เพลิงพ่ายรัก (Yuri)

โดย: teambb



ตอนที่ 2 : ตอน 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอน 2

 

“เจ้ ลูกค้าคนนั้นมาแปลกจังเลยอ่า”มันแกวหันไปถามรุ่นพี่มะเหมี่ยวที่เข้ามานั่งด้วย

“นั่นสิ ฉันก็ว่าแปลกอยู่”

“ปกติจะเห็นยัยเพลินพูดเอาๆ ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่ดูนี่สิ ยิ้มแทบไม่ออก”

“อีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ชาย นางคงจะยิ้มไม่ออก เจอคนสวยเรื่องมาก”

“บ้า ยัยเพลินไม่ใช่คนบ้าผู้ชายนะเจ้”มันแกวรีบแก้ต่างให้เพื่อนทันที

“เชอะ ลูกค้าผู้ชายที ยิ้มแย้มต้อนรับ ในงานที่ไปก็เหมือนกัน บางคนเข้ามาก็เพราะเห็นนางสวย”มะเหมี่ยวนึกถึงตอนไปออกบูธงานกับเพลิน เธอนึกแล้วเป็นใครๆ ก็ต้องคิดต่อให้เธอจะสวย แต่ในนี้ก็แทบไม่มีใครจะสวยเท่าเพลิน เพราะเพลินหน้าหวานกว่าใคร

“เจ้ก็สวย อย่าไปเปรียบกันเลย บริษัทเรา คัดแต่หน้าตา”มันแกวสีข้างแล้วยิ้มบอก

“แกไม่ต้องทำมาชม ปกติแกก็เข้าข้างแต่เพื่อน ว่าแต่ลูกพี่แกไปไหน”

“พี่วิทย์น่ะหรอ เห็นหัวหน้าเรียกไปคุย”

“อะไรยะ เรียกหัวหน้าทีมแกไปคุย แต่ไม่เรียกฉันซึ่งเป็นหัวทีมที่ไปด้วยไปคุย เดี๋ยวๆ เฮียเสนา เจ้จะไปเอาเรื่อง”ว่าแล้วหล่อนก็เห็นว่าตนว่างงานรีบลุกจากเคาท์เตอร์เดินวกกลับไปด้านหลังทันที

“โอ๊ย เจ้นี่ ยุ่งไปทุกเรื่อง”มันแกวแซวเบาๆ แล้วหันไปมองเห็นลูกค้าเดินนำหน้าเพลินเพื่อนสาวไปยังรถที่วางโชว์อยู่

 

“รุ่นไหนที่เธอบอกว่าเป็นเบสเซลเลอร์ของโชว์รูมเธอ”เสียงพูดไทยแปร่งแต่ภาษาอังกฤษของคำว่า เบสเซลเลอร์ของเธอกระชับและชัดเจน บ่งบอกดีกรีระดับเด็กนอกพึ่งอิมพอร์ตมาไทย ใบหน้าคิ้วเชิ้ดท้าทายกับคนขายรถตรงหน้าที่หน้าเจื่อนมาหลายนาทีแล้ว

“รุ่นนี้เลยค่ะ รุ่นนี้มีการพัฒนามาหลายรุ่นกว่าสี่สิบปี และเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ทางโชว์รูมนำเข้ามาจากเยอรมัน เรานำเข้ามาแบบไม่สต็อคค่ะ นำเข้าแทบจะทุกสองเดือนหรือทุกเดือนหรือตามความต้องการของลูกค้าค่ะ”

ฝ่ายลูกค้ายืนกอดอกฟัง สีหน้าไม่ยินดียินร้าย ปรายตามองแล้วยิ้มที่มุมปาก

“ฉันไม่ได้ต้องการจะฟังเธอบรรยายเกี่ยวกับบริษัทที่เธอนำเข้ารถหรือรถมันเป็นยังไง”

เพลินฟังแล้วเริ่มจะหน้าหงิก เธอเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่น่าจะยิ้มให้ยัยผู้หญิงคนนี้ได้อีกต่อไป

ยัยนี่จะมาไม้ไหน จะเข้ามาแกล้งกันเล่น หรือว่ารวยมากจนว่างจนมีเวลามากวนประสาทคนขายรถเล่นกันแน่นะ!’

“ฉันต้องการทราบว่ารถรุ่นนี้ทำไมถึงขายดี!”เธอบอกน้ำเสียงแข็งกร้าวใส่อย่างช้าๆ แม้ใบหน้าไม่ได้แสดงออกว่าดุหรือโกรธอะไร แต่น้ำเสียงมันออกแนวหยั่งเชิงท้าทายและต่อว่าเป็นนัยๆ

เพลินกำมือสองมือแน่นอย่างหลวมๆ หายใจเข้าอย่างช้าๆ ในหัวสมองเธอทั้งโกรธทั้งเคือง คิดอะไรแทบไม่ออกว่าควรจะบอกกับยัยลูกค้าคนนี้ยังไง อีกฝ่ายก็ยังกอดอกทำมองนกมองไม้ แต่สายตาก็ไม่วายเหลือบมองใบหน้าของหญิงสาวเซลส์ตรงหน้า

“ได้ค่ะ”เพลินใจค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก แล้วฝืนฉีกยิ้มบอก “รุ่นนี้นะคะ เป็น 6 สูบ กำลัง 400 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ถ้าเกียร์ออโต้มีโหมดสปอร์ต...”

“หยุด พอเลยๆ”เสียงปรามของฝ่ายลูกค้าคลายมือจากกันขึ้นมาปัดใส่เธอ “เธอเห็นฉันเป็นใครกัน หา?”

เพลินรีบหุบริมฝีปากชิดสนิทกันแน่น แล้วเปลี่ยนนัยน์ตามาเป็นนัยน์ตาดุดันจ้องมองอีกฝ่าย เธอชักจะเริ่มไม่พอใจยัยนี่ซะแล้วสิ

“เธอมาอธิบายสรรพคุณของรถยืดยาวให้ฉันฟัง ทั้งๆ ที่เธอก็เห็นว่าฉันเป็นผู้หญิง เข้ามาแบบไม่รู้อะไรเลย ฉันจะไปเข้าใจที่เธอพูดมั้ย ฮะ!?”เสียงของหญิงสาวฝ่ายลูกค้าดังลั่นกว่าเดิม ทำเอาเพลินที่ยืนนิ่งหน้าเจื่อนอยู่นานชักมีน้ำโห

“แล้วคุณจะเอายังไงกันแน่คะ คุณถามอะไรฉันก็ตอบไปแบบนั้น แต่คุณกลับไม่พอใจเลยซักอย่าง ต้องให้ตอบแบบไหนกันคะ!”เธอที่อัดอั้นมานานสองนานก็ใส่เสียงกลับบ้าง ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับยืนนิ่งจ้องมอง

ไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าเถียงกลับใส่ลูกค้าแบบนี้!....

พอเพื่อนๆ ในโชว์รูมได้ยินเสียงของเพลินว่าใส่ลูกค้า ทุกคนต่างก็หันมามอง แม้แต่แม่บ้านที่ทำความสะอาดอยู่เกือบจะทำไม้ถูพื้นล่วง

มันแกวจะลุก แต่เบียร์รีบเดินนำมา มองหน้าปรามให้เธอนั่งเฝ้าเคาท์เตอร์ต่อ ไม่งั้นหัวหน้าออกมาเห็นจะว่าเอาได้ เธอเข้าใจเลยนั่งลงต่อมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง เบียร์รีบนำพานีมา

“ยัยนี เธอเข้าไปช่วยเค้าหน่อย”เบียร์กระซิบบอก

“เข้าไปช่วย? ฉันเนี้ย? ยัยนั่นมันตัวท็อปไม่ใช่หรอ”นีทำปากเย้ยหยัน

“งั้นฉันไปเอง”

นีก็รีบตามเบียร์ไปติดๆ เพราะความอยากเผือก เอ้ย อยากรู้เรื่องด้วย

 

“เธอกล้าพูดอย่างนี้ใส่ลูกค้าได้ยังไงกัน เธอเป็นคนขายประสาะไร”ลูกค้าย้อนกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เธอต้องบริการลูกค้าสิ”

“ฉันน่ะบริการคุณแล้วนะ แต่คุณน่ะจะถามอะไรมากมายอย่างกับจะไปเปิดบริษัทขายรถเอง หรือว่าคุณเป็นคู่แข่งของที่นี่ คุณแอบมาสืบใช่มั้ย บอกมา!”เพลินถึงกับชี้หน้าถามใส่ลูกค้า จนเบียร์รีบเข้ามาคว้ามือเธอให้หุบลง

“ขอประทานโทษนะครับคุณผู้หญิง”เบียร์รีบหันไปยกมือไหว้ “ถ้าเธอคนนี้ทำอะไรไม่พอใจ เดี๋ยวผมรับรองคุณผู้หญิงเองนะครับ”

“ถามจริงๆ หัวหน้าพวกเธอให้พวกเธอบริการลูกค้ากันแบบนี้หรอ!?”ลูกค้าตวาดเสียงใส่

“อย่ามาว่าถึงหัวหน้านะ ทำไมคุณไม่ดูตัวคุณเองบ้างล่ะ ทำแบบนี้ใครเค้าจะบริการได้ เข้ามาหาเรื่องกันชัดๆ คุณว่างมากนักหรือไง!”เพลินว่าต่อ เบียร์รีบเข้ามาขวางตัวไว้ เพลินจับไหล่เบียร์ให้ถอยออก แต่เบียร์ผลักเธอให้ถอยออกไป

“เดี๋ยวนะครับคุณผู้หญิง...”

“เหอะ พนักงานที่นี่เป็นอย่างนี้กันหรอกหรอ”ฝ่ายลูกค้าเปลี่ยนมายืนกอดอกยิ้มเยาะ แล้วมองดูนีที่เดินเข้ามาแล้วยกมือไหว้

“ขอโทษนะคะ พวกเราผิดเองค่ะคุณผู้หญิง ถ้ายังไงมีอะไรให้ดิฉันได้รับใช้ โปรดบอกมาได้เลยค่ะ ดิฉันขอเป็นตัวแทนของเพลินและบริษัทกล่าวขอโทษขออภัยที่พูดจาไม่ดีใส่คุณผู้หญิงนะคะ”

ฝ่ายลูกค้าพอเห็นมีคนมาออกหน้ารับแทนแบบนี้ เธอเริ่มจะควบคุมอารมณ์เปลี่ยนจากสีหน้าโกรธมาเป็นเรียบเฉยเหมือนเดิม

“นี เธอไม่ต้องมารับแทนฉันหรอกนะ”เพลินเดินเข้ามาหานีอย่างไม่พอใจ “ฉันจะรับผิดชอบเอง!

“เธอเข้าไปสงบสติอารมณ์ก่อนนะ เพลิน”เบียร์หันมาปราม แล้วกัดฟันบอกเบาๆ “เธอทำแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไงกัน?”

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ฉันอยากจะรู้ว่า เธอน่ะทำงาน ดี หรือ แย่”ฝ่ายลูกค้าเดินเข้ามาหานีแล้วหันไปมองยังรถคันนี้ “ไหนเธอลองช่วยบอกฉันซิว่าทำไมรถรุ่นนี้ ที่พวกเธอเรียกมันว่าเบสเซลเลอร์ของบริษัท ทำไมมันถึงได้ขายดี เพราะอะไร”

คำถามที่เบียร์กับนีได้ฟังจากปากของลูกค้าผู้หญิงคนนี้ เบียร์ถึงกับยิ้มค้างแหง่ก น้อยคนมากที่จะมาถามคำถามแบบนี้ แม้แต่นีฟังแล้วยังสะอึก เธอจิกตัวเองแล้วทำเป็นยิ้มบอกใส่

“ดิฉันเองก็ไม่ทราบนะคะ”นีบอกแล้วหัวเราะแห้งๆ

เบียร์ทำมือทำปากใส่นีว่าตนจะบอกเอง แต่นีก็หันมามองรถแล้วมองหน้าลูกค้าแล้วบอกต่อ

“แต่ฉันคิดว่าเพราะราคามั้งคะ ราคาไม่แพงมาก แล้วยี่ห้อตัวมันเองก็หรูอยู่แล้ว สมรรถนะก็แรง แล้วคนก็ใช้กันเยอะ คนคงจะ..”

ยังไม่ทันที่นีจะพูดจบ ฝ่ายลูกค้าก็ปรบมือดังลั่นโชว์รูม

ทำเอามันแกวที่มองอย่างหวาดหวั่นอยู่นานถึงกับอึ้ง ว่ายัยนีทำให้เกมพลิกได้...

เรื่องนี้ ยัยเพลินเป็นนางร้าย ยัยนีเป็นนางเอก....

 

เพลินถึงกับยืนทำตาเขียว กัดฟันจนกรามปูด

นีเองก็ไม่เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองตอบจะมีค่าขนาดทำให้อีกฝ่ายถึงกับยิ้มและปรบมือ

“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ”

“คะ...”

“คุณน่ะแหละค่ะ”

“นี พิสินี ค่ะ”ทำเอาเธอถึงกับบอกชื่อตัวเองแทบไม่ถูก เบียร์แอบอมยิ้มที่มุมปาก

ฝ่ายลูกค้าเดินเข้าไปตรงหน้าเพลินที่ยืนนิ่ง แล้วยิ้มหวานบอก แต่ก่อนจะเดินไปส่งน้ำเสียงดุใส่

“เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ คุณเพลิน...”

พอหล่อนเดินไป ทำเอาเบียร์กับนีถึงกับยืนยิ้มชูมือตบใส่กันดีใจ แต่เพลินยืนเจ็บใจ ยัยลูกค้าคนนี้เธอก็ไม่เคยเห็นเคยพบเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่มาทำให้เธอเสียหน้าซะงั้น...

 

ฝ่ายลูกค้าเดินตรงไปยังเคาท์เตอร์ มันแกวที่พึ่งนั่งอึ้งพอเห็นหล่อนเดินเข้ามาก็สะดุ้ง รีบยิ้มไหว้ต้อนรับทันที

“ผู้จัดการอยู่มั้ยคะ”

“ผู้...ผู้จัดการ หมายถึงคุณเสนาหรอคะ”

“ใช่ค่ะ”

“อยู่..อยู่ค่ะ จะตามให้นะคะ..”เธอกำลังจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแต่อีกฝ่ายรีบบอกปัด

“ไม่ต้องค่ะ ฉันจะเข้าไปหาเค้าเอง”

“เข้าไป...”

“ฉันเป็นคนที่เค้ารู้จักเป็นอย่างดีเลยค่ะ”

เบียร์รีบเข้ามาประกบลูกค้าทันที

“เอ่อ คุณผู้หญิงครับ ถ้ามีอะไรบอกกับผมได้เลยนะครับ”

“ฉันต้องการพบผู้จัดการที่ดูแลโชว์รูมสาขานี้ค่ะ”

“ไม่ทราบว่านัดกับผู้จัดการไว้แล้วใช่มั้ยครับ”เบียร์รีบถามทันที เพราะเกรงว่าหล่อนจะเอาเรื่องที่เกิดหน้าโชว์รูมไปฟ้อง และเขาในฐานะคนเก่าคนแก่รองจากมะเหมี่ยวอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย

“ไม่ได้นัดค่ะ”เธอยิ้มบอก “เค้าอยู่ข้างในใช่มั้ยคะ” ว่าแล้วเธอก็ตรงดิ่งไป แม้เบียร์จะเรียกห้ามก็ห้ามไม่ทัน

“เค้าคงจะรู้จักกับเฮียเสนาน่ะเจ๊”มันแกวเอามือป้องปากกระซิบบอก

 

แล้วก็ได้ยินเสียงต้อนรับสวัสดีจากนี ลูกค้าคุณนายท่าทางกระเป๋าหนักอีกคนเข้ามากับลูกชายหน้าหล่อร่างสูงมาดดี นีรู้สึกว่าคุณนายผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ ตาแต่นึกไม่ออกว่าใคร

เพลินที่กำลังเซ็งกับเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอหมดแรงไม่มีกะจิตกะใจจะต้อนรับลูกค้า เลยเดินเลี่ยงไปอีกทางด้วยสีหน้ามู่ทู่

“เชิญตามสบายเลยนะคะ”นียิ้มบอกกับฝ่ายคุณนายและแอบชำเลืองมองดูฝ่ายชาย ที่ใส่รองเท้าหนัง กางเกงขาเดฟสีดำแน่น เสื้อยืดแต่มีสูทสีดำคลุม เข้ากับใบหน้าเรียว ขาว คิ้วเข้ม ตาตี่ มีไว้หนวดบางๆ ที่คาง เขาเดินอ้อมหลังฝ่ายแม่ไปอีกทาง ทำเอานีต้องเงยหน้ามองตามว่าเขาจะเดินตรงไปยังเคาท์เตอร์ทำไมไม่ไปดูรถ

“อ้าว เจ้าฟลุค ไหนบอกจะมาช่วยแม่ดูรถคันใหม่ให้ไง”

คำตอบของฝ่ายคุณนายทำเอานีถึงกับถึงบางอ้อ

“งั้นรบกวนหนูช่วยแนะนำรถคันงามๆ ให้ป้าทีสิ”

“อ่อ ได้ค่ะได้”เธอรีบยิ้มแป้นพาคุณนายไปเดินแนะนำรถในโชว์รูมทันที

 

ส่วนฝ่ายลูกชายที่เดินตรงมาที่เคาท์เตอร์

“ไม่ทราบว่าห้องน้ำอยู่ทางไหนหรอครับ”

ฝ่ายที่ถามก้มหน้ามองสองสาว แต่สาวผมยาวกลับก้มไม่สนใจเขา เขาเหล่ตามองเธอแล้วหันกลับมามองสาวผมสั้นที่ยิ้มบอก ลุกขึ้นพร้อมผายมือขวาบอกทางให้เขา

“ทางนั้นเลยค่ะคุณลูกค้า”

“แล้วถ้าเกิดว่าผม เอ่อ... สนใจจะซื้อรถพอจะแนะนำให้ได้มั้ยครับ”เขาวางแขนข้างหนึ่งบนเคาท์เตอร์ตรงหน้าสาวผมยาวแล้วยักคิ้วข้างนึงให้สาวผมสั้นที่กำลังนั่งลงแล้วมองเขา

“ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าจะให้แนะนำเป็นรุ่นไหน แบบไหนดีคะ”

เขาเคาะนิ้วลงบนพื้นแกรนิตของเคาท์เตอร์แล้วมองไปยังฝ่ายแม่กับพนักงานที่แนะนำคุยกันอยู่ แล้วหันมาทางสาวผมยาวที่นั่งก้มมองแต่เอกสารไม่สนใจเขา อีกมือนึงก็หยิบมือถือมารูดๆ ปัดๆ หน้าจอ เปิดดูหน้าตารถ เขาหรี่ตาเล็กๆ มองแล้วเม้มปากเบาๆ ล่อบยิ้มที่มุมปาก

“ผมสนใจคันที่เธอคนนี้กำลังดูอยู่น่ะครับ”

แค่นี้มันแกวก็พอจะจับได้แล้วว่าเขามีแผนที่จะเข้ามาหาเพลินแต่แรก

เพลินที่โดนเอย่ถึง ถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์

“รุ่นที่คุณดูนี่ ผมว่าน่าสนใจดีนะ”

เพลินก้มลงมองดู เอกสารของเธอตัวหนังสือเล็กนิดเดียว สเปคของรถรุ่นนี้ก็อะไรไม่รู้เยอะแยะยากเกินกว่าเธอจะเข้าใจ แต่เธอก็กำลังอ่านทำความเข้าใจ โดยหาเอาจากในเน็ตในมือถือของเธอเพิ่ม แล้วเธอจะไปอธิบายบอกกับเขาได้อย่างไร ในเมื่อเมื่อครู่เธอก็พึ่งโดนฉาดหน้ามาเต็มๆ

“รุ่นนี้เรายังไม่มีขายค่ะ”

“เอ้า เพลิน..”มันแกวถึงกับอุทานออกมา เลยรีบเปลี่ยนมายิ้มให้เขาแล้วแก้ต่างให้เพื่อนทันที “เอ่อ รุ่นนี้ทางบริษัทจะนำเข้ามาขายเดือนหน้านี้ค่ะ”

เพลินฟังเพื่อนตอบแล้วเธอเลยไม่สนใจจะตอบต่อ ก้มหน้ามองดูมือถือของเธอต่อ

“หรอครับ น่าสนใจจัง”เขายิ้มแล้วเลียริมฝีปากล่างที่บางเฉียบจนแดงฉ่ำ มันแกวมองใบหน้าเขาอย่างหลงใหล “ถ้าเกิดว่าผมสนใจอยากจะดูรถของจริง ไม่ทราบว่ามีงานเปิดตัวหรือ..เอ่อ...นำมาจัดวางในโชว์รูมนี้เมื่อไหร่หรอครับ”ขณะที่เขาถามก็เอาแต่มองเธอ

“คือ..น่าจะมีงานเปิดตัวแต่ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนออกมาค่ะ แต่ถ้ายังไงลูกค้าจะให้เราแจ้งทางอีเมล์มั้ยคะ”มันแกวตอบแทน

“ผมว่าคุณเองก็น่าจะสนใจรุ่นนี้เหมือนกันนะครับ เห็นดูไม่หยุดเลย”เขาไม่สนใจที่มันแกวบอก แต่กลับเท้าคางจ้องมองเพลิน จนเพลินเงยหน้ามาปะทะกับสายตาเล็กๆ แต่หวานเยิ้มของเขา ทำเอาเธอถึงกับชะงักไปนิด

“เอ่อ...คุณคะ”

“ครับผม”

“ฉันเป็นคนขายต้องศึกษาไว้นะคะ”

“ขยันจังเลยครับ”

มันแกวแอบหันไปยิ้มอีกข้าง มีผู้หญิงมากมายที่ชอบเข้ามาหาเพลินแบบนี้ อาจเป็นเพราะท่าทีที่ไม่ค่อยจะสนใจอีกฝ่ายซักเท่าไหร่ และใบหน้าของเธอก็สวยหวาน ทำให้อีกฝ่ายอยากจะเป็นฝ่ายเข้าหาเธอแทน

เพลินไม่ตอบกลับแต่ส่งสายตาดุๆ ใส่

“ถ้าอย่างนั้นผมจะรบกวนให้คุณช่วยแนะนำรถที่น่าจะเหมาะกับคุณแม่วัยหกสิบสองปีให้ผมหน่อยนะครับ”

เพลินเลื่อนสายตาไปมองยังนี กับ คุณแม่ของเขา

“ก็มีพนักงานบริการคุณแม่ของคุณอยู่แล้วนั่นไงคะ”

“เค้าบริการคุณแม่ผม แต่ผมอยากให้คุณบริการผมน่ะครับ”

มันแกวลอบยิ้มใช้สองมือจิกกันพูดเบาๆว่า

“ชัดเจนอ่ะแก..”

แต่ฝ่ายที่โดนกลับไม่รู้สึกอะไรด้วย ส่งสายตาดุใส่พร้อมน้ำเสียงที่ไม่ต่างกัน

“ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่มีอารมณ์!

“เอ้า...”มันแกวรีบหันมาสะกิดเพื่อนทันที

แต่เขาไม่ลดละ ถึงกับหัวเราะเบาๆ

“คุณนี่น่าสนใจดีอ่ะ”

เพลินมองเขาด้วยใบหน้าหาเรื่อง แต่เขากลับหัวเราะเบาๆ ใส่อย่างชอบใจ

ตั้งแต่เมื่อครู่ที่เดินเข้ามา ที่เขาเห็นเธอหน้าหงิกก็อยากจะเห็นเธอยิ้มซักหน่อย แต่ไม่คิดว่าเธอจะดูจริงจังอะไรขนาดนี้

“ผมว่ามีพนักงานขายแบบคุณแบบนี้น่าสนใจดีนะ”

“ถ้าคุณจะมาพูดเล่นคุยเล่น เชิญไปที่อื่นค่ะ”

มันแกวฟังเพื่อนบอกแล้วถ้าเป็นตนถึงกับรู้สึกหน้าหงาย แต่ฝ่ายชายกลับเท้าคางยิ้มชอบใจใหญ่

“ผมพูดจริงนะ คุณน่าสนใจดีอ่ะ แบบดูจริง..”

“ตาฟลุค”

“โอ๊ย ครับ คุณแม่...”

“เผลอไม่ได้ มายืนจ้ออะไร”

เพลินมองดูฝ่ายชายที่โดนแม่มาตีข้างๆ แล้วดึงตัวไป

“ไป ไปดูรถกับแม่ แม่อยากได้คันนั้น”

“คันไหนครับ”

“คันนั้นน่ะ เค้าบอกว่าขายดี คนใช้เยอะ..”

“คันนั้นเลยหรอครับคุณแม่..”

 

“แก น่ารักอ้า...”มันแกวยิ้มใหญ่แล้วสะกิดจิกเพื่อน

เพลินมองตามด้วยสีหน้านิ่ง เธอสนใจ...

แต่ที่เธอสนใจไม่ใช่เขา!

“แก เค้าชอบแกอ่ะ เค้าบอกว่าแกน่าสนใจอ่ะ อย่างชัดเลย...”มันแกวทำท่าเขินแทน “ทำไมน้า คราวหน้าแกอย่ามานั่งข้างๆ กันได้มั้ย มีแกทีชั้นดับเลยอ้า...”

 

อีกด้านหนึ่งในห้องผู้จัดการ

เมื่อลูกค้าผู้หญิงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป ทำเอาสนทนาของฝ่ายชายและหญิงถึงกับชะงัก หัวเราะกันไม่ออก ทั้งสองรีบลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้สวัสดีผู้เข้ามาเยือนอย่างนอบน้อม เสนารีบลุกออกจะให้เธอเข้ามานั่ง แต่เธอไปนั่งลงที่โซฟารับแขกแทน

“ฉันขอโทษนะคะที่เข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตูหรือให้พนักงานแจ้งกับคุณก่อน”

“ไม่เป็นไรเลยครับ คุณไอวริณ”เสนารีบเข้ามาน่งที่โซฟาข้างๆ พร้อมกับมะเหมี่ยวที่ตามมานั่งอย่างงงๆ “คุณไอวริณกลับจากเยอรมันตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ ผมไม่เห็นทราบเลย ต้องขออภัยที่มาแล้วไม่ได้รับรอง...”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไอซ์ชอบอะไรที่ง่ายๆ ค่ะ”

“มะเหมี่ยว ท่านนี้คือคุณไอวริณ หรือคุณหนูไอซ์ ลูกสาวคนเล็กของท่านประธานครับ”

พอเสนาแนะนำที ทำเอามะเหมี่ยวถึงกับตกตะลึงตาโตตกใจ...

“ขออภัยด้วยนะคะ เมื่อครู่ต้องขออภัยที่ไม่ทราบมาก่อนคิดว่าลูกค้าค่ะ”เธอรีบยกมือไหว้ทันที

“ไม่ต้องขนาดนั้นค่ะ ฉันก็เป็นคนธรรมดาเหมือนพวกคุณ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรขนาดนั้น”

ซักพักเสนาจะลุกไปเรียกแม่บ้านนำน้ำมาให้ ไอวริณมองแล้วรีบบอกทันที

“ไม่ต้องน้ำแล้วค่ะ เมื่อครู่คุณมะเหมี่ยวให้คนจัดกาแฟมาให้แล้วค่ะ”

“อ่อ ครับๆ”เขารีบกลับมานั่ง

“ไอซ์ไม่อยู่ตั้งหลายปี รู้สึกว่าบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไปมากเลยนะคะ บางรุ่นเองก็ไม่คิดว่าที่ไทยจะนำเข้ามาด้วย”

“อ่อ ครับ ตั้งแต่ได้คุณอรรถเข้ามาดูแล นโยบายก็เลยเปลี่ยนไปเยอะครับคุณหนูไอซ์”

“เรียกไอซ์พอเถอะค่ะ ไม่ต้องมีคุณหนู รู้สึกเหมือนยังไม่โตยังไงก็ไม่รู้”เธอปัดมือบอกอย่างไม่ถือตัว “พอดีทางนี้นะ ที่ไอซ์กลับมาได้ก็เกือบสองสัปดาห์ ก็มีดูๆ งานอยู่บ้าง คุณพ่อกับคุณแม่คงจะให้พี่อรรถไปจัดการเรื่องธุรกิจเรือยอร์ชของเราแทน ส่วนทางเอ็มเมอเชนไดส์ อิมปอร์ตเนี่ย เดี๋ยวไอซ์จะมาแทนพี่อรรถ วันนี้ก็เลยถือโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมโชว์รูมสำนักงาน เดี๋ยวจะมีขึ้นไปดูพวก อ่า... maintenance แล้วก็ส่วนออฟฟิศด้วย”

“ครับ ถ้ายังไงให้ผมช่วยรับรองพาคุณหนู เอ่อ..ท่าน..”

“คุณไอซ์ค่ะ”เธอยิ้มบอกกับเขา

“ครับ คุณไอซ์ ให้ผมพาท่านไปชมแนะนำส่วนต่างๆ ของบริษัทดีกว่าครับ ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่อาจจะมีหลายแผนกหน่อย”

“ค่ะ ดีค่ะ”แล้วเธอก็เสริมต่อ

“เดี๋ยวก่อนที่จะไปน่ะ”เธอรีบเอย่ขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้น “เรื่องนโยบายการรับพนักงาน ไม่ทราบว่ามีการ เอ่อ.. คัดเลือก ยังไงคะ”

มะเหมี่ยวฟังแล้วนึกถึงเพลิน...ที่โดนเธอเรียกให้ไปหา มิน่าล่ะ...!

“ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดพลาดตรงไหน ทางผมจะ..จะรีบแก้ไขทันทีครับ”

“มีค่ะ”ไอวริณยิ้มเผยลักยิ้ม มองตรงออกไปยังด้านนอก แม้จะมองเห็นด้านนอกเลือนรางไม่เป็นใบหน้าคน เพราะกระจกแบบขุ่นมัว แต่ก็พอจะเห็นว่าหล่อนนั่งตรงเคาท์เตอร์ที่เดิม “พนักงานของคุณที่ชื่อเพลินนั่นน่ะ”

“น้องเพลินน่ะหรอครับ มีอะไรบอกกับผมได้ครับคุณหนู..เอ้ย คุณไอซ์”

“ค่ะ ฉันว่าคุณต้องเทรนด์งานเค้าอีกเยอะนะคะ”

“เทรนด์งาน...”เสนาเอย่ถามอย่างไม่เข้าใจพลางเหลือบมองมะเหมี่ยวๆ เองก็มีสีหน้าเลิ่กลั่ก

“ฉันถามอะไรเค้า เหมือนตอบแบบท่องจำมาแบบนี้จะขายรถได้หรอคะ”

“คือ เอ่อ...คุณไอซ์ครับ..”เขารู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ เพราะเพลินคือคนที่ทำรายได้ดีที่สุดในโชว์รูมในเดือนสองเดือนนี้ “ถ้าเธอบกพร่องตรงไหนผมจะเรียกเธอมาบรีฟงานใหม่ให้แก้ไขเลยครับ”

“ดีค่ะ ถ้าเป็นไปได้เนี้ย ส่งเธอไปยังสาขาย่อยดีกว่านะคะ เพราะอยู่ที่นี่ อาจจะทำให้เราเสียชื่อเสียงได้”

มะเหมี่ยวฟังแล้วถึงกับตาโตค้างเติ่ง...แต่ในใจกลับเป็นลิงโล้ดโผนเต้นไปมา

“คุณไอซ์หมายความว่ายังไงหรอครับ..”

“ก็ตามนั้นน่ะค่ะ ถ้ายังไง เดี๋ยวช่วยทำเรื่องย้ายเธอไปยังสาขาอื่นด้วยนะคะ”เธอยิ้มบอกแล้วลุกขึ้น “ไปค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา”

เสนารู้สึกว่าต้องมีอะไรที่คุณหนูเข้าใจผิดแน่ๆ เขาต้องทราบให้ได้

“เดี๋ยวครับคุณหนูไอซ์ ถ้ากระผมจะขออนุญาตทราบ เอ่อ...ว่าเธอทำอะไรผิด..”

“ก็บอกแล้วไงคะ ว่าเธอตอบคำถามลูกค้าแบบท่องจำมาแบบนี้ จะขายของได้หรอคะ”

เขาเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณหนูบอก

“แต่ที่ผ่านมา เธอคือคนที่ทำรายได้ให้เรามากที่สุดในบรรดาเซลส์ทั้งหมดในนี้นะครับ แต่ถ้าเทียบกับสาขาอื่น เธอเป็นอันดับต้นๆ ในช่วงสองเดือนนี้ครับ”

ไอวริณฟังแล้วถึงกับร้องเหอะเบาๆ

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

“แน่ใจนะคะ”

“ครับ เธอปิดจ็อบลูกค้าได้หลายคัน แม้แต่ในงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอทำได้ดีเลยนะครับ ใช่มั้ยคุณมะเหมี่ยว”

“เอ่อ ค่ะ ใช่ค่ะ...”

“หรอคะ”ไอวริณเม้มปากอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

 

ฟลุค หนุ่มหน้าตี๋เจ้าสำราญเมื่อผละออกจากฝ่ายแม่ของตนเองมาได้ ก็รีบปลีกตัวมายังเคาท์เตอร์ แต่พอเพลินเห็นเขาเดินมาก็รีบลุกไปนั่งโต๊ะทำงานข้างๆ แทน เขาก็ค่อยๆ เขยิบตัวตามมา

“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอครับ”

เพลินนั่งเท้าคางมองแต่โทรศัพท์ไม่อยากจะมองเขา

“คุณคนสวย”

เธอเงยหน้ามามองแล้วจับโทรศัทพ์กระแทกบนโต๊ะให้มีเสียง

“นี่..”

 

มะเหมี่ยวที่ออกจากห้องมาก่อน ตามด้วยผู้จัดการกับไอวริณ เธอมาหยุดยืนมองพฤติกรรมของพนักงานสาวที่เธออยากจะให้โยกย้าย แล้วแม่ของฝ่ายชายก็หันมากวักมือเรียกลูกชาย จนลูกชายผละออกไป มะเหมี่ยวเลยขอแยกตัวออกมาเธอเดินตรงไปยังเคาท์เตอร์

 

ไอวริณยืนมองแล้วยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะให้เสนานำเธอไปยังลิฟท์ด้านใน

นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหล่อนถึงขายรถได้ยอดเยอะ....

 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha