เงารักรัตติกาล

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : 3 (1/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “จะไปไหน” เสียงดุๆ ของคนที่เธอคิดว่าเขากำลังหลับทำเอาหญิงสาวที่คลานอยู่บนพื้นควานหาเสื้อผ้าในความมืดสลัวของรุ่งสางสะดุ้งเฮือก เธอตื่นนานแล้วและตั้งใจจะหาเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งเมื่อวานหลบออกไปก่อนที่กรินทร์จะตื่น

                “จะ จะ จ๋าจะกลับห้องค่ะ” อยากตีตัวเองที่ปกติเป็นคนพูดจาฉาดฉานแต่เหตุใดยามที่เผชิญหน้ากับเขาเธอถึงควบคุมความหวาดหวั่นของตัวเองไม่ได้ เธอไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มกับรูปกายภายนอกที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่ากรินทร์ วิสุทธิโสภณนั้นหล่อเหลาปานเทพสรรสร้าง แต่ที่เธออึกอักได้ตลอดเพราะกลัวชายหนุ่มต่างหาก

                “กลับขึ้นมานอนยังไม่สว่างดีเลย” เขาสั่งก่อนจะทิ้งกายลงไปบนเตียงอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าอีกคนหาได้ฟังไม่ มือน้อยควานหาเสื้อตัวเองเจอจึงรีบกอดมันเข้าไว้กับอก ชุดชั้นในหาไม่เจอก็ช่างเจอเสื้อนักเรียนแล้วก็ยังดี

                “จ๊ะจ๋า!” กรินทร์เรียกเสียเสียงดังจนเกือบเป็นตวาดพร้อมกับลุกมาจากเตียงใช้แขนเพียงข้างเดียวเกี่ยวเอวเธอให้กลับมานอนแผ่อยู่บนเตียงจนได้

                “ปล่อยจ๋านะคะ” แม้ภายในห้องจะมีแสงสว่างเล็ดลอดเขามาเล็กน้อยไม่ได้ทำให้เห็นอะไรชัดเจนมากแต่จิณณพัตมั่นใจว่าสีหน้าของผู้ชายที่คร่อมทับเธออยู่นั้นกำลังบูดบึ้งเพราะอารมณ์เสีย

                “ทำไมฮะมันจะมีอะไรสำคัญกันนักกันหนาวะ ทำไม่พูดไม่รู้จักฟังหรือที่ดื้อนี่อยากจะเอาอีก” กรินทร์ก็คือกรินทร์ ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลตลอด

                “จ๋าไม่ได้อยากพูดไม่รู้เรื่องนะคะแต่วันนี้ต้องไปโรงเรียนเพราะเป็นวันสอบวันสุดท้ายแล้วค่ะ” เด็กสาวพูดเสียงรัวเร็วรีบบอกเหตุผลเพราะกลัวชายหนุ่มจะทำอะไรบ้าๆ เหมือนเมื่อคืนอีก หนังสือเธอก็ไม่ได้อ่านทบทวนแถมตอนนี้ยังเจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัวอีกต่างหาก โชคดีที่เคยติวกับเพื่อนๆ มาบ้างไม่อย่างนั้นเธอคงจะกลุ้มอกกลุ้มใจมากกว่านี้แน่นอน

                “ก็บอกมามันก็ไม่ตายไหม ไปอาบน้ำแต่งตัวไปเดี๋ยววันนี้จะไปส่ง” เพราะตัวเองก็สอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาดูท่าเด็กสาวคงลากสังขารที่อ่อนแรงขึ้นรถประจำทางไปโรงเรียนเหมือนทุกวันไม่ได้แน่ก็แข้งขาอ่อนป้อแป้ขนาดนี้

                “ตะ แต่”

                “ไปอาบน้ำแต่งตัวฉันจะไปส่งที่โรงเรียน ไม่ มี แต่ ฟอด!” กรินทร์ยังไม่เลิกพูดเสียงดังแถมยังขโมยหอมแก้มนวลไปอีกฟอดใหญ่ เขาผละออกจากร่างเล็กที่ยังนอนแผ่มึนงงเดินไปเปิดไฟก่อนจะรวบเสื้อผ้าของหญิงสาวที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นมาถือไว้ในมือ

                ดวงตาสีรัตติการมองตามทุกการเยื้องย่างของเขา กรินทร์หยิบจับเสื้อผ้าทุกชิ้นของเธอขึ้นมาจากพื้นไม่เว้นแม้แต่กางเกงในตัวบาง ถึงจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันไปแล้วแต่คนตัวเล็กก็ยังเขินอายแม้จะรู้ดีว่าเขาพอใจแค่ได้ตัวเธอไม่ได้คิดมีใจเป็นอื่นแต่การที่เขาหยิบของใช้ส่วนตัวของเธอมาถืออยู่ในมือแบบนั้นมันยิ่งทำให้เธอออกจะอับอาย

                “ขะ ขอให้จ๋านะคะ” หญิงสาวฝืนยันกายให้ลุกนั่งพร้อมทั้งแบมือยื่นไปข้างหน้าเพื่อขอเสื้อผ้าคืนจากเขา

                “นอนลงไปก่อน” เหมือนกรนทร์จะคิดอะไรได้เขาสาวเท้าเคลื่อนกายเข้าหาจิณณพัตที่นั่งทำหน้าเอ๋ออยู่บนเตียงพอเขายิ่งเดินมาใกล้เธอก็ตัดสินในว่าจะทำตามคำสั่งดีๆ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบเมื่อคืนเกิดขึ้น

                กรินทร์จัดการแยกขาของคนที่นอนตามคำสั่งอย่างเบามือเขาไม่ได้จะทำอะไรแม่กระต่ายขี้ตื่นแต่เขาอยากจะดูว่าศึกเมื่อคืนทำดอกไม้ดอกงามบอบช้ำเพียงใด กลีบเนื้อสาวแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัดแค่เขาเอื้อมมือไปแตะเบาๆ หญิงสาวยังกระถดสะโพกหนีชายหนุ่มเลยไม่ฝืนใจแม้อยากจะสำรวจภายในว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่า เขาก็ทำเพียงแค่กดริมฝีปากหนักๆ ลงไปบนเนินเนื้อที่มีแพรไหมอ่อนบางปกคลุมก่อนจะรั้งกายเธอขึ้นมานั่งส่งเสื้อผ้าคืนแล้วปล่อยให้หญิงสาวเดินกลับห้องไป

                แม้จะตื่นตะลึงกับการถึงเนื้อถึงตัวของผู้ชายตัวใหญ่แต่จิณณพัตก็ไม่มีเวลามานั่งติดใจสงสัยอะไรมาก หญิงสาวกัดฟันเดินพยุงร่างตัวเองกลับมาที่ห้องรุดเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ภายใต้เสื้อนอนตัวโคร่งที่เขายังใจดีสวมใส่ให้ปรากฏรอยตีตราไปทุกอณูเนื้อ  ผิวกายสีน้ำผึ้งละเอียดมือมีรอยจ้ำช้ำแดงกระจายจนทั่วไปหมดแถมบางจุดยังมีรอยคมฟัน โดยเฉพาะหัวไหล่บอบบางกับที่สองเต้ากลมกลึงของเธอ

                ในที่สุดคนน้อยใจในโชคชะตาก็อดเสียน้ำตาไม่ได้ เพื่อคุณท่านที่อุ้มชูเลี้ยงดูเธอมาจิณณพัตจึงยอมทำเรื่องน่าอดสูเช่นนี้ เธอรู้ว่าตัวเองต้องทำเพียงแค่อดทนรอจนเขาไปเรียนต่อตัวเองจึงจะหลุดพ้นออกจากบ่วงที่รัดรึงนี้ กายสาวที่เปรอะเปื้อนราคีคาวคงไม่อาจถูฟอกสบู่ทำความสะอาดเพื่อหวนคืนความบริสุทธิ์กลับคืนมาได้ สิ่งที่หญิงสาวควรทำในตอนนี้คือต้องอดทนแล้วมันก็จะผ่านพ้นไป

               

                แม้จะติดใจสงสัยที่หลานชายตื่นเช้าแต่ผู้เป็นย่าก็ไม่เอ่ยถามให้มากความมากเรื่องกรินทร์ลงมาที่โต๊ะอาหารพร้อมกระเป๋าหนังสือบวกกับอังกาบรายงานว่าพ่อหลานชายไปบอกแม่ครัวใหญ่ว่าหลานสาวของนางนั้นอยู่กับพ่อตัวดี แค่นี้คนแก่วัยแง้มฝาโลงที่ผ่านโลกมามากก็พอจะเข้าใจได้ว่าจิณณพัตคงตกเป็นของคนเอาแต่ใจไปเรียบร้อยแล้ว

                “วันนี้ผมจะออกไปข้างนอกนะครับไปส่งจ๊ะจ๋าสอบแล้วก็อาจจะพาเธอไปเที่ยวสักสามสี่วัน” เขาบอกความต้องการให้คุณย่าทราบซึ่งเป็นการบอกเล่าไม่ได้ขออนุญาต เมื่อตอนอาบน้ำกรินทร์คิดขึ้นมาได้ว่าแม่กระต่ายป่าสอบเป็นวันสุดท้ายเขาน่าจะพาเธอไปเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อความแปลกใหม่สักหน่อย

                “จะพาหลานเขาไปไหนมาไหนก็ช่วยไปบอกผู้ใหญ่เขาบ้างก็แล้วกัน”

                “ครับคุณย่า” ชายหนุ่มรับคำและเมื่อเขาจัดการโกยอาหารเช้าลงท้องเรียบร้อยแล้วมือใหญ่หนาก็คว้ากระเป๋านักเรียนที่เธอลืมไว้ในห้องเขาแล้วเดินตรงเข้าไปในครัว เด็กสาวกำลังหยิบยาอะไรสักอย่างเข้าปากก่อนที่จะหันมาสบตาสีน้ำตาลอ่อนเข้า

                “กินยาอะไร” เขาถามพลางทำหน้าเข้มส่วนอีกคนก็ทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้

                “ยาแก้ปวดลดไข้ค่ะพอดีจ๋ารู้สึกเหมือนจะตัวรุมๆ” เด็กสาวในชุดมัธยมปลายตอบเขาโดยที่ไม่ยอมมองหน้า กรินทร์เลิกสนใจเธอครู่หนึ่งเพราะต้องไปพูดคุยกับป้าอังกาบ ซึ่งผู้ชายตัวโตก็พูดตรงไม่อ้อมค้อมเหมือนที่บอกไปกับผู้เป็นย่า พอเขาพูดจบและคิดว่าป้าอังกาบจะเข้าใจกรินทร์ก็ฉวยมือบางของจิณณพัตมากุมไว้ก่อนจะจูงเธอไปขึ้นรถแล้วขับไปส่งที่โรงเรียน

                ใจของหญิงชราติดจะสั่นเมื่อเห็นกิรายาที่หลานขายคนเดียวทำกับเด็กสาวในอุปการะ จิณณพัตดูอ่อนแรงเดินแข้งขาขวิดแถมไอ้ตัวแสบยังกึ่งจูงกึ่งลากผู้หญิงตัวบางๆ แบบนั้น คนแก่ก็ได้แต่หวังใจว่าเด็กสาวที่น่ารักอย่างจ๊ะจ๋าจะเปลี่ยนใจกรินทร์ได้ในสักวันหนึ่ง

 

                “วันนี้สอบกี่วิชา” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นคนที่นั่งเบาะข้างๆ หยิบหนังสือจากถุงผ้าของเธอขึ้นมาอ่าน

                “วันนี้สอบสองวิชาครึ่งวันเช้าค่ะก่อนเที่ยงก็เสร็จ... เอ่อ เผื่อคุณกรินทร์จะมีธุระจ๋ากลับบ้านเองได้นะคะ” เพราะคิดกังวลใจไปว่าเขาอาจจะเบื่อและรำคาญจึงเอ่ยปากบอกไปให้เขาสบายใจก่อนสักหน่อย

                “มีหน้าที่สอบก็สอบไปเถอะไม่ต้องมายุ่งเรื่องของคนอื่น” กรินทร์แกล้งดุซึ่งมันก็ได้ผลเพราะหญิงสาวกลับไปนั่งทำหน้าสลดก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่เขานั้นเห็นว่าหน้ากระดาษนั้นเต็มไปด้วยลายมือและสีปากกาไฮไลท์มากมาย

                แต่ยิ่งอ่านไปอ่านมาบทเรียนก็ชักจะไม่เข้าหัวหญิงสาวจึงตัดสินใจปิดหนังสือยัดเก็บเข้ากระเป๋าแทนที่จะใส่ไว้ในถุงผ้าโดยจัดการเอาหนังสือที่ติดกระเป๋าตั้งแต่เมื่อวานออกและแทนที่ด้วยเล่มใหม่

                “ฉันจะรออยู่แถวนี้สอบเสร็จก็โทรมา” เขาร้องบอกเมื่อมาส่งเด็กสาวถึงโรงเรียนเรียบร้อย ตั้งแต่ลงจากรถใครต่อใครก็จ้องมองมาที่กรินทร์เป็นตาเดียวจนจิณณพัตรู้สึกอึดอัด

                “จ๋าไม่มีโทรศัพท์ค่ะ” กรินทร์ทำหน้างงส่วนหญิงสาวกลับทำสีหน้าเฉยๆ เธอไม่มีโทรศัพท์มือถือเพราะคิดว่ามันสิ้นเปลืองรวมถึงเกรงใจคุณท่านเพราะท่านเคยออกปากจะซื้อให้หลายต่อหลายหน ที่สำคัญเธอออกไปข้างนอกก็แค่บ้านและโรงเรียนคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปซื้อของใช้ราคาแพงแบบนั้นมาใช้

                “งั้นฉันรอที่นี่ละกันไปสอบเถอะ... โชคดี” เขาเอื้อมมือหนามาขยี้ศีรษะกลมทุยของเธอเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งตรงโต๊ะม้าหินที่ว่างใต้ร่มไม้ใหญ่ และเมื่อเห็นว่าเขาเลิกสนใจเธอจิณณพัตก็มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนยังมีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนจะเคารพธงชาติซึ่งหญิงสาวก็ยังพอจะมีเวลาโกยวิชาเข้าหัวได้พักใหญ่

                การสอบวิชาแรกในช่วงเช้าผ่านไปได้ด้วยดีเพราะหญิงสาวนั้นขยันทบทวนความรู้อยู่เป็นทุนเดิมซึ่งระหว่างที่พักรอสอบวิชาใหม่เธอก็นึกถึงผู้ชายที่มานั่งรอ ขายาวๆ จึงฝืนความเจ็บขัดเดินไปโรงอาหารเพื่อซื้อน้ำเปล่าและน้ำอัดลมกระป๋องไปฝากเขา

                แต่เมื่อมาถึงโต๊ะม้าหินที่กรินทร์นั่งรออยู่ตอนนี้ผู้ชายหน้าหล่อสไตล์ฝรั่งไม่ได้นั่งอยู่เพียงลำพังเพราะบัดนี้มาสาวๆ ที่จิณณพัตจำได้ว่าเป็นรุ่นพี่ชั้นมัธยมหกกำลังนั่งล้อมหน้าล้อมหลังและหัวเราะคิกคักกันอยู่สี่ห้าคน

                “อ้าวจ๊ะจ๋า สอบเสร็จแล้วหรือไง?” เป็นชายหนุ่มที่ช้อนตามาเจอเธอเข้าเขาจึงร้องทักขึ้นมาก่อน

                “ตอนนี้พักรอสอบวิชาสุดท้ายค่ะจ๋ากลัวคุณจะร้อนเลยซื้อน้ำมาฝาก” หญิงสาวพูดเรียบๆ ก่อนจะยื่นถุงพลาสติกให้กับเขา ตอนนี้บรรดารุ่นพี่ก็หันมาจ้องมองเธอเป็นตาเดียวรังสีกระหายใคร่รู้แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

                “นี่เธอรู้จักกับคุณกรินท์ด้วยหรอจ๊ะจ๋า” น้อยคนในโรงเรียนที่จะไม่รู้จักหญิงสาวเพราะจิณณพัตนั้นเป็นทั้งนักเรียนที่โดดเด่นด้านกิจกรรมและมีผลงานการเรียนที่ดีจนได้รับรางวัลและทุนการศึกษาอยู่บ่อยๆ

                “จ๊ะจ๋าเป็นเด็กในบ้านของผมครับ” เป็นกรินทร์ที่ตอบรับแทนเพราะสาวน้อยของเขาดูท่ากำลังงงกับคำถาม

                “ที่แท้ก็คนใช้”


+++++++++++++


#


เงารักรััตติกาลวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-Bookนะคะ

#


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha