เพียงใจไม่ไร้รัก มีหนังสือทำมือ

โดย: อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ถึงเนื้อถึงตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                เวลาผ่านไปเกินครึ่งคืนกระป๋องเบียร์เปล่าก็กองแทบจะเต็มโต๊ะรับแขกซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือเจ้าของห้อง มันเป็นฝีมือแขกพิเศษของเขาทั้งนั้น ดนุนันท์เพลิดเพลินไปกับการนั่งมองเกียรตินาวีดื่มไปเรื่อยๆ มากกว่า นานๆ ครั้งเขาถึงจะยกกระป๋องขึ้นจรดริมฝีปากตัวเองสักทีหนึ่ง

                “ทำไมถึงให้ผมเรียกผู้จัดการว่าพี่นันท์ล่ะครับ ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะนะ” เกียรตินาวีที่โดนเบียร์เสียจนลิ้นเปลี้ยร้องถามออกมาเพราะยังติดใจสงสัยในคำพูดแปลกๆ ของผู้จัดการหนุ่มผู้เป็นถึงทายาทคนสุดท้องของโอ.พี. จิวเวลรี ก็คนอย่างดนุนันท์ไม่น่าให้ความสนิทสนมและความเป็นกันเองกับนักศึกษาฝึกงานธรรมดาอย่างเขามากมายขนาดนี้

                “พี่แค่อยากให้อะตอมเรียก” เขาพูดไปพลางมองทีท่าของนักศึกษาฝึกงานที่กำลังนั่งเอนกายอย่างสบายอุราแถมยังปรือตาฉ่ำเยิ้มอย่างอารมณ์ดี

                “แต่ผมว่ามันไม่เหมาะนะครับผู้จัดการเป็นเจ้านายส่วนผมเป็นแค่เด็กฝึกงาน”

                “แล้วอยากเป็นอย่างอื่นมั๊ยล่ะ?” หนุ่มตี๋เคลื่อนกายมาส่งเสียงกระซิบที่ข้างหู แถมยังเอานิ้วมือขาวที่นุ่มนิ่มของตัวเองมาเขี่ยที่ริมฝีปากคมของหนุ่มลูกครึ่งเบาๆ คำพูดของเขากับการกระทำที่ออกจะอ่อนโยนเล่นเอาคนฟังถึงกับขนลุกซู่ซ่า

                “เป็นไม่ได้หรอกครับผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ผู้จัดการก็เป็นผู้ชายนะ” คนที่กำลังเขินยิ้มเก้อๆ แม้จะตกใจแต่มันก็ไม่ได้รังเกียจแถมหัวใจของเขามันกำลังเต้นตึกตักอย่างเอาเป็นเอาตายอาการแบบนี้สงสัยเขาจะเมาแล้วแน่ๆ

                “ก็เป็นผู้ชายไงครับ” ดนุเดชยังคงเดินหน้าโน้มตัวเข้าหาฝีกฝ่ายช้าๆ เพราะกลัวเด็กหนุ่มจะตกใจ เขาขยับเข้าไปเรื่อยๆ จนได้กลิ่นลมหายใจที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นเบียร์ที่แสนจะเร้าอารมณ์ของหนุ่มผิวแทน

                “ผมว่าผมรบกวนผู้จัดการมานานแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่านะครับ” เกียรตินาวีพยายามหาทางเลี่ยงจากวินาทีที่เขินอายจนหายใจไม่ทั่วท้องนี้ให้ไวที่สุด ดวงตาเล็กรีที่จ้องมองมาทำไมมันทำให้เขาทั้งประหม่า เขินอาย สับสน ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลมันตีกันมั่วไปหมดแล้วในตอนนี้

                “พี่... บอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่อะตอมรู้มั๊ยว่าเด็กดื้อต้องถูกลงโทษ” ริมฝีปากบอบบางเป่าลมเบาๆ เรี่ยรดใบหูของหนุ่มผิวแทนก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นเรียวสีแดงสดนั้นโลมไล้มันเบาๆ

                เกียรตินาวีที่ถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อแถมดวงตาสีเทาอมเขียวที่ปรือฉ่ำเพราะฤทธิ์แอลกฮอล์ก็เบิกโพลงน้อยๆ เพราะความตกใจแต่เขากลับไม่ปัดป้อง ไม่ขยับหนีแต่ดันรู้สึกชอบกลิ่นหอมจางๆ ผสมกลิ่นกายแบบผู้ชายของดนุนันท์อีกต่างหาก

                “ตอมนี่อร่อยดีจัง” ริมฝีปากบางเอ่ยวาจาพาขนลุกหลังจากแกล้งแหย่จนอีกคนเขินจนแทบอายม้วน

                “ผะ ผะ ผู้จัดการครับ”

                “ยังอีก... แสดงว่าอะตอมชอบถูกลงโทษ ไม่เป็นไรครับพี่ก็ชอบทำโทษมากๆ เหมือนกัน” สิ้นคำขู่แบบสองแง่สองง่ามดนุนันท์ก็โน้มคอของอีกคนเข้าหาพลางยื่นหน้าให้จมูกของเขาไปคลอเคลียกับจมูกโด่งเป็นสันของหนุ่มลูกครึ่งเบาๆ เพื่อเป็นการหยั่งเชิง พอไม่เห็นท่าทางแข็งขืนหรือสัญญาณแห่งการปฏิเสธริมฝีปากบางก็กดหนักๆ ลงไปที่ริมฝีปากคมหยักหนึ่งครั้งก่อนจะเริ่มละเลียดชิมความหอมหวานของนักศึกษาหนุ่มในทันที

                ในช่วงแรกเกียรตินาวีปล่อยให้ดนุนันท์ดูดดึงทั้งริมฝีปากและลิ้นของเขาตามอำเภอใจแต่ก็แค่ครู่เดียวลิ้นร้อนๆ ของเขาก็เป็นฝ่ายกวาดต้อนเก็บเกี่ยวความหวานชื่นคืนบ้าง หนุ่มผิวแทนไม่อยากปฏิเสธเลยว่าสัมผัสจากผู้ชายหุ่นล่ำหน้าตี๋นั้นจะทำให้รู้สึกดีถึงเพียงนี้ พอรู้ตัวอีกทีกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมอยู่ก็ถูกปลดออกไปตลอดแนวเรียบร้อย

                ตอนนี้ดนุนันท์ใช้ทั้งปากทั้งมือปลุกปั่นอารมณ์หวามให้ผู้ชายกล้ามแน่นไปเรื่อยๆ ตรงซอกคอแกร่งนั้นเขาก็ลากไล้ปลายลิ้นอยู่นานสองนานทำเอาผู้ชายตัวโตอีกคนถึงกับคำรามในลำคอ

                “อืมม ผู้จัดการ”

                “โอ๊ะ!” อะตอมรองเบาๆ เมื่อยอดอกที่แข็งเป็นไตถูกฟันซี่ขาวของดนุนันท์ขบเบาๆ หลังจากได้ยินสรรพนามที่ไม่รื่นหู

                “ชอบถูกลงโทษก็ไม่บอกนะเรา” เขาเลื้อยหน้าขึ้นมายิ้มหวานใส่ก่อนจะเลื่อนกายลงไปหาอกแกร่งๆ ที่มีแต่กล้ามนั้นอีกครั้ง หน้าท้องที่เป็นลอนกล้ามแข็งๆ ของเกียรตินาวีหดเกร็งเพราะความร้อนเร่าที่เขานั้นปรนเปรอให้

                มือใหญ่แต่บอบบางขาวสะอาดฉุดมือหนาของเกียรตินาวีให้ลุกขึ้นมาจากโซฟาตัวโตโดยที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่ยังคงประกบอยู่ติดกัน เขาดันร่างหนาให้เดินถอยหลังไปช้าๆ พอเข้าไปถึงในห้องนอนก็ผลักหนุ่มนักศึกษาให้หงายหลังเบาๆ ลงบนเตียง

                “ยังจะดื้ออีกไหมครับอะตอม”

     ดนุนันท์ถามด้วยเสียงพร่าตามอารมณ์วูบวาบแต่ผู้ชายที่นอนแผ่หรานั้นเมาทั้งเบียร์เมาทั้งจูบไม่ยอมปริปากตอบอะไรเขาจึงเหมาเอาเองว่าเด็กหนุ่มนั้นเต็มใจไม่ได้ปฏิเสธ

     กว่าเกียรตินาวีจะรู้ตัวร่างทั้งร่างก็กำลังเปลือยเปล่าโดยที่มีเรือนกายขาวของคนตัวโตที่ล่อนจ้อนไม่ต่างกันคร่อมทับอยู่บนร่าง สัมผัสชื้นลื่นจากทางด้านหลังทำให้เขาสะดุ้งน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากทักท้วงอะไรออกไป แค่หนุ่มตี๋แตะตรงนั้นนิด แตะตรงนี้หน่อยเขาก็รู้สึกเหมือนตัวจะลองคว้างอยู่กลางอากาศ

     ดนุนันท์พยายามโลมเล้าผู้ชายที่เขามีใจด้วยกิริยาอ่อนโยนอย่างที่สุดเขาสำรวจตรวจตราเรือนกายสีแทนอย่าละเอียดทั่วทุกตารางนิ้วโดยไม่มีตรงไหนที่เขาไม่จับและไม่มีตรงไหนที่เขาไม่จูบ  นิ้วเรียวที่ชุ่มชื้นไปด้วยเจลหล่อลื่นปาดไล้ไปทั่วช่องทางด้านหลังที่ยังไม่เคยมีใครได้กล้ำกราย ดนุนันท์อยากให้คนใต้ร่างพร้อมให้มากที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอาการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บเข้าจนได้

     “อื้อ เดี๋ยวคะ ครับ” คนที่กำลังเพลิดเพลินร้องเบาๆ เมื่อสัมผัสถึงความคับแน่นที่ตรงนั้นก็ผู้จัดการกำลังสอดอะไรบางอย่างเข้ามาในกายเขามันไม่ได้เจ็บแต่มันอึดอัดเหมือนไม่ค่อยสบายตัว

     “หายใจลึกๆ ช้าๆ อะตอมจะได้ไม่เจ็บ” เขาร้องปลอบก่อนจะจุมพิตเบาๆ ตรงเนื้ออ่อนๆ บริเวณด้านในของต้นขาพลางขยับนิ้วเรียวเป็นจังหวะช้าๆ แบบค่อยไปเป็นค่อยไป ความลื่นของเจลในปริมาณมากทำให้ทุกอย่างไม่ติดขัดเท่าไรนักเมื่อเห็นว่าอะตอมพอจะปรับตัวไปเขาก็บรรจงสอดนิ้วของตัวเองเพิ่มเข้าไปอีกช้าๆ

     “ซี๊ดด” หนุ่มลูกครึ่งนอนหลับตาปี๋พลางสูดปากเพราะสัมผัสได้ถึงความคับแน่นที่มากขึ้น แก่นกายขนาดใหญ่ตามเชื้อชาติชูชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ และเหมือนดนุนันท์จะรู้ถึงความต้องการที่รุมเร้าเพราะเขาเอื้อมมือมาช่วยรูดรั้งท่อนเนื้อที่อวบใหญ่ช้าๆ ประสานเข้ากันเป็นอย่างดีกับจังหวะการขยับของนิ้วมือที่สอดเข้าสอดออก

     ดนุนันท์ยกยิ้มด้วยความพึงพอใจที่เห็นกิริยาหลับตาแล้วร้องครางเบาๆ ของเด็กหนุ่ม ถึงจะแปลกใจที่อะตอมไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะภาพช่องรักที่ดูดกลืนนิ้วขาวๆ ของเขามันเย้ายวนใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดในตอนนี้

     “พร้อมนะครับเด็กดี” เมื่อเขาเตรียมความพร้อมจากหนึ่งเป็นสองแล้วต่อด้วยสาม ดนุนันท์ก็จัดการเตรียมความพร้อมให้ตัวเองบ้างโดยการสวมเครื่องป้องกันให้แก่นกายที่พร้อมรบก่อนจะชโลมเจลจนมันลื่นชื้นฉ่ำไปทั่ว

     “อะ โอ๊ย!

     เพียงแค่หนุ่มตี๋กดตัวตนเข้าหาคนใต้ร่างก็ถึงกับทั้งร้องทั้งครางจนเสียงหลง ความคับแน่นที่โอบรัดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกียรตินาวีนั้นต้องอดทนกับความเจ็บปวดสักแค่ไหน หยาดน้ำใสๆ ที่ซึมออกมาทำให้ดนุนันท์แอบใจกระตุกทั้งสงสารและทั้งรู้สึกผิด แต่เขาเองก็เห็นแก่ตัวจนเกินกว่าจะปล่อยให้อะตอมกลับไปใช้ชีวิตฟรีเซ็กส์แบบเมื่อก่อนได้ รักของเขามันไม่ได้เป็นการเสียสละมันอาจจะเห็นแก่ตัวที่เขาอยากครอบครองอีกคนไว้เพียงผู้เดียวไม่ว่าจะเป็นตัวหรือหัวใจ

     “อดทนนะครับเด็กดี” เขาจูบซับหยาดน้ำนั้นช้าๆ แต่ไม่เลิกสอดตัวตนเข้าหาอย่างต่อเนื่อง จังหวะเนิบนาบนั้นจงใจไม่ให้คนที่ยังใหม่ต้องบอบช้ำ แล้วเมื่อเห็นอาการขยับกายเข้าหากับเสียงครางที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องดนุนันท์ก็จัดการปรับจังหวะสอดรับให้เร็ว แรง และหนักแน่นขึ้น

     “ผะ ผู้จะ...โอ๊ย!

     เพี๊ยะ!

     ดนุนันท์ฟาดมือเบาๆ ลงบนบั้นท้ายของชายหนุ่มเมื่อเขามั่นใจว่าอะตอมจะเรียกเขาว่าผู้จัดการอีกแล้ว จังหวะนี้เขาปรับเปลี่ยนท่าพาอะตอมพลิกคว่ำแล้วสอดประสานจากทางด้านหลังเร่งจังหวะได้ไม่นานแก่นกายของอีกคนที่ถูกรูดรั้งด้วยมือขาวๆ ก็กระตุกและฉีดพ่นสายธารสีขาวออกมาอีกชุดใหญ่ คนข้างหลังจึงต้องเร่งส่งตัวเองตามไปให้ทันเพราะอะตอมนั้นนำไปแล้วสองหนึ่ง

                กว่าหนุ่มตี๋ผู้แรงดีไม่มีตกจะถอดเครื่องป้องกันอันที่สามออกได้ผู้ชายอีกคนก็ถึงกลับหลับไปกลางอากาศ แม้อยากจะฟาดกบาลตัวเองที่เอาแต่ใจแต่อะตอมก็นั่นแหละจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองก็ช่างยั่วเสียเหลือเกิน



#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

 #

 

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา / เก-ลิน / ติญญ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha