เพลิงแค้นบัญชารัก 18+ -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ตอนที่ 1 : เพลิงแค้นบัญชารัก 1


ตอนต่อไป


1

 

กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นสมุนไพรชื่อ อัปสร กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายผลไม้สุกชื่อเอกไพศาล กลิ่นหอมระเรื่อชื่อ ชุมแสงแต่ที่กลิ่นหอมแรงถูกขนานนามว่าเพลิงพิรุณ

                ปาณิศา ลืมตาขึ้นก่อนระบายยิ้มจางๆ เธอก้าวเท้าตามกลิ่นหอมของต้นลีลาวดีที่มีหลากหลายสายพันธุ์ในสวนของพ่อภากรซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมที่ดูแลเธอมากว่าสิบปี ทุกๆ เช้าเธอจะเดินดมกลิ่นดอกไม้และเดาว่ากลิ่นที่สัมผัสได้คือต้นไหน พันธุ์อะไร บางครั้งเธอก็เดาถูก บางทีก็เดาผิด แม้ว่าเธอจะอาศัยอยู่ในบ้านสวนที่ปลูกลีลาวดีเป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่เธอก็ยอมรับว่าเธอรู้จักพืชชนิดนี้น้อยมาก หมือนกับที่เธอเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองมากนัก

                หญิงสาวร่างบอบบางรวบผ้าถุงลายดอกที่สวมอยู่แล้วเดินกลับเข้ามาในบ้านไม้ที่ดูจะกลมกลืนกับบริเวณรอบบ้านที่เต็มไปด้วยต้นลีลาวดี บ้านหลังน้อยที่อาศัยเพียงแค่สองคนพ่อลูกแค่นี้มากมายพอแล้วในความคิดของปาณิศา ไม่ไกลนักมีโรงเรือนไว้เพาะพันธุ์ไม้โดยเฉพาะ ภากรมีคนงานค่อยช่วยดูแลต้นไม้แต่สวนใหญ่จะมีบ้านพักอยู่ในละแวกใกล้เคียง จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีที่พักสำหรับคนงาน แต่ปาณิศาเคยได้ยินบรรดาคนงานแอบแซวพ่ออยู่บ่อยๆ ว่า เพราะพ่อห่วงลูกสาว ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้แม้กระทั่งคนงานก็ไล่กลับไปนอนบ้านหมด

                ใครต่อใครรู้ดีว่าภากร มีลูกชายคนเดียวคือ ภาณุ ที่เวลานี้ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ สองพ่อลูกที่มีไม่ค่อยลงรอยกันนักทำให้ภาณุแทบไม่โผล่หน้ามาให้เห็น แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ปาณิศา หรือ ฝน ที่ภากรรับมาเป็นลูกบุญธรรมนั้น นอกจากจะไม่ได้เป็นญาติฝ่ายไหนแล้ว       

ปาณิศา คือลูกสาวคนเดียวใน ตระกูลอิ่มเอมทรัพย์  เมื่อสิบปีที่แล้วเคยเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ครอบครัวอิ่มเอมทรัพย์ล้มละลายหัวหน้าครอบครัวฆ่าภรรยาและลูกสาวอายุสิบขวบด้วยการผสมยาฆ่ายาใส่นมสดและฆ่าตัวตายตาม มันเป็นข่าวดังอยู่แค่ไม่กี่วันก็เงียบหาย  จึงไม่มีใครรู้ว่าลูกสาวคนเดียวของตระกูลอิ่มเอมทรัพย์ถูกช่วยชีวิตไว้ทันด้วยความช่วยเหลือของคนทำสวนที่อยู่รับใช้ในบ้านมานานหลายปี            

                พ่อหนูไปไหน แม่หนูไปไหน ฮือๆๆ

                คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไปสวรรค์แล้วครับคุณหนู



 


                ฝนจะไปหาพ่อกับแม่ ฮือๆ ฝนจะไปหาพ่อกับแม่ ฮือๆ


                คุณหนูไปไม่ได้...คุณหนูยังเด็กอยู่...


                ฝนจะอยู่กับใคร...ฝนไม่มีใครแล้ว พ่อกับแม่ไม่รักฝนแล้ว...ฮือๆ


                ลุงจะอยู่กับคุณหนู...ลุงจะเป็นพ่อเป็นแม่ให้คุณหนู


นับจากนั้นเป็นต้นมา มือเล็กที่เคยเกาะเกี่ยวเรียก ลุงภากร ก็เปลี่ยนมาเรียก พ่อภากร เกือบสิบปีแล้วที่เธอมาอาศัยอยู่ที่บ้าน เธอเติบโตจาก เด็กหญิง ปาณิศา อิ่มเอมทรัพย์ จนกลายเป็นหญิงสาว ปาณิศานาดี ซึ่งเป็นนามสกุลของภากร      บ้านหลังใหญ่ถูกธนาคารเข้ายึดทรัพย์และขายทอดตลาดในเวลาต่อมา เธอกับภากรจึงกลับมาที่นครปฐมบ้านเดิมของภากร จากที่เคยเป็นลูกคนเดียวมาตลอด ปาณิศาก็มีพี่ชายที่แก่กว่าแปดปีชื่อ ภาณุ      ภากรมีลูกชายก่อนที่จะไปทำงานที่บ้านพ่อแม่แท้จริงของปาณิศา            แต่เพราะแม่ของภาณุทิ้งลูกชายไว้และหนีไปแต่งงานใหม่ ทำให้ภากรกลายเป็นพ่อหม้ายลูกติดอย่างไม่ตั้งใจ


ปาณิศาเผลอยิ้มน้อยๆ ออกมาเมื่อนึกถึงครั้งแรกที่ภากรแนะนำให้เธอรู้จักกับภาณุ ตอนนั้นภาณุเรียนช่างกลดูท่าทางน่ากลัวจนปาณิศาต้องไปแอบอยู่ด้านหลังภากร ภาณุทำหน้าเซ็งๆ เดินออกจากบ้านไปไม่ถามอะไรสักคำ แต่วันต่อมาภาณุจะมีช็อกโกแล็ตราคาถูกมาวางไว้ให้เธอ ในความเงียบขรึมกลับซ่อนความอ่อนโยนไว้อย่างไม่น่าเชื่อ ภาณุอยู่บ้านไม่นานก็ไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ นานๆ จะกลับบ้านสักที แต่ทุกครั้งที่กลับมาก็จะมีของฝากเธอเสมอ แม้กระทั้งตอนนี้ที่ภาณุทำงานที่บริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งเขาก็ยังส่งตุ๊กตาหรือช็อกโกแล็ตมาให้เสมอ


โฮ่ง  โฮ่ง!”


อย่าเสียงดังซิ ข้าวปุ้น เดี๋ยวพ่อภากรตื่นนะ


หญิงสาวดุเจ้าชิสุห์อายุสองขวบที่กระดิกหางไปมา เจ้าหมาน้อยนี่ก็อีก...ภาณุอุ้มลูกหมามาหาเธอในเช้าวันหนึ่งที่ฝนตกลงมาปรอยๆ เขาบอกว่ามันเป็นหมากำพร้าเจ้าของ...เดิมทีมันมีคู่รักเลี้ยงดูมัน แต่พอความรักจบกลับไม่มีใครยอมเลี้ยงเจ้าหมาน้อยตัวนี้ เขาจึงอาสาอุ้มมันมาให้เธอ คราวแรกที่เห็นหน้ากัน  ปาณิศายอมรับเลยว่า มันเป็นหมาที่มอมแมม ดูแป๊ปเดียวก็รู้ว่า...ไร้คนเหลียวแล เธอพยายามจะสางขนยุ่งๆ ของมันแต่ก็ไม่เป็นผล จนต้องกร่อนแล้วเลี้ยงขนยาวของมันใหม่                เจ้าผ้าขี้ริ้ว ในวันนั้นกลายเป็น คุณชายน้อย ในวันนี้ด้วยฝีมือการใส่ใจดูแลของเธอ


ปาณิศาลงมือทำอาหารมื้อเช้าง่ายๆ เช่นทุกครั้งเธอทำได้เพียงเท่านี้       ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอมาตั้งแต่ครั้งนั้นทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรที่ออกแรงมากได้เลย ขนาดว่า...เธอเรียนจบมัธยมปลายแล้วต้องเรียนต่อมหาวิทยาลัยทางไปรษณีย์ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนเรียนดีเธอจึงเรียนจบได้ในเวลารวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ           ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ที่แท้จริงเธอยังอยู่และเธอเป็นคุณหนูในตระกูลอิ่มเอมทรัพย์ เธอคงได้เรียนต่อจนจบในระดับดอกเตอร์แล้วก็ได้


แต่มันจะมีประโยชน์อะไร หากเรียนจบมาแล้วไม่สามรถนำมาใช้งานอะไรได้เลย


หญิงสาวหันมาสนใจอาหารมื้อเช้าของตนเอง เมื่อไข่เจียวหอมกรุ่นพร้อมเสิร์ฟกับผัดผักรวมมิตร ก็ได้เวลาที่ภากรตื่นและเดินลงมานั่งกินกาแฟที่ชั้นล่างเมื่อทุกครั้ง เจ้าหมาน้อยนามข้าวปุ้นกระดิกหางแล้ววิ่งเข้าใส่ทักทายเหมือนทุกครั้ง แต่เจ้าของต้องส่งเสียงดุเจ้าหมาน้อยจึงแกล้งหงอยนอนหมอบใต้โต๊ะกินข้าว


จะไปดุมันทำไม...ดุไปมันก็ไม่จำหรอก    


                ก็...มันเสียมารยาทนี่คะ เรากำลังจะกินข้าวมันมานั่งจ้องหน้าเราแบบนี้จะถูกเหรอค่ะแล้วพ่อก็เลิกให้ท้ายมันเสียทีเถอะค่ะ มันจะเสียหมาเปล่าๆ


เอ้า! แล้วมาเกี่ยวอะไรกับพ่อด้วยเหล่านี่...               


ภากรพูดพลางหัวเราะ ตั้งแต่มีเจ้าหมาน้อยเข้ามาในบ้านรู้สึกว่าเสียงหัวเราะจะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย คนเป็นลูกค้อนเข้าให้ ข้าวปุ้นเงยหน้าเหมือนจะยิ้มเยาะเย้ย หญิงสาวเผลอแลบลิ้นใส่ แต่เมื่อนึกได้ก็แกล้งทำเป็นเทอาหารเม็ดใส่ถ้วยแล้วยื่นให้มันได้กลิ่น                ข้าวปุ้นรีบลุกขึ้นยืนสองขาของอาหารทันที


ทีแบบนี้ทำมาเป็นง้อเรานะ เจ้าข้าวปุ้น


มีหมาง้อก็ยังดีกว่าไม่มีใครง้อน๊า...


พ่อคะ! พ่อจะเข้าข้างใครกันแน่ 


เอาละๆ ช่างเถอะ ภากรโบกไม้โบกมือห้ามศึก ตกลงพรุ่งนี้ลูกจะไปออกบูธงานแสดงต้นไม้แน่นะ


ไปคะ เราเตรียมตัวมาตั้งเป็นเดือน...ยังไงฝนก็จะต้องไปให้ได้


แววตามุ่งมั่นของปาณิศาทำให้ภากรได้แต่ถอนหายใจหนักๆ นี่ถ้าขาพ่อไม่เจ็บ  พ่อจะไม่ให้ลูกต้องไปลำบากเลย ภากรหมายถึงขาข้างขวาที่เพิ่งจะประสบอุบัติเหตุหกล้มเมื่อสองวันก่อนจนกระดูกข้อเท้าเคลื่อนทำให้เดินเหินไม่สะดวก


ลำบากอะไรคะ พ่อน่ะ...ลำบากเพราะฝนมาเยอะแล้ว ให้ฝนทำอะไรเพื่อพ่อบ้างเถอะค่ะ หญิงสาวเข้ามากอดเอวประจบผู้เป็นพ่อแม้จะเป็นพ่อบุญธรรมก็ตาม


งานนี้เราลงทุนไปเยอะ ยังไงจะมาล้มเลิกกลางทางแบบนี้ไม่ได้ หรอกค่ะ เธอหมายถึงงานออกบูธแสดงต้นไม้ในวันพรุ่งนี้ เมื่อวานกับวันนี้ คนงานในสวนไปจัดการตบแต่งบูธเรียบร้อย งานนี้จะเท่ากับเป็นการเป็นตัวสวน สายพิรุณ ของภากรอย่างเป็นทางการเสียที สวนสายพิรุณเน้นไม้ประดับอย่างลีลาวดีเป็นหลักแต่ละต้นแต่ละสายพันธุ์มีความงามอย่าน่าตื่นตาตื่นใจ


ไหวแน่เหรอ...พรุ่งนี้ให้ไอ้บ๊วยไปช่วยด้วยซิ


พี่บ๊วยต้องไปช่วยฝนอยู่แล้วค่ะ ปาณิศายิ้มกว้าง พอคิดว่าพรุ่งนี้จะได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เธอก็อดคิดถึงพี่ชายอีกคนไม่ได้ ฝนว่าจะโทรหาพี่ณุด้วย


ภากรนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงภาณุ ลูกชายคนเดียวที่เวลานี้ไปทำงานในกรุงเทพฯ ถ้าภาณุอยู่ที่นี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของสวนสายพิรุณก็คงดีไม่น้อยไม่รู้มันจะดื้อดึงอยู่กรุงเทพฯ ไปทำไมกัน หรือมันเกลียดกลิ่นดินกลิ่นโคลนบ้านนอกอย่างนี้ก็ไม่รู้ คิดแล้วก็ได้แต่น้อยใจ  ดูซิ...ดูคนที่ไม่ใช่ลูกแถมเกิดมาในตระกูลผู้ดีเก่าแต่กลับร่าเริงอยู่ในสวนในไร่กับเขาได้มากว่าสิบปี  จะว่าไป...ถึงแม้ร่างกายของฝนพรำจะอ่อนแอแต่จิตใจเธอเข้มแข็งกว่าที่ใครจะคาดคิด เด็กหญิงตัวน้อยกลับกล้าเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ครั้งแรกที่เขาพา คุณหนู กลับมาบ้านสวนนั้น เขายอมรับว่ามืดแปดด้านไม่รู้จะหยิบจับทำอะไรดี แถมยังมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูทั้งลูกตัวเองและลูกเจ้านายเก่าที่เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณสำหรับเขาอย่างยิ่ง แต่เขาก็พยายามที่จะประกอบอาชีพที่ตนเองถนัด กลับไปรับจ้างตบแต่งสวนตามบ้านคนรวยมีสตางค์ แต่คนที่ทำให้เขาคิดเพาะต้นลีลาวดีขายก็เป็นความคิดของเดกหญิงอายุสิบกว่าขวบคนนี้แหละ


พ่อภากรชอบต้นไม้หรือจ๊ะ


จ๊ะ...ลุง เอ๊ย! พ่อชอบต้นไม้


แล้วทำไมพ่อไม่ปลูกต้นไม้ที่บ้านละจ๊ะ พ่อปลูกต้นไม้เก่งนี่จ๊ะ พอเราปลูกเยอะๆ ฝนก็จะเอาดอกไม้สวยๆ ของพ่อไปขายที่ตลาดไงจ๊ะ


ตอนนั้นปาณิศาเพิ่งอายุสิบสองขวบเท่านั้นแต่มันก็ทำให้เขาได้ฉุกคิด เขายังโชคดีเพราะมีที่มีทางของตัวเองอยู่หลายไร่ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อย่างจริงจัง เขาปรึกษาเกษตรประจำจังหวัดและลองผิดลองถูกอยู่หลายปีกว่าจะเข้าที่เข้าทางจนกลายเป็นสวนดอกลีลาวดีที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม  แถวนี้แทบไม่มีมีใครไม่รู้จัก สวนสายพิรุณของคุณ ภากร นาดี


แต่พรุ่งนี้ฝนไม่อยู่พ่อไม่ลำบากแน่นะค่ะ


ภากรตื่นจากภวังค์ พ่อดูแลตัวเองได้ แค่ขาเจ็บนิดหน่อยเอง  


ก็ดีค่ะ...ฮืม งั้นข้าวปุ้นอยู่บ้านดูแลคุณพ่อแทนฝนนะ...ถ้าข้าวปุ้นเป็นเด็กดีจะซื้อขนมอร่อยๆ จากกรุงเทพฯ มาฝาก


เจ้าหมาน้อยทำตาละห้อยเสยดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวในเมืองเลยอดได้หลีน้องหมาสาวๆ แต่พอคิดว่าจะได้กินขนมอร่อยก็เข้ามาประจบประแจงจนปาณิศาอดเอานี้ชี้จิ้มหน้าผากของมันไม่ได้


เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่จริงๆ เลยนะเจ้าข้าวปุ้น”.


............................................................................................


ชื่อหนังสือ    เพลิงแค้นบัญชารัก
ประเภท        นิยาย
ผู้แต่ง        เพลงมีนา
พิมพ์ครั้งแรก 2555        สำนักพิมพ์นกฮูก
พิมพ์ครั้งสอง 2560        ธารจันทร์สำนักพิมพ์




พิเศษโหลดอ่านตอนนี้ จากราคาปก : 309.00 บาทเราไม่ขาย
ขายในพิเศษราคาขาย : 139.00 บาท (หนังสือมีจำนวน : 506 หน้า)    
 


 

เรือนกระดังงา 20+ ราคาพิเศษ โหลดตอนนี้ถึงสิ้นเดือนนี้ (มิถุนายน)

ในราคาพิเศษ 99 บาท

จากราคาโหลดปกติ 159 บาท



เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" และของ "ผิงดาวสำนักพิมพ์"

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้


บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ






ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha