เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 4 : บทที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                                                        บทที่ 4


 


กลุ่มเพื่อนของตรีทยอยกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมอาหารที่ตัวเองชอบ ตรีนั่งกินเงียบๆ ส่วนรุจนั่งข้างๆ ตรี ส่วนแทน ทีม คิง นั่งอีกฝั่งหนึ่ง คิงหันมองโต๊ะข้างๆ แล้วพูดกับเพื่อนๆ เสียงแผ่วเบา


“โต๊ะนั้น แม่งมีแต่น่ารัก ไฟกระพริบทั้งนั้น ดูซิมึง”


“แดกข้าว ไม่ต้องร้องแดกไข่ สัส เห็นหนุ่มน่ารักไม่ได้เลยนะมึง หางชี้ไข่ตั้งเลยมึง” แทนว่าแล้วหันมองสบตากับวันวานพอดี


“มึง กูชอบน้องคนที่ใบหน้าหวานโฉบเฉี่ยว มีความมั่นใจในตัวเอง กูชอบว่ะ” คิงออกอาการเคลิบเคลิ้มลืมตัวไปชั่วขณะ


“ไอ้สัส ที่มึงมองอยู่นั่นเมียกู เชี่ย เดี๋ยวกระทืบแม่งเลย” แทนโวยวาย แล้วทุกสายตาของกลุ่มตรีหันมองกลุ่มของวายุ


วายุหันไปมองโต๊ะข้างๆ สบตากับรุจพอดี


“วายุ” เขาพึมพำเรียกชื่อชายหนุ่มในลำคอ


เคร้ง


วายุตื่นตกใจจนปล่อยช้อนร่วงลงจากมือ


“พี่รุจ” เด็กหนุ่มเรียกชื่อรักแรกเสียงอ้อมแอ้ม ...ทำไมกัน...หนีไปอเมริกาถึงสองปี ทำไมถึงได้มาเจอกันอีก...ง่ายดายแบบนี้ แล้วทำไม...ดวงตาใสของวายุเริ่มมีน้ำตาซึมรอบดวงตา สองปีที่ผ่านมา ทำไม...ถึงลืมคนใจร้าย รักแรกไม่ได้เสียที


ส่วนรุจเองเบิกตากว้างนิดๆ วายุจริงๆ ด้วย คนที่เขารักหมดใจกลับมาแล้ว วายุดูโตขึ้น ดูดีขึ้นจากเมื่อสองปีจนผิดหู ผิดตา แต่รูปหน้ายังหวาน และน่ารักเหมือนเดิม เขาจำหน้าวายุได้ไม่มีวันลืมเลือน รักแรกของเขา


เขาเคยบอกตัวเองไว้ เมื่อเจอวายุกันอีกครั้ง นั้นหมายความว่า เขาจะอธิบายเหตุการณ์วันนั้นให้วาเข้าใจ ถึงความรู้สึกจริงๆ ซ่อนเก็บไว้มนใจ จะไม่ปล่อยวายุหนีเขาไปไหนได้อีก ต้องเดินหน้าเอาวายุมาเป็นคนรักของเขาให้ได้ เพราะเขาหลงรักวายุนานถึงหกปี แม้สองปีที่วายุหนีจากเขาไป ความรักที่มีให้วายุไม่จางหายไปเลยสักนิด กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้


 “ไอ้รุจ นั้นวายุเด็กมึงนี่หว่า” คิงพูดขึ้น แล้วมองหน้ารุจ ส่วนตัวรุจเอง จ้องมองหน้าหวานแบบนิ่งงัน ไม่วางตาแม้แต่น้อย


“วา นายไม่กินราดหน้าเหรอ” อบอุ่นถามขึ้น


“กินสิ กิน” วายุหลบสายตารุจ ตักราดหน้าป้อนใส่ปากต่อ โดยไม่สนใจสายตาของรุจอีก


“วายุ กินเสร็จแล้ว มีเรื่องจะคุยด้วย” ตรีพูดห้วนๆ ตวัดสายตาดุมองรุจไม่วางตาจากน้องเมียเขาเสียที


“มึงรู้จักวายุด้วยเหรอ” ทีมและทุกคนหันหน้ามองตรีเป็นตาเดียว


“เอ่อ แปลกตรงไหนที่กูจะไม่รู้จักวายุวะ วายุเป็นน้องเมียกู สัส พวกมึงคิดเชี่ยอะไรอยู่”


“วา รู้จักกับรุ่นพี่กลุ่มนี้ด้วยเหรอ” อบอุ่นถาม ต่อมอยากรู้ทำงาน


“พี่ตรีเป็น พี่เขยเรานะ” วายุยิ้มๆ ทำไมโชคชะตาเล่นตลกแบบนี้ พี่ตรีเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวของรุจอีก แล้วแบบนี้จะหนีพ้นคนใจดำไปได้ไหม


ความรักต้องการล้อเล่นอะไรกับหัวใจบอบบางหนักหนา ทั้งที่ลืมเลือนรุจเกือบหมดแล้ว แต่เพียงเห็นหน้ารุจอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาดังเดิมเหมือนครั้งนั้นเมื่อสองปีก่อนไม่มีผิด ความเจ็บช้ำกลับมาหาหัวใจของร่างเล็กอีกแล้ว


วายุสารภาพรักกับรุจ แล้วหัวเราะเยาะ ดูถูกความรักของคนตัวเล็ก จนร่างบางเสียใจแทบคลั่ง ตัดสินใจไปอเมริกาเพื่อรักษาหัวใจตัวเองให้เข้มแข็งอีกครั้ง แต่ทุกอย่างเหมือนสูญเปล่า เขาไม่เคยลืมรุจจากใจเลย


เสียงมือถือของตรีดัง ตรีลวงขึ้นมา หน้าจอขึ้นชื่อ หนึ่งจอมโหด ตรีส่งให้วายุกดรับ


“พี่หนึ่งโทรมา”


“ครับ” วายุกดรับแล้วแนบหูทันที


“ดีครับ...พี่หนึ่ง”


(“ดีกับผีอะไรห๊ะ...ทำไมเปลี่ยนเบอร์ไม่บอกพี่”) ปลายสายตะโกนกรอกหู จนขี้หูลุกขึ้นมาเต้นแดนส์ได้


“พี่จะตะโกนทำไมล่ะ หูจะแตก วาลืม เมื่อคืนง่วงนอนมากครับ โห่... พี่หนึ่งเข้าใจหน่อยซิ อย่าทำเป็นเป็นตาแกขี้บ่นนักเลย แล้วรีบเรียกเลขาพี่กลับเร็วทำไม ยังหาเลขาให้วาไม่ได้เลย แล้ววาจะทำงานอย่างไรล่ะ ก็รีบหาให้สิ นะ น่ะ”


(“ให้เขาประกาศรับสมัครให้อยู่ ลองไปสัมภาษณ์ดูซิ ชอบคนไหนก็เลือกเอา เมียพี่ต้องมาทำหน้าที่เมียที่ดีบ้าง”)


“เชอะ คนขี้หวง พี่หนึ่งครับ หาเลขานะครับ ไม่ใช่หาซื้อปลา ถึงจะเลือกหาซื้อตามตลาดได้”


(“บ่นมาก โปรเจคฟิตเนสผ่านแล้วนะ จัดการตกแต่งที่โรงแรมได้แล้ว เข้าใจไหมเนี่ย”)


“ครับ เลขาก็ไม่หาให้ แต่ใช้งานวาเหมือนเดิม โอนเงินมาให้ด้วยเงินงวดแรก 40 ล้าน จะได้เริ่มดำเนินการให้ ครับใช้วาเยอะๆ นะ คอยดูวาจะลาพักร้อนบ้าง อย่ามาว่าวาใจร้ายนะ โอนมาให้ด้วย ภายใน 10 นาที แค่นี้แหละ ชิ ไอ้พี่บ้า” วายุกดวางสายและหันมองตรีด้วยสายตาที่นิ่ง และจริงจัง


“พี่ตรี โปรเจคพี่ผ่านแล้ว พี่ต้องไปหาราคาเครื่องออกกำลังกายทั้งหมดที่จะลงที่โรงแรม ใส่แฟ้มเสนอให้วา ภายในเดือนหน้า ส่วนเรื่องเงิน พี่หนึ่งโอนเงินให้ทั้งหมด 40 ล้าน แต่ผมจะโอนให้พี่กับพี่สี่แค่ 30 ล้าน เพราะพี่ต้องไปต่อราคากับคนขายให้อยู่ในวงเงินนี้ ถ้าเกินกว่านี้ ช่วยบอกวาด้วย วาจะไปเล่นคนขายเอง เข้าใจใช่ไหม”


“พี่เข้าใจครับ แล้วร้านอาหารของพี่สามล่ะ เห็นเงียบๆ ไป”


“วาอนุมัติเองไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้กำลังหาราคาของตกแต่งกันอยู่” วาบ่นแล้วส่งมือถือคืน


“แล้วไอ้ดินมันทำอะไรบ้าง เห็นมันลอยไป ลอยมา”


“รายนั้นใช้สามีทำงานครับ เห็นกำลังหาแบบตกแต่งห้องให้วาเลือกอยู่ วานัดดูความคืบหน้าเดือนหน้าเหมือนกัน”


“งานภายในเก็บรายละเอียดเสร็จแล้วเหรอ”


“พี่สองกับพี่ชล เร่งมือกันอยู่ น่าจะส่งมอบงานให้วาได้อีกสองเดือนข้างหน้า”


“สร้างเร็วเหมือนกันนะ”


“พี่เองอย่าโอ้เอ้ด้วย ขืนช้า วาจะจับพี่สี่แยกมาอยู่กับวา คอยดู” วายุข่มขู่ แล้วยิ้มดุๆ


“อย่ามาขู่พี่เลย เมียพี่ ใครก็ห้ามแตะ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช้น้อย” ตรีขยี้หัววายุเบาๆ


“เร่งทำงานให้วาด้วย...มีตรงไหนไม่เข้าใจถามได้ แล้วส่วนโปรเจคร้านเบเกอร์รี่ไปถึงไหนแล้ว โรงแรมจะเปิดเร็วๆ นี้แล้ว ขยันทำงานกันหน่อย” วาบ่นเสียงใส แต่ติดเครียดนิดๆ...ถ้างานมีปัญหาหรือเสร็จไม่ทันกำหนด คนแรกที่โดนหนึ่งหักคอก็คือวายุคนเดียว


“คงเสนอให้วาดูรายละเอียดอาทิตย์หน้าได้” ตรีบอกแล้วก้มกินข้าวต่อ


“ก็ดีแล้ว วาจะได้ไม่ต้องกดดันพี่ตรีมากเกินไป” วายุหันกลับมากินราดหน้าต่อ


วันวานสะกิดไหล่วายุเบาๆ


“วา...เรียนไปด้วยทำงาน ไปด้วยเหรอ”


“อืม รู้จักโรงแรม Great love ในอเมริกา...หรูระดับโลกเชียวนา พอรู้จักไหม” วาถามยิ้มนิดๆ


“รู้จักซิ” แมงปอตอบแล้วดวงตาวาววับทันตา “อยากมีโรงแรมมีชื่อเสียงระดับโลกบ้างจัง”


“โรงแรมผัวก็ดังครับเมีย ไม่ต้องไปอิจฉาเขา” ออมสินว่าไม่จริงจังนัก


“เราย้ายกลับมาที่นี่ เพื่อเป็น...รองประธานกรรมการบริหารโรงแรม Great love ที่กำลังจะเปิดสาขาในไทย อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” วายุบอกเสียงปกติ


เคร้ง


ช้อนทุกคันของเพื่อนวายุตกจากมือทันทีเมื่อวายุพูดจบ


“สุดยอด อุ่นไม่คิดว่าจะเรียนกับคนเก่งแบบผู้บริหารโรงแรมระดับโลกแบบนี้”


“ไม่หรอก วานะ คนธรรมดา อีกอย่างเรามีเจ้าชายทั้งหมด 22 คน คอยช่วยเหลือ การบริหารมันเลยง่ายขึ้นไม่มีปัญหายุ่งยากอะไร”


“เหมือนธุรกิจครอบครัว” ออมสินว่า จ้องหน้าวายุนิ่งๆ “ทั้งที่เป็นโรงแรมใหญ่ระดับโลกแบบนั้น แบ่งงานกันบริหารงานใช่ไหม”


“อืม...ใช่สนุกดีออก เห็นวาบอบบางแบบนี้ วาทำมาทุกตำแหน่งแล้ว” วายิ้มน้อยๆ และเล่าต่อ โดยไม่สนใจสายตาของรุจที่มองกดดันเด็กหนุ่มอยู่


“พี่เราส่งเราไปล้างส้วมในโรงแรม แต่ให้บอดี้การ์ดคุมถึงสองคน คุมกันแขกมาลวนลามเรานะ แล้วก็เคยส่งไปเป็นเปลี่ยนผ้าปูเตียงเลย มีแขกลวนลามเราด้วย ดีที่บอดี้การ์ดเห็นก่อน แขกคนนั้นถูกกระทืบเกือบตาย เคยยกกระเป๋าให้แขกด้วย แขกทะเลาะกัน แย่งให้เรายกกระเป๋าให้”


“ท่าทางน่าสนุกอ่ะ” อบอุ่นพูดตาเป็นประกาย


“กว่าจะผ่านจุดนั้นมา ยากเหมือนกันแหละ ถึงเราอยู่อเมริกาก็จริง แต่พี่เราเลี้ยงเราแบบคนไทยสุดๆ ไม่ทำงาน ไม่ให้ใช้เงิน โหดไหมล่ะ”


“โหดอ่ะ”


“นี่วา เราจะกินหอยทอดนายหมดแล้วนะ” แมงปอสะกิด ยิ้มตาหยี


“ไม่เป็นไร เราไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แหะๆ” วายุฝืนยิ้มออกมา


“อิ่มแล้วใช่ไหม พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” ตรีพูดโพลงขึ้นมาเสียงเข้ม


“พี่จะคุยที่ไหน วาขอเป็นส่วนตัว” วายุบอก เสียงออกแข็งนิดๆ


“ไป...คุยบนรถ”


 


ตรีและวายุนั่งอยู่ในรถ บรรยากาศเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมหายใจของวายุสูดเข้าแลผ่อนออกช้าๆ ที่ดังอยู่ภายในรถ


“รู้ใช่ไหมว่าพี่ต้องเป็นคนดูแลวาในทุกๆ เรื่อง พี่ถือว่าวาเป็นน้องชายคนหนึ่งของพี่ ดังนั้นเมื่อพี่เป็นพี่ชาย พี่ควรจะรู้เรื่องของน้องตัวเองใช่ไหม”


วายุพยักหน้า แอบถอนหายใจแผ่วเบา


“คนที่วาต้องการลืม คือ ไอ้รุจใช่ไหม”


“ทำไมพี่ถึงคิดว่าใช่เขา” วายุมองหน้าตรีก่อนจะหลุบตาต่ำลง น้ำตารื้นขอบตา


“เพราะว่า พอพี่เอ่ยถึงชื่อรุจ วาออกอาการจะร้องไห้ แล้วไหนยังท่าทางของวาที่เปลี่ยนไป ดูไม่สดใส...ไม่เหมือนกับตอนที่บินกลับใหม่ ตอนนั้นว่าร่าเริงกว่านี้”


“มีอะไรบอกพี่ได้นะ ถือว่าพี่เป็นพี่ชายคนหนึ่ง...สี่โทรบอกว่า เมื่อเช้า วาละเมอชื่อรุจออกมา ตัดพ้อว่า ทำไมพี่รุจไม่รักวา พี่เลยปะติดปะต่อเรื่องได้นิดหน่อย” สันนิษฐานจากคำพูดเพื่อนๆ ที่พูดกับรุจ


ไอ้รุจ นั้นวายุเด็กมึงนี่หว่า”


“เฮ้อ วาต้องเล่าให้พี่ฟังจริงๆ งั้นเหรอ”


“พี่อยากรู้ว่าวากับรุจมีเรื่องอะไรกัน”


วาพ่นลมหายใจทิ้งอีกครั้ง ก่อนเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด ตวงตาใสของวามีน้ำตาร่วงลงมาไหลอาบแก้มเนียน แล้วหันหนีไปมองกระจกด้านข้าง รีบเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ


“คิดว่ารุจมันหัวเราะงั้นเหรอ”


“อืม” วายุตอบสั้นๆ โดยไม่หันมองหน้าตรี


“พี่ว่าเราเตรียมตัวให้ดีเถอะ ไอ้รุจมันบุกถึงตัวเราแน่”  ตรีหัวเราะขำในลำคอเบาๆ


“หมาย หมายความว่าอย่างไรครับ ผมไม่เข้าใจที่พี่ตรีพูด”


“คิดเอาเอง วาโตแล้วนี่ หึ หึ” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ


“จะฟ้องพี่สี่ว่า พี่ตรีแกล้งวา” น้ำเสียงวายุติดงอนๆ สะบัดหน้าหนีไปดื้อๆ


หมายความว่าอะไร พี่รุจจะบุกเข้าถึงตัววาทำไม ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่คนใจร้ายคนนั้นจะเข้าหาตนเอง


“ลงไปได้แล้ว เลิกเรียนมารอพี่ด้วยที่โรงยิม” ตรีผลักหัววายุแผ่วเบา


วายุปัดมือตรีออกเบาๆ แล้วฟาดกลับไปบ้าง ไม่แรงนัก ขืนแรง มีหวังโดนพี่ตรีหักคอตายคาแน่


“สู้คนนะเรา แล้วจะสู้ไอ้รุจไหวไหมเนี่ย” ตรีพูดน้ำเสียงติดขำเล็กๆ


“เลิกพูดชื่อนี้ได้แล้ว ขืนพูดอีก มี โกรธแน่” วาเปิดประตู ก้าวลงจากรถปิดประตูด้วยความขุ่นเคืองตรี ก้าวเดินไปที่กลุ่มเพื่อน ซึ่งนั่งรออยู่ในโรงอาหาร


รุจมองวายุเดินเข้ามาในโรงอาหารแบบไม่ละสายตาจากร่างเล็ก...ดูดีขึ้น หน้าหวานและน่ารักขึ้นมาก วายุเดินผ่านเขาไปโดยไม่ใยดีเขาเลยสักนิด จะใจดำลืมเขาได้ลงเชียวเหรอ คนน่ารักน่ากอด...ของเขา


“วา มาแล้ว กลับกันเถอะ...ป่านนี้รุ่นพี่เรียกรับน้องแล้วมั้ง” แมงปอบอกก้มดูเวลาที่ข้อมือ


“บ่ายโมงแล้วด้วย”


“ไปซิ...อุ่นไปกันได้แล้วเล่นมือถือยู่นั่นแหละ แล้ววันวาน” วายุมองหน้าชายหนุ่มอีกคน คุ้นๆว่า อยู่กลุ่มเดียวกับพี่ตรี นั่งโอบเอววันวานอยู่


“พี่แทน แฟนเราเอง”


“กลับกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันกิจกรรม”


“ไปกันเถอะพวกเรา”


กลุ่มของวายุเดินกลับออกไป ทั้งหมดกอดไหล่เดินออกไป แล้วหัวเราะคิกคักบางเป็นบางช่วง


“อ้าว น้องเมียกูกลับไปแล้ว รู้ตัวหรือเปล่าว่ะ ทำมือถือตกในรถกู ห่า ซุ่มซ่ามฉิบหาย สวนทางกับหน้าตาฉลาดจริงๆ เลย” ตรีบ่นไม่จริงจังนัก


“น้องเมียมึงน่าฟัดว่ะ” คิงพูดแซว แต่ความจริงตั้งใจพูดกระทบอีกคนหนึ่งเล่นๆ


“ฟัดตีนกูไหม เชี่ย กูยังไม่อยากให้เมียกูเป็นหม้ายตอนนี้ สัส หาเรื่องตายให้กูแท้ นั้นของรัก ของหวง ของพี่น้องสี่เลยนะมึง”


“แล้วก็เป็นความรับผิดชอบของมึงที่ต้องดูแลด้วยซิ” ทีมบอก แล้วตีไหล่เพื่อนเบาๆ


“สนใจให้ไอ้รุจดูแลไหม ถ้ามึงไม่ยอม มันก็ไม่สนหรอก นั่นของรัก ของหวง รักแรกไอ้รุจมันเลยนะมึง กูจะบอกไว้ให้”


“พูดมาก สัส” รุจตบหัวเพื่อนเบาๆ “เพราะมึงสองตัวทำให้วาหนีไป ช่วยรับผิดชอบด้วย ไอ้เพื่อนเลว เสือกโผล่มาตอนวาสารภาพรักกับกู แล้วยังแซ่ววา หัวเราะซ้ำอีก จนร้องไห้เข้าใจผิด”


คิงกับทีม ยักไหล่ขึ้นเบาๆ “ตอนนี้มึงก็จัดการรวบหัวรวบหางซิว่ะ ไม่เห็นจะยาก ไอ้ตรีมันเปิดทางอยู่แล้ว จริงไหมว่ะ ไอ้ตรี” คิงแนะนำและถาม จากนั้นหัวเราะร่วนขบขัน แต่พอหันไปเจอหน้าตรี เขาหุบยิ้มทันที


“รวบตีนกูไหม ไอ้คิง ไอ้ทีม แล้วไอ้เรื่องเปิดทางเนี่ยมึงหุบปากไปเลย” ตรีขึ้นเสียงด่า คิงกับทีมด้วยความโกรธ ก่อนจะหันมองหน้ารุจด้วยท่าทีจริงจัง “มึงรักน้องเมียกูใช่ไหม แล้วตอนนี้มึงก็ยังรักอยู่หรือเปล่า”


“กูรักวายุมาตลอดหกปี ความรักของกูไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วมึงอยากรู้ความรู้สึกกูไปทำไม”


“ไอ้รุจ มันยึดติดของ ปลื้มรักแรกมันมาตลอด ขนาดมีสาวๆ มาให้สอยถึงขอบเตียงยังไล่กลับซะอย่างนั้น น่าจะสอยซักดอกสองดอก หรือแม้แต่หนุ่มน้อยน่ารักแก้ผ้านอนแผ่บนเตียงมันยังเดินหนีเอาดื้อๆ เป็นกูหน่อยไม่ได้ แม่งจะกระแทกให้ข้างหลังพังไปเลยมึง” ทีมพูดจริงจังแกมหยอกเย้า


“ไอ้ซาดิสม์” คิงด่าเสียงลั่น ตบไหล่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้


“ไอ้รุจ ถ้ากูขอร้องให้มึงช่วยดูแลวายุด้วย มึงช่วยกูได้หรือเปล่า” ตรีช่างใจในตัวของรุจ ก่อนจะพูดต่อ “ท่าทางจะดื้อไม่น้อย เห็นอย่างนั้นแม่งโคตรเอาแต่ใจ กินก็เก่ง ขู่ฟ่ออย่างกับลูกแมว กูคนเดียวดูแลไม่ไหวหรอก” ชายหนุ่มบ่นออกมาด้วยท่าทีจริงจัง


“ให้กูช่วยดูแลไหมว่ะ” ทีมพูดขึ้น แล้วเห็นขาของรุจกับขาของตรีกระตุกนิดๆ ทีมก่อนกระโดดหลบตีนของทั้งคู่ที่พร้อมใจกันยกเท้าถีบทีม ซึ่งเขาหนีไม่พ้น โดยเข้าอย่างจัง จนเกือบล้มหน้าคะมำ


“เชี่ย พวกมึงพร้อมใจ อะไรกันหนักหนาฮะ สัส เจ็บนะมึง”


“เสือกปากดีกับกูทำไม วายุเป็นคนของกู...กูมีปัญญาดูแล ถ้ามึงยังไม่เลิกล้อกู มึงจะโดนอีกไม่ใช่น้อย ไอ้สัสทีม” รุจพูดเสียงแข็งแสดงอาการขุ่นเคืองใจออกมา


“นานที จะเห็นรุจมันโมโหเว้ย” ตรีพูดแล้วตามติดด้วยเสียงหัวเราะขำในลำคอ


“ของรัก ของห่วงมันกลับมา อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เป็นของธรรมดา” ทีมยั่วแหย่ แซวไม่เลิก


 


คณะศิลปะศาสตร์


“ปีหนึ่ง เข้าแถวตอนหมู่ครับน้องๆ ...เร็วๆ อย่าช้า” เสียงบอย รุ่นพี่คนหนึ่งเป็นตัวว๊าก มีรุ่นพี่อีกสองคน ปิง และ เปา เป็นคนว๊ากเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่ปีสามและปีสี่นั่งคอยดูแลความเรียบร้อย สังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลมากนัก พวกของวายุยืนอยู่ใกล้ๆ กัน มีทั้งผู้หญิงชายสลับไปมา


“เอาล่ะ ทั้งหมดนั่งลง” บอยสั่งและเรียกปิงมารับช่วงต่อ


“น้องๆ ครับ มาจากที่ไหนกันบ้าง แนะนำตัวกันหน่อยนะครับ น้องๆ ชื่อเสียงอะไร ชื่อเล่นเพราะพริ้งแค่ไหน มาจากจังหวัดอะไรกันบ้าง แนะนำตัวเริ่มจากคนแรกเลยครับ”


ปีหนึ่งต่างแนะนำตัวกันเรื่อยๆ จนถึงกลุ่มของวายุ และจนกระทั่งถึงคิว วายุแนะนำตัว


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ”


“น้องครับมาจากอเมกาเหรอ” เปาถาม ขณะที่วายุกำลังนั่ง


“ครับ”


“มานี่ พวกพี่ปีสาม กับปีสี่ บอกว่าไม่ได้ยิน” เปาควักมือให้วาเดินออกมา


วายุเดินออกไปยืนด้านหน้า


“ชื่ออะไรครับ แนะนำอีกทีซิ” เปาบอก มองหน้าวายุยิ้มๆ รู้สึกถูกใจร่างเล็กเข้าอย่างจัง


“ไอ้เปา อย่าจีบน้อง สัส เห็นน้องน่ารักหน่อยไม่ได้เลยมึง” ปิงว่าเสียงแข็ง อย่างรู้ทัน


“จีบ เชี่ยไร กูให้น้องมาแนะนำตัวโว้ย” เปาถือโอกาสมือไวโอบไหล่วายุแน่นๆ มองวายุแล้วอมยิ้มน้อยๆ


“แนะนำตัวซิน้อง เอาดังๆ พี่ไม่ได้ยิน”


“ไอ้สัสเปา หลอกแต๊ะอั๋งน้อง เนียนนะมึง” ปิงว่าอีกรอบ จนเปายกมือขึ้น ผละออกหน้าตาเฉย ทำท่าไม่รู้เรื่อง


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ” เด็กหนุ่มตะโกนออกไป


“อีกที พี่ไม่ได้ยิน” ปิงพูด และแคะหูเหมือนไม่ได้ยิน


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ” คราวนี้เด็กหนุ่มตะโกนดังกว่าเดิม


“อีกที มันแว่วๆ”


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ” ร่างเล็กตะโกนจนสุดเสียง


...พาลคิดในใจ ทำไมชอบแกล้งกันนัก หูแตกกันหรือไง หรืออยากไอ้ไม้แคะหู จะได้บริจาคให้สักลังหนึ่ง


“ไปแนะนำให้ พี่ปีสาม พี่ปีสี่ พี่เขาอยากรู้จัก” เปาพูดแล้วฉุดมือวายุเดินไปหารุ่นพี่


ครั้นยืนอยู่ตรงหน้าปี3 และปี4 วายุมีอาการเกร็งเล็กน้อย


“ไอ้เปา ไอ้เวร ปล่อยมือน้องเขาได้แล้ว มึงนี่ เนียนแต๊ะอั๋งน้อง เดี๋ยวมึงจะโดน” เอื้อ พี่ปี3 พูดเสียงดุ เปายอมปล่อยมือทันที


“แนะนำตัวซิ ไม่ต้องอาย พี่ๆ เขาน่ารักทุกคน” เปาบอก พร้อมส่งยิ้มหวานให้


วายุกวาดสายตามองรุ่นพี่ปีสามก่อนจะยิ้มเฝื่อนๆ แนะนำตัวเองอีกครั้ง


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ”


“ตั้งใจมาเลยซินะ” เอื้อพูดเสียงอ่อนๆ ยกยิ้มน้อย


“พี่อยากเห็นเด็กนอกเต้น เพลงไก่ย่างอ่ะ เต้นให้ดูหน่อยซิ” ปอม ปีสามอีกคนเป็นคนพูด ส่วนปีสี่ต่างยิ้มๆ อยากเห็นเด็กหน้าตาหวานๆ น่ารักเต้นจะน่ารักแค่ไหนกัน


“วาเต้นไม่เป็น เต้นเป็นตัวอย่างให้ดูก่อนได้ไหม...แล้วก็เต้นคนเดียว วาอาย...ขอเพื่อนเต้นเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า” วายุยืนบิดตัวไปมา ยิ้มขัดเขินด้วยความขวยเขิน ถึงจะเคยเต้นบ้างตอนมอต้นก็เถอะ แต่ผ่านมาหลายปี จำท่าเต้นไม่ค่อยได้


“จัดให้น้องมันหน่อยซิ ไอ้เปา” ปอมสั่ง


เปาเดินไปตามน้องปีหนึ่งสมัครใจมาช่วยวายุเต้น ได้อบอุ่น วันวาน แมงปอ ออมสิน แล้วเด็กปีหนึ่งอีก 4 คน รวมวายุ เป็น 10 คนพอดี


“เอาละน้อง พี่จะเต้น ไก่ย่างให้ดูเป็นตัวอย่าง ดูดีๆ ล่ะ ช่วยร้องกันด้วย รุ่นพี่ด้วยนะครับ เดี๋ยวเต้นไม่ออก ถ้าเสียงเพลงไม่ดัง” เปาบอก แล้วตั้งท่าเต้น


                (ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา...มันจะถูกไม้เสียบ มันจะถูกไม้เสียบเสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา เอ๊า!! ร้อนจริง ๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ)


                เปาเต้นตามจังหวะเสียงเพลง วายุและเพื่อนยิ้มขำในบางท่า


                “เอาละ พี่เต้นให้ดูแล้ว น้องๆ ลองเต้นดูบ้างซิ”


                วายุเต้นตามเพื่อนๆ ปีสามหัวเราะคิกคัก บางคนถึงขั้นท้องแข็ง เพราะวายุเต้นได้ใจเขามาก เอวพลิ้ว โยกหน้า โยกหลัง เต็มเหนี่ยว แล้วหน้าตาหวานๆ ยิ้มไปด้วย เต้นไปด้วยดูน่ารักมากๆ น่าฟัดสุดๆ


                “เอา เพลงมะหมี่ ด้วย” ปีสามขอมา


                พวกวายุและเพื่อนๆ เต้นตามเพลงที่พี่ปีสามขอทุกเพลง โดยมีเปา และ บอย เต้นนำให้ดูตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพลง โตงเตง โอ้...ทะเล เมียงู ว่าว และเพลงอื่นๆ จนกระทั้งเหนื่อยถึงให้นั่งพัก พี่ปีสี่ซื้อน้ำมาเลี้ยงน้องๆ


“ถ้าร้อน เอาเน็คไทออกก่อนได้ครับ ปลดกระดุมก็ได้” เปาบอก เพราะหวังจะได้เห็นของดีวับ ๆ แวม ๆ บ้าง


วายุทั้งเหนื่อยและร้อน ปลดกระดุมลงไป3 เม็ด พี่ปีสามส่งพัดให้ วายุรับและพัดไปมา หายใจหอบเหนื่อย พอสักพักหายอิดโรย วายุยกน้ำดื่มจนหมดขวด สะบัดหน้าไปมาไล่อาการอ่อนแรงออกให้หมด


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha