เงารักรัตติกาล

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : 1 (1/2)


ตอนต่อไป

                มือเล็กที่แลดูบอบบางกำลังลูบไล้ศีรษะของเด็กสาวที่นอนหลับตาพริ้มด้วยความเอ็นดูระคนหวั่นใจเพราะกำลังคิดไปถึงเรื่องราวที่เพิ่งได้ยินมาในช่วงเย็นวันนี้ เสียงของสตรีสูงวัยผู้ที่มีบุญคุณท่วมหัวยังคงดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทสร้างความกังวลและความหวาดหวั่นให้เธอเหลือเกิน

                “ตากรินทร์จะกลับมาแล้วเราจะทำยังไงเรื่องเรื่องหนูเจ้าจันทร์” น้ำเสียงของหญิงสูงวัยถ่ายทอดบทสนทนาสั้นๆ ผ่านมาตามสาย คุณท่านของเธอไม่ใช้สตรีที่อ้อมค้อมพูดมากร่ายยาววนไปไม่ได้ใจความ นางมักจะพูดสั้นๆ สรุปใจความสำคัญแบบนี้เสมอ

                “จ๋าไม่อยากให้คุณกรินทร์ทราบเรื่องของเจ้าจันทร์ค่ะถ้าคุณท่านจะกรุณา”

                “ฉันก็มาถามก่อนแหละถ้าแม่จ๋าถ้าสบายใจจะทำแบบไหนฉันก็จะไม่ขัด เอาว่าทำตามที่บอกมาก็แล้วกันทางนี้จะไม่พูดอะไร แต่ก็เตรียมใจไว้หน่อยนะยังไงตากรินทร์กลับมาก็ต้องทำงานร่วมกันมันเลี่ยงไม่ได้” หญิงสูงวัยสรุปความตามที่คนปลายสายบอกแม้นางจะรู้ว่าเด็กสาวที่ตัวเองอุปการะไว้จะให้คำตอบเช่นนี้แต่นางก็ยังอยากจะถามเพื่อความมั่นใจ

                “จ๋าก็แค่พนักงานคนหนึ่งค่ะคุณท่านยังไงก็ต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย คุณท่านไม่ต้องกังวลใจไปเลยนะคะยิ่งเรื่องหนูจันทร์ก็ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะจ๋าจะดูแลลูกของจ๋าไม่ให้ไปสร้างความรำคาญใจให้ใคร เอ่อ... เห็นป้ากาบบอกว่าคุณท่านไม่ค่อยสบายอยากเดินทางมาพักผ่อนสักหน่อยไหมคะยังไงอากาศที่นี่ก็ยังดีกว่าที่กรุงเทพฯ เยอะ” เมื่อได้พูดในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้แล้วจิณณพัตก็เอ่ยถามเรื่องสุขภาพของคุณท่านด้วยความเป็นห่วง

                “คงไปพร้อมตากรินทร์อยากไปดูให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาจริงๆ ขอบใจนะแม่จ๋าที่ยังเป็นห่วงคนแก่ตลอด เดี๋ยวฉันจะไปชิมชาของหล่อนถึงไร่เลย” คุณปรารถนารู้สึกเหมือนก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่คอ เด็กสาวที่นางส่งไปอยู่เสียไกลบ้านเพื่อซุกซ่อนปัญหายังถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและช่วยดูแลหญิงชราวัยไม้ใกล้ฝั่งอยู่เสมอ คิดแล้วคนแก่ก็ได้แต่สะท้อนสะเทือนใจที่ตนเองนั้นทำเรื่องเห็นแก่ตัวไว้มากมายเสียเหลือเกิน

                ความรู้สึกผิดบาปอันเกิดจากผิดพลาดและความเห็นแก่ตัวที่มันเกาะกุมจิตใจของนางนั้นเริ่มต้นเมื่อแปดปีก่อนซึ่งนางได้เกือบทำลายชีวิตดีๆ ของเด็กสาวที่เทิดทูนบูชาและกตัญญูรู้ต่อคุณหญิงชราร้อยเล่ห์อย่างนาง จนยอมเสียสละความสุขสดใสในวัยรุ่นของตนเอง มือเหี่ยวย่นยกภาพถ่ายในมือซึ่งเป็นภาพหญิงสาวหน้าตาสวยคมกับเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักขึ้นมองด้วยสายตาที่เริ่มฝ้าเริ่มฟาง แม้ความทรงจำเรื่องอื่นอาจจะเลอะเลือนไปตามกาลเวลาแต่เรื่องของจิณณพัตนั้นนางยังจำเรื่องราวทั้งหมดได้ขึ้นใจ

 

                “คุณย่าครับผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะครับ” หลานชายตัวดีนั่งหน้างอคอหักเมื่อผู้เป็นย่าเรียกคุยเรื่องการไปศึกษาต่อยังต่างประเทศอีกแล้ว กรินทร์กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่สามซึ่งคุณปรารถนาเห็นว่าสมควรที่จะไปเรียนต่อยังต่างประเทศในทันทีที่เรียนจบเพราะถึงยังไงหลานชายก็เป็นทายาทคนเดียวที่ต้องรับช่วงต่อธุรกิจทั้งหลายทั้งมวลของครอบครัว

                “ย่าบอกว่าต้องไปคิดซะว่าย่าขอได้ไหมพ่อกรินทร์จะเอาอะไรย่าให้หมดแค่ไปเรียนเมืองนอกให้มันจบถึงปริญญาเอก อย่าลืมสิว่าเราต้องมาช่วยแบ่งเบาภาระพ่อเขาอีกหลายอย่าง” ทั้งกิจการไร่ชาและส่งออกอาหารแช่แข็งกำลังเจริญก้าวหน้า คนแก่ที่เห็นโลกมาก่อนจึงอยากให้หลานชายคนเดียวเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ นางร่างแผนไว้แล้วว่าจะไม่ส่งกรินทร์ไปแค่เรียนอย่างเดียว ชายหนุ่มต้องหัดไปฝึกงานธุรกิจกับบริษัทที่เป็นพันธมิตรกันด้วย

                “คุณย่าบอกว่าจะให้ผมทุกอย่างจริงหรือครับ” คนเจ้าเล่ห์ดวงตาเป็นประกายวาววาบเมื่อคุณย่าที่รักพูดจบแถมเป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กในอุปการะของท่านกลับมาจากโรงเรียนและมาปรนนิบัติดูแลหญิงชราตามปกติ เด็กสาวร่างผอมสูงในชุดนักเรียนมัธยมปลายมันก็ดูจะเร้าใจดีเหมือนกัน

                สงสัยคืนนี้เขาต้องนอนคิดหนักแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองอยากได้มันจะคุ้มไหมกับการเดินทางไปไกลบ้าน จริงๆ กรินทร์ไม่ได้มีปัญหากับการศึกษา เขาเรียนเก่งแค่ติดจะขี้เกียจแถมถ้าไปเรียนเมืองนอกก็คงต้องทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเอง ทำให้ชายหนุ่มอายุยี่สิบเอ็ดที่มีนิสัยรักสบายเพราะคนอุ้มชูมาแต่เล็กเกิดจะกลัวลำบากขึ้นมานิดๆ

                “พรุ่งนี้ค่อยมาให้คำตอบย่า เดี๋ยวย่าจะให้แม่จ๋าพาไปเดินรับลมก่อนมื้อเย็นสักหน่อย” คุณปรารถนาพูดจบก็ส่งแขนที่เนื้อกายเหี่ยวย่นไปตามวัยให้เด็กสาวช่วยพยุงขึ้นยืน จริงๆ นางก็ไม่ได้แก่ขนาดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แต่เพราะโรคชรามักจะพาให้หน้ามืดเป็นลมอยู่บ่อยๆ จะเดินเหินไปไหนนางจึงชอบให้เด็กในอุปการะมาช่วยดูแลอยู่ใกล้ตัวเพื่อความปลอดภัย

                ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวพร้อมโฉบตะปบเหยื่อลอบมองตามร่างบางของเด็กสาวที่ตัวผอมเก้งก้างออกไปจนร่างเล็กๆ ของเธอพยุงคุณย่าของเขาเดินไปจนลับสายตา อีกปีหนึ่งต่อจากนี้เขาคงมีเรื่องสนุกๆ ทำ ดูแล้วมันคงคุ้มกว่าการไปซื้อกินให้เสี่ยงโรคข้างนอกบ้าน ในเมื่อเด็กในบ้านมันก็โตทันใช้เสียขนาดนี้

 

                “แกว่าอะไรนะตากรินทร์!” หญิงชราเสียงเข้มเมื่อวันรุ่งขึ้นหลานชายตัวดีมาแจ้งข่าวแต่เช้า กรินทร์ยอมไปเรียนต่อแต่มีข้อแม้เพียงหนึ่งข้อแค่คำขอเดียวที่หลุดออกมาจากปากหลานชายคุณปรารถนาก็ใจจะวายตายเสียให้ได้เลยทีเดียว

                “คุณย่าครับ ถ้าผมพูดดังอีกหน่อยนี่คงได้ยินกันทั้งบ้าน” ริมฝีปากคมผุดยิ้มเมื่อเห็นทีท่าของคุณย่าสุดที่รัก จะให้เขาไปผจญภัยในต่างแดนตั้งหลายปีเงื่อนไขแค่นี้คุณย่าน่าจะรับได้อยู่หรอก

                “แต่แม่จ๋าเพิ่งจะสิบเจ็ดแกจะเอาขาแหย่เข้าไปในตะรางหรือไงกัน โอย... ย่าจะลมจับ” หญิงชราหยุดมือจากการรับประทานอาหารเช้าพลางมองหน้าหลานชายตัวดีที่ยังทำท่าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว

                “อันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะครับคุณย่าบอกว่าถ้าผมอยากได้อะไรคุณย่าก็จะให้ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าอยากได้เด็กของคุณย่าคือถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับแค่ไม่ไปเรียน... ก็แค่นั้น” กรินทร์ต่อปากต่อคำแบบไม่ได้แคร์อะไร เพราะรู้ว่ายังไงแล้วคุณย่าก็ต้องจัดการให้เขาได้ตามที่ขอ

                ใจจริงเขาไม่ได้จะพิศวาสยัยเด็กจ๊ะจ๋าขี้ก้างเท่าไรหรอกแต่เพราะเมื่อวานร่างสูงๆ ผอมๆ ของเธอในชุดนักเรียนมัธยมปลายมันดันพุ่งเข้าตา เขามันก็แค่ม้าหนุ่มที่คึกคักอยากจะลองของแปลกของใหม่ดูบ้าง คุณย่าก็ทำเป็นตื่นเต้นกังวลไปเด็กสิบเจ็ดสมัยนี้ไวจะตายเผลอๆ เด็กคุณย่าอาจจะอาจจะไม่เหลือความสาวความใสไว้ให้เขาชิมแล้วกระมัง

                “ย่าต้องถามเจ้าตัวเขาก่อนเรื่องแบบนี้จะไปบังคับกันมันก็ไม่ใช่” คุณปรารถนาส่ายหน้าช้าๆ ทำไมนางจะไม่รู้สันดานหลานชายอยากได้อะไรก็จะต้องได้จะต้องเอามาเป็นของตน อาจจะเป็นเพราะนางเองก็เลี้ยงหลานแบบตามอกตามใจแม้ลูกชายลูกสะใภ้ฝรั่งจะห้ามปรามนางก็คอยจะเอาแต่ขัด สงสัยกรรมคงจะสนองคนแก่เข้าให้เสียแล้วสิ

                “ก็ลองถามดูแล้วกันครับผมรู้ว่าคุณย่าใจดี แต่อีกนิดนึงนะครับเรื่องนี้ผมว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไม่น่าจะรู้” ดวงหน้าหล่อเหลากระเดียดไปทางฝรั่งเพราะได้รับมรดกมาจากมารดาชาวอังกฤษลุกจากเก้าอี้เดินมาสวมกอดคุณย่าด้วยท่าทางออดอ้อน ตอนนี้คุณการิตและคุณเอเวอลีน เดินทางไปพบลูกค้าที่ต่างประเทศถ้าท่านทั้งสองรู้แผนร้ายของเขารับรองว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

                “ไว้ย่าจะถามแม่จ๋าเขา ไหนจะแม่อังกาบอีก” เมื่อคิดถึงแม่ครัวเก่าแก้ป้าแท้ๆ ของเด็กสาวนางก็รู้สึกไม่ค่อยจะดีแล้ว

                “เอ่อ ผมแค่อยากได้แค่ตัวนะครับไม่ได้อยากจะมีพันธะอะไร” คนเป็นหลานพูดทิ้งท้ายพลางส่งยิ้มร้ายกาจ เขาหวังว่าคุณย่าจะเข้าใจว่าเขาแค่อยากนอนกับเด็กจ๊ะจ๋า ไม่ได้อยากรับเธอมาเป็นภรรยาหรือรับผิดชอบใดๆ

 

     “เห็นป้าอังบอกว่าวันนี้คุณท่านทานอาหารน้อย ไม่สบายตัวหรือเปล่าคะ” เสียงหวานร้องถามด้วยความห่วงใยเพราะเมื่อกลับมาจากโรงเรียนแล้วป้าอังกาบก็เล่าอาการของคุณท่านที่เธอทั้งเคารพและเทิดทูนสุดหัวใจให้ฟังในทันที และเด็กสาวเองก็ไม่รอรีที่จะซักถามเพราะหากไม่มีคนตรงหน้าป่านนี้ชะตาของเด็กกำพร้าที่มีแม่ติดยาคงไม่รู้จะเป็นอย่างไร

                จิณณพัตถูกป้าแท้ๆ แย่งตัวมาจากมารดาตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะจันทร์ฉายผู้เป็นแม่นั้นติดทั้งเหล้าติดทั้งยา แล้วที่ตั้งท้องนี้ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นบิดาของตัวเธอ โดยที่ผ่านมาหญิงสาวถูกเลี้ยงดูมาด้วยแรงกำลังของบรรดาแม่บ้านและทุนทรัพย์ของคุณท่านปรารถนา หากไม่มีใครให้ความเมตตาป่านนี้เด็กสาวคงจะมีสภาพไม่ต่างจากมารดาของเธอแน่นอน

                “ไปตามป้าเรามาทีแม่จ๋า ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอสองคน” หญิงชรากัดฟันพูดแม้จะกระดากปากสักแค่ ไหนไม่ใช่ว่าชีวิตและศักดิ์ศรีของเด็กสาวจะไม่มีค่าไม่มีราคา แต่เพราะตัวนางเองก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอนาคตของหลานชายเหมือนกัน คุณปรารถนาตั้งใจแล้วว่าแม้กรินทร์จะทิ้งขว้างเด็กสาวในวันหนึ่ง คนเป็นย่านี่แหละจะเป็นคนรับช่วงต่อดูแลชีวิตต่อจากนี้ของเธอด้วยสองมือของนางเอง

                จิณณพัตกลับมาในห้องของประมุกของบ้านอีกครั้งพร้อมร่างท้วมของป้าอังกาบ ทั้งป้าหลานนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นพลางตั้งใจฟังสิ่งที่คุณท่านของพวกเธอต้องการจะพูด มันคงเป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่เช่นนั้นคุณท่านคงไม่มีสีหน้ากังวลใจเช่นนี้

                “มานั่งกับฉันหน่อยแม่จ๋า” มือเหี่ยวย่นตบที่ว่างข้างๆ ตัวเพื่อให้เด็กสาวเขยื้อนกายขึ้นมาหาซึ่งเธอก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ร่างสูงเก้งก้างตามวัยขยับกายช้าๆ เพื่อลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟาตัวหรู

                “ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วนะเรา” มือเหี่ยวย่นลูบหลังลูบไหล่เด็กสาวด้วยความเอ็นดู ก็เห็นกันมาตั้งแต่ตัวแดงๆ นอนแบเบาะร้องอ้อแอ้ พอโตมาก็มีกิริยาน่ารักทั้งขยันเรียนและขยันช่วยงานช่วยการแล้วจะไม่ให้คนแก่รักใคร่เอ็นดูได้อย่างไรกัน

                “ย่างสิบแปดแล้วค่ะคุณท่าน ว่าแต่มีอะไรให้จ๋ารับใช้หรือเปล่าคะสีหน้าคุณท่านไม่สดใสเลย” เด็กสาวตรงไปตรงมาและพูดจาฉาดฉานแบบนี้เสมอ เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าว่าผู้มีพระคุณที่อุ้มชูเธอมานั้นกำลังมีเรื่องกังวลใจ



#


เงารักรััตติกาลวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-Bookนะคะ

#


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha