เมียน้อยร้อยมายา (นิยายชุดเมียน้อย)

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ตอนที่ 3 : เมียน้อยร้อยมายา ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “เพิ่งออกเวรเหรอ?”

                ชยางกูรทักคนร่วมอาศัยภายใต้หลังคาเดียวกันเมื่อเห็นร่างของน้องเมียเพิ่งเดินตรงเข้ามาในครัวในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาหน้าตาท่าทางของเกตุวดีดูเซียวๆ ไปกว่าเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนที่ได้เจอกันอาจเป็นเพราะงานที่โรงพยาบาลค่อนข้างหนักขนาดเพิ่งย้ายมาใหม่ยังต้องควงเวรเพราะบุคลากรไม่เพียงพอ

                “ค่ะคุณช้างพอดีช่วงนี้เด็กๆ ป่วยบ่อยที่หวอดเลยวุ่นแล้วนี่พี่พิมพ์ล่ะคะหลับไปหรือยัง?” เธอแปลกใจที่เจอพี่เขยในครัวดึกดื่นป่านนี้เขายังแอบมานั่งดื่มอยู่คนเดียวสงสัยจะมีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า

                “คุณพิมพ์หลับไปแล้วล่ะว่าแต่จะเอาอะไรหรือเปล่าเห็นเข้ามาในครัว” เขาถามเพราะไม่เห็นเหตุผลอีกคนจะเดินมาทำอะไรในนี้จะมากินข้าวก็คงไม่ใช่เพราะมันเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว

                “เกดจะมาหยิบน้ำน่ะค่ะจะขึ้นห้องแล้วเลยเดินเลยมาหยิบก่อน” เพราะครัวของบ้านแยกออกมาในส่วนของด้านหลังบ้านถ้าเดินขึ้นเดินลงมันจะเสียเวลาเกตุวดีจึงเดินเลยมาหยิบน้ำเย็นเอาไว้ไปดื่มตอนกลางคืน

                “เอาสิตามสบาย” ชยางกูรพูดแบบไม่ใส่ใจก่อนจะหันไปสนใจกับเบียร์ในมือต่อที่เขาต้องแอบมาดื่มอยู่ตรงนี้เพราะขี้เกียจให้ป้าสมบูรณ์แกบ่นเวลาขึ้นไปเจอซากกระป๋องเบียร์เปล่าในห้องเลยเลือกที่จะดื่มมันในครัวแล้วขึ้นไปนอนมันก็สบายใจดีทั้งคนกินแล้วก็คนตามเก็บ

                “เอ่อ... คุณช้างก็รีบๆ ขึ้นไปนอนนะคะดื่มเยอะมันไม่ดีกับสุขภาพ” หญิงสาวทักเขาเพราะความเป็นห่วงแค่ช่วงเวลาที่คุยกันอยู่นี่เขาก็เปิดเบียร์กระป๋องใหม่เพิ่มไปอีกสองกระป๋องแล้วนี่ยังมานับก่อนหน้านี้ที่เธอไม่เห็นอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่

                “ซ้อมทำตัวเป็นเมียล่วงหน้าหรือไง? ฉันจะบอกให้นะไอ้การที่มีคุณพิมพ์ให้ท้ายไม่ได้หมายความว่าเธอจะขึ้นมาแทนที่อรพิมพ์ได้นะเกตุวดี” น้ำเสียงเย็นเยียบซัดเข้าหาทำให้อีกคนรู้สึกเหมือนโดนลากไปตบหน้าคว่ำอยู่กลางสี่แยกทั้งตกใจทั้งอายเพราะไม่คิดว่าอยู่ดีๆ จะโดนพูดจาดูถูกออกมาจากปากผู้ชายที่ปกติจะถนอมวาจาไม่ค่อยจะยอมพูดอะไรออกมาง่ายๆ

                “เกดไม่เคยคิดว่าพี่พิมพ์คอยให้ท้ายอะไรนะคะ ขอตัวก่อนดีกว่าเกดว่าคุณช้างเริ่มพูดมีรู้เรื่องแล้ว โอ๊ะ!” แรงกระชากทำให้ขวดน้ำร่วงออกจากมือกลิ้งหลุนๆ ไปอยู่ใต้ตู้กับข้าว ชยางกูรกระชากเรียวแขนบอบบางของพยาบาลชุดขาวให้เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขาเพราะเกตุวดีพูดไม่เข้าหูเขาเลยสักนิด

                “ปากเก่งกว่าเดิมเยอะเลยนี่เลิกหลบหลังพี่สาวได้แล้วเหรอหรือพอจะรู้ว่าจะได้เป็นเมียเจ้าของโรงสีมันเลยระริกระรี้จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่” ชยางกูรยังพ่นคำพูดระคายหูออกมาอย่างต่อเนื่อง คำพูดเหล่านั้นมันทำเอาคนฟังถึงกับสลดใจเธอแอบชอบเขามันก็ถูกแต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเกตุวดีจะทนกับถ้อยคำหยามเกียรติหยามศักดิ์ศรีได้

                แล้วที่ชายหนุ่มมาคลั่งเป็นหมาบ้าขนาดนี้ก็เนื่องจากเขาเพิ่งมีโอกาสได้คุยกับหมอเจ้าของไข้ที่ดูแลอาการป่วยของภรรยาผู้เป็นที่รัก โรคที่อรพิมพ์เผชิญอยู่นั้นมันกัดกินร่างกายเธอมานานจนไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ทุกวันนี้ที่เธอยังมีลมหายใจเพราะได้รับการดูแลที่ดีเยี่ยมจากครอบครัวรวมถึงกำลังใจของคนป่วยยังดีอยู่แต่ถึงกระนั้นหมอก็บอกให้ชยางกูรทำใจไว้ได้เลยอะไรที่ทำให้คนป่วยมีความสุขเขาควรจะทำ

                ซึ่งนั่นมันทำให้เขานึกถึงคำขอร้องของภรรยาขึ้นมาได้ อรพิมพ์ขอให้เขารับดูแลเกตุวดีในฐานะภรรยาอีกคนเมื่อเธอจากไปแล้วจะได้มั่นใจว่าเขาจะมีความสุขเพราะมีคนคอยดูแล แต่อรพิมพ์ไม่ถามเขาเลยว่าอยากได้แบบนั้นหรือเปล่าแต่เขาก็ต้องจำใจรับข้อเสนอเพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ภรรยายอมกลับไปพบแพทย์

                “มันไม่ใช่เรื่องปากเก่งหรือไม่เก่งคุณช้างก็รู้ดีว่าเกดไม่ได้เป็นคนระริกระรี้ทุกอย่างมันเป็นความต้องการของพี่พิมพ์” จริงอยู่ที่เธอและเขาไม่ได้เป็นคนอยากเริ่มความสัมพันธ์ที่น่าอิหลักอิเหลื่อนี้ถึงลึกๆ แล้วจะแอบยินดีแต่เธอก็ไม่ได้มีความสุขถ้ามันต้องเหยียบย่ำหัวใจของพี่สาว

                “ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นคนตอแหล... ทั้งๆ กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องปฏิเสธมาสิว่าเธอไม่ได้แอบชอบฉันมานาน แล้วคราวนี้จะมาบอกว่าไม่ได้คิดอะไรมันน่าเชื่อตายล่ะเกตุวดี” เธอไม่แปลกใจที่เขาจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่เธอมีให้แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมเขาต้องพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้น พูดเหมือนเธอเป็นคนขอให้พี่พิมพ์ยกเขาให้กับตัวเอง

                “หยุดความคิดสกปรกของคุณไว้แค่นั้นเถอะค่ะคุณชยางกูร ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าคุณเป็นใบ้หรอก อื้อ!” เกตุวดียังบริภาษเขาไม่สาใจปากอุ่นๆ ที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นเบียร์ก็ก้มมาหยุดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ชยางกูรประกบปากเขาเข้ากับปากของเธอแล้วตะโบมจูบอย่างตะกรุมตะกรามไร้สิ้นซึ่งความอ่อนโยนและไร้สิ้นซึ่งความเห็นใจจนเกตุวดีสัมผัสได้ถึงรสคาวของเลือดข้างในปาก

                เขากำลังเข้าใจเธอผิดมันจริงอยู่ที่เธอแอบรักเขาแต่เกตุวดีไม่เคยมีความคิดที่จะแย่งชิงชายหนุ่มมาเป็นของตัวเองสักครั้ง จนมาถึงนาทีนี้... เธออยากทำให้เขาหลงเธอจนหัวปักหัวปำและถ้าหลงจนขาดเธอไม่ได้เลยยิ่งดี

                ใช่ว่าเกตุวดีอยากจะทำตัวร้ายกาจเพราะถ้าเธออยากได้เขาจริงๆ ก็คงไม่เฝ้าแอบมองอยู่เงียบๆ มาตลอดหลายปีนี่หรอกแต่ในเมื่อเขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่ดีเธอก็จะเป็นคนแบบที่เขาต้องการมันป่วยการที่จะโต้แย้งเดี๋ยวเขาก็หาว่าแก้ตัวแล้วเรื่องราวมันจะบานปลายไปใหญ่

                “นางฟ้าชุดขาว ถ้าแก้ผ้าออกแล้วมันจะต่างกับอีตัวหรือเปล่าฮะเกตุวดี!” หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความดูแคลนในน้ำเสียงของผู้ชายตัวโตแต่ยังไม่ทันที่สมองของหญิงสาวจะได้ประมวลผลร่างของเธอก็ลอยหวือติดมือเขาไปเสียแล้ว

                ชยางกูรอุ้มเกตุวดีมุ่งตรงขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองก่อนจะเปิดประตูด้วยมือเพียงข้างเดียวแต่ปิดมันด้วยแรงยันจากปลายเท้าก่อนจะโยนร่างเล็กที่สั่นเทาที่ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะกลัวลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ เตียงที่ควรจะมีคู่สามีภรรยานอนเคียงข้างแต่ชายหนุ่มกลับต้องนอนคนเดียวเพราะภรรยาที่ป่วยเป็นโรคร้ายขอแยกห้องนอนไปด้วยเหตุผลว่ากลัวตัวเองจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของเขา

                จากที่เคยแยกห่างแค่ห้องข้างๆ แต่ตอนนี้อรพิมพ์กลับย้ายไปนอนห้องข้างล่างเพราะเธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินขึ้นลงบันไดอีกต่อไปแล้วทำให้ชยางกูรยิ่งอึดอัดและเสียใจที่ช่วยอะไรภรรยาของตัวเองไม่ได้เลย

 

                “อย่าสะดีดสะดิ้ง!

                ชายหนุ่มตวาดเมื่อพยาบาลสาวกระถดตัวหนีเขาด้วยท่าทีหวาดกลัวอันที่จริงเขาก็กะจะหาเวลาเจรจากับเธอก่อนแต่พอเห็นสีหน้าและแววตาที่ทอดมองมาเหมือนเป็นห่วงมันก็ทำให้เขาอดคลื่นเหียนกับมารยาหลายร้อยเล่มเกวียนของเธอไม่ได้ ทำมาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จถ้าจะตอแหลคนอย่างชยางกูรมันเร็วไปร้อยปีนะเด็กน้อย

 

                “คุณชยางกูร!

                “ฉันจำชื่อตัวเองได้ไม่ต้องเรียกบ่อยหรอกเกตุวดี อย่าคิดจะเถียงฉันแค่จะพาเธอมาสอนงานเฉยๆ ถ้าคิดจะเป็นเมียของชยางกูรแค่มานอนนิ่งสวยๆ มันไม่ได้หรอกนะ" ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาตามแบบฉบับผู้ชายไทยแท้ๆ ที่เธอเคยหลงเสน่ห์ดูดุน่ากลัวและดูอันตรายจนสัญชาตญาณในการป้องกันตัวของเกตุวดีเริ่มทำงาน เวลานี้เธอต้องเอาตัวรอดไปจากที่นี่ให้ได้

                “ไม่ต้องคิดจะหนีเพราะวันนี้เธอไม่รอดแน่อยากเป็นเมียฉันมากนักก็จะสนองให้นี่ไง” มือใหญ่หยาบฉีกกระชากชุดเครื่องแบบอันทรงเกียรติของเกตุวดีออกจนกระดุมมันขาดห้อยรุ่งริ่งแถมเสื้อชั้นในที่สวมใส่เพื่อปกปิดปทุมถันก็ถูกถกขึ้นไปกองอยู่ที่หน้าอกเปิดเปลือยความเนียนของผิวกายท้าทายให้คนใจร้ายยิ่งอยากสัมผัส ส่วนทางด้านกระโปรงทรงเอสูงเสมอเข่าก็มีสภาพร่อแร่ไม่ต่างจากเสื้อตอนนี้มันถูกถกขึ้นไปกองเหนือบั้นเอวแถมถุงน่องสีเนื้อก็ถูกฉีกออกจนขาดวิ่นไปหมดไม่มีทางจะเก็บกลับมาสวมใส่ได้อีกแล้ว

                จะว่าไปแล้วเกตุวดีกับอรพิมพ์เป็นคู่พี่น้องที่เต็มไปด้วยความต่างซึ่งมันก็เป็นเพราะสองคนนั้นไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ คนน้องเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ครอบครัวมณีโชตให้การอุปการะเลี้ยงดูไม่ต่างจากลูกสาวแท้ๆ ข้อนี้ชยางกูรก็เพิ่งมารู้หลังจากแต่งงานเหมือนกัน

                ดวงหน้าสวยที่ค่อนไปทางสวยคมมากกว่าคนเป็นพี่แดงก่ำด้วยความที่เจ้าตัวพยายามจะสกัดกั้นความพลุ่งพล่านของอารมณ์ที่โดนปลุกปั่นจากคนตัวโตเอาไว้ ในตอนนี้ชยางกูรฝังใบหน้าหล่อเหลาเข้ากับเนินเนื้อกลางกายสาวเฝ้าขบเม้มดูดเลียเสียจนหญิงสาวละอายใจไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ไหนดี

                จากที่เคยดิ้นรนขัดขืนในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนไปโอนอ่อนผ่อนตามซึ่งมันอาจเป็นเพราะเขาชำนาญการหรือเธอเองที่โอนอ่อนให้เขาเองก็ไม่ทราบได้... ในใจลึกๆ มันยังรู้สึกรักและแน่นอนเธออยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสุขแม้หลังจากนั้นเธอจะทรมานปานตกนรกก็ตาม

                ในหัวของเกตุวดีมันหมุนคว้างก่อนจะขาวโพลนไปในที่สุดไม่รู้อาการนี้มันเกิดจากรสแอลกอฮอล์ที่ติดลิ้นชายหนุ่มมาให้เธอได้ชิมหรือเพราะว่าเธอเมาจากประสบการณ์ใหม่ที่ชยางกูรเพิ่งจะชักนำให้รู้จัก ยามเขาจุ่มจ้วงเรียวลิ้นรังแกเธอก็ได้แต่กรีดร้องชื่อเขาซ้ำๆ จนลำคอแห้งและเสียงแหบโหย

                ยิ่งเธอกรีดร้องชายหนุ่มก็เหมือนจะยิ่งสนุกเร่งแรงขยี้ทั้งนิ้วทั้งลิ้นจนคนตัวเล็กดิ้นพล่านแผ่นหลังแอ่นโค้งไม่ติดที่นอนแถมสะโพกกลมมนก็โยกร่อนไปตามจังหวะและแรงส่งของก้านนิ้วยาวๆ ที่ควงคว้างอยู่ภายในร่างกาย

                “เลิกดิ้นได้แล้วเหรอ? ว่าง่ายๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องออกแรงให้เจ็บตัว” ชายหนุ่มหยัดกายผละออกจากเนินเนื้อที่แสนหวานมาบดจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อเพราะฝีมือเขา สภาพของเกตุวดีตอนนี้มันน่าขยี้ให้บอบช้ำแต่เขามันก็ไม่ได้เลวพอจะข่มขืนใครเลยเลือกที่จะใช้เวลาเล้าโลมเพื่อให้เธอร้องขอเขาเอง... และตอนนี้ก็เหมือนมันจะสำเร็จแล้วด้วย

 

                “คุณช้าง...”

 

                “คุณช้าง... ได้โปรด”

                เกตุวดีหูอื้อตาลายมัวเมากับประสบการณ์ใหม่จนไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะค่อนแคะเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงสักเพียงไหน เธอรู้แต่ว่าไม่อยากให้เขาหยุดเธออยากให้ชยางกูรย่ำยีเรือนร่างของเธอซ้ำๆ ทำจนกว่าเขาจะพอใจเลยก็ได้

                “หืม... จะเอาอะไรทูนหัวบอกมาสิเอาแต่เรียกชื่อคุณช้างแบบนั้นฉันก็ตรัสรู้ไม่ได้นะว่าทำแบบไหนถึงจะถูกใจเธอ” คำยั่วเย้าของเขาทำให้เธอกระดากเลยเลือกที่จะใช้ร่างกายแสดงออกแทนการเอ่ยวาจามือเล็กๆ โน้มคอเขาเข้ามาประกบจุมพิตสะเปะสะปะไม่เป็นภาษาและยังพยายามเอาเนื้อตัวของตัวเองเบียดแนบกับเขาให้มากที่สุดถ้าชยางกูรเมตตาเขาคงเข้าใจและไม่ปล่อยให้เธอทำตัวเป็นผู้หญิงหน้าหนามากไปมากกว่านี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha