เงารักรัตติกาล

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : 3 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “จ๊ะจ๋าเป็นเด็กในบ้านครับไม่ใช่คนใช้ จ๋าไปนั่งตรงอื่นเถอะมีตรงไหนพอจะร่มๆ บ้างแดดชักจะแรง” กรินทร์ตาเขียวใส่เด็กสาวที่หยิบยื่นตำแหน่งคนใช้ให้จ๊ะจ๋าอย่างหงุดหงิด ตัวเขาเองยังไม่เคยมองแม่บ้านหรือคนงานว่าเป็นคนใช้เลยสักครั้งแล้วเด็กคนนั้นเป็นใครเหตุใดจึงเรียกคนของเขาด้วยสรรพนามและน้ำเสียงที่หยามเหยียดแบบนี้

                มือใหญ่คว้าต้นแขนกลมกลึงแล้วดึงเธออกมาจากตรงนั้นจนห่างกลุ่มนักเรียนหญิงมาสักพักเสียงหวานจึงร้องบอกเขาเพราะเธอเริ่มจะเจ็บขัดตรงกลางกาย

                “คุณกรินทร์คะช่วยเดินช้าๆ หน่อยค่ะ”

                “ทำไมหรอ?” เขาหยุดเดินแล้วหันขวับมามองทางหญิงสาวในทันที

                “คือว่าจ๋า จ๋า เจ็บค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเมื่อเวลาที่ตอบเขา ก็คนตัวโตเล่นลากแขนเธอมาแล้วก้าวฉับๆ จุดอ่อนไหวที่บอบช้ำจึงกระทบกระเทือนในยามที่เธอก้าวเดิน

                “อ๋อ... งั้นไปสอบเถอะเดี๋ยวฉันเดินไปเองตรงนั้นโรงอาหารใช่ไหม” เขาถามพลางชี้มือไปยังใต้อาคารเมื่อเห็นเธอพยักหน้าคนตัวโตก็ก้าวขาฉับๆ ตามประสาคนขายาวก้าวไว จิณณพัตยืนนิ่งๆ สะกดกลั้นความเจ็บแปลบที่กำลังแล่นพล่านแล้วค่อยๆ ก้าวเดินกลับไปยังห้องสอบของตัวเอง

               

                หลังสอบเสร็จก็สิบเอ็ดโมงกว่ากรินทร์พาเด็กน้อยไปทานอาหารกลางวันที่ห้าง ร้านสเต็กธรรมดาแต่ว่าจ๊ะจ๋าก็ทำอะไรเกะกะเก้งก้างไปเสียทุกอย่าง จริงๆ เธอห้ามเขาแล้วว่ามันแพงและตัวหญิงสาวเองก็ไม่เคยทานแต่เพราะร้านนี้มีพอรค์ชอปแบบที่เขาชอบกรินทร์ก็เลยอยากจะกินขึ้นมา

                “อันนี้อร่อยลองชิมสิ” เขาเลื่อนจานมันบดอบชีสให้หญิงสาวซึ่งเธอก็ลองตักชิมแค่คำเล็กๆ ปกติแค่มันบดธรรมดาตามร้านฟาสต์ฟู้ดนั้นเธอเคยทานมาบ้าง แต่นี่มีทั้งชีสและเบคอนอบกรอบชิ้นเล็กๆ โรยมามันก็เลยค่อนข้างจะแปลกใหม่

                “กินไม่หมดจะไม่ให้ออกจากร้าน แล้วก็จะให้เธอเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนี้” เมื่อเห็นหญิงสาวแค่ลองชิมนั่นนิดนี่หน่อยเขาเลยแกล้งขู่ ทำไมเขาไม่รู้ว่าเด็กของคุณย่านั้นเป็นเด็กดีแค่ไหนเธอไม่เคยขอไปเที่ยว ไม่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือทำพฤติกรรมที่จะทำให้ผู้ปกครองร้อนใจ

     สิ่งที่จิณณพัตปฏิบัติมานั้นเป็นสิ่งดีและควรจะทำแต่เขาก็มองว่าเธอคงจะใช้ชีวิตของวัยรุ่นไม่คุ้มเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่าระหว่างที่เขาใช้เวลาอยู่กับเธอกรินทร์จะพยายามพาเด็กสาวไปเปิดหูเปิดตาบ้างเอาที่เขาพอจะมีเวลาและพอทำได้

                “แต่มันเยอะนะคะ” หญิงสาวเบิ่งตาโตเพราะประเมินราคาแล้วอาหารมื้อนี้คงจะหลายพันบาท เธอมีเงินติดกระเป๋าไม่กี่ร้อย แถมสมุดบัญชีเงินฝากก็เก็บไว้ที่บ้าน ส่วนบัตรเอทีเอ็มไม่ต้องถามเพราะเธอไม่เคยทำหากกินอาหารพวกนี้ไม่หมดขึ้นมาแล้วจะทำยังไงดี

                “งั้นคุณกรินทร์ช่วยจ๋ากินด้วยนะคะ” เมื่อเห็นเขาทำหน้านิ่งๆ ส่งอาหารเข้าปากไปเรื่อยๆ เด็กสาวจึงพยายามหาทางเอาตัวรอด สเต็กปลาในจานเธอพอจะจัดการคนเดียวไหว แต่สำหรับมันบด ซุป สลัด แถมสปาเก็ตตี้ชามโตเธอคงสวาปามมันเข้าไปไม่หมดแน่ๆ

                “ก็กินสักทีสิมัวแต่พูดเดี๋ยวก็ไม่หมดจนได้” เขายังไม่เลิกขู่ทั้งๆ ที่กำลังขำกับสีหน้าตื่นๆ ของหญิงสาว จิณณพัตมีรูปร่างสูงโปร่งแต่ยังดูบอบบางและเก้งก้างหากเธอมีเนื้อมีหนังอีกสักหน่อยคงจะเต็มไม้เต็มมือเขามากกว่านี้ ระหว่างนี้นอกจากพาไปเปิดหูเปิดตาคงต้องพาไปกินขุนให้เธอมีเนื้อขึ้นมาอีกสักนิดคงจะดี

                “จ๋าทานไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะ” หลังจากจัดการสเต็กแซลมอนชิ้นโตจนหมดเกลี้ยงพร้อมมันบดและซุป แต่ก็ยังคงเหลือสปาเกตตี้ครีมซอสอีกเกือบครึ่งจานแต่พุงป่องๆ ของเธอนั้นไม่สามารถบรรจุอะไรลงไปได้อีกแล้ว

                “อิ่มแล้วก็ไปกัน” เขายังพูดสั้นๆ ก่อนที่จะเรียกพนักงานมารับเครดิทการ์ดไปชำระเงิน และแทนที่เขาจะพาหญิงสาวตรงกลับบ้านกรินทร์กลับพาเธอไปยังร้านขายโทรศัพท์จัดการซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดราคาหลายหมื่นให้จิณณพัตหน้าตาเฉยแม้เธอจะอิดออดไม่ยอมรับไว้แต่ระดับกรินทร์แค่พูดไม่กี่คำเด็กสาวก็จำต้องรับมันไปแต่โดยดี

                ซึ่งบรรยากาศหลังจากซื้อโทรศัพท์มือถือกรินทร์ก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกมาอีกนั่นก็ทำให้เด็กสาวในชุดนักเรียนต้องนั่งนิ่งเงียบไปด้วย แต่แล้วความสงสัยก็ทำให้เธอต้องเอ่ยปากถามเพราะเส้นทางที่คนตัวโตขับรถมานั้นไม่ใช่ทางกลับบ้านที่คุ้นเคย

                “คือคุณกรินทร์จะไปไหนหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่นๆ เพราะกลัวว่าเขาจะหันมาดุ

                “จะพาไปทะเล เคยไปมั๊ย” เขาตอบกลับโดยที่สายตายังคงทอดมองไปยังหนทางเบื้องหน้าอย่างแน่แน่ว สองมือใหญ่ของชายหนุ่มยังเกาะกุมพวงมาลัยเอาไว้อย่างมั่นคงไม่มีทีท่าว่าจะใส่ใจในคำถามของเธอเลย

                “เคยไปค่ะ... เอ่อแต่จ๋ากลัวป้าอังจะเป็นห่วงนะคะ จ๋าไม่ได้บอกป้าไว้” หญิงสาวพูดจาประสาซื่อเพราะแม้ตัวเองจะยอมรับหน้าที่นี้โดยไม่เต็มใจเท่าไรนักแต่ก็ไม่อยากจะทำให้ใครต่อใครต้องมาเป็นห่วงซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

                “เรื่องนี้ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว”

                คำพูดห้วนสั้นคล้ายจะเป็นคำสั่งกลายๆ ให้หญิงสาวหยุดพูด จิณณพัตจึงนั่งเงียบๆ พลางสอดส่ายสายตามองไปข้างทาง เธอเองก็ไม่รู้ว่ากรินทร์จะพาไปที่ไหนถามมากไปก็รังแต่จะโดนดุ สู้อดทนนั่งเงียบๆ มองวิวไปเพลินๆ จะดีกว่า

                และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างกายเงียบเสียงกรินทร์จึงเหลือบสายตาไปมองอาการหญิงสาวนั่งหันหน้าออกไปมองกระจกด้านข้าง ยกสองมือกอดอกตัวเองเอาไว้คล้ายๆ เหมือนว่าเธอจะหนาว

                “หนาวหรือเปล่าจ๊ะจ๋า” เมื่อถามก็สงสัยถึงจะได้คำตอบ ซึ่งคนถูกถามก็สะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆ เธอไม่ได้แค่หนาวแต่ชักจะรู้สึกมีอาการตัวรุมๆ ขึ้นมาคล้ายจะเป็นไข้อาจจะเพราะวันนี้เดินเข้าห้างหลังจากเดินกลางแดดแถมยังอยู่ในที่เย็นมากไปร่างกายที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์เลยประท้วงออกมา

                “นิดหน่อยค่ะจ๋ารู้สึกเหมือนจะไม่สบาย” เพราะสีหน้าของจิณณพัตดูไม่ค่อยดีชายหนุ่มจึงตัดสินใจมองหาปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าไปซื้อยาแก้ปวดลดไข้เอามาให้เด็กสาว เพราะถ้าหากเธอเป็นอะไรมากไปกว่านี้แผนเปลี่ยนบรรยากาศของเขาอาจจะพังไม่เป็นท่า

                ขับรถมาอีกไม่นานสองหนุ่มสาวก็มาถึงที่หมาย กรินทร์โทรจองห้องพักเอาไว้แล้วเขาจึงเช็คอินโดยไม่ต้องรอการตรวจเช็คห้องว่างแต่อย่างใด หากมาหัวหินเขาก็มักจะมาพักที่นี่และห้องพักชั้นล่างที่ติดกับสระว่ายน้ำก็เป็นห้องที่เขาชอบมาใช้บริการประจำถ้าโทรมาจองโดยใช้ชื่อกรินทร์ วิสุทธิโสภณ ทางโรงแรมก็จะจัดห้องพักในโซนนี้ให้ทุกครั้ง

                เด็กสาวยังคงตัวรุมๆ แม้จะทานยาไปแล้วชายหนุ่มจึงตัดสินใจให้เธอนอนหลับพักผ่อนแล้วตัวเองก็จัดการออกไปหาซื้อเสื้อผ้า แถมยังสั่งอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมเอาไว้ให้พร้อมเพราะคืนนี้คงไม่ได้ออกไปไหนอย่างแน่นอน

                กรินทร์หายตัวเออกไปตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนเกือบจะเย็นย่ำพอกลับมาจากซื้อข้าวซื้อของเขาก็เห็นว่าจ๊ะจ๋ายังคงนอนหลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะตื่น ยิ่งเดินไปมองเธอใกล้ๆ ลมหายใจก็ชักจะฟืดฟาดเพราะภาพที่เธอนอนบิดกายใต้ร่างเขามันยังกระจ่างชัดในหัวสมองอยู่เลย

                มือหนาเขี่ยปอยผมที่ระใบหน้าเนียนนั้นออกก่อนที่เขาจะสลัดผ้าออกจากกายแล้วสอดร่างเปลือยเปล่าเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ กรินทร์ทำทุกอย่างด้วยความเงียบเชียบและว่องไว เสื้อนักเรียนถูกปลดกระดุมออกทั้งแถบเสื้อชั้นในก็ถูกปลดตะขอแล้วถกรั้งขึ้นไปกองอยู่เหนือสองเต้านุ่มเด้ง ท่อนล่างยิ่งไม่ต้องถามหาทั้งกระโปรงและชั้นในหลุดกระเด็นออกไปหมดแล้ว

                ตอนนี้กรินทร์รู้สึกเหมือนเป็นตาแก่โรคจิตที่ชอบเสพสวาทกับเด็กสาวในชุดนักเรียนเหมือนในหนังเอวี ร่างเปลือยเปล่าที่มีเพียงเสื้อนักเรียนปกคลุมเอาไว้กับเสื้อชั้นในที่จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ทำเอาชายหนุ่มอดใจไม่ไหวพุ่งตัวเข้าหากลุ่มไหมเส้นบางกลางกายสาวในทันที

                ลิ้นอุ่นจัดชำแรกผ่านกลีบเนื้อที่บวมช้ำอย่างช้าๆ เขากวาดลิ้นขึ้นบนลงล่างซ้ำๆ จนคนที่นอนหลับเริ่มขยับกายหนี เกสรรักเล็กจ้อยที่ซุกซ่อนอยู่ในกลีบเนื้อเป็นจุดหมายถัดไปที่เขาจะโจมตีปลายลิ้นแหลมสะกิดเข้าเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเข้าประกบดูดเม้มอย่างเต็มแรง

                “อย่า!” จิณณพัตกรีดเสียงแม้จะยังตื่นไม่เต็มตาเธอตกใจจนผวาหุบขาหนีตามสัญชาตญาณแต่มันก็ทำไม่ได้เพราะติดศีรษะของกรินทร์ที่ค้างคาอยู่ตรงนั้น

                “ชู่วว จ๊ะจ๋าฉันเอง... อ้าขาเธอออกก่อน” เขาสั่งพร้อมใช้สองมือแยกเรียวขาสวยให้เปิดกว้างก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาโลมเลียดอกไม้กลีบช้ำจนมันชุ่มชื้น กลิ่นเหงื่อของเด็กสาวไม่เคยทำให้เขาผิดหวังยิ่งสูดดมตัวตนความเป็นชายยิ่งแข็งขืนจนเขาคัดตึงไปเสียหมด

                หลังจากปลุกเร้าจนกลีบเนื้อสาวเปียกชุ่มคนตัวโตก็เคลื่อนกายขึ้นมาคว้าสองเต้าเข้าไปขยำเสียเต็มมือ รอยฟันจางๆ ยังคงฝังอยู่ซึ่งกรินทร์ก็ไม่ได้ใส่ใจแถมยังสร้างรอยใหม่เข้าไปจนตุ่มไตน้อยๆ ที่ปลายยอดแดงก่ำเพราะแรงดูดดึง จากเต้าซ้ายย้ายไปเต้าขวาสลับกับการที่เขาเคลื่อนหน้าขึ้นไปกระกบจูบดูดลิ้นเล็กๆ ของเธอ

     แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องตาโตคือเขาเคลื่อนกายขึ้นมาคร่อมทับช่วงอกบีบโนมเนื้อสองเต้าจนชิดติดกันแล้วสอดแกนกายที่ขึงขังเข้ากับช่องที่ร่องอกนุ่มหยุ่นไปมา สะโพกหนาเด้งเข้าเด้งออกช้าๆ เป็นจังหวะก่อนที่เขาจะโหมจังหวะเร็วขึ้น ความเป็นชายที่ไถลเข้าออกจนจะทิ่มหน้าทำเอาสาวน้อยที่ไม่ประสาเอียงหน้าหลับตาหนี

               “จ๊ะจ๋า ลืมตามามองฉัน... โอ้วว” เสียงที่สั่นพร่าเพราะแรงกระสันร้องสั่งเหมือนจะแกล้ง จิณณพัตรู้ว่าหากเธอไม่ทำตามเขาต้องลงโทษเธอหนักกว่านี้จึงค่อยๆ ปรือตามามองจ้องส่วนนั้นของเขาอย่างจำใจ ส่วนปลายแกนกายที่บานฉ่ำมีน้ำใสๆ อาบไล้จนมันวาว เธอจ้องมันได้ไม่กี่นาทีกรินทร์ก็เด้งกายแรงเข้าแรงเข้าจนน้ำเหนียวขุ่นข้นขาวพุ่งออกมาแทบเข้าตาเธอ


+++++++++++++

 

#


เงารักรััตติกาลวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบ E-Bookนะคะ

#


ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha