก็ไม่รอช้า เทใส่แก้วยกซด ก่อนจะทำหน้าเหยเกเพราะรสชาติบาดคอเหลือเกิน

“เห็นไหมละครับ ผมบอกแล้วว่ามันแรง”

“ไม่เท่าไหร่หรอก” คนดื้อแพ่งว่า ก่อนจะเทใส่เต็มแก้วแล้วยกซดอีก ครานี้หน้าตาบิดเบ้เลยทีเดียว

“ผมบอกแล้วว่ามันแรง นี่ไม่รู้ว่าต้มใส่ยาฆ่าแมลงด้วยหรือเปล่า?”

“อะไรนะ? ใส่ยาฆ่าแมลง” ถามอย่างตกใจ”

“ครับ ก็มีบางสูตร ถ้าอยากให้เหล้าดีกรีแรงๆ เขาก็ผสมยาฆ่าแมลงลงไปด้วย”

ต่อตระกูลหน้าแหย ก่อนจะโยนไหเหล้าทิ้ง

อ้าว! ไม่ดื่มต่อหรือครับ?”

“ไม่แล้วเว้ย ยังไม่ทันมีเมีย จะให้รีบตายไปไหน” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าแรงๆ ไล่ความมึนงง ก่อนจะหมุนตัวกลับ เดินซัดเดินเซมุ่งหน้ากลับไปบ้านพัก

“จะไปไหนล่ะครับคุณต่อ” ศาสตรารีบเข้าไปหมายช่วยพยุง เพราะเห็นท่าทางยืนเป๋ไปเป๋มา กลัวว่าเจ้านายจะหัวทิ่มไปเสียก่อน

คนเมาหันมายิ้มตาเยิ้ม

“กลับไปเข้าหอน่ะสิ...กำลังได้ที่เชียว” ว่าแล้วก็พุ่งถลาไปข้างหน้าจนหัวแทบปักพื้น จนคนถามรีบตามไปคว้าเอาไว้แทบไม่ทัน

“ไหวไหมครับเนี่ย?” ถามอย่างเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เพราะต้องช่วยแบกรับน้ำหนักร่างสูงใหญ่ ช่วยพยุงกลับไปส่งที่เรือนพักของผู้เป็นนาย


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha