เมียน้อยร้อยมายา (นิยายชุดเมียน้อย)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 2 : เมียน้อยร้อยมายา ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                การเดินทางมาจังหวัดสุพรรณบุรีไม่ได้ใช้เวลานานอย่างที่ใจอยากจะให้เป็นแต่การได้นั่งลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายที่เธอมีใจให้มันก็ไม่น่าอึดอัดอะไรแม้ภายในห้องโดยสารจะมีแต่ความเงียบ คุณช้างไม่ชอบพูดมากแต่ถ้าเป็นเรื่องงานแล้วเธอเคยได้ยินว่าเขาสามารถพูดได้ไม่หยุดอีกเรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มเปิดปากออกมาได้นั่นก็คือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพี่สาวของเธอ

                มันน่าขันที่น้องเมียจะไปตกหลุมรักพี่เขยแต่ช่วยไม่ได้เพราะเรื่องหัวใจมันห้ามกันง่ายๆ ที่ไหนกัน เธอก็เลยต้องซุกความรู้สึกนี้ลงไปให้ลึกสุดใจจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดโดยเฉพาะพี่สาวตัวเอง

                “คุณพิมพ์คงจะอยู่บนห้องข้าวของเดี๋ยวจะให้คนขนไปไว้ที่ห้องเดิม แล้วก็ฝากบอกคุณพิมพ์ทีว่าฉันจะไปคุยกับลูกค้าที่โรงสีจะกลับมาเย็นๆ นะ” พอมาถึงบ้านยังไม่ทันจะจอดรถนิ่งสนิทชยางกูรก็ต้องรีบบึ่งไปโรงสีทิ้งให้เกตุวดีต้องขึ้นไปหาพี่สาวเองคนเดียว

                ร่างบอบบางสมส่วนของหญิงสาวชาวกรุงเดินขึ้นบันไดบ้านไปด้วยความคุ้นชินข้างล่างไม่มีใครอยู่เลยพวกแม่บ้านคงจะขึ้นมาดูแลอรพิมพ์กันแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงใสๆ ของกิ่งแก้วเด็กในบ้านพูดอะไรเจื้อยแจ้วสลับกับเสียงดุ ของป้าสมบูรณ์แม่บ้านเก่าแก่

 

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                มือน้อยเคาะประตูเป็นมารยาทก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปยังห้องนอนของพี่สาวที่แยกออกมาจากห้องนอนของสามีเมื่อนานมาแล้วเนื่องจากอาการป่วยของพี่สาวเธอไม่คงที่ประกอบกับอรพิมพ์ไม่อยากรบกวนสามีที่ทำงานหนักมาทั้งวันให้มาดูแลคนป่วยอีกเธอจึงขอแยกออกมาแล้วให้กิ่งมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

                “มาถึงแล้วเหรอลูกเกด... พี่ก็ว่าอยู่ได้ยินเสียงรถแว่วๆ” เกตุวดีค่อยๆ เดินไปหาคนที่นั่งเอนหลังบนเตียงแล้วทรุดกายลงกราบที่ตักแม้วันนี้สีหน้าของอรพิมพ์ดูสดใสแต่ดูก็รู้ว่าคนเป็นพี่ซีดเซียวและซูบผอมลงไปมากกว่าครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้พบกันตั้งเยอะ

                “สวัสดีค่ะพี่พิมพ์ สวัสดีค่ะป้าสมบูรณ์ กิ่งด้วยเป็นยังไงบ้างล่ะเรา” เธอเลือกที่จะทักทายไถ่ถามคนรอบๆ ตัวตามมารยาทของคนที่ไม่เจอกันนานก่อนจะมาจบลงที่การนั่งกุมมือที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของอรพิมพ์เอาไว้แต่มันก็เป็นแค่เพียงการแตะเบาๆ ให้อีกคนอุ่นใจเพราะถ้าจับแรงไปเกตุวดีก็กลัวพี่สาวจะเจ็บ

                “ลูกเกดมาแล้วป้าไปทำกับข้าวได้เลยนะกิ่งด้วยไปช่วยป้าสมบูรณ์เถอะตอนนี้พิมพ์มีเพื่อนอยู่ด้วยแล้วไม่ต้องเป็นห่วง” แม้คำพูดนั้นจะเหมือนเป็นการบอกกล่าวให้ไปทำงานทำการธรรมดาแต่คนที่อยู่มานานอย่างป้าสมบูรณ์ก็รู้ว่านายหญิงของตัวเองต้องการใช้เวลาส่วนตัวกับน้องสาว

                “ได้ค่ะ ป้าจะลงไปเตรียมของว่างให้นะคะแล้วก็จะเตรียมอาหารกลางวันด้วยเลยคุณลูกเกดอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?” คนสูงวัยยังคงถามแขกผู้มาเยือนด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูเพราะเธอรู้จักสองพี่น้องมาตั้งแต่ยังเด็กแล้วที่คนแก่อย่างนางต้องตามมารับใช้ถึงที่นี่ก็เพราะว่าเป็นห่วงอรพิมพ์ที่สุขภาพไม่แข็งแรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

                “เกดทานอะไรก็ได้ค่ะเอาเหมือนพี่พิมพ์ก็ได้ป้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยป้าก็รู้ว่าเกดกินง่ายจะตายไป” เกตุวดียังเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริงเฉกเช่นวันวาน ในสายตาของคนแก่เห็นพี่น้องกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งป้าสมบูรณ์ก็ดีใจหวังว่าหญิงสาวจะช่วยกล่อมให้พี่สาวคนเดียวกลับเข้ารับการรักษาอีกครั้งหนึ่งหลังจากห่างหมอมานานจนร่างกายเริ่มทรุด

                “พี่พิมพ์คุณช้างฝากบอกว่าจะไปคุยงานกับลูกค้าที่โรงสีจะกลับมาเย็นๆ นะคะ” พออยู่กันตามลำพังเธอก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่พี่เขยฝากมาก่อนเป็นอันดับแรก

                “ช่วงนี้คุณช้างเขาทำงานหนักเพราะข้าวที่เราปลูกเองมันกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดก็ตั้งแต่มีหน่วยงานเอกชนเข้ามาตรวจสอบคุณภาพแล้วเจอว่าข้าวของเราปลอดสารพิษ ปลอดสารเคมีจริงๆ คราวก่อนนี้นั่นแหละเป็นข่าวดังใหญ่โตจนรับออเดอร์กันไม่หวาดไม่ไหว” น้ำเสียงของพี่สาวที่พูดถึงสามีมันเต็มไปด้วยความรัก เทิดทูน และภาคภูมิใจที่คนฟังสัมผัสมันได้อย่างชัดเจน

                “เกดว่าเราพักเรื่องของคุณช้างก่อนดีกว่าค่ะแล้วพี่พิมพ์เป็นยังไงบ้างได้ไปหาหมอบ้างหรือเปล่า?” ดูจากสภาพร่างกายของพี่สาวเธอก็พอจะเดาคำตอบได้แต่เกตุวดีก็ยังอยากฟังจากปากของอรพิมพ์อยู่ดี

                “ไม่ได้ไปเลยก็พี่รอให้ลูกเกดมาอยู่ด้วยกันก่อนจะได้พาพี่ไปหาหมอด้วยกันยังไงล่ะว่าแต่เราเถอะต้องไปรายงานตัวตอนไหน?” จะว่าไปแล้วน้ำเสียงของน้องสาวไม่ได้คาดคั้นแต่พอฟังแล้วอรพิมพ์ก็โกหกน้องไม่ลง

                “เกดมาอยู่ด้วยแล้วนี่ไงพี่พิมพ์อย่าดื้ออีกนะคะคิดถึงคุณช้างบ้างถ้าพี่พิมพ์ทรุดลงไปเธอจะเป็นกังวลเอานะ” จุดอ่อนของพี่สาวมีไม่กี่อย่างและจุดใหญ่ที่สุดก็คือคุณช้าง ชยางกูร ตระกูลวานิชผู้เป็นสามีที่ทั้งคู่คบหากันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยและคุณช้างนี่แหละที่เป็นคนดูแลพี่สาวเธอมาตั้งแต่ตอนนั้น เวลามันผ่านมานานพอๆ กับที่เกตุวดีแอบมีพี่เขยอยู่ในหัวใจนั่นแหละ

                “พี่อยากให้ลูกเกดดูแลคุณช้างได้หรือเปล่าถ้าพี่เป็นอะไรไป”

                “พี่พิมพ์เราจะไม่คุยกันเรื่องนี้เพราะพี่ต้องไม่เป็นอะไรค่ะ พี่พิมพ์จะต้องหายต้องอยู่กับลูกเกดแล้วก็คุณช้างไปอีกนาน” หญิงสาวข่มใจข่มความกลัวเอารอยยิ้มเข้าสู้เธอไม่ชอบเลยที่พี่พิมพ์พูดเป็นลางเหมือนจะตายจากกันไป เธอบอกตามตรงว่าไม่กล้าคิดภาพวันนั้นวันที่ไม่มีอรพิมพ์พี่สาวผู้เป็นเหมือนทั้งพ่อทั้งแม่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธออยู่ในโลกใบนี้

                “แต่ลูกเกดเป็นพยาบาลก็รู้ว่าโรคที่พี่เป็นมันรักษาไม่หายหรอกแค่ประคองอาการรอวันตาย พี่อยากตายโดยไม่มีห่วงลูกเกดสัญญาได้ไหมว่าจะดูแลคุณช้างให้พี่ ทำทุกอย่างแทนพี่ในเรื่องที่พี่ให้คุณช้างไม่ได้ทั้งดูแลแบบสามีภรรยารวมถึงมีลูกน่ารักๆ ให้คุณช้างสักคนสองคนด้วยได้ไหม?” น้ำเสียงที่จริงจังของอรพิมพ์ทำเอาใจของคนฟังร่วงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มไม่รู้ว่าผีห่าตนไหนเข้าสิงพี่สาวของเธออรพิมพ์ถึงได้พูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แบบนั้นออกมา

                “พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะลูกเกดพี่อยากให้คุณช้างเธอมีความสุขบ้างทั้งเรื่องอย่างว่าแล้วก็เรื่องครอบครัวที่สมบูรณ์เพราะพี่ให้อะไรแบบนั้นกับคุณช้างไม่ได้เลย” ดวงตาสีอ่อนของอรพิมพ์รื้นไปด้วยหยาดน้ำเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ทำร้ายชีวิตของเธอมานาน มะเร็งปากมดลูกถูกตรวจพบหลังแต่งงานไม่นานเพราะทั้งคู่ต้องการจะมีบุตรเลยไปตรวจร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมและหลังจากนั้นมาชยางกูรก็ไม่เคยเรียกร้องเรื่องอย่างว่ากับเธออีกเลยหลังจากที่เธอป่วยเพราะเขาอยากถนอมชีวิตของเธอไว้ให้อยู่กับเขายาวนานที่สุด

                หมอที่ไหนที่ใครว่าดี วิธีรักษาแบบไหนที่ทำได้ชายหนุ่มไม่เคยรีรอที่จะพาเธอไปรักษาแต่สุดท้ายแม้จะตัดมดลูกออกไปมะเร็งร้ายก็ยังคงลุกลามไม่หยุดจนเธอต้องตัดรังไข่ทิ้งไปทั้งสองข้าง พอหลังจากรับเคมีบำบัดครั้งสุดท้ายอรพิมพ์ก็ถอดใจขอไม่เข้าทำการรักษาใดๆ อีกซึ่งคนเป็นสามีก็ได้แต่ตามใจเพราะสงสารที่เธอต้องอดทนกับความเจ็บปวดเหมือนกัน

                มาถึงตอนนี้เมื่อรู้ตัวว่าคงมีลมหายใจอยู่ได้อีกไม่นานอรพิมพ์เลยอยากที่จะชดเชยให้ชยางกูรบ้างแล้วน้องสาวที่เธอเป็นคนเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะถึงยังไงแล้วเธอคงใจกว้างให้สามีไปยืนเคียงข้างกับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้แต่สำหรับเกตุวดีแล้วเป็นข้อยกเว้นของทุกอย่าง อรพิมพ์เชื่อว่าถึงอย่างไรแล้วเด็กคนนี้จะไม่มีทางทรยศเธออย่างแน่นอน

                “เกดขอเวลาหน่อยได้ไหมคะพี่พิมพ์? มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจนะคะจู่ๆ ก็ถูกขอให้ทำอะไรแบบนี้” ใจจริงเกตุวดีน่าจะมีความสุขที่พี่สาวเปิดโอกาสให้เธออยู่ใกล้ชิดกับชายในฝันที่เธอไม่กล้าอาจเอื้อมในชีวิตจริงแต่เพราะเธอไม่อยากอยู่

ใต้เงาของอรพิมพ์เธอเลยคิดหนักกับคำขอร้องของพี่สาว

                “ลูกเกดจะใช้เวลาคิดเท่าไหร่ก็ได้แต่อย่าลืมนะว่าโรคของพี่มันไม่มีเวลามากขนาดนั้น” อรพิมพ์ไม่ได้ตั้งใจจะขู่แต่เธอแค่อยากจะเตือนถึงข้อจำกัดให้น้องสาวพึงระลึกเอาไว้ ในครั้งก่อนที่เธอเคยเปรยเรื่องนี้ออกมาเจ้าตัวก็ยื่นเงื่อนไขให้คนเป็นพี่ไปตัดสินใจและอรพิมพ์ก็ทำมันลงไปแล้วแต่ไม่บอกให้เกตุวดีได้รับรู้

                “ค่ะพี่พิมพ์... แต่ยังไงแล้วต้องไปหาหมอนะหาที่ตัวจังหวัดก็ได้ใกล้บ้านจะได้ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย” เห็นน้องสาวเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอรพิมพ์ก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าสามีของเธอจะทำให้เกตุวดียอมทำตามในสิ่งที่เธอขอเพราะก่อนหน้านี้เธอปรึกษาสามีแล้วเขายอมเพราะอย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวในวันที่เธอต้องจากเขาไปทั้งๆ ที่ทีแรกชยางกูร เถียงหัวชนฝาพาลโกรธเธอและโกรธน้องสาวไปหลายวันแต่ในที่สุดเขาก็ยอมเพราะทนเสียงรบเร้าต่อไปไม่ไหว

                “วันที่ลูกเกดไปรายงานตัวพี่จะไปด้วย... จะไปหาหมอ” เพียงแค่นี้หัวใจคนเป็นน้องก็ฟูฟ่องพองโตถึงแม้การรักษาอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่เพราะอรพิมพ์ห่างหายจากการรักษาไปนานมากแต่แค่พี่สาวตกปากรับคำว่าจะไปหาหมอเธอก็ดีใจไปล่วงหน้าแล้ว

                “คุณพิมพ์ คุณลูกเกดคะ ป้าสมบูรณ์ให้มาตามค่ะป้าเตรียมอาหารกลางวันเสร็จแล้ว” สองพี่น้องที่คุยกันไปกินผลไม้ที่กิ่งเอามาให้เป็นอาหารว่างเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเพลินๆ เวลาก็ล่วงมาถึงตอนเที่ยงซึ่งเป็นเวลาทานอาหารกลางวันแล้ว ดังนั้นเกตุวดีจึงพยุงพี่สาวเดินลงบันไดมาเพื่อเป็นการประหยัดแรงของคนป่วย

 

                ส่วนด้านชยางกูรที่ได้รับโทรศัพท์รายงานอาการของคนป่วยก็มีสีหน้าดีขึ้นหลังจากที่เหนื่อยกับงานและลูกค้าที่แสนจะเอาแค่ใจพอป้าสมบูรณ์โทรมาบอกว่าวันนี้อรพิมพ์ทานข้าวได้มากกว่าเดิมแถมยังยอมกินยาที่จัดเอาไว้ให้อย่างไม่อิดออดก็แสดงว่าการมาของผู้หญิงคนนั้นมันได้ผล

                ที่สำคัญวันนี้น้องสาวดูแลพี่สาวเองทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเข้าห้องน้ำห้องท่าอาบน้ำแต่งตัวเกตุวดีก็อาสาทำแทนกิ่งเรียบร้อยทุกอย่างแถมข่าวดีที่สุดคือวันพรุ่งนี้อรพิมพ์จะยอมไปหาหมอพร้อมกับที่น้องสาวของเธอไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลเลยด้วย

                เกตุวดีคือผู้หญิงที่เมียเขาวางแผนเอามาประเคนถึงปากเพื่อหวังให้น้องสาวผู้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดมาทำหน้าที่เมียแทนตัวเองที่มะเร็งร้ายเล่นงานจนเติมเต็มความต้องการของสามีอย่างเขาไม่ได้ แต่ใช่ว่าชายหนุ่มจะกระโดดลงไปตะครุบอาหารเนื้อหวานที่ภรรยาจัดหามาให้เพราะเขาเองก็ต้องคิดดีๆ ก่อนจะลงมือปฏิบัติการถึงแม้จะเคยตกปากรับคำไปแล้วแต่ก็ยังต้องรักษาน้ำใจและความรู้สึกของภรรยามาเป็นอันดับแรก

                จะมีเมียใหม่ไม่ใช่ปัญหาแต่จะมีตอนที่เมียเก่ายังเจ็บป่วยอยู่ก็เกรงว่าญาติพี่น้องจะไม่เข้าใจเผลอๆ เขาจะกลายเป็นไอ้เลวมักมากในกามหรือไม่ก็เป็นพระยาเทครัวในสายตาของคนนอกที่ไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางในครอบครัวเขาไปเลยก็ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha