เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 3 : บทที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


บทที่ 3


 


รุ่งเช้า


สี่ปลุกคนรักลุกขึ้นอาบน้ำแต่เช้า และจัดเตรียมเสื้อและกางเกงนักศึกษาแขวนไว้ในห้องนอน ส่วนของวายุ ร่างโปร่งถือเสื้อเข้าไปห้องที่วายุนอนอยู่ ถือเสื้อผ้านักศึกษาไปแขวนกับราวในตู้เสื้อผ้า เดินไปปลุกร่างเล็กนอนกอดหมอนข้างอยู่อย่างมีความสุข นอนอมยิ้มน้อยๆ ขนาดนอนอย่างน่าเอ็นดูจริงๆ


“วา ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวไปมหาลัยวันแรกสายนะ” สี่เขย่าไหล่บางเบาๆ


“อือ ฮึก พี่รุจ อือ ทำไมไม่รักวา คนใจร้าย”


สี่ได้ยินเสียงวาครางต่อว่าใครคนหนึ่ง จึงขยับไปฟังใกล้ รุจ งั้นเหรอ ใครกัน


“วาตื่นได้แล้ว” สี่ปลุกวายุอีกครั้ง


“อื้อออ” เสียงใสของวาร้องกระเส่าในลำคอเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ ไล่อาการง่วงออกไปให้หมด ก่อนจะปรือตาขึ้นทีละน้อยๆ จนลืมตาตื่นขึ้น มองร่างโปร่งหนาของสี่


“เช้าแล้วเหรอ...ไวจัง”


“ยังเจ็ทแล็กอยู่หรือเปล่า” สี่ถาม แสดงถึงความเป็นห่วง


“มีนิดหน่อย อื้อออ ไปอาบน้ำดีกว่า” ร่างเล็กลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าในห้องน้ำ


ส่วนสี่ยกกระเป๋าออกจากตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนักศึกษาที่รีดเรียบร้อยแล้วพับเก็บในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ รูดซิบปิดเรียบร้อยแล้วลากกระเป๋าออกไปไว้ในห้องรับแขก


เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ วายุแต่งตัวเสร็จเดินออกมานั่งรอที่โต๊ะอาหาร มองอาหารเช้าหน้าตาน่ากิน มัฟฟินไข่ ขนมปังปิง ไส้กรอก ไข่ดาว นมหนึ่งแก้ว


“วาหิวกินก่อนเลย ไม่ต้องรอตรีหรอก รายนั้นอาบน้ำนาน” สี่พูดขณะล้มตัวนั่งบนเก้าอี้


“ครับ” วายุนั่งลงเช่นกัน และตักมิฟฟินไข่ป้อนใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความอร่อย ก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ


“วา เป็นอย่างไรบ้างถูกปากเราไหม”


“อืม อร่อย พี่สี่ทำอร่อยจัง แต่ทำไมพี่ตรีไม่อ้วนละ สงสัยจัง”


ตรีเปิดออกมาจากห้องได้ยินวาถามสี่พอดี ร่างสูงยกยิ้มน้อยๆ


“เผาผลาญแคลเลอรี่ทุกคืน จะอ้วนได้ไงละ”


วายุได้ยินอายหน้าแดง ส่วนสี่ปาขนมปังปิงใส่คนรักทันที


“เฮ้ย เดี๋ยวเสื้อเปื้อน สี่นี่ก็ หึ หึ เขินรุนแรงจัง” ตรีดุเสียงเข้มนิดๆ


“ทะลึ่งก่อนทำไมล่ะ” สี่ใช้มือฟาดไหล่ตรีเบาๆ เพื่อปรามคนรัก


“เดี๋ยวเถอะ นี่กล้าทำร้ายสามีเหรอ ฝากไว้ก่อน คืนนี้จะมาชำระโทษ” ตรีคาดโทษไว้ ชี้หน้าไว้ แล้วลงมือกินอาหารเช้า


“ตรีเริ่มก่อนนะ ดูซิ...วาอายหน้าแดงหมดแล้ว”


“เรียนเมืองนอกมา น่าจะชินกับเรื่องพวกนี้” ตรีว่าและเงยหน้ามองวายุอย่างงุนงง


เพียะ!


“น้องชายสี่ เรียนที่อเมริกาก็จริง แต่ไม่ได้เลี้ยงแบบเด็กอเมริกัน พี่หนึ่งเลี้ยงวาอย่างกับไข่ในหิน ผู้ชายหน้าไหนมาจีบ เจอความโหดเข้าไป ล่าถ้อยไปหมด...แล้วก็ไม่ได้สอนให้เห็นว่าเซ็กส์คือเรื่องธรรมชาติ แต่สอนว่าเซ็กส์คือรักต่างหากละ” สี่อธิบายเสียงแข็งให้ตรีเข้าใจวายุเสียใหม่


“อย่าบอกนะว่า ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยจูบใครมาก่อน” ตรีหันมองวายุอย่างอึ้งๆ


วายุส่ายหน้าไปมาออกอาการขัดเขิน ก็คนไม่เคยนี่มันน่าแปลกมากหรือไง


“วาเคยมีคู่หมั่นเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่หนึ่ง จำแฟนพระเพลิงได้ไหม นั่นแหละคู่หมั้นเก่าของวา แต่เขาไปหลงรักพระเพลิง หักหลังวา ทำให้วาเสียใจ จนพี่หนึ่งบ้าเลือด ตีกันกับพี่คริสเกือบตาย แต่ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน สุดท้ายกลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม”


“วาไม่ได้รักพี่คริสตั้งแต่แรกหมั้นแล้ว พี่คริสเองก็รู้ วาไม่ได้เสียใจอะไรเลย ดีใจเสียอีก พี่พระเพลิงได้มีแฟนโหด และหล่อมากด้วย” วายุยิ้มๆ แล้วกินต่อ ราวกลับไม่ได้เสียใจอะไรเลยกับเรื่องในอดีต


“วา ไม่ได้รักพี่คริส ส่วนพี่คริสเอง...เอ็นดูวาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง” สี่บอกให้ตรีเข้าใจ


“แต่ตอนนี้วามีคู่หมั้นเป็นผู้หญิง ถ้าตรีเห็นช่วยกันให้วาหน่อย รายนี้หมั้นเพราะเรื่องธุรกิจ ไม่ได้รักกัน และทางวาเองก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นด้วย ทางนั้นออกจะตามตื้อจนน่ารำคาญเสียมากกว่า วาเองเคยยกเลิกการหมั้นหลายครั้ง แต่ฝ่ายหญิงร้องไห้ฟูมฟายจนน่าสงสาร จนวาต้องปล่อยเลยตามเลยมาเกือบปี” สี่ถอนหายใจ


“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เดี๋ยวเขาก็เบื่อวาไปเองแหละ” วายุยิ้มเจื่อนๆ


 


มหาวิทยาลัย


ตรีขับมาจอดที่หน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะที่ตนเองเรียนอยู่


“กระเป๋าเดินทางเอาไว้แบบนี้แหละ ตอนเย็นพี่จะพาไปซื้อของเข้าคอนโด เอากระเป๋าใบเล็กไป อย่าลืมมือถือ กระเป๋าเงินด้วย พี่เมมเบอร์วาไว้แล้ว แล้วยิงไปเมื่อเช้า อย่าลืมเมมไว้ยังละ”


“เมมแล้ว พี่สี่บอกไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ปีหนึ่งเข้าใหม่ต้องรับน้องหรือเปล่า” วายุถามดูกังวลเล็กน้อย


“รับสิ แต่ไม่ได้รับหนักอะไร พี่จะพาไปซื้อเน็คไทประจำคณะให้เราก่อน แล้วไปส่งที่คณะที่เราเรียน...ไม่ต้องทำหน้างอ โตแล้วนะเรา” ตรีขยี้ผมวายุ ก่อนจะชวนลงจากรถเพื่อเดินไปส่งที่คณะของเด็กหนุ่ม


ตรีนั่งผูกเน็คไทให้วายุและจับแต่งไม่ให้เบี้ยว โดยมีสายตาหนุ่มๆ รอบๆ ข้างส่งสายตาหวานเยิ้มมองวายุอยู่ตลอด ร่างเล็กดูน่ารัก และน่าสนใจ ไม่แปลกที่จะมีคนอยากรู้จัก แต่ก็ล่าถ้อยไปเพราะเจอสายตาของตรีเข้าไป


วายุนั่งรอเรียกรายงานตัววันแรกและทำการปฐมนิเทศในวันเดียวกัน เพียงไม่นานเขาก็เรียกรวมนักศึกษาใหม่คนอื่นๆ รวมถึงวายุด้วย


 “พี่ไปก่อน มีอะไรโทรหาพี่ เลิกเรียนแล้วไปหาพี่ที่โรงยิมรู้จักใช่ไหม”


“ครับ” วายุยิ้มเขินๆ เพราะทำตัวไม่ค่อยถูก


“ดูแลตัวเองด้วย” ตรีสั่งไว้ก่อนจะเดินจากไป


วายุเดินเข้าไปเข้ารายงานตัว ก่อนทำการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ มีเด็กปีหนึ่งมาทักทายวายุอยู่หลายคน ร่างเล็กคุยแบบวางตัวปกติ ยิ้มให้บ้างเป็นบางครั้ง และสายตาคอยสังเกตว่าใครพอจะเป็นมิตรกับตนเองได้บ้าง


จนมีแรงสะกิดที่ไหล่เบาๆ ระหว่างรอเวลาปฐมนิเทศ


“เราชื่อ วันวาน เรียกกันเองว่า วัน ก็ได้ นายชื่อไรอ่ะ” เด็กหนุ่มข้างๆ แนะนำตัวเอง


“เราชื่อวายุ เรียกสั้นๆ ว่าวา ก็ได้” วายุยิ้มนิดๆ เพราะดูจากท่าทางของวันวานแล้วเป็นคนน่ารักอัธยาศัยดี แววตาจริงใจ


“นี่ๆ เราแนะนำตัวบ้างสิ เราชื่อ อบอุ่น เรียกสั้นๆ อุ่น ก็ได้”


“เราแนะนำตัวบ้างซิ เราชื่อแมงปอ ส่วน ไอ้หน้านิ่งๆ ยิ้มยากๆ ชื่อ ออมสิน”


ทั้งหมดยิ้มทักทายกัน จะมีแต่ออมสินซึ่งยกยิ้มนิดๆ สายตาคมกริบมองสำรวจรอบข้างแมงปออย่างนิ่งสงบ


พวกนาย มาจากจังหวัดอะไรกันบ้าง” แมงปอถามขึ้น


“นครปฐม” วันวาน


“ราชบุรี” อบอุ่น


“กาญจนบุรี...มาด้วยกัน”  แมงปอชี้นิ้วไปที่คางของออมสิน ร่างสูงกัดเข้าเบาๆ เพื่อเย้าแหย่เล่น


“อเมริกา”


“ห๊า อเมริกา” ทั้งวันวาน อบอุ่น แมงปอ ร้องขึ้นเสียงดังด้วยความลืมตัว รีบเอามือปิดปากทันที แล้วก้มหน้างุดเล็กน้อย


“มาไกลจัง” วันวานว่า ยิ้มแหยๆ


“เมื่อก่อนเราก็อยู่เมืองกาญจน์นะ พึ่งบินกลับมาอยู่เมืองไทยไม่ถึงสามวันเลย” วายุพูด แล้วมองเพื่อนใหม่


“ไม่บินกลับไปแล้วใช่ไหม” แมงปอถามเพราะอยากรู้


“ไม่แล้ว ค่าตั๋วเครื่องบินมันแพง”


“วา หน้าตาน่ารักมากเลย เราอยากหน้าตาแบบนี้บ้าง” อบอุ่นมองหน้าวายุ แล้วยิ้มเฝื่อนๆ


เด็กหนุ่มอบอุ่น ใบหน้าน่ารักแบบใสซื่อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม


ส่วนใบหน้าของแมงปอ เป็นเด็กหนุ่มน่ารักเช่นเดียวกับอบอุ่น จะต่างตรงที่แมงปอบ้องแบ๊วมากกว่า


ออมสินเจ้าของใบหน้าคมเข้ม ออกแนวดุๆ น่าเกรงขาม


คนสุดท้าย วันวาน เจ้าของใบหน้าหวานโฉบเฉี่ยว มีความมั่นใจในตัวเองสูง


“อาจารย์เดินเข้ามาแล้ว” ทุกคนหันไปข้างหน้า ตั้งใจปฐมนิเทศจนจบ จะมีแต่วายุเท่านั้น ที่นั่งหลับซบไหล่วันวาน เพราะมีอาการเจ็ทแล็ก ยังปรับเวลายังไม่ค่อยได้


“วายุ ตื่นได้แล้ว” วันวานสะกิดแขนร่างบางเบาๆ


“อือ...วาหลับไปงั้นเหรอ” วายุกระพริบตาถี่ๆ ลืมตาขึ้น “แล้ววาหลับไปนานเท่าไหร่เนี่ย...แล้ววันวานเมื่อยไหม...เราขอโทษ” ร่างเล็กสะบัดหน้าไปมา ไล่ความง่วงออกให้หมด


“วาหลับตั้งแต่ สิบนาทีแรกแล้ว ท่าทางยังปรับเวลาไม่ได้ละสิ เห็นเขาบอกกันว่า การนั่งเครื่องบินข้ามเขตแบ่งเวลาหลายๆ เขต จากตะวันตก ไปทางตะวันออก ทำให้ร่างกายของเรา ยังคงคุ้นกับเวลาเดิมอยู่ปรับตัวกับที่ใหม่ไม่ทัน” อบอุ่นพูดขึ้น


“อืม วายังปรับเวลาไม่ได้จริงๆ นั้นแหละ...แล้วคนอื่นที่เข้าปฐมนิเทศไปไหนกันหมดแล้วอ่ะ” วาหันมองไปรอบๆ ไม่มีใครนั่งอยู่เลย ยกเว้น กลุ่มของวันวาน


“ออกไปกินข้าวกันหมดแล้ว พวกเราก็ไปกินกันบ้างซิ...หิวจะตายอยู่แล้ว” แมงปอบ่นอุบ แล้วมองหน้าทุกคนด้วยสายตาออดอ้อน ชวนไปกินข้าวพร้อมกัน


“อ้อนคนอื่นเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย” ออมสินข่มขู่ ยีผมแมงปอแผ่วเบาด้วยความหึงหวงและขุ่นเคืองนิดๆ


“แมงปอกับออมสินเป็นแฟนกันเหรอ” อบอุ่นถาม เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ เพราะคิดว่าน่าจะใช่


“อืม เป็นแฟนกัน รังเกียจพวกเราหรือเปล่า” แมงปอถามเสียงอ่อย


“ไม่เลย อิจฉาพวกนายมากกว่า เดี๋ยวนี้เขาเปิดกว้างเรื่องเพศแล้ว ผู้ชายเป็นเมียผู้ชายด้วยกันมีเยอะไป ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” อบอุ่นพูดด้วยแววตาวาบวับ


“อุ่น พูดอย่างกับชอบผู้ชายด้วยกันนั่นแหละ” แมงปอถามด้วยความสงสัย


“แบบว่า อือ ชอบผู้ชายด้วยกันอ่ะ” คนตอบหน้าแดงก่ำ


“เราก็ชอบผู้ชายอ่ะ พี่น้องเรา 12 คน เป็นเมียผู้ชายด้วยกันหมดเลย” วายุพูดขึ้นหน้าตาเฉย


“จริงซิ สุดยอด 12 เลยเหรอ” วันวานถามให้แน่ใจ เพราะตอนนี้ทุกคนอ้าปากกว้างแสดงอาการตกใจกันทั่วหน้า


“อืมใช่ คนโตชื่อ หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วก็ ซีรีย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ  อย่างไรดี คือแม่เรานะ...ท้องแฝดสี่สองรอบ แล้วตอนนั้นสี่ยอดกุมารกำลังดัง แม่เราเลยตั้งชื่อพี่เราสี่คน ชื่อว่า ดินแดน สายชล พระพาย พระเพลิง  แล้วส่วนพี่น้องฝาแฝดของเรา มี ปฐวี นที วายุ ชาลา นับดูซิ 12 คนพอดี”


“อึ้งจริงๆ” ทุกคนพูดพร้อมกัน


“แหะ...เราไปกินข้าวกันเถอะ หิวแล้ว พอพูดมากแล้ว ยิ่งหิวมากขึ้น”


โรงอาหารคณะศิลปะศาสตร์


นักศึกษาต่างนั่งกินอาหารกันเต็มโรงอาหาร จนไม่มีโต๊ะว่างให้นั่งเลย


“เอาไงดี ไม่มีโต๊ะว่างเลย” วายุบ่นพึมพำ หิวจนลำไส้บิดเต้นไปมา


“น้องๆ ปีหนึ่งใช่ไหมครับ ถ้าน้องรอคงอีกนาน ดีไม่ดี อาหารหมดก่อน ไปกินที่โรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาก็ได้ ที่นั่นโต๊ะเยอะกว่าที่นี่ ที่นี่โรงอาหารมันเล็ก อาหารน้อยกว่าด้วย” รุ่งพี่ปีสองแนะนำ


“ขอบคุณครับ” ทั้งหมดยกมือขึ้นขอบคุณ


“น้องๆ ตอนบ่ายรวมนะ เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกันด้วยละ ห้ามโดดนะครับ”


“ครับ” ทุกคนขานรับ และเดินมุ่งหน้าโรงอาหารตามที่รุ่นพี่แนะนำ


 


คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา


“ไอ้ตรี ทำไมเมื่อเช้ามึงเข้าสายว่ะ กูเห็นรถมึงจอดอยู่ที่ลานจอดรถตั้งแต่เช้า” ทีมถาม เพราะความสงสัย


“กูไปส่งน้องเมียกู ไปเรียนที่คณะศิลปะศาสตร์ สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว” ตรีตอบแล้วกดดูไลน์ หนึ่งส่งไลน์มาให้ วายุโทรหาด่วน


“ทำไมต้องไปส่งด้วยว่ะ เดินไปเองไม่เป็นหรือไง”คิงอยากรู้บ้าง


“น้องเมียกูบินกลับมาเรียนที่ไทย ไม่คุ้นกับสิ่งแวดล้อมกรุงเทพฯ แล้วพี่เมียกูสั่งให้กู เมียกู แล้วไอ้ดินแดน ดูแลน้องด้วย กูเลยต้องช่วยเมียกูทำหน้าที่ดูแลน้องเมียกู ที่นี้พวกมึงเข้าใจหรือยัง ไอ้สัส พวกมึงอยากรู้ไปทำไมว่ะ จะช่วยกูดูแลหรือไง”


“มึง งานหนักเลย...แล้วน้องมึงผู้หญิง ผู้ชายว่ะ” ทีมถาม


“ผู้ชายหน้าหวาน น่ารัก แม่งเกิดมาฆ่าผู้หญิงเลยมึง ตัวเล็กๆ บอบบางอย่างกับสาวน้อย บินมาที่นี่ไม่ได้เรียนอย่างเดียว...มาบริหารโรงแรมที่กำลังจะสร้างเสร็จและตกแต่งเสร็จอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”


“แล้วมึงไม่หวั่นไหวหรือไง ห่า น่ารัก แล้วยังหน้าหวานด้วย” ทีมแกล้งถามเล่นๆ เพราะรู้ว่าตรีรักเมียมันแค่ไหน


“กูชอบหุ่นสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อ หน้าท้องซิกแพคน้อยๆ แบบเมียกู สมส่วนแต่ดูล่ำนิดๆ กระแทกมันดี  แบบน้องเมียกู กระแทกทีกลัวจะหักคามือ เดี๋ยวมึงเห็นมึงจะบอกว่า แม่งตัวบาง เล็กอะไรขนาดไหน”


“กูอยากเห็นว่ะ” คิงบอกแล้วมองหน้ารุจเพื่อนในกลุ่มที่ไม่ค่อยพูดเป็นคนเงียบๆ สุภาพบุรุษ


“มึงมองหน้ากูทำไม ไอ้คิง กูไม่ใช่คนเจ้าชู้เหมือนมึงหรอก” รุจว่าเพื่อนน้ำเสียงแข็ง  เตะข้อพับคิงเบาๆ


“สัส กูเกือบล้ม เชี่ยรุจ ใครจะมั่นคงเหมือนมึง รอน้องวายุ ผู้น่ารัก น่าทะนุถนอมของมึง รอมาสองปี ก็ไม่โผล่ สงสัยแอบมีผัวไปแล้วมั้ง” คิงแกล้งว่าเพื่อน


“เชี่ย พวกมึงนั่นแหละต้องรับผิดชอบ สัส จนป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวเลย” รุจพูดเสียงเคืองๆ ออกเศร้านิดๆ


“เฮ้ย อย่าทำหน้าเศร้าเป็นพระเอกมิวสิคซิวะ เดี๋ยวเด็กมึงก็กลับมา กูหิวข้าวแล้ว นี่พวกมึงๆ กูๆ ต้องไปคุมพวกปีสองรับน้องหรือเปล่า” ทีมถามขึ้น


“ไปดูซิมึง ปีสองรับน้องไม่ดีจะได้เตือนได้” รุจบอก มองหน้าเพื่อนๆ “ตอนเย็น พวกมึงซ้อมบาสด้วย มีแข่งอยู่หลายนัดอยู่ ขืนแพ้เสียชื่อคณะหมด”


“เอ่อ บ่นเก่งซิบหาย” ตรีบ่นพึมพำ


“กูได้ยินนะ ไอ้ตรี กูไม่พูดหรอก ถ้าพวกมึงชอบโดดซ้อมกันเป็นว่าเล่น”


“ครับ คุณกัปตันทีมบาสจอมโหด เพราะมึงทำให้ปีสองกลัวกันไปหมด ไม่กล้าโดดซ้อมเลย”


“แต่ปีสามอย่างพวกมึงโดดซ้อมเป็นว่าเล่น”


“ก็มีบ้าง กูก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างนะมึง ไม่เหมือนไอ้พวกนี้หรอก โดดทำซากไรวะ เมียก็ไม่มีเหมือนกู สัส กูโดนด่าด้วยเลย” ตรีบ่นอุบ โบยความผิดไปให้เพื่อนบ้าง


“ทำไมกูจะไม่มีเมีย เมียกูเรียนอยู่คณะศิลปะศาสตร์บัณฑิตปีหนึ่ง เย็นนี้พวกมึงก็เห็น” แทนบอก แล้วยิ้มนิดๆ อยากอวดเพื่อบ้าง ว่าเขาเห่อเมียมากแค่ไหน


“แล้วมึงไปเจออย่างไงว่ะ” ทีมถาม


“อ้อ เห็นน่ารักดี เอาขนมไปล้อ แล้วจับกดทำเมีย” แทนพูด แล้วยิ้มขำนิดๆ


“มึงประเภทเดียวกับไอ้ตรีนี่หว่า เห็นน่ารัก จับมอมเหล้ากดทำเมียเลย ต่างที่ไอ้ตรีได้เมียแก่กว่า ฮ่ะๆๆๆ” ทีมหัวเราะร่วน จนเจอตรีตีเข่าที่ก้นเข้าให้


“สี่ แก่กว่ากูไม่กี่ปีนะมึง ไอ้สัสทีม แล้วก็เห็นอย่างนั้นกระแทกมันฉิบหาย ได้ใจกูไปเต็มๆ” ตรีอวดบ้าง นอกจากเรื่องบนเตียงแล้ว สี่ดูแลเขาดีแทบทุกอย่าง จนทุกวันนี้เขาหลงโงหัวไม่ขึ้น ไปไหนไม่รอดแล้ว


“เชี่ย แล้ว ทำไมเด็กคณะอื่นมาเยอะแบบนี้ว่ะ” คิงบ่นไม้พอใจนิดๆ


ทุกคนมองหาโต๊ะนั่ง พอได้โต๊ะแล้ว วางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะ แยกย้ายไปหาซื้ออาหารมานั่งกิน


ส่วนกลุ่มของวายุ เดินเข้ามาในโรงอาหาร หาโต๊ะว่าง ติดกับโต๊ะทีมีคนจองไว้แล้ว


“พวกนายไปเถอะ เดี๋ยวเราเฝ้าให้” แมงปอพูดแล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร


“เอางั้นเหรอ” วายุถาม แล้วมองหาอาหารที่อยากกิน


“ออม ปออยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นอ่ะ” ปอชี้ให้คนรักดู


“นั่งดีๆ ห้ามนั่งมองใครเด็ดขาด ถ้าเห็นละก็ มึงเอวเคล็ดแน่” ออมสินข่มขู่ไว้ก่อน


เพราะเมื่อตอนที่มาหาคอนโด ก็มีคนมาจีบแมงปอต่อหน้า ต่อตาเขา ต้องสั่งห้ามแมงปอโปรยเสน่ห์เด็ดขาด เขาไม่อยากมีเรื่องกับใคร


“กูก็มองมึงคนเดียวยู่แล้ว มึงกลัวอะไรอีกล่ะ นอนกอดกับมึงทุกคืน แทบจะอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง มึงคิดว่ากูจะมีคนอื่นอีกเหรอ ทำไมมึงไม่นึกถึงตอนที่พวกเราลำบากวะ มึงก็รู้ เราสองคนลำบากแต่ไหนกว่าจะคบกันอย่างเปิดเผย กว่าพ่อแม่เราทั้งสองคนจะยอมรับ ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ ทำให้รักกันมากจนถึงทุกวันนี้”


“อืม กูขอโทษ เฝ้าดีๆ ใครจีบมึง มึงด่าได้เลย เดี๋ยวกูกระทืบปิดท้ายเอง” ออมสินว่า แล้วยีหัวคนรักเบาๆ ก้มกระซิบที่กกหูเบาๆ “กูรักมึงว่ะ คืนนี้ออนท๊อปให้ด้วย”


“บ้า ทะลึ่ง” แมงปอหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย


“พวกเรากินอะไรกันดี” วายุว่า จับมืออบอุ่นเดินไปดูร้านค้าเรื่อยๆ จนไปเจอร้านราดหน้ายอดผัก หน้าตาน่ากิน


“เอาหมี่กรอบ ทะเลครับ” วายุ


“เอาเส้นใหญ่ทะเลครับ” อบอุ่น


“อุ่น มีร้านหอยทอดด้วย ไปดูกัน” วายุฉุดมือไปดู หน้าตาน่ากิน วายุสั่งอีกจานเป็นหอยทอด และไม่นานก็ได้เพราะมีคนสั่งน้อย


เด็กหนุ่มสองคนยกอาหารไปวางที่โต๊ะ วันวานซื้อน้ำเปล่ามาเผื่อเพื่อนๆ ด้วย


“นี่วายุ กินสองเลยเหรอ กินเก่งจัง” แมงปอถาม มองหอยทอดของวายุ มันน่ากิน


“มันน่ากินใช่ไหมล่ะ ตักกินเลย” ร่างบางยิ้มนิดๆ


“ไม่เกรงใจละนะ” อบอุ่นตักหอยทอดใส่ปาก อร่อยอ่ะ


“เป็นไงบ้าง อร่อยไหม”


“อร่อยมาก ออมสินเขาอยากกินหอยทอดอ่ะ ซื้อให้เมียน่ารักอย่างแมงปอหน่อยนะ”


“พูดเมีย เต็มปาก เต็มคำเชียว” วันวานแซว


“เราสองคนแต่งงานกันแล้ว ก่อนจะเข้าเรียนที่นี่อีก” ออมสินพูดเสียงราบเรียบ ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


“สุดยอดอ่ะ อิจฉา ตาร้อน”


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha