เงารักรัตติกาล

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : 1 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “ฉันกำลังจะส่งตากรินทร์ไปเรียนต่อโดยที่มีข้อเสนอว่าอยากได้อะไรฉันจะให้ แล้วหลานฉันก็อยากได้เธอตัวเธอน่ะสิแม่จ๋า”

                “อุ๊ยตาย!” ป้าอังกาบอุทานพลางยกมือทาบอกส่วนเด็กสาวนั้นถึงกับนั่งบื้อใบ้ เหตุใดคุณกรินทร์จึงเกิดอยากจะได้ตัวเธอขึ้นมากัน เพราะปกติอยู่บ้านพูดจากกันก็แทบจะนับคำได้ ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มจะตั้งแง่รังเกียจอะไรตัวเธอเพราะถูกครั้งเขาก็พูดจาด้วยแบบดีๆ แต่ที่ไม่ค่อยจะได้สนทนาพาทีเพราะหญิงสาวนั้นมีงานมีการให้ทำมากมายอยู่ตลอดเวลา

                “ฉันอาจจะเห็นแก่ตัวหล่อนสองคนจะโกรธฉันก็ได้แต่ถ้าตากรินทร์ไม่ได้แม่จ๋าก็คงจะไม่ยอมไปเรียนแน่นอน ช่วยฉันหาทางออกทีได้ไหมแม่อังกาบ แม่จ๋า ฉันเองก็แก่จนจะลงโลงไม่ได้อยากจะมาทำเรื่องผิดบาปแบบนี้เลยจริงๆ” หญิงชราทอดถอนใจยาวเพราะนางเองก็ทุกข์ใจกับคำขอของหลานชายคนเดียวเสียเหลือเกิน

                ใครๆ ก็รู้ฤทธิ์รู้เดชของกรินทร์ วิสุทธิโสภณเป็นอย่างดีถึงชายหนุ่มจะหล่อเหลา เก่งกาจด้านการศึกษาและมีมารยาทสักแค่ไหนแต่เรื่องเอาแต่ใจก็ขึ้นชื่อพอๆ กัน

                “อย่าหาว่าฉันดูถูกหลานเลยนะแม่อังกาบฉันเองก็รักจ๊ะจ๋าเหมือนลูกเหมือนหลาน ครั้งนี้มันจนปัญญาคนแก่เสียจริงพ่อคนนั้นแค่อยากสนุกชั่วครั้งชั่วคราวฉันเองก็ไม่อยากให้เด็กสาวๆ จะต้องมามีตราบาปติดตัว”

                “แต่จ๊ะจ๋ายังเด็กนะคะคุณท่าน” คนเป็นป้าพูดได้แค่นั้นเพราะความรู้สึกมันตื้อตันไปเสียหมด

                ส่วนคนที่กำลังเป็นเป้าในการสนทนากลับนั่งนิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด เธอเองสำนึกในบุญของคุณท่านเสมอมาแต่หากจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อตอบแทนพระคุณก็อาจจะเป็นเรื่องที่ตัวเธอเองก็รับไม่ค่อยจะได้ แต่ความทุกข์ใจที่ฉายชัดบนสีหน้าของหญิงชราใจดวงน้อยก็อดที่จะเป็นห่วงใยคุณท่านไม่ได้เหมือนกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนแก่วัยขนาดนี้จะมาทุกข์ใจเรื่องความเห็นแก่ตัวของลูกของหลาน

                “ขอจ๋าคิดสักนิดได้ไหมคะคุณท่าน” หญิงสาวพูดช้าๆ โดยยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเธอจำเป็นต้องคุยกับคนต้นเรื่องก่อน หญิงสาวอยากจะถามให้รู้เรื่องว่าเหตุใดคุณกรินทร์ถึงได้มีความคิดพิเรนเช่นนี้

 

            “คุณกรินทร์คะ” เสียงหวานที่ร้องเรียกทำเอาท่อนขาแข็งแรงที่กำลังก้าวฉับๆ ขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้านชะงักค้าง เมื่อเจ้าของใบหน้าคมคร้ามหันมาก็เห็นว่าคนที่เรียกเขาคือแม่กระต่ายน้อยของคุณย่านั่นเอง

                “เรียกฉัน... มีอะไรหรือเปล่า?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แกล้งทำท่าไขสือไม่สนใจแววตาตื่นตระหนกของคนที่เรียกตัวเองเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เด็กของคุณย่ายังคงอยู่ในชุดนักเรียนเช่นทุกวันและก็น่าฟัดเหมือนทุกวันไม่มีเปลี่ยน

     เขาเองก็พอจะรู้มาบ้างนิดหน่อยว่าหลังเลิกเรียนเมื่อจิณณพัตมาถึงบ้านเธอจะพุ่งตัวไปดูแลคุณย่าปรารถนาก่อนที่จะทำสิ่งอื่นใด หากคุณย่าไม่มีอะไรให้ทำเป็นพิเศษสาวน้อยรูปร่างเก้งก้างก็จะกลับไปเข้าครัวช่วยงานหลังจากมื้อเย็นของคนในบ้านเธอจึงจะมีเวลาเป็นส่วนตัว ดูเป็นเด็กดีมีวินัยชะมัดยาดเลยนะเด็กคนนี้

     “ปากหายไปไหนจ๊ะจ๋าฉันถามทำไมไม่ตอบ” ชายในชุดนักศึกษาแกล้งถามเสียงดังจนคนที่แอบกลัดกลุ้มเพราะคิดหาคำพูดมาเจรจากับเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก ทุกถ้อยทุกคำที่เจ้าตัวอุตส่าห์เดินท่องมานั้นกระจายหายฟุ้งไปในอากาศทันที

     “เอ่อ จ๋ารบกวนอยากคุยธุระกับคุณกรินทร์สักครู่ค่ะ” พูดไปใบหน้านวลก็ก้มงุดจนชายหนุ่มเองก็อดที่จะขำไม่ได้

     “ไม่เคยมีใครสอนหรือไงว่าเวลาพูดกับผู้ใหญ่ให้มองหน้า” มือหนาเชยคางมนของเธอให้สบตาเขา แพขนตาที่โอบล้อมดวงตาสีดำเฉกเดียวกับสีนิลนั้นไว้นั้นช่างยาวและงอนงามยิ่งมองดูตัวกรินทร์ก็ชักจะใจเต้นแรง

     “ขอโทษค่ะ” เมื่อเห็นว่าผู้มีฐานะเป็นเจ้านายอีกคนชักจะเสียงเขียวหญิงสาวจึงเอ่ยคำขอโทษออกมา

     “ถ้าจะคุยก็ตามมาอย่าโอ้เอ้” เมื่อคิดแผนการร้ายกาจได้จอมวายร้ายก็หมุนตัวเดินไปยังทิศทางทีตั้งใจไว้ในตอนแรก เมื่อสาวผิวน้ำผึ้งเห็นเช่นนั้นก็เลิกยืนตะลึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเขาขึ้นไปชั้นสองของบ้านในทันที


     แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องมายืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าประตูห้องของชายหนุ่ม เธอยังไม่กล้าก้าวขาเข้าไปเพราะไม่รู้ว่าตัวคุณกรินทร์นั้นจะมาไม้ไหนกันแน่

     “ถ้ามัวแต่ยืนบิดก็ไม่ต้องคุยกันพอดีฉันไม่มีเวลามารอเธอทั้งคืนหรอกนะจ๊ะจ๋า” เขาตะโกนออกมาเมื่อไม่เห็นหญิงสาวตามเข้ามาในห้องสักที มือหนาแกล้งปลดกระดุมชุดนักศึกษาที่สวมใส่อยู่ช้าๆ จากนั้นก็เดินไปสะบัดมันใส่ตะกร้าแล้วกลับมานั่งทิ้งกายลงปลายเตียงทั้งๆ ที่สวมกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวเพื่อเฝ้ารอให้แม่กระต่ายป่ามาติดกับ

     “เอ่อ... คุณกรินทร์จะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมคะ” ริมฝีปากจิ้มลิ้มร้องถามเมื่อสาวผิวสีน้ำผึ้งก้าวขาเข้ามาในห้อง เขารู้ว่าเธอกำลังเขินเพราะแก้มนวลๆ นั้นมันขึ้นสีแดงราวกับผลแอปเปิล

     กรินทร์ไม่ตอบเขาแค่ดีดตัวขึ้นจากเตียงแต่ไม่ได้เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาแค่เดินไปปิดประตูห้องนอนพร้อมกับกดล็อกดังคลิก

     “อุ๊ย!

     “มีอะไรก็พูดมา” คนหนึ่งร้องเบาๆ เพราะตกใจที่อีกคนแกล้งแหย่ด้วยการเป่าลมใส่ตรงซอกหู

     “คุณท่านบอกว่าคุณอยากได้จ๋า จ๋ามาถามเหตุผลค่ะ” หญิงสาวยิงคำถามตรงประเด็นเพราะตัวเธอเองไม่ได้ชอบการอ้อมค้อม

     “ก็แค่อยากได้ พูดง่ายๆ เธอมันน่าเอาไงล่ะจ๊ะจ๋า” คำพูดลามกทำเอาหญิงสาวหน้าขึ้นสีหนักคราวนี้เธอไม่ได้เขินแต่กำลังโกรธที่เขามาพูดจาหยาบคายเช่นนี้

     “คุณ!

     “ก็แค่บอกมาว่าตกลงไหม จะให้เอาหรือไม่ให้เอาก็ว่ามาอย่ามามัวลีลาให้มากความ ถ้าหากเธอตกลงฉันก็จะไปเรียนเมืองนอก มีเวลาเกือบปีดูท่าแล้วเธอไม่น่าจะสึกหรออะไรเท่าไหร่หรอก” กรินทร์ยังคงพูดไปตามประสาคนปากเปราะและเห็นแก่ได้ เด็กคุณย่าถึงจะผอมบางเก้งก้างแต่หน้าอกหน้าใจนี่ดูแล้วไซส์ไม่ธรรมดา ยิ่งมาใส่ชุดนักเรียนแบบนี้เขายิ่งอยากผลักเธอลงเตียงแล้วละเลงลิ้นให้ดิ้นพล่านนัก ถ้าไม่ติดว่ารอให้เธอสมยอมเขาคงจะต้องเอาขาไปเกี่ยวคุกเกี่ยวตารางไว้ข้างหนึ่ง เอ่อ แต่อันที่จริงยอมหรือไม่ยอมมันก็คุกทั้งนั้น

     “จ๋าขอไปปรึกษาคุณท่านก่อนละกันค่ะ” หญิงสาวฝืนตอบออกมาแม้จะรู้สึกอดสู ใจเธอกรีดร้องว่าไม่ยอมตั้งแต่คุณท่านบอกความคิดสกปรกของหลานชายคนเดียว แต่เพราะหญิงชรานั้นมีพระคุณล้นพ้นท่วมหัวจะให้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยมันก็กระไรอยู่ เธอควรจะพิจารณาไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพราะมันเท่ากับเป็นการเอาชีวิตทั้งชีวิตมาเสี่ยงเลยทีเดียว

     “อย่าคิดนานรู้ไหม ถ้าฉันเปลี่ยนใจไม่ไปเรียนต่อคุณย่าท่านคงผิดหวัง” คนที่จิตใจดีมักจะมีจุดอ่อน จิณณพัตก็เช่นกัน แม้เธอจะเป็นหญิงสาวที่คล่องแคล่วและพูดจาฉาดฉานแต่สิ่งเดียวที่เธอยอมไม่ได้คือการปล่อยให้ให้คุณย่าของเขากังวลใจช่างเป็นเด็กที่อ่านง่ายเสียเหลือเกิน

 

     จิณณพัตเดินตาลอยออกมาจากห้องของกรินทร์ซึ่งกว่าจะพาร่างตัวเองกลับมาถึงห้องพักส่วนตัวได้เธอก็สะดุดอะไรต่อมิอะไรไปมากมายหลายหน สมองของหญิงสาวคลำหาทิศทางในการพาตัวเองออกจากวังวนตัณหาแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันดี น่าแปลกที่ผู้ชายสามารถมีความสัมพันธ์กับคนที่ตัวเองไม่รักได้แต่สำหรับผู้หญิงอย่างเธอมันเป็นเรื่องที่ทำใจยากเสียจริง

     เพราะว่าเธอไม่เคยมีคนรักและไม่เคยคบหากับเพื่อนต่างเพศคนใดเป็นพิเศษแต่ก็อย่างว่าเพื่อนเพศเดียวกันยังแทบไม่มีเพราะเด็กสาวฝังหัวตัวเองมาตั้งแต่จำความได้ว่าคุณท่านนั้นเป็นผู้หยิบยื่นชีวิตใหม่ให้เด็กบ้านแตกอย่างเธอ ที่ผ่านมาจิณณพัตรู้จักแค่ทางไปกลับบ้านและโรงเรียน ห้างสรรพสินค้าเคยได้ไปเหยียบนานๆ ครั้งก็เวลาที่ตามคุณท่านไปซื้อของ

     การตั้งใจเรียนส่งผลให้เธอมีผลการเรียนระดับที่ดีมากคะแนนระดับนี้สามารถเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนเองต้องการได้อย่างสบาย เธอจะไม่มีทางทำให้ใครผิดหวังโดยเฉพาะคุณท่านผู้ที่ให้การอุปการคุณ บุญคุณก็ค้ำคอแต่ศักดิ์ศรีก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ เด็กสาวทนเก็บความอัดอั้นตันใจเอาไว้ไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินไปเค้าประตูห้องพักของป้าที่อยู่ติดๆ กัน

     “นอนไม่หลับรึไงลูก”ป้าอังกาบถามด้วยน้ำเสียงเจอความห่วงใยเหมือนทุกครั้งน่าแปลกที่ป้ากับแม่ของเธอเป็นพี่น้องกันแท้ๆ กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้เป็นป้ามีเรือนกายขาวผ่องรูปร่างบอบบางในขณะที่มารดานั้นมีผิวสีน้ำผึ้งและรูปร่างติดจะอวบ ซึ่งจิณณพัตเองก็ไม่เคยเห็นหน้าแม่หรอกเธออาศัยมองจากรูปถ่ายที่ป้าเก็บไว้เพียงเท่านั้น

     ป้าอังกาบเป็นสาวโสดไม่เคยมีครอบครัวจึงไม่มีลูกเต้านั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งนางรักหลานสาวคนเดียวสุดหัวใจ แม้คำขอของคุณท่านจะกรีดลงไปจนใจร้าวแต่คนเป็นป้าก็ไม่อาจทัดทานหรือร้องห้ามอะไรได้ อังกาบเองก็ระลึกถึงพระคุณของท่านไม่ต่างจากหลานเผลอๆ จะมากกว่าเสียด้วยซ้ำก็ในยามที่จันทร์ฉายเดือดร้อนติดคุกติดตารางทั้งเรื่องค้าประเวณีหรือยาเสพติดก็ได้คุณท่านที่เมตตาช่วยเหลือทุกครั้ง

     “จ๋าไม่รู้จะทำยังไง” หลังจากนั่งทรุดกายลงบนพื้นห้องหญิงสาวก็ใช้ศีรษะทุยของตัวเองอิงซบกับเข้ากับปลายเตียงของผู้เป็นป้า คว่ำหน้าซุกอยู่อย่างนั้นชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา

     “มันเป็นชีวิตของจ๊ะจ๋าป้าอยากให้เราตัดสินใจดีๆ เอาไปเขาก็ไม่ได้ให้เกียรติแต่ถ้าปฏิเสธก็เหมือนเราไม่ไว้หน้าท่าน”

     “ถ้าจ๋าตกลงมันหมายความว่าสักวันหนึ่งจ๋าจะมีอิสระใช่ไหมป้า” หญิงสาวถามด้วยประกายตาไร้เดียงสา หากวันหนึ่งเขาเชยชมเธอจนสมใจแล้วก็อาจจะปล่อยชีวิตน้อยๆ ให้เป็นอิสระ แต่หากจิณณพัตเกิดปฏิเสธแล้วคุณท่านผิดหวังเสียใจเธอจะชดเชยความผิดบาปนี้ได้อย่างไรกัน

     เป็นผู้หญิงระบายความใคร่ลับๆ นี่มันเป็นตำแหน่งที่แสนจะอดสูแต่หญิงสาวก็ไม่รู้จะแก้ไขได้อย่างไรกัน ใจจริงเธออยากให้เรื่องนี้เป็นแค่ฝันแต่น้ำเสียงของชายเห็นแก่ตัวพูดเมื่อสักครู่นั้นมันตอกย้ำว่าเธอคงหนีไม่พ้นเขาจริงๆ


     “ก็แค่อยากได้ พูดง่ายๆ เธอมันน่าเอาไงล่ะจ๊ะจ๋า”


 

#


เงารักรััตติกาลวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-Bookนะคะ

#


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha