เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 1 : บทที่ 1


ตอนต่อไป


บทที่ 1


 


สนามบาส ในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี


นักกีฬากำลังฝึกซ้อมกันอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของนักบาสชั้น มอหก จะมาโรงเรียนแห่งนี้ ต้องแยกย้ายไปเรียนต่อที่อื่น ที่ตัวเองสอบได้


วายุภักษ์ อัครบวร เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ใบหน้าหวานน่าเอ็นดูในแบบผู้หญิง และบังเอิญน่ารักในชุดนักเรียน มอสี่ ดวงตาใสซื่อกลมโต จมูกโด่ง ปากบางเฉียบสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวสะอาด ตัวสูงไม่มากนัก ประมาณ 160 ซม น่าจะได้ ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ดูนักบาสรุ่นพี่กำลังเล่นบาสอย่างสนุก ในมือบางถือเครื่องดื่มเกลือแร่แอบไปแขวนหน้าล็อกเกอร์รุ่นพี่ที่แอบชอบมาตั้งแต่เข้าเรียนมอต้น แอบรักมาตลอด 4 ปีเต็ม


“เฮ้ย! วา แอบมองอะไรว่ะ”


หนุ่มหน้าหวานสะดุ้งตัว หันหลังมองเพื่อนออกอาการตื่นตกใจ หน้าหวานสีชมพูออกซีดเผือก


“ตกใจหมด คิว นายอย่าทำแบบนี้อีกนะ หัวใจเราจะวายตาย เพราะนายนี่แหละ” วายุว่าด้วยน้ำเสียงติดงอนและโกรธเล็กน้อย


“แล้วมาทำอะไรตรงนี้ หรือว่าแอบเอา อันที่ถืออยู่ไปให้ใคร” คิวเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยมองไปที่สนามบาส


“นายแอบชอบใครอยู่ หรือว่าจะเป็น พี่ คิง กอลิร่า”


วายุส่ายหน้าไปมา


“พี่ทีม”


วายุสายหน้าอีก


“พี่รุจ”


วายุก้มหน้างุด หน้าแดงก่ำ ไม่อยากให้เพื่อนเห็นหน้าของเขาในตอนนี้


“พี่รุจเหรอ แน่ใจ พี่แกหน้านิ่ง ออกแนวดุ น่ากลัว ดูกดดันอย่างไรไม่รู้ แกแน่ใจนะว่าชอบเขาพี่เขาจริงๆ นะ”


“อืม” พี่รุจ หรือ อติรุจ ธนานนท์ หล่อและใจดีมากๆ วายุประทับใจเขาตั้งแต่วันนั้น


เหตุการณ์เมื่อ 4 ปีก่อน วายุขี่จักรยานเล่นกับเพื่อนๆ รถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว เฉี่ยวชนจักรยานของวายุจนล้ม ขาถลอกมีเลือดออกเป็นทางยาว เพราะโดนเหล็กบาด นั่งร้องไห้จ้าด้วยความเจ็บปวดอยู่ข้างทางโดยมีเพื่อนๆ ช่วยกันพยุงไปหาหมอ แต่ไม่มีรถใครผ่านมาเลย


จนกระทั่งรถยนต์ที่รุจผ่านมา เขาสั่งให้คนขับรถจอด และวิ่งลงไปดูอาการของคนบาดเจ็บ


“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมขาเลือดออกแบบนั้นล่ะ” รุจถามเมื่อเห็นเลือดสดที่ขาของเด็กหนุ่มหน้าหวาน


“รถเฉี่ยวครับ พวกเรากำลังจะพาไปโรงพยาบาล แต่...” ไม่มีรถ เพื่อนคนหนึ่งมองหน้ารุจด้วยสายตาเว้าวอน ขอร้อง


“เดี๋ยวพี่จัดการเอง” รุจช้อนร่างของวายุขั้นแนบอกและอุ้มเข้าไปนั่งในรถและอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถ


“ลุงกิจครับ ไปโรงพยาบาลครับ” รุจหันมองหนุ่มหน้าหวานที่กัดปากแน่น ร้องไห้กระซิกๆ น้ำตานองหน้า


“หยุดร้องไห้ได้แล้ว พี่กำลังพาไปหาหมออยู่นี่ไง” เขาพูดเสียงนุ่ม ยิ้มนิดๆ จับมือนิ่มไว้ตลอดทางเพื่อปลอบโยน


เมื่อถึงโรงพยาบาล


ในห้องฉุกเฉิน


นางพยาบาลสองคนช่วยกันทำความสะอาดแผล หมอเข้ามาดูบาดแผล แผลยาว และลึกอยู่


“เย็บ 10 เข็ม”


“10 เข็ม ฮือ ไม่เอา มันเจ็บ” วายุร้องไห้จ้า จนรุจต้องเอามือลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆ


“ต้องเย็บนะครับ 10 เข็มเอง ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไม่ยอมให้หมอเย็บ แผลเน่า ต้องตัดขาทิ้งเลยนะ ” รุจพยายามปลอบและขู่นิดๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ผมกลัวเข็ม...พี่อยู่กับวานะ วากลัว” น้ำเสียงเด็กหนุ่มทั้งออดอ้อนและหวาดกลัว


“ครับพี่ยืนอยู่ข้างๆ ครับ” เขายกยิ้มน้อยๆ


เพียงหมอลงมือเย็บสด เด็กหนุ่มโผกอดร่างรุจทันที วายุกัดปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นไว้ ใบหน้าหวานแนบแผ่นอกรุ่นพี่ มือกอดเอวหนาจนแน่น บางครั้งมีร้องไห้ฮือๆ ออกมา ตามด้วยเสียงสะอื้นถี่ อยู่บ่อยครั้ง


หลังจากเย็บแผลเสร็จรุจอุ้มเด็กหนุ่มไปที่รถเข็นและเข็นออกไปรับยาและจ่ายเงินให้


“บ้านเราอยู่ไหน จะไปส่ง”


“บ้านผม...อยู่ที่...”


รถยนต์จอดที่หน้าบ้านของเด็กหนุ่ม รุจประคองเข้าไปส่งในบ้าน


“พี่กลับก่อนนะ อย่าลืมกินยา แล้วก็อย่าลืมล้างแผลด้วยล่ะ เข้าใจไหม”


“ครับ”


และรุจเดินออกไปจากบ้าน เด็กหนุ่มมองหลังรุ่นพี่จนลับตา


พอเปิดเรียน วายุแอบไปสืบเรื่องเกี่ยวกับรุจ รุ่นพี่ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ มอสาม ไม่ว่าชอบอะไร เล่นกีฬาอะไร ทุกอย่างของรุจ วายุจำได้ทุกอย่าง


หลังจากที่วายุเล่าเรื่องประทับใจ และความใจดีให้คิวฟังจนหมด ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มีความสุข


“วาหลงรักพี่รุจ ตั้งแต่ตอนนั้นใช่ไหม”


วายุพยักหน้าเป็นคำตอบด้วยใบหน้าสีแดงระเรื่อ


“แล้วจะเก็บความรู้สึกแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ทำไมไม่ไปสารภาพกับพี่เขาว่ะ วันนี้วันสุดท้ายที่พี่เขาจะมาที่นี่แล้วนะ” คิวพูดและมองรุ่นพี่กำลังจะแยกย้ายกลับบ้าน


“ใจกล้าๆ หน่อยสิ แกจะแอบชอบแบบนี้ไม่ได้ ชอบก็สารภาพไปซิวะ มานี่เลย ไปกับกู” คิวฉุดมือเพื่อนและลากให้ตามมา


“คิว อย่าทำแบบนี้ซิ เราไม่กล้า เรากลัว”


“อะไร อย่าป๊อดซิ เราแค่พูดความรู้สึกออกไป จะเป็นอะไรไปวะ วาจะเก็บไว้ตลอดชีวิตไม่ได้ กล้าหน่อย บางทีวาอาจจะได้คบกับพี่เขาก็ได้ คิดในแง่ดีสิวะ”


สองเด็กหนุ่มกำลังแอบอยู่ซอกตึก รุ่นพี่เดินออกจากห้องอาบน้ำหมดแล้ว เหลือแต่รุจเพียงคนเดียว


“เราไม่กล้า เรากลัว” วาเม้มปากแน่น สายหน้าไปมา


“เอาน่า แค่พูดไม่กี่คำเอง ผมชอบพี่รุจครับ แค่นี้ยากอะไรวะ ...มานี่” คิวลากมือวาเขาไปในห้องอาบน้ำ รุจอยู่ในชุดบาสเกตบอล ไม่ได้สวมเสื้อ สวมแต่กางเกงกีฬา กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกชื้น


“มีอะไรหรือเปล่า” รุจถามหันมองใบหน้าใบหน้าหวานของเด็กหนุ่ม


“เอ่อ...ผม” วายุเอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้ามองหน้ารุจ


“เฮ้ย กล้าๆ หน่อย บอกพี่รุจไปดิ๊ โอกาสของวาแล้ว เราออกไปรอข้างนอก” คิวตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ แล้วเดินออกไปจากห้องอาบน้ำ


“มีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่า” เขาเลิกคิ้วสูง


“ผม...วา  วา  วา  ระ รัก พี่รุจครับ” พูดออกไปแล้ว


รุจมีอาการตกใจเล็กน้อย มองใบหน้าวายุด้วยความกังวล ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจที่วายุกับเขาใจตรงกัน แต่เพราะว่าวายุยังเด็กอยู่ เขาไม่อยากทำตามความรู้สึกของตัวเอง ทั้งๆ ที่ใจ


เขาต้องการสัมผัสคนตรงหน้าแค่ไหน แต่ถ้าเขาทำตามใจตัวเองแล้วละก็ ปัญหาใหญ่แน่ เพราะว่าวายุอายุ 16 ปีเท่านั้นเอง มีหวังได้เข้าไปนอนในคุกแน่ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ เขาจึงตัดสินใจหัวเราะออกไป ให้เข้าใจผิดดีกว่า สร้างปัญหาให้ทั้งตัวเขาเอง วายุ และพ่อแม่ของเขา และแม่ของวายุต้องเดือดร้อน


“หึ หึ หึ” รุจหัวเราะขำเบาๆ แล้วมองใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าหวานซึ่งหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ


วายุเงยหน้ามองรุจ โดยไม่รู้เหตุผลแท้จริงของรุจ เพียงเพราะเชื่อแรงยุของเพื่อนรักเท่านั้น


วายุรู้สึกร่างกายชาวาบไปทั้งร่างกาย เด็กหนุ่มรวบรวมความกล้าทั้งหมดออกไป สารภาพรัก ผลที่ออกมาคือ ถูกคนที่แอบรักดูถูก หัวเราะเยาะให้กับความรักของคนตัวเล็ก ทำไมพี่รุจถึงได้ใจร้ายแบบนี้ น้ำตาของวายุเปี่ยมปริ่มจนเกือบจะหยด ทรมาน ความรู้สึกเจ็บร้าวแล่นปราบไปที่หัวใจบอบช้ำแสนสาหัส แทบจะล้มทั้งยืน


เป็นจังหวะเดียวกับที่เพื่อนของรุจ คิงเดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ เห็นวายุตัวสั่นคลอนกลั่นเสียงสะอื้นเอาไว้


“เฮ้ย อ้าวกูไม่รู้ว่ามีเด็กมาสารภาพรักกับมึง อ๊ะ อ๊ะ เฮ้ยพวกมึงมาดูเด็กไอ้รุจเร็ว มาสารภาพรักโว๊ย แม่งน่ารักว่ะ สมหวังไหมน้อง" คิงแซวเล่นและหัวเราะขำเสียงดัง หันมองหน้าเพื่อนนัก


“ไหนว่ะ เด็กที่มาสารภาพรักไอ้รุจ ว้าว น่ารัก ไงบ้างน้องสมหวังไหมน้อง” เพื่อนอีกคนของรุจ ทีมเดินมาดูหน้าเด็กหนุ่ม หัวเราะทันทีที่พูดจบ


วายุเงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ทั้งสามที่พากันหัวเราะเยาะ ราวกับเป็นเรื่องสนุก ขำขัน อับอายไม่กล้าสู้หน้าทั้งสามคน


น้ำตาพรั่งพรูอกมาจากดวงตาใส มองรุจด้วยแววตาเจ็บช้ำ ก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากห้องอาบน้ำ จบกันทีความรักของวายุ รักแรกที่แอบเฝ้าชื่นชม ประทับใจมาตลอดสามปีเต็ม มันถูกทำลายด้วยน้ำมือรุจจนหมดสิ้น


คิวเห็นเพื่อนวิ่งออกมา เขาเดินไปดักหน้าไว้


“เป็นอย่างไรบ้างว่ะ วา สารภาพรักเป็นอย่างไรบ้าง”


ไม่มีเสียงตอบใดๆ นอกจากวายุโผกอดคิวแล้วปล่อยโฮ ร้องไห้เสียงดัง ไม่สนใจว่าใครจะว่าเขาอย่างไร ไม่อับอายถ้าใครจะมาเห็นในสภาพเสียน้ำตา ไหลนองหน้าแบบนี้ ร่างกายเด็กหนุ่มสั่นเครือ แนบหน้าหวานฝังในอ้อมกอดของเพื่อนระบายความร้าวรานหัวใจจนหมด


“วา ร้องไห้ให้พอ ลืมพี่รุจไปให้หมด ตัดให้ขาดจากใจนายให้หมด เราจะเคียงข้างนายเอง” คิวสวมกอดเพื่อนลูบหลังเพื่อนเพื่อปลอบโยน


 


รุจเดินอยู่ที่มุมตึกมองวายุกำลังสวมกอดเพื่อนอยู่


“ขอโทษว่ะ ก็ไม่รู้ว่าเด็กที่มาสารภาพกับมึงจะเป็นเด็กที่มึงแอบ...มาตลอดสามปี มึงไม่เคยเล่านี่หว่า พวกกูก็ไม่รู้”


ทีมและคิงขอโทษขอโพยรุจเป็นการใหญ่


“แล้วมึงจะทำอะไรต่อ มึงจะให้เพื่อนเด็กมึงคาบไปแดกก่อนมึงหรือไง” ทีมมองด้านหลังของวายุ


“กูอยากให้วายุสนใจเรื่องเรียนไปก่อน กูไม่มีทางให้วายุลบกูจากหัวใจไปง่ายๆ หรอก”


“แล้วถ้าเด็กมึงเลิกรักมึงแล้วล่ะ”


“กูจะขังวายุไว้เป็นของกูคนเดียวตลอดไป” รุจพูดพร้อมเดินกลับไปที่ห้องอาบน้ำ


คิวขับรถมอเตอร์ไซค์มานส่งเพื่อนที่หน้าบ้าน วายุลงจากรถกำลังเดินเข้าบ้าน มือของคิวคว้ามือบางไว้เสียก่อน


“วา ไหวหรือเปล่า”


วายุพยักหน้ารับ พร้อมเสียงสะอื้นน้อยๆ


“วาโอเคนะ”


“ดีแล้ว ลืมพี่รุจให้หมดจากใจ เราจะอยู่เคียงข้างวาตลอดไป ขอให้วาคิดถึงเราเป็นคนแรกที่มีปัญหา อย่าลืมนะ นึกถึงเราเป็นคนแรก”


วายุพยักหน้ารับ จำใจยิ้มน้อยๆ ออกมา


“เราเข้าบ้านก่อนนะ”


“พรุ่งนี้ เรามาหาวานะ”


วายุพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าในบ้าน เพียงเด็กหนุ่มเดินเข้าในบ้าน รถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงและเมอร์เซเดส-เบนซ์สีดำจอดอยู่ข้างกัน วายุเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว


เพียงก้าวแรกเดินเข้าบ้าน สายตาเด็กหนุ่มมองชายหนุ่มหล่อคม ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงโทนสีดำ นั่งบนโซฟากลางบ้าน อายุราว 28 ปี ถัดออกไปเป็นคู่ชายหญิงวัยกลางคน แต่ตัวดีราวผู้ดีมีฐานะ


“วา มาหาแม่เร็ว” แม่อรเรียกวายุให้มานั่งข้างกายเธอ เพียงวายุนั่งลงกับพื้น ยกมือไหว้แขกที่นั่งอยู่ในบ้านทันทีด้วยความอ่อนน้อม


“สวัสดีครับ...ใครครับแม่ แล้วแม่ร้องไห้ทำไม” วายุเอ่ยถามพร้อมเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม


“วายุเข้าไปกราบเท้า สองคนนั้นสิลูก” แม่อรสะอื้นไห้ “ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ที่แท้จริงของวายุ” หญิงสาวนามว่าอรร้องไห้ตัวโยน ราวกับถูกควักดวงใจออกจากอก พ่อแม่แท้จริงเขามารับตัวคืนแล้ว


“วา นี่มันอะไรกัน...ไม่เข้าใจ วา...งงไปหมดแล้ว ทั้งสองคนเป็นพ่อแม่วายุได้อย่างไร ก็ในเมื่อแม่อรเลี้ยงอรมาตั้งแต่เด็กๆ” เด็กหนุ่มเถียงพร้อมกับเสียงสั่นเครือ


“มันเป็นเพราะพวกเรามีลูกมากถึง 12 คน แม่จึงฝากวายุไว้กับเพื่อนรักช่วยเลี้ยง แต่ตอนนี้แม่พร้อมแล้ว พวกเรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ทั้งเงินทอง และฐานะ พวกเราจึงมารับลูกไปอยู่กับพวกเรา...แม่ขอโทษที่มารับเอาป่านนี้ เราขอโทษ” ผู้เป็นมารดาอธิยาบเรื่องทั้งหมด


“ผม ไม่รู้ ผมสับสน ผมไม่ไป” วายุตะคอกเสียงดัง รีบลุกขึ้น...วิ่งออกไปหลังบ้าน


เสียงของคนเป็นมารดาร้องไห้สั่นไหวซบอกสามี


“ได้โปรด...ให้เวลากับวายุสักหน่อย” แม่อรขอร้อง


“ผมกับพ่อแม่...ต้องบินกลับอเมริกาคืนนี้ตอนตีสี่ครับ” ชายหนุ่มนามว่าหนึ่งเอ่ยบอก พร้อมกับลุกขึ้น “ผมจัดการเองครับ”


เขาบอกก่อนจะเดินไปหลังบ้าน เพียงเขาเดินออกมาเห็นวายุนั่งกอดเข่าร้องไห้กระซิกๆ อยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าหลังบ้าน


“ขอพี่นั่งด้วยสิ” เขานั่ง ก่อนหันมองน้องชาย “พี่ชื่อหนึ่งเป็นพี่คนชายโตของเรา”


“ทำไมพ่อแม่ต้องทิ้งผมด้วย พวกเขาไม่ต้องการผมเหรอ”


“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือขยี้ผมเด็กหนุ่มเบาๆ


“ผมถูกทิ้ง”


“แล้วทำไมไม่ลองย้อน...ลองถามพ่อแม่ว่าลำบากมากบ้างไหม กินข้าวครบสามมือหรือเปล่า นอนร้องไห้คิดถึงลูกบ้างไหม”


“ผมไม่รู้นี่ครับ พี่...” วายุหันมองหน้าหนึ่ง


“พี่ชื่อหนึ่งครับ” เขายิ้มๆ ความจำปลาทองจริงๆ วายุ


“พี่ก็เล่าให้ฟังซิ ผมจะได้รู้” วายุพูดน้ำเสียงออกขุ่นนิดๆ


“ตลอด สามสิบปีที่ผ่าน พ่อแม่ทำงานทุกวันแทบไม่มีเวลาพัก นอนวันหนึ่งสามชั่วโมงน่าจะได้ เพื่อหาเงินสร้างฐานะให้มั่นคง เพื่อรับพวกลูกมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว พร้อมหน้ากันทั้ง 12 คน”


“พ่อแม่ทำงานอะไรครับ...เอ่อ...พี่หนึ่ง” น้ำเสียงเด็กหนุ่มถามอ่อยๆ


“เจ้าของโรงแรมหรูระดับโลก Great love ในอเมริกา”


“ถ้าผมกลับไปกับพี่หนึ่ง พี่จะพาผมไปอเมริกากับพี่ด้วยใช่ไหม” วายุถาม


“อืม...อยากไปเหรอ” เขาถามน้องชาย


“ครับ” ในใจเด็กหนุ่มอยากจะไปให้ไกลที่สุด ไกลจากที่นี่ ไม่อยากเห็นรุจอีกแล้ว ต้องการลบเลือนความรักที่มีให้รุจให้หมด อยากหนีไปให้ไกล


“พี่จะพาวายุไปอเมริกากับพี่” หนึ่งยิ้มๆ “พี่น้องเราที่เมืองไทยก็มีนะ อยากเห็นหน้า อยากรู้จักไหม”


วายุคลี่ยิ้มนิดๆ ในแววตาเด็กหนุ่มหม่นเศร้า ความเจ็บร้าวมันแผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย


ลืมเลือนรักแรก รักที่เฝ้าคอยเพียงฝ่ายเดียว ลบออกให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ความทรงจำ ขอให้ทุกอย่างกลายเป็นอากาศธาตุ ความรักจงหายสาบสูญไปจากหัวใจของวายุ


เหลือไว้เพียงบาดแผลในใจก็พอ เพียงพอแล้ว


“ตกลงว่า...เราจะไปอเมริกากับพี่ใช่ไหม”


“ครับ...ผมจะไป”


หนึ่งยิ้มๆ ยื่นมือไปยีผมวายุด้วยความเอ็นดู ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าวายุต้องการหนีอะไร เพราะแววตาวายุมันฟ้อง แล้วไหนจะรอยซ้ำรอบดวงตาที่ผ่านการร้องไห้ก่อนกลับมาถึงบ้านอีก


“ป่ะ เราเข้าข้างในกัน”


“ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม...จะไปอยู่อเมริกากับพี่หนึ่ง” แม่อรถามอีกครั้ง


“ครับ...แม่” วายุสวมกอดแม่ “วารักแม่อร...นะครับ”


“มาเยี่ยมแม่บ้างนะ” มือกร้านลูบหัววายุแผ่วเบา ด้วยความเอ็นดู และห่วงใยลูกชายนอกไส้ รักเหมือนลูกที่ตั้งท้องและเบ่งออกมาด้วยตัวเอง


“ครับ ห้ามลืมวา ห้ามลืมลูกคนนี้นะ”


“ใครจะลืมลง วาจะไม่ลืมน้ำเต้าหู้ น้ำขิง ปาท่องโก๋ของแม่อร อร่อยที่สุดในสามโลกเลย” วายุพูดอย่างเอาใจ ผละออกแล้วก้มกราบเท้าหญิงวัยกลางคนที่เลี้ยงมานานหลายปี ให้รัก ดูแล เอ็นดูราวกับลูกในไส้


“ดูแลตัวเองนะ อย่าดื้อรู้ไหม”


วายุลุกขึ้นยืน แม่อรสวมกอดเพื่อล่ำลาอีกครั้ง ก่อนจะผละออกจากอก หนึ่งยกกระเป๋าของวายุไว้มือหนึ่ง อีกมือจูงมือวายุออกไป หญิงวัยกลางคนไขว่คว้าอีกครั้ง ต้องชะงักกลางอากาศ ต้องปล่อยให้วายุกลับไปอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงเสียที


ขณะที่หนึ่งขับรถรถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงอยู่นั้น เขาเลือนเปิดเพลงไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่เพลงนี้ เพลงที่ทำให้วายุน้ำตาคลอหน่วย หนึ่งเองไม่อยากซักถามอะไรมาก ถึงเหตุผลของวายุ ซึ่งตัดสินใจไปอยู่อเมริกากับเขาแบบกะทันหัน ทั้งที่ความจริงยังมีพี่น้องอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกหลายคน


 


ตะโกนออกไป บอกใจให้ลืมเรื่องเหล่านั้น


เรื่องราวของคนที่เคยรักกัน จากนี้มันต้องไม่มีอีก


เมื่อคนจะไป เหนี่ยวรั้งเท่าไรก็เท่านั้น


เมื่อความรักมากลับทำร้ายกัน จบกันวันนี้ซะดีกว่า


 


แต่หากว่าความรัก ยังฝังลึกซึ้งในจิตใจ


อยากจะเลือนลบไป ก็ต้องย้ำเตือนหัวใจ


 


ว่าอย่าให้รักมันบาดลึกไป เจ็บพอแล้วหัวใจ


ไม่ต้องคิดไม่ใส่ใจ ให้ความรักผ่านพ้นไป


อาจจะยากเย็นต้องเข็ญใจ อีกนานซักเท่าไร


ก็ต้องคิดให้เข้าใจ ว่าชีวิตยังต้องเดินต่อไป


 


แค่นี้ก็พอ อย่าปล่อยให้มันต้องเจ็บซ้ำ


บาดแผลที่ยังเก็บและฝังจำ


สักวันจะหายและดีเอง


 


แต่หากว่าความรัก ยังฝังลึกซึ้งในจิตใจ


อยากจะเลือนลบไป ก็ต้องย้ำเตือนหัวใจ


 


ว่าอย่าให้รักมันบาดลึกไป เจ็บพอแล้วหัวใจ


ไม่ต้องคิดไม่ใส่ใจ ให้ความรักผ่านพ้นไป


อาจจะยากเย็นต้องเข็ญใจ อีกนานซักเท่าไร


ก็ต้องคิดให้เข้าใจ ว่าชีวิตยังต้องเดินต่อไป


 


แต่หากว่าความรัก ยังฝังลึกซึ้งในจิตใจ


อยากจะเลือนลบไป ก็ต้องย้ำเตือนหัวใจ


 


ว่าอย่าให้รักมันบาดลึกไป เจ็บพอแล้วหัวใจ


ไม่ต้องคิดไม่ใส่ใจ ให้ความรักผ่านพ้นไป


อาจจะยากเย็นต้องเข็ญใจ อีกนานซักเท่าไร


ก็ต้องคิดให้เข้าใจ ว่าชีวิตยังต้องเดินต่อไป


 


แม้มันจะเจ็บ แม้มันจะผูกพัน


แต่วันนี้คงต้องยอม ต้องตัดใจ


สุดท้ายมันจะจบ สุดท้ายมันจะผ่านไป


แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อไป


เพลง: ผู้ได้รับบาดเจ็บ


 


                ขณะที่หนึ่ง พ่อ และแม่ พาวายุขึ้นเครื่องบิน เพื่อบินลัดฟ้าไปอเมริกานั้น วายุมองหันหลังไปมองช่องทางที่เด็กหนุ่มเดินออกมาด้วยแววตาหม่นเศร้า


                “ลาก่อน พี่รุจ” วายุพูดอ้อมแอ้ม น้ำเสียงไม่ดังมากนัก แต่หนึ่งกลับได้ยินชัดเจน

               ช่วยทักทาย ช่วยเม้นต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ สู้ๆๆๆ



 


 


 


 


 


 


 



ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha