เพลิงแค้นบัญชารัก 18+ -จบ-

โดย: เพลงมีนา



ตอนที่ 2 : เพลิงแค้นบัญชารัก 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


2


รถกระบะสีน้ำเงินเข้มมีสติ๊กเกอร์รูปดอกลีลาวดีและตัวหนังสือบอกชื่อ สวนสายพิรุณ เข้ามาจอดที่บริเวณศูนย์แสดงสินค้าไบเทคบางนาซึ่งเป็นที่จัดงานพืชสวนแฟร์ในครั้งนี้ ปาณิศากระโดดลงมาจากรถด้วยท่าทางทะมัดทะแมงด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่ลายดอกไม้เล็กๆ ตรงอกเสื้อ กับกางเกงยีนพอดีตัว ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าเหนือท้ายทอยเผยลำคองามระหง


อย่ากระโดดซิครับคุณฝน                             


ใครกระโดดจ๊ะพี่บ๊วย!”    ปาณิศาทำหน้าเฉไฉไม่รู้ไม่ชี้


คุณฝนนี่ดื้อจริงๆ เลย...ดื้อพอๆ กับเจ้าข้าวปุ้นเลย  


เอ๊ะ! พี่บ๊วย ทำไมเอาฝนไปเปรียบเทียบกับเจ้าข้าวปุ้นละคะ


ก็มันจริงนี่ครับ


ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวเข้มเกรียมแดดหัวเราะเสียงดังจนคนบริเวณนั้นหันมามองที่หญิงสาวร่างเล็กเป็นตาเดียว ปาณิศาอายจนต้องเดินจ้ำเข้าที่บูธของตนเองแต่แอบฝากสายตาอาฆาตเอาไว้ ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าเธอไม่เคยโกรธใครจริงจังนักหรอก        เพราะตั้งแต่เขารู้จักเด็กหญิงตัวน้อยที่โตเป็นสาวในวันนี้ก็ไม่เคยเห็นเธอแก้แค้นเขาเลยสักครั้ง


เป็นเขาต่างหากเล่า...ที่แอบเฝ้ามองเธอเสมอมา


ใครๆ  ก็เรียกเขาว่า ไอ้บ๊วย  แม้แต่หลวงตาที่เลี้ยงเขามาก็ยังเรียกเขาอย่างนั้น  เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร เขาถูกทิ้งไว้ที่หน้าวัด หลวงตาเลี้ยงเขามาเท่าที่วัดจนๆ วัดหนึ่งจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้ แต่เขามีรูปร่างใหญ่โตกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน ใครต่อใครคิดว่าเขาจะเป็นพวกนักเลงหัวไม้แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนไม่สู้คนด้วยซ้ำ คนที่มาช่วยเขาในวันที่โดนพวกจิ๊กโก๋ปากซอยที่เมาทะเลาะวิวาทในงานวัดคืนคือ ภาณุ เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่เหมือนคนอมโรคแต่กลับต่อยตีได้เด็ดขาด ส่วนคนที่ช่วยทำแผลให้เขาก็คือมือเล็กๆ ของ ฝนพรำ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักคำว่า เพื่อน


เพราะความเรียนไม่เก่ง ใครต่อใครถึงเรียกเขาว่า ไอ้บ๊วย ได้เต็มปากเต็มคำ กว่าจะจบป.6 ได้ก็ช้ากว่าคนอื่นถึง 2 ปี ไม่มีใครเชื่อด้วยซ้ำไปว่า เขากับฝนพรำอายุเท่ากัน อาจเพราะรูปร่างใหญ่ยักษ์ กับท่าทางซื่อๆ บื้อ ๆ ของเขาก็เป็นได้ แต่ถึงจะเรียนไม่เก่งแต่เรื่องพละกำลังของเขาไม่น้อยกว่าใครในหมู่บ้านเลย เพราะอย่างนี้เองเขาถึงได้มาทำงานที่สวนสายพิรุณ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะเขาต้องรักษาสัญญาลูกผู้ชายกับภาณุก่อนที่ภาณุจะเดินทางเข้ากรุงเทพว่าจะดูแลปาณิศาให้ดีดุจเจ้าหญิง 


นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงกว่าแล้ว   ปาณิศาเดินเข้ามาในบูธที่จัดตบแต่งอย่างน่ารัก ซุ้มศาลาหกเสาล้อมรอบด้วยต้นลีลาวดีหลากสีโปรยกลิ่นหอมกรุ่นให้ความรู้สึกสดชื่น      แถมใกล้กันมีน้ำตกจำลองขนาดเล็กเพิ่มความร่มรื่นคนงานที่เข้ามาช่วยเดินทางมาก่อนถึงแล้วหลายคนทักทายอย่างเป็นกันเอง ปาณิศาเดินไปชงโกโก้ร้อนๆ มานั่งในซุ้มศาลาหกเสา ความจริงจากนครปฐมเข้ากรุงเทพก็ไม่ได้ไกลสักเท่าไหร่ เพราะใครต่อใครที่พูดถึง รถติด ที่ทำให้เธอเองก็ขยาด ทำให้เธอและทีมงานต้องมาแต่เช้าตรูแม้ว่างานจะเริ่มจริงสิบโมงเช้าก็ตาม


ปาณิศาเคยมาเปิดบูธแสดงพันธุ์ไม้กับภากรแต่เป็นจัดในจังหวัดของตนเอง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเปิดบูธอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ตามคำแนะนำและชักชวนของบรรดานักตบแต่งสวนที่มาซื้อลีลาวดี แม้ว่าภากรจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก                เพราะเขาไม่ชอบเข้าสังคม วันๆ คลุกอยู่กับการดูแลเพาะพันธุ์ หรือไปสืบเสาะหาสายพันธุ์ดีๆ มาเพาะปลูก แต่เธอกลับเห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้กิจการของสวนสายพิรุณก้าวหน้าขึ้น ถ้าคิดแค่เธอกับพ่อรายได้ของที่บ้านตอนนี้ก็ทำให้อย่าอย่างไม่ขัดสน แต่ถ้านึกถึงอีกหลายชีวิตที่ยังต้องพึ่งพาสวนสายพิรุณ เธอไม่เคยมองว่าพวกเขาเป็นคนงาน แต่เธอมองว่าเป็นคนในครอบครัว ถ้าเธออยู่ได้ พวกเขาก็ต้องอยู่ได้เหมือนกัน 


คุณฝนหิวข้าวหรือยังครับ


ยังเลยคะ ฝนดื่มโกโก้แล้ว พี่บ๊วยเอาสักถ้วยไหม ฝนจัดการให้


โกโก้มันไม่อยู่ท้องนะครับ หนุ่มร่างใหญ่ยิ้มกว้างพร้อมชูถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง กว่าข้าวกล่องจะมากินไอ้นี่รองท้องดีกว่า


ตามสบายเลยค่ะพี่บ๊วย งั้นขอฝนเดินเล่นแถวๆ นี้หน่อยนะค่ะ เดี๋ยวมา


อย่าไปไกลนักนะครับ


พี่บ๊วย! ฝนไม่ใช่เด็กเล็กๆนะค่ะ


หญิงสาวสะบัดหน้าหนีก่อนเดินจ้ำพรวดออกมาจากบูธ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนงานในบูธ มีแต่บ๊วยเท่านั้นที่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงงไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดไป


ปาณิศาเดินทักทายผู้คนที่ออกมารวมบูธ นอกจากจะเป็นแสดงต้นไม้ทั้งไม้ดอกไม้ประดับแล้วยังเป็นงานแสดงการจัดสวนในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าจะมีพื้นที่เล็กน้อยอย่างในคอนโดก็สามารถใช้ต้นไม้ตบแต่งในห้องน้ำเนรมิตให้ร่มรื่นได้ 


ขอโทษนะคะ บูธเรายังไม่เปิดให้ชมค่ะ


เอ่อ...เปล่าค่ะ  หนูมาเดินดูเฉยๆ


วัลยาเดินออกมาแซวหญิงสาวรูปร่างบอกบางเหมือนก้านดอกไม้ ความจริงหล่อนรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวไม่ใช่ลูกค้าเพราะมีป้ายสตาฟ์ห้อยคออยู่ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตากับเธอคนนี้จนต้องเดินออกมาทัก ปาณิศารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ลูกค้า แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจมาก่อกวนเวลาทำงานของใคร หญิงวัยกลางคนอายุอานามคงประมาณพ่อภากรแต่แต่งตัวเหมือนพวกยิปซี ใบหน้านั่นมียิ้มกว้างไม่ได้ทีท่าทีจะโกรธเคืองอะไร 


                ฉันแหย่เล่นนะจ๊ะวัลยาหัวเราะเสียงดังแล้วควักมือเรียกให้เข้ามาใกล้ๆ ไม่รู้เพราะการแต่งตัวแปลกประหลาดของวัลยาหรือว่าเธอมีเวทมนต์อะไรทำให้ปาณิศาเดินตามเข้าไปในบูธของเธอ


                ฉันชื่อวัลยา เป็นนักจัดสวนจ๊ะ นี่นามบัตรฉันสาวใหญ่ยืนนามบัตรให้


                หนูชื่อปาณิศาคะ เรียกฝนก็ได้ค่ะบ้านหนูเพาะต้นลีลาวดี


                ว้าว!ชื่อเพราะจัง แถมเลี้ยงลั่นทมอีก อ้อ! ฉันชอบชื่อเก่ามากกว่าลีลาวดีนะจ๊ะ


                พ่อหนูก็เคยพูดแบบคุณน้านี่แหละคะ


                คุณน้า! ตายแล้วยัยหนู!!! เรียกพี่ก็พอมั้งจ๊ะ


                เอ่อ... ปาณิศาหน้าเหวอขึ้นมาทันที


                เด็กมันเรียกน้าก็ถูกแล้วนี่...จะให้เรียกป้าหรือไง


                ยัยนี พี่บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหม ถ้าจะอ้าพูดอะไรก็ให้มันน่าฟังหน่อย วัลยาแสร้งทำเป็นงอนเดินเข้าไปในบูธของตัวเองท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของ จงกลนี น้องสาวของตนเอง


                อย่าคิดมากเลยจ๊ะ พี่สาวฉันก็เป็นแบบนี้แหละ อ้อ! พี่ชื่อจงกลนี เป็นหุ้นส่วนของร้าน ประดับใจ ปาณิศาแทบไม่อยากเชื่อว่าพี่น้องสองสาวที่ดูอายุจะห่างกันหลายปีจะนิสัยต่างขั้วขนาดนี้ เพราะจงกลนีดูเหมือนอายุประมาณ สามสิบต้นๆ แถมแต่งตัวเหมือนสาวออฟฟิศ


                เพิ่งมาออกบูธครั้งแรกหรือคะ


                เอ่อ...ค่ะ ความจริงคุณพ่อต้องมาด้วย แต่ท่านขาเจ็บเดินไม่สะดวก


                แหม...น่าอิจฉาคุณพ่อที่มีลูกสาวสวยแถมยังทำงานแทนได้อีกน่ะค่ะ จงกลนียิ้มอ่อนโยน ได้ยินว่าเพาะต้นลีลาวดีหรือคะ


                ใช่ค่ะ  บูธหนูอยู่ตรงโน้น ... นิ้วเรียวชี้ไปตรงทางที่เดินจากมา ของเราเป็นสายพันธุ์ไทยค่ะ มีทั้งพันธุ์แคระที่ปลูกในกระถาง หรือจะต้นใหญ่ที่ปลูกกลางแจ้งในบริเวณกว้างด้วย


                ดีจัง ถ้าว่างจะเดินไปขอชมที่บูธนะคะ


                ด้วยความยินดีค่ะ ปาณิศายิ้มรับก่อนยกข้อมือดูนาฬิกา   ใกล้จะได้เวลาเปิดงานแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ


                ตามสบายค่ะ ยังไงสามวันนี้เราต้องได้คุยกันอีกแน่ๆ


                ค่ะ


                หญิงสาวพาร่างบอบบางเดินกลับมาทางเดิม ยังไม่ทันถึงบูธก็เห็นคนตัวใหญ่ยักษ์หมุนซ้ายแลขวาเหมือนมองหาใครอยู่    ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าคนที่มองหาคือตัวเธอเองนั้นแหละ เพราะความรีบที่จะเดินไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วจนลืมดูคนที่เดินสวนมาข้างหน้า   ทั้งที่คิดว่าเบี่ยงตัวหลบแล้วแต่ไหล่ของเธอก็ยังชนกับร่างสูงโปร่งจนเซถลา โชคดีที่ว่ามือใหญ่เอื้อมมาคว้าเธอไว้แนบอกกว้างของเขา


                ตั้งแต่เกิดมาจนตัวโตขนาดนี้ ปาณิศาไม่เคยอยู่ในอ้อมกอดชายอื่นใกล้ชิดขนาดนี้ กลิ่นโคโลญจ์ผู้ชายปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ กลับทำให้รู้สึกหอมอ่อนเหมือนเป็นกลิ่นกายเฉพาะตัวเป็นกลิ่นที่เธอไม่เคยสัมผัส


                เป็นอะไรหรือเปล่าครับ


                เอ่อ...มะ...ไม่  ไม่เป็นไรคะ ด้วยความเขินอาย ปาณิศารีบดันตัวเองออกจากอกอุ่นแต่ผมยาวของตัวเองกลับไปพันกับกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา


                แย่แล้ว!” 


                อย่าดึงครับ...เดี๋ยวผมขาด   


เสียงทุ้มลอยอยู่ริมหูของหญิงสาวที่อายจนหน้าแดงกล่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือเล็กของเธอพยามยามแกะผมออกจากกระดุมเสื้อ แต่มือใหญ่ของเขาก็สัมผัสมือเธอเบาๆ ต้องการจะช่วยเธอ


ขอโทษนะค่ะ ขอโทษ 


ปาณิศาพร่ำขอโทษจนนับครั้งไม่ถ้วนจนชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ เขาไม่ได้หงุดหงิดใจอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น   แต่เธอกลับคิดว่าเขารำคาญจึงกระชากผมออกจากกระดุมเสื้อของเขา


คุณ!” 


ขอโทษจริงๆ ค่ะ


มาริส กอบู๊ซ  อัลบา ได้แต่มองร่างบางรีบหมุนตัวเดินหายไปกับผู้คนที่เริ่มทยอยเข้ามาในบริเวณงานมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก้มมองดูเส้นผมยาวสลวยที่ติดอยู่ที่กระดุมเสื้อก่อนจะแกออกกลิ่นหอมจางๆ ทำให้เขาเผลออดสูดดมกลิ่นหอมนั่นไม่ได้


มาริสทางนี้


จงกลนีตะโกนเรียกเพื่อนหนุ่มที่เดินเหม่อๆ อยู่หน้าบูธ  เขายิ้มรับบางๆ ก่อนเดินเข้าไปหอมแก้มหญิงสาวเบาๆ แต่เธอกลับตีแขนเขาดังเผี้ยะ! ก่อนหัวเราะคิกคักออกมา


นี่เมืองไทยนะคะ ไม่ใช่เมืองนอก จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ


ซอรี่ๆ ผมขอโทษ เขาทำท่าสำนึกผิด แต่เอียงหน้าไปกระซิบที่ริมหูของเพื่อนสาว แต่นีก็ชอบใช่ไหม


นี่ๆ มาคิสแก้มพี่บ้างก็ได้นะมาริสวัลยายืนเท้าแขนสองข้างทำท่าแสนงอน


สำหรับพี่ยามากกว่าหอมแก้มก็ได้ครับ ชายหนุ่มตรงเข้าไปกอดแน่นๆ ด้วยความคิดถึง


งั้นไปขัดรองเท้าให้พี่ก็ได้งั้นซิ!”


โห...พี่ยาเล่นแรงจริงๆ เลย เขาหัวเราะเสียงดัง นานแล้วที่ไม่ได้หัวเราะแบบนี้


คิดว่าไม่ได้เจอกันสองปีนี่พี่จะเปลี่ยนไปหรือไงยะ วัลยายิ้มกว้าง มานั่งคุยให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ


วัลยาฉุดแขนมาริสให้เข้าไปนั่งคุยด้านใน  จงกลนีได้แต่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินตามมาสบทบ เธอไม่รู้ว่าที่ชายหนุ่มเหลียวหลังมองนั่นไม่ใช่มองเธอแต่มองเจ้าของเส้นผมหอมกรุ่น


แค่ผมยังหอมขนาดนี้แล้วทั้งตัวจะหอมขนาดไหนน่ะ!.


............................................................................................


ชื่อหนังสือ    เพลิงแค้นบัญชารัก
ประเภท        นิยาย
ผู้แต่ง        เพลงมีนา
พิมพ์ครั้งแรก 2555        สำนักพิมพ์นกฮูก
พิมพ์ครั้งสอง 2560        ธารจันทร์สำนักพิมพ์




พิเศษโหลดอ่านตอนนี้ จากราคาปก : 309.00 บาทเราไม่ขาย
ขายในพิเศษราคาขาย : 139.00 บาท (หนังสือมีจำนวน : 506 หน้า)    
 


 

เรือนกระดังงา 20+ ราคาพิเศษ โหลดตอนนี้ถึงสิ้นเดือนนี้ (มิถุนายน)

ในราคาพิเศษ 99 บาท

จากราคาโหลดปกติ 159 บาท



เชิญติดตามนิยายของ "เพลงมีนา" และของ "ผิงดาวสำนักพิมพ์"

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้


บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ






ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha