เพลิงรักพยัคฆ์ร้าย [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 สินค้าจากก้นครัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

สินค้าจากก้นครัว

 

            12 ปีต่อมา

            “ฟ้า วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ แขกมาค่อนข้างเยอะเลยแหละ” เสียงของเพื่อนร่วมงานเอ่ยขึ้น หลังจากที่เธอและน้ำฟ้าตัดสินใจมาทำงานร้านอาหารที่ฮ่องกง ตามคำแนะนำของผู้มีพระคุณที่ได้ชุบเลี้ยงมาในสถานรับเลี้ยงบ้านโอบรัก

            “ไม่เป็นไรจ้ะ ว่าแต่ดาเถอะจ้ะ เดินเข้าเดินออกไม่เหนื่อยบ้างหรือ” น้ำฟ้ายิ้มแล้วถามกลับเสียงหวาน

“ไม่เท่าไหร่หรอกฟ้า แค่นี้เด็กๆ น่ะ ว่าแต่วันนี้เราจะได้กลับไปพักกันกี่โมงกี่ยามก็ไม่รู้สิ”

ดา หรือรินดา พนักงานเสิร์ฟของร้านฟังกี้บาร์หันไปตอบเพื่อนรักพลางผ่อนลมหายใจสุดแรง เนื่องจากเจอลูกค้าเรื่องมากและยังชอบทำท่าจะแต๊ะอั๋งเธออยู่เรื่อย นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่น้ำฟ้าได้ทำงานอยู่แต่ในครัว และเธอก็รู้ว่าทำไมเพื่อนถึงได้ไม่เสริมแต่งตัวเองให้สวยเหมือนเช่นที่สาวเสิร์ฟบางคนทำกัน เพราะหนทางที่จะได้เงินและหลุดพ้นจากวงจรชีวิตสาวเสิร์ฟด้วยการมีอาเสี่ยหรือนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักมารับไปเลี้ยงดู ส่วนจะเลี้ยงดูแบบไหนนั่นสาวๆ ของที่นี่ก็ไม่ได้แคร์อะไร เพราะอยากมีชีวิตที่สุขสบาย แถมยังมีเงินไม่ขาดมืออีกด้วย

“นั่นสินะ แต่ช่างเถอะ อดทนไว้ ถ้าเราสองคนหาได้เงินมากเมื่อไหร่ จะได้กลับเมืองไทยกันเสียที ฟ้าคิดถึงเมืองไทย คิดถึงคุณแม่ คิดถึงน้องๆ ที่บ้านโอบรักจะแย่”

น้ำฟ้าบอกเศร้าสร้อยน้ำตารื้น รินดาเดินมาโอบไหล่เพื่อนรัก และคงยากนักหากจะหาเงินให้ได้เยอะๆ อย่างที่เพื่อนว่า เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างที่ฮ่องกงก็ใช่ว่าจะถูกๆ เสียเมื่อไหร่ และที่เธอกับเพื่อนเดินทางมาทำงานที่นี่ได้ ก็เพราะคุณแม่ใหญ่ที่บ้านโอบรักเป็นคนจัดการให้ สักวันเธอและน้ำฟ้าต้องตอบแทนบุญคุณของท่านที่เมตตา

“ฟ้า อย่าโกรธได้ไหม ถ้าดาจะถามอะไรที่ละลาบละล้วงไปบ้างนะ”

รินดาพูดขึ้นพลางจ้องหน้าเพื่อนรัก และเธอก็อยากให้เพื่อนได้เจอกับใครสักคนเพื่อจะได้พาให้หลุดพ้นจากที่นี่ซะ อดทนทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่กลับได้ค่าแรงเพียงน้อยนิด แต่ตัวเธอกับน้ำฟ้าก็ต้องทนเพราะคุณแม่ใหญ่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่มากโข กว่าจะส่งเธอสองคนมาทำงานที่นี่ได้

“อะไรเหรอ ถามมาเถอะ ฟ้าไม่โกรธหรอกจ้ะ” น้ำฟ้าว่ายิ้มๆ

“เอ่อ...ทำไมฟ้าถึงไม่ไปเป็นเด็กเสิร์ฟล่ะ เพราะโอกาสที่เราจะได้เงินเยอะๆ น่ะมีมากกว่าที่จะมาอุดอู้อยู่แต่ในครัวนะ ดูอย่างดาสิ ยังมีอาเสี่ยหันมองเลย แต่เพราะดายังห่วงฟ้าเลยทำให้ไม่อยากตกลงกับใคร” รินดาพูดขึ้นและนึกห่วงเพื่อนรัก หากเธอตกลงกับอาเสี่ยที่กำลังจะย้ายไปอยู่เมืองไทย เพราะคุณเสิ่นชื่นชอบบรรยากาศและความเรียบง่ายของประเทศไทย เลยอยากหันเหไปทำธุรกิจเล็กๆ ที่นั่น

“ฟ้าไม่อยากขายตัว เพราะชีวิตของฟ้าถูกเร่ขายมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ฟ้าคิดว่าตัวเองเป็นเพียงแค่สินค้า ที่ใครจะหยิบจะจับเอาไปส่งให้ใครก็ได้ ทุกคนทำเหมือนฟ้าไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึก แต่ทุกครั้งฟ้าก็สามารถรอดพ้นมาได้ แม้ต้องแลกกับความเจ็บและน้ำตา แต่ฟ้าก็ภูมิใจและมีกำลังจะสู้ต่อไปด้วยการหางานทำที่ไม่ต้องเอาตัวเข้าแลก ฟ้าไม่อยากทำให้พ่อกับแม่เสียใจ แต่ฟ้าไม่เคยนึกรังเกียจหรือเหยียดหยามใครต่อใครนะที่จะทำแบบนั้น เพราะทุกคนก็ต้องมีทางเลือกของตัวเอง ว่าแต่ดาไม่ต้องเป็นห่วงฟ้านะ ฟ้าดูแลตัวเองได้” น้ำฟ้าบอกแล้วหันไปยิ้มให้เพื่อนรักที่ยืนน้ำตาคลอ

“แต่ดาก็ยังเป็นห่วงฟ้าอยู่ดีนั่นแหละ หากต้องอยู่ที่นี่คนเดียว”

รินดาดึงเพื่อนเข้ามากอดและปลอบประโลมอีกครั้ง เธอว่าชีวิตของเธอที่เกิดมากำพร้าจะหนักหนาสาหัสแล้ว แต่ชีวิตของน้ำฟ้าเพื่อนรักนั้นหนักหนากว่าเธอนัก เพราะน้ำฟ้าเคยเล่าให้ฟังว่าครอบครัวเธออบอุ่น มีทั้งพ่อและแม่ที่คอยดูแลแต่เมื่อพ่อได้พบกับแม่เลี้ยงก็ทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า และจนต้องมาสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า

“อย่าห่วงเลย ขอแค่ดาไปแล้วมีความสุข ฟ้าก็ดีใจด้วย แล้วอย่าลืมติดต่อฟ้าบ้างนะ หากดาตัดสินจะไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น” น้ำฟ้ายิ้มดีใจกับเพื่อนที่จะมีผู้ชายดีๆ คอยดูแล และเธอก็รู้ดีว่าเพื่อนรักก็แอบมีใจให้กับชายคนนั้นอยู่มาก

“ถ้างั้น ดาจะตัดสินใจไปอยู่กับคุณเสิ่นและกลับเมืองไทย เพราะคุณเสิ่นจะย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยเป็นการถาวร แล้วถ้าหากดาได้ที่อยู่แน่นอน ดาจะติดต่อกลับมาหาฟ้านะ แต่ว่าวันนี้เรารีบทำงานกันดีกว่าเนอะ อู้มานานแล้ว”

ทั้งสองโอบกอดกันก่อนจะแยกย้ายกันทำงานตามหน้าที่ โดยที่รินดาออกไปพบคุณเสิ่น หนุ่มใหญ่ที่หมายปองเธอมานานนับเดือน เพื่อตอบตกลงว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา หลังจากเธอแจ้งข่าวดีให้กับชายวัยกลางคนไปแล้วก็กลับเข้ามาในครัว เพื่อช่วยน้ำฟ้าทำความสะอาดหลังใกล้เวลาปิดของร้าน

“เฮ้อ….เสร็จซะทีกับงานครัวที่แสนเหนื่อยและวุ่นวาย”

รินดาร้องตะโกนทันทีเมื่อทุกอย่างสะอาดสะอ้าน หลังจากเธอ น้ำฟ้า และเพื่อนอีกสามคนช่วยกันทำความสะอาด ทั้งห้าคนแยกย้ายกันกลับห้องพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากผับที่ทำงานมากนัก แต่ก่อนที่จะได้เดินออกจากร้านรินดาถูกเรียกให้ไปพบมาดามหลี่ ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับสองสาวยิ่งนัก เพราะทั้งสองจะได้เข้าพบมาดามหลี่ก็ต่อเมื่อได้รับเงินค่าจ้างเท่านั้น ซึ่งก็น้อยมากหากเทียบกับคนอื่นๆ ที่ทำงานเพราะต้องถูกหักค่าที่พัก ค่าอาหาร

“ดา ให้ฟ้ารอนะ” น้ำฟ้าฉุดแขนเพื่อนไว้และเอ่ยปากขออาสาอยู่รอ

“ไม่ต้องหรอก ฟ้ากลับไปก่อนเถอะ ดึกมากแล้ว จะได้พักผ่อนเร็วๆ เดินกลับดีๆ นะจ๊ะ” รินดาบอกเพื่อนรัก และเธอก็ตั้งใจแล้วว่าวันนี้จะไปขอลาออกกับมาดามหลี่ เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยพร้อมคุณเสิ่น

หลังจากเปิดประตูเข้าไปตามคำเชิญของบอดี้การ์ดหน้าห้องของมาดามหลี่ รินดาเดินตัวตรงเข้าไป และนึกแปลกใจเมื่อได้พบบุคคลอีกท่านหนึ่งที่เธอตกลงจะไปใช้ชีวิตร่วมกัน

“นั่งก่อนสิ รินดา”

มาดามหลี่พูดขึ้น พลางลอบมองเด็กที่ตนซื้อมาจากบ้านโอบรักในราคาเพียงหมื่นเหรียญ และบวกค่าเดินทางที่พักและอีกหลายอย่างก็ร่วมๆ ห้าหมื่นเหรียญ ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มหันไปมองคุณเสิ่นที่ยินดีจ่ายค่าตัวของเด็กในสังกัดของมาดามหลี่ โดยมีสายตาของรินดามองตามและได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ และรู้สึกเป็นห่วงน้ำฟ้าขึ้นมาจับใจ

“ขอบคุณค่ะ มาดาม” รินดากล่าวอย่างนอบน้อม เธอเริ่มมองเห็นความผิดปกติ เมื่อคุณเสิ่นนำเช็คมาวางบนโต๊ะทำงานของมาดามหลี่ แต่ก็ยังทนเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ว่าเหตุใดมาดามหลี่ถึงได้ยิ้มและดูจะพึงพอใจในตัวเธอเช่นนี้

“รินดา เธอรู้แล้วใช่ไหมว่าคุณเสิ่นพอใจเธอ และยินดีจะรับเลี้ยง” เสียงมาดามหลี่เอ่ยขึ้น ทำให้รินดาสะดุ้งน้อยๆ แล้วเงยหน้าหันไปมองคุณเสิ่น ชายวัยกลางคนที่เธอตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตด้วย

“เอ่อ...ค่ะ มาดาม” รินดาตอบรับเบาๆ แล้วเห็นมาดามหลี่ยื่นเอกสารมาให้คุณเสิ่น ซึ่งในนั้นเป็นสัญญาซื้อขายกันและตกลงยินดีเซ็นกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นกฎของที่นี่ หากได้ขายกันไปแล้วและถ้าเด็กหนีทางมาดามหลี่จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

“คุณเสิ่น นี่เป็นสัญญาขายเด็ก เด็กคนนี้ราคาห้าหมื่นเหรียญ หวังว่าคุณคงยังไม่เปลี่ยนใจ เพราะเด็กยังไม่ผ่านการใช้งาน”

มาดามหลี่พูดเสียงราบเรียบ แต่คนฟังอย่างรินดานั่นแทบจะลุกพรึบทันทีหากไม่ได้รับสายตาดุๆ จากเหล่าบอดี้การ์ดที่ส่งมาทางเธอ รินดาจึงทำได้เพียงนั่งลงที่เดิม ก้มหน้านิ่ง ในหัวสมองคิดกันให้วุ่นวาย เธอไม่เข้าใจทำไมต้องซื้อขายกันด้วย ในเมื่อเธอและน้ำฟ้าเดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง หากแท้ที่จริงแล้วแม่ใหญ่ที่บ้านโอบรักได้ขายทั้งสองสาวให้กับมาดามหลี่ โดยมีผู้อยู่เบื้องและเป็นเจ้าของบ้านโอบรักที่แท้จริงคอยสั่งการอยู่

“ผมยินดีจ่าย แต่ผมว่าราคาแพงไปหรือเปล่า มาดาม”

แม้จะยินดีจ่าย แต่ชายกลางคนก็ขอเอ่ยปากพูดเสียหน่อย เมื่อถูก       มาดามหลี่โก่งราคาจนแพงหูฉี่ขนาดนั้น ทั้งที่เด็กคนอื่นๆ ซื้อไปนอนด้วยก็คืนละไม่กี่ร้อยเหรียญ

“ไม่แพงหรอกนะคุณเสิ่น ก็เด็กของฉันยังใหม่ แถมฉันต้องจ่ายค่าตัวให้กับทางบ้านโอบรัก แล้วจะยังค่าเดินทาง ค่าอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย นี่ก็ถือว่าไม่ได้แพงจนเกินไปนะคุณเสิ่น” มาดามหลี่กล่าวเสียงเยียบเย็น แต่ถึงแม้จะพลาดเงินนับหมื่นเหรียญจากคุณเสิ่น ก็มีอีกหลายคนที่ต้องการพารินดาไปเลี้ยงดูและยังมีอีกหนึ่งสาวที่อยู่ในครัวที่มาดามตั้งราคาไว้มากถึงสามแสนเหรียญ หากจับหญิงสาวแต่งตัวให้ดูดีกว่าที่เป็น

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ มาดาม จ่ายค่าตัว นี่มันอะไรกันคะ”

รินดาที่นั่งฟังอยู่ด้วยความอึดอัด เพราะไม่เข้าใจว่าทั้งสองคุยเรื่องเงินทำไม แล้วทำไมต้องมีชื่อบ้านโอบรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มาดามหลี่หันไปยิ้มเย็นให้ และคงถึงเวลาเสียแล้วที่ต้องบอกว่าที่เธอและน้ำฟ้าเดินทางมาที่นี่ ก็เพราะถูกขาย ก่อนยกมือเรียกให้บอดี้การ์ดเข้ามาใกล้ และสอบถามเรื่องที่ให้ไปทำสาวใหญ่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างสมใจ แล้วหันไปมองรินดา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha