เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 2 : บทที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                                      บทที่ 2


 


                วายุใช้ชีวิตไฮสกูลอยู่อเมริกาเป็นเวลาสองปี เป็นเด็กหนุ่มเอเชียตัวเล็กบอบบาง ไม่แปลกที่จะมีหนุ่มเล็ก และหนุ่มใหญ่ แวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่บ่อยๆ แต่ต้องลาถอยทุกครั้งเมื่อเจอสายตาแสนเหี้ยมโหดของ พี่ชายสุดดุดัน ใบหน้าหล่อคมเข้ม ดูดี รูปร่างสูงใหญ่ แต่งกายโทนดำมือ สุดเนี๊ยบแบบมีสไตล์ ดีกรีประธานกรรมการบริหารโรงแรมหรูระดับโลก Great love และขยายสาขาไปที่ประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้


                ครั้นเด็กหนุ่มเรียนมาอยู่อเมริกาสองปี พี่หนึ่งสุดโหดมอบตำแหน่งคณะกรรมการบริหารให้วายุได้ศึกษาและทำงานในช่วงเลิกเรียนและปิดเทอม และแสดงสามารถเป็นที่ยอมรับของคณะกรรมการคนอื่น ได้เห็นความสามารถบริหารงานได้ดีไม่แพ้พี่ชาย


 ก่อนจะส่งตัวไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทย เพื่อก้าวเป็นรองประธานกรรมการบริหารโรงแรมสาขาในไทย แบบแกมบังคับและสมัครใจเรียน คณะศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว


นับตั้งแต่จากเมืองไทยมาสองปี บาดแผลนั้นได้จางหายไปจนไม่เหลือเยื้อใยในหัวใจของเด็กหนุ่มแล้วก็จริง แต่ไม่สามารถลืมใบหน้ารักแรกของเขาได้เลย  และวันนี้เป็นวันที่วายุเหยียบพื้นดินประเทศไทยอีกครั้ง ก่อนเปิดเทอมเพียงสองวันเท่านั้น เครื่องร่อนลงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน


วายุสวมเสื้อยืดสีขาวคาดลายขวางสีดำ กางเกงยีนต์ขายาวพันด้วยผ้าพันคอสีเทาเข้ม ทำให้วายุดูเป็นหนุ่มน่ารัก ไม่ว่าบรรดาสาวๆ หรือหนุ่มๆ เดินผ่านไปมีอันต้องเหลียวหลังมองกันทุกคน ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกทางช่องผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ


มองหาคนมารับอยู่สักครู่หนึ่ง ก็มีชายหนุ่มร่างสูงหุ่นนักกีฬาในชุดเสื้อยืดสีครีมกับกางเกงผ้าชิโนสีดำ และหนุ่มสูงโปร่งใบหน้าหวานในชุดเสื้อสีขาวกางเกงสีดำขายาวถึงน่อง เดินเข้ามาหาเด็กหนุ่ม แล้วมองวายุอย่างไม่ค่อยแน่ใจ


“ชื่อวายุหรือเปล่า” หนุ่มหุ่นนักกีฬาถามขึ้นขณะจ้องมองหน้าหวาน


วายุหันมองหน้าคนถาม และมองเลยไปด้านหลัง เบิกตาโตด้วยความดีใจ ยิ้มหวานแก้ปริ


“พี่สี่” ปล่อยกระเป๋าเดินทางทิ้งกระโจนสวมกอดพี่ชายด้วยความดีใจ


“ขอโทษ...พี่จำวาแทบไม่ได้จริง...วาดูน่ารักขึ้นมาก...ผิดหูผิดตาจริงๆ”


“ก็พี่สี่ไม่ยอมไปเที่ยวหาวา...ตั้งปีหนึ่ง ไม่แปลกที่วาจะโตขึ้น” พูดเสียงออกงอนๆ แก้มพองลมน่ารัก จนสี่อดหมั่นไส้ไม่ได้บีบแก้มใสเบาๆ


“เจ็บอ่ะ” วาเชิดหน้าใส่ ก่อนจะหันมองมาหน้าชายหนุ่มนักกีฬาอีกคนที่มากับพี่สี่ “พี่สี่...ใครอ่ะ ดูดีด้วย” เด็กหนุ่มชี้ด้วยความสงสัย


“แฟนพี่เอง ชื่อว่า ธาตรี เรียกสั้นๆ พี่ตรีก็ได้”


“สวัสดีครับ ผมชื่อ วายุภักษ์ เรียกสั้นๆ ว่า วา  จะเรียกยาวๆ หน่อยก็วายุ ก็ได้ ยินดีที่รู้จักครับ” วายุยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม ยิ้มหวานๆ ทำให้ตรีออกอาการขัดเขินเล็กน้อย ไม่คิดว่าน้องของแฟนจะ ดูน่ารัก ใบหน้าหวานน่าเอ็นดูในแบบผู้หญิง เกิดมาฆ่าผู้หญิงจริงๆ และสร้างความหวั่นไหวให้หัวใจชายหนุ่มทั่วไปได้เป็นอย่างดี ยกเว้นเขา เพราะเขามีเมียแล้ว


“เอาละ รู้จักกันแล้ว กลับคอนโดกันเถอะ พี่ง่วงนอนแล้ว” สี่ยกมือขึ้นมาปิดปาก ออกอาการหวานหวอดๆ


“วาก็เพลียมากเลย ง่วงนอนเหมือนกันเลยพี่ อยากได้ที่นอนนุ่มๆ จะกระโจนใส่เลย แต่ตอนนี้กระโจนกอดพี่สี่ก่อนน่า ตาจะปิดแล้ว พาวาเดินไปหน่อยซิ ตาจะหลับแล้ว” ว่าแล้ววาก็กอดเอว หลับตาพริ้ม จนต้องลำบากพี่พาน้องชายขี้อ้อนไปที่รถ ส่วนกระเป๋าให้ตรีลากเดินตามหลัง


ครั้นมาถึงคอนโดของสี่ วายุหลับสนิทไปเสียแล้ว ต้องเป็นภาระให้สี่อุ้มขึ้นคอนโด เพราะร่างของเด็กหนุ่มบอบบาง น้ำหนักเบาหวิว


“น้องนายนี่ ท่าทางดื้อเงียบน่าดู” ตรีบ่น เมื่อมองหน้าเด็กหนุ่ม


“น้องวา...เป็นเด็กมีปมในหัวใจ ถ้าไม่มี คงไม่ตัดสินใจจะไปอเมริกาตั้งแต่เห็นหน้าพี่หนึ่งหรอก ทั้งที่อยู่เมืองไทยก็ได้ แต่วาไม่คิดที่จะอยู่ที่นี่” สี่บ่นเสียงเครียด เพราะพี่หนึ่งสั่งจริงจังให้เขาและดิน น้องชายอีกคนเป็นคนดูแลในทุกเรื่อง เป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่จริงๆ


 


บ่ายสี่โมงของวันถัดไป


คอนโดของสี่


วายุลืมตาขึ้นช้าๆ พยายามกะพริบตาปรับแสงอยู่หลายครั้ง ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง


...ที่ไหน...หิวข้าวจัง


เด็กหนุ่มขยับลงจากเตียงเปิดประตูออกไปเห็น สี่และตรีกำลังเถียงกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ท่าทางจะเถียงจะเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้


“พี่สี่...วาหิวข้าวอ่ะ” งัวเงียออกมาจากห้องด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน พิงโซฟาแล้วจ้องมองคู่รักออกอาการขุ่นเคืองกันเล็กน้อย เหมือนตกลงใจกันไม่ได้


“รักกันดีจริงๆ เดี๋ยวก็ลูกดกหรอกพี่” ว่าแล้วก็ล้มตัวนั่งพิงโซฟาเหลือบมองทั้งคู่เล็กน้อย ก่อนจะขอเสียมารยาทเสือกสักนิด


“มีอะไรกัน รักกันรุนแรงเชียว”


“ก็จะอะไรล่ะ ตรีนะสิ บอกให้พี่ไปกินอาหารข้างนอก แต่พี่อยากทำให้วากินฝีมือพี่มากกว่า...แล้วเราเจ็ทแล็กไหม พี่เป็นห่วง” สี่พูดน้ำเสียงกระเง้ากระงอด เชิดหน้าใส่ตรี


“มีนิดๆ ไม่ต้องห่วง...เอาเป็นว่าให้วาตัดสินใจเรื่องอาหารก็แล้วกันนะ วาอยากไปกินข้างนอก ไม่อยากให้พี่สี่เหนื่อยมากไปกว่านี้ ไหนจะงานที่ร้าน ไหนจะต้องไปดูงานที่โรงแรม ต้องกลับมาทำงานบ้านอีก ไปกินข้าวนอกเถอะ”


“กินอะไรดีล่ะ” หลังยอมตามใจวายุ ก่อนจะเหลือบตามองตรี


“อาหารญี่ปุ่นไหม” ตรีบอก พร้อมมองหน้าทั้งคู่


“อยากกินอยู่เหมือนกัน พี่สี่กินอาหารญี่ปุ่นนะ วาอยากกิน” วายุบอกน้ำเสียงออดอ้อน กอดแขนพี่ชายเอาแก้มถูแขนไปมาเบาๆ


“เอาสิ วาว่าอะไรก็อย่างนั้นแหละ”


“วาไปอาบน้ำก่อนนะ” วายุกระโดดหอมแก้มสี่ แล้ววิ่งรี่เข้าในห้องทันที คนถูกหอมถึงกับอดระบายยิ้มหวานออกมาด้วยความเอ็นดู


 


วายุแต่งตัวในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำคลุมเข่าลงจากรถออดี้สีเทาดำ เดินคางแขนสี่เข้าไปในห้างชื่อดังแถวๆ คอนโด โดยมีตรีเดินตามอยู่ด้านหลัง คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวหลังหรือหยุดมอง สี่และวายุ ด้วยหน้าตาน่ารัก ใบหน้าหวานกันคนละสไตล์ สี่หน้าหวานแบบเฉี่ยวๆ ทันสมัย ส่วนวายุหน้าหวานแบบน่ารัก น่าทะนุถนอม ไม่แปลกที่จะมีคนมองด้วยความสนใจและอยากสานสัมพันธ์ด้วย ถ้าไม่ติดหนุ่มหน้าคมหล่อเข้ม ใบหน้าออกดุๆ คอยเดินคุมเชิงอยู่ คงมีคนเดินมาขอเบอร์ไปแล้ว


“ว้าว ร้านนี้ท่าจะอร่อยอ่ะ” วายุทำตาวาววับ ราวกับเด็กๆ ออกอาการดีอกดีใจ


“เอาซิ เข้าไปเลย” สี่ฉุดมือวายุเข้าด้านในโดยไม่รีรออะไร เพราะรู้สึกหิวเหมือนกัน


วายุมองเมนู หาอาหารที่ตัวเองชอบ ก่อนจะยิ้มๆ ให้พนักงาน


“อุด้งรวมมิตร ข้าวผัดกระเทียมปลาแซลม่อน สลัดทูน่า วาเอาแค่นี้ก่อน แล้วพี่สี่ล่ะ กินอะไรสั่งเลยนะ วาขอเลี้ยงเอง” วายุวางเมนูลงบนโต๊ะ


“สลัดปูอัด ไข่ตุ่นราดซอส ไข่หวานย่าง ยำสาหร่ายเย็น เทมปุระ ปลาซาบะย่างซีอิ้ว ซุปข้าวโพด ข้าวหน้าแกงกระหรี่กุ้งชุบเกล็ดขนมปังทอด ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ เอาแค่นี้ก่อนครับ ขอน้ำโค้ก สามแก้ว”


“ครับ รอสักครู่นะครับ” พนักงานถือรายการอาหารไปสั่งพ่อครัว


ผ่านไปครู่ใหญ่ อาหารที่สั่งวางเต็มโต๊ะ วายุลงมือกินด้วยความหิวโหย สี่มองวายุตักอาหารจานนั้นที จานนี้ที และจัดการข้าวผัดกระเทียมจนหมด ตามด้วย อุด้ง สลัดทูน่า


“วา...นี่ตัวเล็กแต่กินเก่งน่าดู ดูซิแป๊ปเดียวกินอุด้งหมดชามเชียว”


“วาหิวนี่ แล้วอาหารก็อร่อยด้วย...อ๊ะซุปข้าวโพดอร่อย ลองชิมดูซิพี่สี่” จบคำ วายุตักซุปป้อนสี่ ตามด้วยไข่ตุ๋นตักขึ้นป้อนใส่ปากตัวเอง


เวลาผ่านไปพักใหญ่ ทั้งสามคนจัดการอาหารทุกจานจนหมด วายุร้องกินของหวาน พุดดิ้งชาเขียว สี่จัดการสั่งให้ ผ่านไปไม่ถึงอึดใจ พุดดิ้งก็หมด


ทั้งสามคนนั่งพักรออาหารให้ย่อย วายุมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย


“วา พี่จัดการคอนโดให้แล้วนะ พรุ่งนี้ย้ายเข้าได้เลย ต้องซื้อของใช้เข้าไปนิดหน่อย ให้ตรีจัดจัดการให้นะ”


“ครับ...ผมอยากได้มือถือใหม่ อยากเปลี่ยนเบอร์ใหม่ด้วย” วายุพูดขึ้นมา


“ไปซื้อที่โซนมือถือเลย อยู่ชั้นบน”


“แล้วรถล่ะ วาอยากได้เฟอรารี่สีแดงเพลิงของพี่หนึ่ง พี่เขาไม่ยอมยกให้” วายุบนเสียงกระเง้ากระงอด


“ขับบนถนน มันเสี่ยงมาก วาเองยังไม่เคยขับรถในกรุงเทพฯ อย่าขับของรัก ของหวงพี่หนึ่งเลย พี่ละเสียวแทน กลัววาจะขับไปเฉี่ยวรถใครเข้านะซิ”


วายุทำแก้มพองลมออกอาการงอนๆ อยากลองขับสักครั้งหนึ่ง


“ดินจะเอารถมาให้วาพรุ่งนี้ ที่มหาลัยนะ”


“รถอะไรอ่ะ วาอยากได้ บีเอ็มกับ ฮอนด้าซีวิค กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเอารถคันไหนดี เลือกยากจัง” วาถอนหายใจเบาๆ


“พี่ว่า...วาเลือกบีเอ็มดีกว่า เพราะรถบีเอ็มเหมาะกับคนอ่อนโยนอ่อนหวานอย่างวาดี” ตรีแนะนำ


“มีเหตุผลอ่ะ พี่ตรี งั้นวาเอาบีเอ็มดีกว่า”


คนฟังอย่างสี่หัวเราะขำเบาๆ


“พี่สี่หัวเราะวาทำไม วางอนแล้วน่ะ” วายุกัดปากแน่น ตวัดสายตาขุ่นนิดๆ หัวเราะเขาทำไมอะ


“พี่เดาใจวาถูกนะสิ พี่คิดว่าวาเหมาะกับบีเอ็มมากกว่า ตรีเคยบอกกับพี่ตั้งแต่ตอนดูโปรชัวร์แล้ว” สี่อธิบายให้เข้าใจ จะได้เลิกงอนเขาเสียที


“สี่ เดาใจวาเก่งจัง”


“ก็พี่เป็นพี่ชายเรานี่นา”


“พี่สี่เรียกเขามาเก็บเงินหน่อยสิ วาอยากเดินขึ้นไปดูมือถือชั้นบนแล้ว” วายุเร่ง พร้อมกับหยิบบัตรเครดิตออกมา


“3,xxx บาทครับ”


วายุยื่นบัตรเครดิตส่งให้ รอเพียงไม่นานพนักงานนำบิลและบัตรมาคืน ทั้งสามคนพากันเดินออกจากร้าน


โซนมือถือชั้น 5


“อื้อฮือ ทำไมร้านมือถือมันมากมายแบบนี้ แล้วจะซื้อร้านไหนล่ะ” วายุร้องเสียงใสไม่ดังมากนัก เบิกตาโต ทันทีที่เดินขึ้นมาถึงชั้นนี้


“ทำอย่างกับบ้านนอกเข้ากรุง เรานะมาจากอเมริกานะ ไม่ใช่บ้านนอก ทำตกใจซะ พี่อดขำไม่ได้” สี่พยายามกลั้นหัวเราะไว้ ส่วนตรีแอบหัวเราะขำในลำคออยู่


“ก็วาตื่นเต้นนี่นา” วาบอกด้วยน้ำเสียงขุ่นเง้างอด สะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ ก็เขาไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ มาก่อนนี่


“ผู้ชายอะไรขี้งอนนักเหอะ” สี่ว่าพร้อมยกมือขยี้ผมวายุเล่นด้วยความเอ็นดู


“พี่สี กับ พี่ตรี หัวเราะวา ทำไมล่ะ งอนแล้วด้วย ง้อด้วยนะ” จบคำวายุเดินสะบัดหนีเข้าไปดูมือถือที่ตัวเองอยากได้


วายุเดินมาถึงร้านมือถือร้านหนึ่ง


“เอาเป็นรุ่นไหนดี สอบถามได้นะครับ” พนักงานเอ่ยขึ้น


“อยากได้ ไปโฟน 7 Plus นะครับ มีของหรือเปล่า” วายุเดินเดินและเอ่ยถามพนักงานขาย


“รอสักครู่นะครับ” พนักงานเดินเข้าไปหยิบรุ่นที่วายุต้องการออกมาให้ดู


“วา เอารุ่นไหนล่ะ” สี่ถาม ทันทีที่มาเดินมาถึง ยืนอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่ม


“เอารุ่น”


ยังไม่ทันได้ตอบ พนักงานขายส่งรุ่นที่วายุอยากได้ให้วายุดู เด็กหนุ่มเช็คความเรียบร้อยของเครื่อง และ หันมองหน้าพี่ชาย


“วาอยากได้รุ่นนี้” เด็กหนุ่มส่งให้ดู


“ไอโฟน 7 Plus” เขาถาม พร้อมมองหน้าวายุ


“ครับ วาเอารุ่นนี้เลย” วายุตอบและหันไปพูดกับพนักงานต่อ


“พี่ครับเอาเครื่องนี้ ขอซื้อเมมโมรี่การ์ด 64GB  เพิ่ม แล้วขอเลือกเบอร์ด้วยครับ”


พนักงานส่งเบอร์มาให้วายุเลือก


“พี่สี่ พี่ตรีช่วยเลือกให้วาหน่อยซิ” วายุออดอ้อนให้ทั้งสองหนุ่มมีส่วนร่วม สี่และตรียกยิ้มนิดๆ ก่อนจะเลือกเบอร์ให้


หลักจากสองหนุ่มเถียงกันเล็กน้อย ในที่สุดร่างเล็กก็ได้เบอร์โทร


“เอาเบอร์นี้ จำง่ายดี” พี่สี่ว่า พร้อมชี้ให้วายุดู


“จริงด้วย จำง่ายดีจริงๆ” วายุยิ้มน้อยๆ และหยิบส่งให้พนักงานขายจัดการใส่ถุง


“ทั้งหมด 35,xxx ครับ”


“นี่ครับ” วายุส่งบัตรเครดิตให้พนักงาน พนักงานคนเดิมรับไปจัดการ ก่อนส่งคืนให้


สี่กุมมือวายุเดินในโซนเสื้อผ้านักศึกษา


“วา มาเลือกชุดนักศึกษากัน ยังไม่ได้ซื้อเลยไม่ใช่หรือไง” สี่ถาม และเริ่มเลือกเสื้อนักศึกษาให้วายุ


“ครับ ลืมไปเสียสนิทเลย จะเปิดวันพรุ่งนี้อยู่แล้วนี่ อิอิ” วายุหัวเราะขำคิกคัก ความจำปลาทองจริงๆ ซิ วาเอ๊ย วายุ


“มาๆ มาทาบตัวหน่อย หันหลังมา  ตัวเล็กๆ จริงๆ นะเรา เบอร์เอสก็พอ” สี่พูดขณะทาบด้านหลังของน้องชาย


“เบอร์เอสพอครับ วาไม่ชอบใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ”


“เอาแบบนี้แหละ แขนสั้น ทรงเข้ารูป เนื้อผ้าก็อย่างดี ใส่สบายไม่อึดอัดด้วย”


“ครับ” วามองอะไรเรื่อยๆ


“ส่วนกางเกง...อืม เอากางเกงขายาว Chino Pant สวมใส่สบายดี...วานี่เอวเล็กดีจัง ตัวบางจริงๆ” สี่บ่นเสียงอ่อนนิดๆ


ส่วนตรีเจอเพื่อนในคณะ ขอตัวไปคุยกับเพื่อน ปล่อยให้สองหนุ่มพี่น้อง ไปเลือกรองเท้ากัน และกระเป๋ากันต่อ


“ไงมึงมาเดินเล่นเหรอ” เพื่อนตรีเอ่ยถาม


“เอ่อ พาเมีย กับน้องเมียมาซื้อของ” ตรีบอก


“พรุ่งนี้ไปกี่โมงว่ะ แวะรับกูด้วยซิ กูขี้เกียจขับรถเอง แวะมารับกูหน่อย”


“ตีนกูเหอะ พรุ่งนี้น้องเมียกูไปด้วย” ตรีบอกแตะขาเพื่อนเบาๆ


“ผู้หญิงหรือผู้ชายว่ะ”


“ผู้ชาย แม่งหน้าหวาน น่ารักยังกับผู้หญิง เกิดมาฆ่าผู้หญิงเลยมึง ตัวนี่บอบบางอย่างกับร่างสาวน้อย” ตรีบ่นเสียงเข้ม


“มึงไม่หวั่นไหวหรือไง” เพื่อนแกล้งถาม


“หวั่นไหวห่าไร สัส กูมีเมียแล้ว อีกอย่างบอบบางแบบนี้ไม่ใช่ทางกู แบบกูต้องแบบ สี่...ดูหน้าหวานๆ หุ่นสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อน้อยๆ หน้าท้องซิกแพคน้อยๆ แบบเมียกู สมส่วนแต่ดูล่ำนิดๆ กระแทกมันดี  แบบน้องเมียกู กระแทกที กลัวจะหักคามือ” ตรีพูดแล้วยิ้มกริ่ม


“บรรยายให้กูเห็นภาพเลยนะมึง”


ตุบ


สี่เดินเข้าด้านหลังของตรี ยกมือตบไหล่ตรีเบาๆ ส่วนเพื่อนๆ คลี่ยิ้มให้สี่นิดๆ เป็นการทักทาย เพราะสี่อายุมากกว่าอยู่หลายปี และที่สำคัญร่างโปร่งดูสวยหวานจริงๆ แต่หุ่นดูดีสมส่วนแบบผู้ชายทั่วไป


“รอนานแล้วนะ เมาท์กับเพื่อนเพลิน จนลืมกู”


“มันติดลม...แล้ว วาล่ะ ไปไหนแล้ว”


“โน้น วิ่งเข้าร้านสเวนเซ่นส์”


“ฮ้า วิ่งเข้าร้านไอติม” ตรีแสดงอาการตกใจ


“อือ สงสัยจะหิว”


“กูกินอาหารญี่ปุ่น กำลังย่อยอยู่เลย แต่วาหิวอีกแล้ว จะเลี้ยงไหวไหมน้องชายมึงคนนี้ กินเก่งซิบหาย”


สี่ตบไหล่ตรีไม่แรงนัก


“สัส เด็กกำลังโต” สี่ว่าไม่จริงจังนัก


“เฮ้ย พวกมึงกูไปก่อน พรุ่งนี้เจอกัน” ตรีล่ำลาเพื่อน


“พรุ่งนี้ให้ไอ้รุจมารับก็ได้ พวกกูไปก่อน โชคดีนะมึง”


ตรีดึงถุงในมือสี่มาถือเอง และเดินไปรับวายุกลับคอนโด ก่อนกลับเด็กหนุ่มสั่งไอศครีมกลับบ้านด้วย


ครั้นถึงหน้าคอนโด วายุเห็นร้านขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก้วิ่งไปซื้อมาอีก จนทั้งคู่สายหัวไปมา คิดว่าร่างบางจะกินเก่งไปไหม


เมื่อทั้งหมดเข้าห้อง สี่เอาเสื้อผ้าที่ซื้อมาเข้าเครื่องซัก วายุหยิบไอโฟนไปชาร์ตแบททิ้งไว้ นั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ เริ่มเบื่อเดินไปดูวิวหน้าระเบียง มองภาพยามค่ำคืนกรุงเทพฯ แล้วคิดเรื่องต่างๆ จนเพลิน


“วา พี่ขอคุยด้วยหน่อยซิ” สี่เอ่ยขึ้น ขณะยืนอยู่ด้านหลังวายุ ร่างบางหันหลังเดินไปนั่งที่เก้าอี้บริเวณระเบียง โดยมีสี่เดินตามไปนั่งคุยด้วย


“พรุ่งนี้ไปอยู่คอนโดที่พี่ห่ให้ อยู่คนเดียวได้ไหม”


“ทำไมพี่สี่ ถึงถามวา ว่าอยู่ได้ไหม ...วาดูอ่อนแอมากเลยเหรอ” วายุถามเสียงอ่อยๆ


“พี่ เป็นห่วงต่างหากละ ก็วาไม่เคยอยู่คนเดียวมาก่อน”


“การที่วาตัดสินใจไปอยู่อเมริกา มันก็เหมือนอยู่คนเดียวแล้วละพี่สี่ พี่หนึ่งเขามีงานเยอะ วาอยู่บ้านคนเดียวออกบ่อยไป ไม่เห็นเป็นอะไรเลย พี่สี่อย่าคิดมาก เปลื้องพื้นที่ในสมองเปล่าๆ” วายุพูดให้สี่สบายใจ ก่อนจะแอบถอนหายใจคนเดียว อยู่คนเดียวมันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรสักหน่อย


“วา...ก็เป็นน้องชายพี่เหมือนกัน พี่ต้องห่วงเป็นธรรมดายู่แล้ว ถึงแม้เราจะไม่ได้โตมาด้วยกันก็เถอะ แต่พี่รักวานะ”


“ครับ วาก็รักพี่สี่ พี่อย่าคิดมากเลย วาไม่ได้อ่อนแออย่างที่พี่คิดหรอก”


“พี่เชื่อว่าวาเข็มแข็ง พี่ไม่รู้หรอก เมื่อสองปีก่อน วาหนีอะไร แต่คนเราต้องสู้ ห้ามหนีอีกเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ ห้า”


“ไม่หนีแล้วครับ” เพราะโชคชะตาคงไม่เล่นตลกกับเขาหรอก คงไม่มีวันได้เจอกับคนคนนั้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่


“เริ่มจะดึกแล้ว วาไปนอนเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเสื้อผ้าให้”


“ขอบคุณครับ รักพี่สี่ที่สุดในโลกเลย” เด็กหนุ่มลุกขึ้นโผกอดร่างของพี่ชายด้วยความรัก รู้สึกว่าความรักของบรรดาพี่เติมเต็มความสุขให้เขาทีละนิด ทั้งที่ก่อนจะมาที่นี่ ร่างเล็กแอบคิดว่าตัวเขาเองจะมีคนดูแลบ้างไหม จะพอมีใครให้เป็นที่พักพิงหัวใจบ้างไหม ตอนนี้รู้แล้ว พี่ชายทุกคนเป็นร่างบางมากแค่ไหน


                                ช่วยทักทาย ช่วยเม้นต์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ สู้ๆๆๆ



                                               


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha