เพลิงพ่ายรัก (Yuri)

โดย: teambb



ตอนที่ 1 : ตอน 1


ตอนต่อไป

ตอน 1

 

“ยอดขายดีมาก ปิดได้หลายคัน คิดไม่ผิดเลยที่ให้น้องเพลินไปร่วมออกบูธด้วย ลูกทีมคุณเก่งมาก”เสนาผู้จัดการอาวุโสกล่าวอย่างยิ้มแย้ม ต่อหัวหน้าฝ่ายขายประจำโชว์รูมสำนักงานใหญ่

“ครับ ตอนแรกเธอมาเสนอว่าจะไปช่วยด้วย ผมก็ไม่มั่นใจ แต่ดูผลงานและการรับรองลูกค้า ลูกค้าส่วนใหญ่พึงพอใจมากเลยครับ”วิทย์กล่าวตอบ

เขารับเอกสารออกมา แล้วยิ้มอย่างปลื้มใจ ยอดขายเดือนนี้พุ่งขึ้นแล้ว ใครว่าเศรษฐกิจประเทศไทยดาวน์ คนไทยยังมีเงินมีกำลังซื้อรถราคาแพงกันตั้งเยอะ

 

“ได้ข่าวว่าปิดจ็อบได้หลายคนหรอจ๊ะ ขอบใจมากนะ ยอดทีมเรากระฉูดเลยอ่ะ”มันแกวสาวใต้หน้าคมเข้ามากระซิบบอกกับเพื่อนสาวที่ทักในโชว์รูม ขณะที่อีกฝ่ายกำลังดูเอกสารไปพลาง “เหนื่อยหน่อยนะเพื่อน”

“ขอบใจนะ”ปากบอกอย่างปัดๆ สายตายังคงมองแต่เอกสาร

“แกนี่ขยั๊นขยัน ทำงานเจ็ดแปดวันรวดเลย แม่ที่ป่วยจะได้หายไวๆ ไงล่ะ”

“ฉันก็หวังอย่างนั้น”ตอบกลับแต่สายตายังมองเหมือนเดิม

“แกจะศึกษารถทุกคันแบบละเอียดยิบในโชว์รูมเลยหรอเนี้ย นี่รุ่นล่าสุดที่กำลังจะเข้ามาเดือนหน้าใช่มั้ย แค่นี้ฉันก็จำไม่ไหวแล้วนะแก”มันแกวจีบปากจีบคอว่า พลางหยิบเอกสารของตนมาดูบ้าง “แกน่ะขายคันซีรี่ย์สูงไปได้คันนึง แค่นี้ก็หรูแล้ว ยังขายรุ่นเบสเซลเลอร์ของบริษัทได้อีก โอ๊ย อิจฉา”

“แน่ใจนะว่าขายแต่รถ”พิสินี เซลส์ประจำโชว์รูมอีกคนได้ยินแล้วก็พูดแขวะใส่

ตุ้บ...เสียงเอกสารถูกวางฟาดกับโต๊ะพร้อมฝ่ามือของเจ้าของเสียงดังใส่ทันที

“นี่! พูดอะไรให้มันระวังๆ ปากหน่อยนะ”เพลินตวาดใส่

“ฉันไม่ได้เอย่ชื่อ ไม่ได้หมายถึงใคร”

“แล้วจะเสนอหน้าพูดทำไม!?”

“เอ้า สองคนอย่าเถียงทะเลาะกัน เดี๋ยวหัวหน้าก็มาว่าหรอก”มันแกวห้าม

เบียร์ เซลส์ผู้ชายอีกคนก็รีบเข้ามา

“อะไรกันเนี้ย พวกเธอ ชะนีสองคนนี้ เจอหน้ากันเป็นทะเลาะกัน นี่ดีนะที่ไม่มีลูกค้า ยัยนี เอาเวลาไปศึกษาสเปครถให้ครบ รุ่นท็อปของโชว์รูมเราวันนั้นลูกค้าถามเรื่องโหมดสปอร์ต เธอยังตอบไม่ได้เลยนะ”

นีจ้องมองคนที่แอบฟ้องด้วยแววตากลมโต เพลินทำหน้าทำตาจิกใส่ว่าเธอไม่ได้ฟ้องและไม่รู้เรื่องเลย

“ไม่ต้องไปมองว่าใครมาฟ้อง ฉันรู้ของฉัน มาเลย ไปศึกษางานจากรุ่นพี่มะเหมี่ยว”

พอเบียร์มาลากหล่อนไปอีกฝั่ง มันแกวก็มองตามอย่างสะใจพลางบอก

“สมน้ำหน้า”

“มันแกว เธอนี่มัน...หาเรื่องให้ฉันเดือดร้อน ยัยนั่นก็คิดว่าฉันไปฟ้องกันพอดี ฉันไม่มีเวลามาสนใจเรื่องของคนอื่นหรอกนะ”เพลินบอกแล้วส่ายหัวเบาๆ แล้วก้มมองเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ต่อ

 

โชว์รูมรถ เอ็ม เมอเชนไดส์ อิมปอร์ต มีแต่รถที่ทางบริษัทนำเข้ามาเอง เน้นขายแต่รถคุณภาพเกรดไฮคลาส ราคาคันที่ถูกที่สุด แค่เบาๆ สองล้านกว่าๆ ไปจนถึงสี่สิบห้าสิบล้าน มีรถเก๋งระดับไฮเอนท์ รถสปอร์ต รถซุปเปอร์คาร์ ไปถึงระดับไฮเปอร์คาร์ และแน่นอนว่าการเป็นเซลส์ที่นี่ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องมีหน้าตา ผิวพรรณ และบุคลิกอุปนิสัยที่ดี เซลส์ที่นี่แต่ละคนไม่ว่าจะหญิงหรือชายต่างก็มีจุดเด่นประจำตัวที่ดูดีไม่แพ้กัน แต่ตอนนี้คนที่เด่นที่สุดและถูกจับตามองมากที่สุด จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพลิน สาวหน้าหวานที่พึ่งเข้ามาทำงานได้แค่สามเดือน ก็แสดงฝีมือการบริการการขายจนลูกค้าหลายๆ คนต่างติดใจ แม้ไม่ซื้อเธอไม่ว่ากลับยิ้มแย้มบริการอย่างเต็มที่ จนลูกค้าบางคนตัดใจไม่ลงต้องกลับมาปิดยอดให้เธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา

 

การเป็นเซลส์ขายรถหรู แน่นอนว่าต้องได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะกว่ารถในระดับทั่วไปที่เน้นขายปริมาณ แต่รถหรูเน้นขายคุณภาพ และกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อก็น้อยกว่าด้วย แต่รายได้ที่ได้เยอะกว่าทำให้เซลส์ขายรถหรูในบริษัทนี้ค่อนข้างจะดูดีมีฐานะ แต่ละคนขับรถแบรนด์ยุโรป แทบจะหาคนขับรถของญี่ปุ่นไม่ได้เลย ยกเว้นแต่เพลินเพียงคนเดียว

 

มะเหมี่ยวเป็นเซลส์ขายอาวุโสของโชว์รูม แม้อายุอานามจะเลยเลขสามย่างเข้าเลขสี่แล้ว แต่การที่เธอดูแลตัวเองให้ดูดีดูสวยอยู่ตลอด อีกทั้งยังความชำนาญความเอาใจใส่ในหน้าที่ ความสม่ำเสมอของเธอทำให้เธอสามารถทำงานที่นี่ได้อีกเรื่อยๆ และยังเป็นตัวท็อประดับแนวหน้าของบริษัท จึงได้มาอยู่ที่โชว์รูมของสำนักงานใหญ่แห่งนี้

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ”มะเหมี่ยวพอเห็นลูกเค้าที่พึ่งย่างกรายเข้ามาในโชว์รูมจากทางด้านข้างที่เป็นลานจอดรถของโชว์รูม เธอก็รีบผละจากเซลส์รุ่นน้องอย่างนีมาต้อนรับลูกค้าอย่างรู้งาน

เพราะร่างของหญิงสาวที่เข้ามา เห็นแค่แวบเดียว ก็พอจะทราบดีว่ามีออร่า รัศมีเปล่งปลั่งจนทำให้เธอต้องรีบยิ้มหวานยกมือไหว้พร้อมบริการ

 

หญิงสาวสีผิวน้ำผึ้ง ใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มโก่งได้รูป การแต่งตัวเสื้อโปร่งแขนกุดปล่อยชายยาว กางเกงขากระบอก คาดด้วยเข็มขัดหัวแบรนด์หรูโซ่ห่วงคล้องเกี่ยวปล่อยสายลงมาข้างเอว รองเท้าส้นสูง นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนๆ กวาดตามองไปรอบๆ ริมฝีปากหนาบางหยักได้รูปยิ้มที่มุมปาก

“มีอะไรให้รับใช้มั้ยคะ”มะเหมี่ยวรีบสอบถามทันที

ฝ่ายสาวที่โดนถามมองมะเหมี่ยวด้วยแววตาเป็นประกายเอย่ปากปฏิเสธ แล้วยิ้มหวานเผยบุ๋มลักยิ้มใหญ่ที่ข้างแก้มขวา

“ไม่มีค่ะ”

“งั้นเชิญชมได้ตามสบายเลยนะคะ”

“เชิญครับ”เบียร์เข้ามายืนต้อนรับเสริม

 

พวกเธอเจอกับลูกค้ามากมายหลายประเภท ถ้าลูกค้าปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือ พวกเธอก็จะหยุดให้ลูกค้าได้เดินชมกันตามอัธยาศัยก่อน แค่เตรียมสแตนด์บายพร้อมเข้าหาเมื่อลูกค้าเอย่ถามเกี่ยวกับข้อมูลของรถ

 

ฝ่ายลูกค้าเดินเข้าไปยังด้านหน้าของโชว์รูมที่มีรถตัวอย่างจัดวางไว้อย่างหรูหรา เก้าอี้โซฟารองรับลูกค้า โชว์รูมสาขานี้โอ่อ่าอลังการสมกับเป็นสำนักงานใหญ่ เธอมองไปยังอีกทางที่มีกระจกกั้นใส ห้องรับรองสำหรับลูกค้า และห้องทำงานของพนักงาน และอีกด้านทางด้านใหญ่กระจกแบบทึบแสง คงจะเป็นห้องของผู้จัดการ ถัดมาเป็นลิฟท์ เขยิบสายตามายังด้านหน้าเธอ เคาท์เตอร์ที่มีพนักงานสาวสองคนประจำตำแหน่ง ข้างๆ เป็นโต๊ะทำงาน ซักพักฝ่ายสาวผมสั้นผิวสีคล้ำใบหน้าคมคาย เงยหน้ามามองเธอก็รีบยิ้มให้ พลางหันไปมองไปทางพนักงานที่มาต้อนรับเธอเมื่อครู่ แต่สาวอีกคนที่ผมยาวหยักศกสีบลอนด์ทองมีม้าปัดข้าง กลับเอาแต่ก้มไม่มองเธอเลย คิ้วโก่งหนาย่นชิดกันนิดๆ

 

พนักงานแม่บ้านที่พึ่งเปิดประตูสีอ่อนออกมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกสองคน พอคนนึงเห็นลูกค้าเข้ามาก็รู้งานรีบกลับเข้าห้องนั้นไปจัดแจงเตรียมน้ำและขนมมารองรับลูกค้า

 

ฝ่ายสาวยิ้มเบาๆ ทุกการกระทำของทุกคนในโชว์รูมถูกเธอจับจ้องมองไว้หมด ขณะที่เธอค่อยๆ เดินดูรถทีละคันๆ อย่างช้าๆ

 

น้ำและขนมถูกตั้งวางรับรองบนโต๊ะรับรองลูกค้าที่มีโซฟาพนักพิงสองตัว เธอมองแล้วเดินไปนั่งอย่างช้าๆ

ซักพักมะเหมี่ยวก็รีบเข้ามาหาทันที

“มีอะไรสอบถามได้เลยนะคะ คุณผู้หญิง”เธอก้มโค้งตัวลงมายิ้มถาม

ฝ่ายสาวยิ้มหวานให้ มะเหมี่ยวรีบหยิบขวดน้ำมาแกะบริการเทใส่แก้วน้ำให้อย่างดี

“ขอโทษนะคะ รบกวนขอกาแฟซักถ้วยนึง”

 

น้ำเสียงสำเนียงแปร่งๆ เอย่ขึ้นจากลูกค้าสาว ทำเอามะเหมี่ยวที่ถือขวดน้ำกำลังจะเทค้างชะงักไปหนึ่งวิฯ แต่เธอเป็นมืออาชีพก็รีบปิดฝากขวดน้ำ ยิ้มตอบรับ “ค่ะ” เต็มเสียง แล้วเดินหันกลับไปอย่างมาดมั่นตรงไปที่เคาท์เตอร์

“แจ้งแม่บ้านหน่อย ลูกค้าต้องการกาแฟถ้วยนึงจ้ะ”

“กาแฟนะคะ”มันแกวเอย่ย้ำคำ แล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเข้าไปยังห้องสตาร์ฟด้านใน ภายในครัว น่าจะมีแม่บ้านอีกคนอยู่

 

การรับรองลูกค้าด้วยชา กาแฟ ขนมปัง ไม่แปลกสำหรับการบริการของโชว์รูมที่นี่ อีกทั้งในห้องรับรองลูกค้าด้านในก็ยังมีอาหารเล็กๆ น้อยๆ เช่น เค้ก ไอศกรีม น้ำสารพัดชนิด ไว้รับรองอีก แต่ถ้าลูกค้าจะเอย่ปากขอเพิ่มก็ไม่มีปัญหา กฎบริการลูกค้านั้นสำคัญที่สุด ลูกค้าต้องมาก่อน แต่ที่แปลกคือ เพลินรู้สึกว่าลูกค้าคนนี้พึ่งย่างกรายเข้ามาได้ไม่ถึงสิบนาที เดินดูรถโดยปราศจากการเอย่ถามใดๆ ต่อพนักงาน แต่กลับขอกาแฟดื่มก่อน เธอเงยหน้ามองไปยังอีกฝ่ายด้วยแววตาฉงน ใบหน้าหวานๆ ของเธอไม่ได้ยิ้มใดๆ

 

อีกฝ่ายมองตอบกลับมาด้วยนัยน์ตาคม นั่งกอดอกจ้องหน้าเธอเขม็ง ทำเอาเธอรู้สึกพิลึกอยู่ในใจ ต้องเหลือบสายตาไปยังมันแกวเพื่อนสาวที่พึ่งวางหูโทรศัพท์แล้วมองรุ่นพี่มะเหมี่ยวที่เดินกลับไปหาลูกค้า แต่เธอก็รู้สึกมั่นใจว่าสายตาของลูกค้าคนนั้นเอาแต่จ้องมองเธอ

 

“สักครู่นะคะ กำลังเตรียมกาแฟมาให้ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ทราบว่าสนใจรถรุ่นไหนหรือเปล่าคะ ยินดีแนะนำค่ะ”

“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอคะ”เธอเอย่ถามน้ำเสียงเรียบๆ แต่เสียงแปร่งของเธอ ทำให้ฝ่ายผู้ถูกถามรู้สึกว่าเธอน่าจะเป็นเด็กนอกหรือไม่ก็ลูกครึ่งละติน แต่ยิ่งจ้องมองเท่าไหร่พลันนึกได้ว่าใบหน้าของเธอช่างคุ้นเคยคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน

“ดิฉันชื่อมะเหมี่ยวค่ะ”

“ไม่ทราบว่าทำงานที่นี่มานานแล้วหรือยังคะ”

 

ฝ่ายโดนถามถึงกับชะงักอีกครา ลูกค้าคนนี้มาแปลก แต่เธอจะไล่ลูกค้าไม่ได้..

“ดิฉันทำงานที่นี่มาเจ็ดปีแล้วค่ะ ค่อนข้างจะชำนาญและให้รายละเอียดได้ชัดเจน ถ้ามีอะไรสอบถามได้เลยนะคะ”

“คุณทำงานที่นี่มานานมากนะคะ ใกล้เคียงกับอายุของบริษัทเลย”

มะเหมี่ยวที่ฟังแล้วถึงกับเลิ่กคิ้วสูง

“มิน่าล่ะคะ ดิฉันถึงได้ว่าคุณหน้าตาคุ้นๆ แสดงว่าคุณก็เป็นลูกค้าเก่าแก่ของที่นี่เหมือนกันใช่มั้ยคะ”

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันพึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก”

“ค่ะ...”ทำเอามะเหมี่ยวถึงกับไปต่อไม่ถูก พลางมองอีกฝ่ายที่มองแม่บ้านยกสำรับกาแฟมาให้ มีนมกับน้ำตาลพร้อมให้ใส่เอง เธอเลยค่อยๆ เทเหยือกนมใส่ลง คนๆ แล้วหยิบก้อนน้ำตาลใส่ลงเพียงก้อนเดียว ระหว่างคนแก้วเบาๆ ก็เอย่ถามเสียงเรียบ

“ที่นี่ยอดขายเป็นยังไงบ้างคะ”

คำถามแต่ละคำถามของเธอไม่เกี่ยวกับรถเลย ทำให้มะเหมี่ยวรู้สึกสนเท่ห์ว่าเธอคนนี้น่าจะไม่ใช่แค่ลูกค้าทั่วไปเสียแล้วกระมัง ไม่แน่อาจจะเป็นตัวแทนของระดับผู้ใหญ่ที่มาสำรวจโชว์รูม

“ก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ค่ะ แต่ยอดขายไม่ได้ตกลงนะคะ”

ลูกค้าสาวยกถ้วยกาแฟมาจิบช้าๆ ฟังแล้วยิ้มที่มุมปาก เอย่ต่อพลางวางถ้วยกาแฟลงเบาๆ

“จะว่าอะไรมั้ยคะ ถ้าฉันอยากให้ผู้หญิงคนที่ไม่มีทีท่าจะมองหรือสนใจลูกค้าที่ตรงเคาท์เตอร์นั้นมาขายรถให้กับฉัน”

มะเหมี่ยวที่ฟังแล้วรีบหันไปมองตามสายตาของอีกฝ่าย

ผู้หญิงที่ไม่มีทีท่าจะมองหรือสนใจลูกค้าที่ตรงเคาท์เตอร์....

“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงหมายถึงคนไหนหรอคะ มีสองคนค่ะ”

“คนผมยาวค่ะ”เธอยิ้มเบอกเบาๆ แล้วจ้องมองไม่วางตา

“น้องเพลินหรอคะ”

“เพลิน”เธอเอย่บอกเบาๆ แล้วตอบรับ “ค่ะ”

“ได้ค่ะ ซักครู่นะคะ”

แล้วมะเหมี่ยวก็ย่างฝีเท้าตรงไปยังเคาท์เตอร์เบาๆ ในใจก็พลางคิดอย่างหงุดหงิดว่าลูกค้าคนนี้มาแปลก และเธอกก็ทำตามที่หล่อนบอกทุกอย่างเสียด้วย ถ้าไม่ใช่ลูกค้าในโชว์รูมนี้ เจอกันข้างนอก แม้แต่คำทักทายเธอก็ไม่อยากจะทักเลยด้วยซ้ำ

“น้องเพลิน”

“คะ พี่มะเหมี่ยว”เพลินรีบเงยหน้ามองหน้ารุ่นพี่ที่หน้าหงิกทันที

“งานเข้าแกแล้วนะ”

“อะไรคะ”

มันแกวรีบยื่นหน้ามาฟังอย่างสนใจ

“คุณเค้าบอกว่า แกมีท่าทางที่ไม่ค่อยสนใจลูกค้าเลย เค้าเลยอยากให้แกไปรับรองขายให้เค้า”มะเหมี่ยวจิกปากบอกเบาๆ จ้องมองเพลินด้วยสายตาดุๆ “แต่ถ้าแกขายได้ยอดขายเป็นของฉันและทีมฉันนะ”

“อะไรกันเนี้ย ผู้หญิงคนนี้”เพลินเม้มปากมองเริ่มรู้สึกไม่พอใจ

 

อีกฝ่ายกำลังนั่งไขว่ห้างดื่มกาแฟอย่างสบายใจเฉิบ

 

ว่าแล้วเพลินก็ลุกออกมาจากเคาท์เตอร์แล้วเดินตามมะเหมี่ยวไป

 

“สวัสดีค่ะ”เธอรีบปรับสีหน้ามาเป็นยิ้มหวานแล้วพนมมือไหว้ ลงไปนั่งตรงข้ามกับลูกค้าสาว

“ถ้ายังไงให้น้องเค้ารับรองคุณผู้หญิงไปก่อนนะคะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมสามารถเรียกถามพี่ได้ทุกเมื่อเลยนะเพลิน”เธอบอกก่อนจะขอตัวเดินเลี่ยงออกไป

 

เพลินที่ยิ้มหวานๆ เบาๆ ภายในใจเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอยากจะทำหงิดใส่แบบที่มะเหมี่ยวทำใส่เธอเมื่อครู่ เธอเห็นหล่อนจ้องมองมาด้วยแววตาดุๆ ริมฝีปากไม่บอกอารมณ์ใดๆ แบบนี้ เห็นแล้วอยากตบจริงๆ! แต่หล่อนเข้ามา แค่เหยียบเข้ามาที่นี่ก้าวเดียวถ้าไม่ได้ทำงานที่นี่ก็ถือว่าเป็นแขกเป็นลูกค้าแล้ว ต้องบริการอย่างเต็มที่

“ไม่ทราบว่าสนใจรุ่นไหนคันไหนหรอคะ สอบถามได้นะคะ”เธอเอย่เสียงหวานถาม

อีกฝ่ายวางถ้วยกาแฟลง

“เธอมาทำงานที่นี่นานแล้วหรือยัง”

แต่สิ่งที่ได้รับคำตอบกลับเป็นคำถามใส่เธอ ทำเอาหน้าเธอชาไปนิดนึง แต่ก็ยังคงยิ้มหวานแบบเดิม

“จะสามเดือนแล้วค่ะ”

“มิน่าล่ะ แล้วนี่ผ่านช่วงทดลองงานแล้วหรือยัง”

สองมือของเพลินที่กุมกันหลวมๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นกุมแน่นๆ อย่างช้าๆ ไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

“อันนี้ไม่ทราบเลยค่ะ แล้วแต่หัวหน้า”

“หรอ”

“ถ้าคุณผู้หญิงมีอะไรไม่พอใจสามารถตำหนิกันได้เลยนะคะ ดิฉันจะได้ปรับปรุงตัว”

“ดีค่ะ”เธอยิ้มบอกใส่

เพลินนั่งมองอีกฝ่ายที่ยิ้มเผยลักยิ้มแล้วเธอกำลังจะเอย่ถามต่อ

“อยากได้รถคันใหม่ซักคัน แบบชนิด cabriolet นะ เธอพอจะแนะนำคันไหนได้บ้าง”

เพลินรีบเปลี่ยนมาเป็นลุคมาดมั่นยิ้มหวานทันที

“ตอนนี้ขออนุญาตแนะนำรุ่นเบสเซลเลอร์ของโชว์รูมนะคะ...”

“แต่อยากได้แบบที่ไม่เหมือนคนส่วนใหญ่เค้าขับกัน”ฝ่ายลูกค้ารีบเอย่แทรกทันที เพลินที่ฟังแล้วหน้าเจื่อนไปนิดก็รีบเปลี่ยนคำพูด

“รบกวนขอทราบระดับราคาที่คุณผู้หญิงต้องการทราบรุ่นด้วยนะคะ จะได้แนะนำได้ค่ะ”

“ถามระดับราคา...”ฝ่ายลูกค้าถึงกับยิ้มที่มุมปากทันที “เธอถามลูกค้าที่เข้ามาแบบไม่รู้เรื่องรถอะไรในระดับราคา ถ้าฉันไม่ทราบว่าระดับราคาของรถที่เธอมีขาย มันราคาเท่าไหร่บ้าง จะทำยังไง”

ทำเอาเพลินที่ลุคมั่นใจหน้าชา เริ่มเปลี่ยนมาเป็นกระอักกระอ่วน ในใจได้แต่ท่องเย็นไว้ๆ แล้วหัวสมองก็ตีกันวุ่นเพื่อสรรหาคำมาตอบโต้อีกฝ่าย

“ขอประทานโทษนะคะ ในโชว์รูมของเรามีรถระดับราคาที่สองล้านห้าจนถึงห้าสิบล้านค่ะ ถ้าระดับราคาสูงกว่านี้อาจจะต้องมีการจองสั่งให้เป็นกรณีพิเศษค่ะ”

ฝ่ายลูกค้าพยักหน้าเบาๆ

“ส่วนรถ...ที่คุณผู้หญิงอาจจะต้องการ รถรุ่นที่ทางเรานำเข้ามาแบบจำกัดจำนวนก็พอจะมีอยู่ค่ะ”

“รถที่นำเข้ามาแบบจำกัดจำนวน?”อีกฝ่ายเอย่ถามเสียงเรียบ “แล้วที่อื่นมีนำเข้ามาซ้ำกับของคุณมั้ย”

คำถามนี้ทำเอาเพลินถึงกับยิ้มแทบไม่ออก

เธอพึ่งมาทำงานที่นี่ยังไม่เต็มสามเดือนเลยนะ!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha