เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 5 : บทที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                                                        บทที่ 5


 


                “บ่าย 3 แล้ว ไปเยี่ยมคณะวิทย์กีฬากัน เอาของน่ารักไปอวดพวกคณะนั้นหน่อย ที่นั่นมีแต่พวกบึกบึนทั้งนั้น คงไม่เคยเห็นของน่ารักสักเท่าไหร่” ปอมบอกแล้วลุกขึ้นชวนเพื่อนปีสาม และพี่ปีสี่ ชักแถวชวนกันไปเยี่ยมเยียนพวกวิทย์กีฬา


ปีสามบางคนคอยพัดให้วายุ และน้องๆ คนอื่น ขณะเดินไปที่คณะวิทย์กีฬา บางคนซื้อน้ำเตรียมไว้ และหิ้วถือไว้ คอยบริการน้องๆ เวลาเหนื่อย นอกจากนั้นมีขนมอีกหลายห่อจัดแจ้งไว้เวลาน้องหิว


เมื่อถึงใต้ตึกคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา พวกปีสามเดินไปทักทายเพื่อนปีสามด้วยกัน สายตาปีสามของทั้งสองคณะมองวายุและเพื่อนๆ ต่างอมยิ้มน้อยๆ บางคนเบิกตากว้าง มองตาวาววับ จ้องตาไม่กระพริบกันทีเดียว


“ไงมึง มีอะไรมาอวดพวกกู” ตรีตบไหล่เอื้อเบาๆ และมองที่วายุ มีรุ่นพี่ปีสามคอยพัดเอาใจไปมา


“กูเอาน้องปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก มาเต้นให้พวกวิทย์กีฬาดู เดี๋ยวกูให้น้องเข้าแถวด้านหน้าก่อน” เอื้อบอก ก่อนจะหันมาสั่ง


“น้องๆ ปีหนึ่งการโรงแรมครับ ยืนเรียงหน้ากระดานครับ”


วายุและเพื่อนๆ ยืนเรียงหน้าหน้ากระดานเรียงหนึ่ง โดยมีสายตาปีหนึ่งถึงปีสี่ของวิทย์กีฬาจ้องมองด้วยความสนใจ วายุเองหันมองรอบๆ สบตากับรุจพอดี คนตัวเล็กหลบสายตาขุ่น ๆ อย่างรวดเร็ว


“ปีหนึ่งการโรงแรม แนะนำตัวกันหน่อยครับ เริ่มจากน้องคนนั้นก่อนเลยครับ เอาเสียงดังๆ ฟังชัดๆ นะครับ” ปอมบอกน้องๆ ปีหนึ่ง ก่อนจะเดินมายืนใกล้กับที่นั่งของรุจและตรี


ทุกคนแนะนำตัวจนถึงคิวของวายุ วายุมีอาการขัดเขินนิดๆ เวลาอยู่ต่อหน้าคนมากๆ


“วายุภักษ์ อัครบวร ชื่อเล่น วา มาจากไฮสคูล อเมริกาครับ”


“โห่ ฮิ้ว....น้องวายุน่ารักจัง มีแฟนหรือยังครับ”


“น้องวายุขอเบอร์หน่อย”


“ให้พี่ไปส่งที่ห้องไหมน้อง”


เสียงโห่แซวดังกระหน่ำไปทั่ว สร้างความเขินอายให้กับร่างเล็กเป็นอย่างมากจนหน้าขึ้นสีแดงเรื่อ วายุก้มหน้างุด ขัดเขินนิดๆ เกิดมาเพิ่งเคยโดนโห่ครั้งแรกในชีวิต มันน่าอายแบบนี้นี่เอง


  “ช่วยร้องเพลงให้น้องปีหนึ่งการโรงแรมเต้นหน่อยครับ เริ่มจากเมียงู เอาดังๆ นะครับ เดี๋ยวน้องไม่เต้น หากเสียงไม่ดังพอ” ปอมพูดขึ้น วายุอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้นัก อายสายตาที่จับจองมองมา โดยเฉพาะสายตาของรุจนั้นขุ่นเคืองใจและดุดันขึ้นเรื่อยๆ จะไม่เต้นก็ไม่ได้ด้วย


...มันก็แค่กิจกรรมรับน้อง เต้นไปเดี๋ยวก็จบ วายุคิดในใจ ก่อนจะเต้นตามเสียงเพลงไปพร้อมเพื่อนๆ


บาทเดียวดูเพลินอะไรไม่เกินเมียงู


บาทเดียวดูเพลินอะไรไม่เกินเมียงู


ลูบได้คลำได้ ลูบได้คลำได้ แต่อย่าเอาไม้แหย่รู


แหย่รู แหย่รู แหย่รู


เด็กหนุ่มเต้นตามจังหวะเสียงเพลง ยิ้มขวยเขิน แต่เอววายุนั้นพลิ้ว โยกหน้า โยกหลัง เต็มเหนี่ยว ร่างเล็กอ้อนแอ้น ขยับสะโพกส่ายเอวไปมา และปล่อยตัวสนุกไปกับบรรยากาศเสียงเพลง ใบหน้าตาหวานยิ้มไปด้วยขณะเต้น ดูน่ารัก น่าฟัดมากๆ มือนุ่มลูบไล้ไปตามตัว ผู้ชายบางคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างฝืดเคือง เพราะวายุคนไม่รู้ตัวเอง ว่าเต้นได้เซ็กซี่ และยั่วยวนมากแค่ไหน


“เด็กมึงเอวดีว่ะ ไอ้รุจ” ทีมกระซิบข้างหู รุจตวัดสายตาดุใส่เพื่อนทันที กระทืบเท้าทีม จนเพื่อนรักชี้หน้าด่าเสียงไม่ดังมากนัก


“ไอ้เชี่ย กูล้อเล่นหน่อยเดียว กะจะกระทืบให้ขาหักเลยหรือไง สัส”


“ปากดี นะมึง” กัดฟันด่าเสียงกร้าวด้วยความขัดเคือง เพราะตอนนี้อารมณ์โกรธเดือดพล่านเต็มที่แล้ว เขาจะจัดการวายุอย่างไรดี เหมือนกำลังยั่วเขาทางอ้อม และมันก็ได้ผลเสียด้วย


“มึงก็อย่าไปแหย่มันนักสิ ฤาษีตบะแตกขึ้นมา มึงจะโดนรุจซัดไม่ใช่น้อย ไอ้ทีม” ตรีปรามทีมเอาไว้ เพราะเขาดูออกว่ารุจนั้นโกรธกรุ่นเต็มที่แล้ว


(ว่าวที่เราชอบเล่น เช้าเย็นเราก็เล่นว่าว


ว่าวน้อยที่ลอยสู่ดาว ว่าวน้อยที่ลอยสู่ดาว


สองมือยังสาวเมื่อว่าวติดลม


โบกสบัดสวิดสวัดเวียนวน


โบกสบัดสวิดสวัดเวียนวน


มองดูสับสนอยู่บนเมฆา)


เสียงโห่ร้องดังกระหน่ำ เวลาเต้นเสื้อของวายุเปิดออก ทำให้เห็นตุ่มไตสีชมพูชัดเจน รุจแทบคลั่ง พยายามสะกดอารมณ์เกรี้ยวโกรธเอาไว้ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าในเนื้อ รู้สึกเจ็บชาไปหมด


(ตุ่มใส่น้ำ ใส่น้ำให้เต็มตุ่ม ตุ่มใส่น้ำ ใส่น้ำให้เต็มตุ่ม


แล้วเราจะชื่นใจ แล้วเราจะชื่นใจ


ตุ่ม ตลุ่มตุ่มโป๊ะ โป๊ะตะโละต๊บตุ่ม


วี๊ดตุ่ม ว้ายตุ่ม


เด้งซ้าย เด้งขวา เด้งหน้า เด้งหลัง เด้งพร้อมกัน


เอ้า เด้งๆๆๆๆ เด้งๆๆๆๆ)


ยิ่งจังหวะเด้งๆ ร่างเล็กกระเด้งดีดเอวไปข้างหน้า ทำเอาผู้ชายอ้าแกค้างกันเป็นแถว เพราะช่างยั่วยวนใจต่อความรู้สึกผู้ชาย ปลุกเร้าใจให้หลงใหลร่างเล็ก จนรุจพยายามข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้ระเบิดตอนนี้ ทำไมถึงไม่ระวังตัวเองบ้าง ไม่รู้หรือไงตัวเองมีเสน่ห์ และมีความน่ารักมาก ดึงดูดใจใครต่อใครแค่ไหนกัน


...โว้ยจะทนไม่ไหวแล้ว อดทนไว้ ใจเย็นๆ ไว้ คุมสติไว้ คุมไว้ กดมันไว้ให้มิด


ตรีหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นอาการของเพื่อนรัก ต้องหักห้ามใจตัวเองแค่ไหน อดสงสารไม่ได้จริงๆ


“เอาล่ะ จบโชว์ของการโรงแรมแล้วนะครับ” ปอมพูดขึ้น ขณะยืนอยู่ข้างๆ เด็กปีหนึ่งที่เต้นโชว์มีอาการเหนื่อยหอบ อ่อนแรงไปหมด


วายุและเพื่อนๆ ก้มขอบคุณ ก่อนจะเดินไปรวมกับพวกปีสามกับปีสี่ด้านหลัง เพื่อกลับไปที่คณะของตน


“น้องวา เอ้า น้ำครับ เหนื่อยหน่อยนะน้องวา” เปาส่งน้ำให้แล้วกอดไหล่วายุแน่น วายุไม่รู้ตัวว่าเปากอดไหล่ตัวเองอยู่ หันหน้าไปหาเปาแล้วยกยิ้มหวานให้ และแล้วสายตาดันสบตากับรุจเข้าอย่างจัง แววตารุจนั้นฉายชัดถึงความโกรธเกรี้ยวมากแค่ไหน วายุรีบหันหนีทันที


“นี่ขนมครับ น้องวา เฮ้ยไอ้เปา มึงเลิกเนียนแต๊ะอั๋งน้องได้แล้ว เชี่ยนี่ เผลอไม่ได้เชียว” ปอมว่าและถีบเข่าเปา จนเปายอมผละหนีฝ่าเท้ารุ่นพี่ วายุรับขนมมากินและส่งให้อบอุ่น


“ขนมอร่อยอ่ะ” แมงปอหยิบกินกับอบอุ่น


“หายเหนื่อยแล้วหรือยังครับ พวกพี่จะพากลับไปคุยเรื่องกิจกรรมต่อ” เอื้อบอก แล้วมองปีสามของการกีฬาเดินมาเลียบเคียงบริเวณที่พวกเขายืนกันอยู่


“ไอ้ปัน มึงมีไรว่ะ” ปอมทักขึ้น เพราะรู้จัก คุ้นเคยกันประมาณหนึ่ง


“จะกลับกันแล้วเหรอ”


“เอ่อ กูพาน้องมาเยี่ยมเยียนเสร็จ กูจะพากันกลับแล้ว มึงมีอะไรว่ะ”


“อ้อ น้องวาครับ พี่ขอเบอร์หน่อยซิ”


“เบอร์ผมเหรอ” วาชี้มาทางตัวเอง


“ครับ เบอร์น้องนั้นแหละ พี่ขอหน่อย”


วายุมองหน้าปันแล้วอมยิ้มน้อยๆด้วยความขัดเขิน ล้วงเข้าในกระเป๋ากางเกง มือถือไปไหน ร่างเล็กเอี้ยวตัวมองตรีซึ่งนั่งใกล้กับรุจ


“วาขอไปเอามือถือก่อนได้ไหม ที่พี่ชาย” ว่าแล้ววายุก้าวเดินไปหาตรี กระดุมเสื้อยังไม่ได้ติดเพราะยังร้อนและเหนื่อยอยู่


ทุกสายตาจับจองมาที่วา ว่าเดินไปหาใครในรุ่นพี่ปีสามการกีฬา


“พี่ตรี มือถือวาหล่นในรถพี่หรือเปล่า” วายุถามโดยไม่ได้สนใจมองรุจสักนิด เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนนอกสายตารุจอยู่แล้ว


“พี่เก็บไว้แล้ว มีอะไรหรือเปล่า เอ่อติดกระดุมเสื้อด้วย ไม่อย่างนั้นพี่จะถ่ายให้สี่ดู รับรองหูชาแน่” ตรีสั่งน้ำเสียงเข้ม วายุแสดงสีหน้างอง้ำ


“มันร้อน แล้วก็เหนื่อยด้วยอะ พี่ตรี” น้ำเสียงวายุดูออดอ้อนตรีไม่รู้ตัว เพราะว่าพูดแบบนี้เป็นประจำเวลาอยู่กับพวกพี่น้อง


“ไม่ต้องมาพูดออดอ้อนเสียงหวาน รีบติดซะ ดื้อนัก เดี๋ยวให้ไอ้รุจติดกระดุมให้ซะหรอก” ตรีข่มขู่ วายุรีบติดกระดุมทันที รุจหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ 


วายุกัดริมฝีปากล่างนิดๆ ด้วยความไม่พอใจ ตวัดสายตาค้อนรุจด้วยความขุ่นเคือง แต่พอนึกเรื่องก่อนหน้านี้ได้จึงบอกให้ตรีช่วยเหลือตัวเขา ไม่ชอบให้ใครมาตามตื้อตัวเอง


“พี่ปันขอเบอร์วา วาไม่อยากให้อ่ะ พี่ตรีช่วยหน่อยซิ วาไม่ชอบคุยกับใครแปลกหน้า” วาพูดเสียงติดอ้อนนิด กระพริบตาปริบๆ อย่างเว้าวอน


พี่ตรี พี่ตรีช่วยวาหน่อย วาไม่อยากยุ่งกับเขาวาบอกเสียงอ้อมแอ้มเบาๆ


“อ้าว น้องวา รู้จักไอ้ตรีด้วยเหรอ” ปันถามแล้วมองหน้าตรีกับวายุสลับกันไปมา


 “วายุ เป็นน้องชายกู มึงมีอะไรไหม” ตรึถามเสียงกร้าว หันมองหน้าวายุ พยักหน้าเบาๆ “วากลับไปหาเพื่อนๆ ก่อน เลิกเรียนแล้วค่อยเดินมาหาพี่ที่โรงยิม”


“ครับ วาไปก่อนนะ แล้วค่อยเจอกันตอนเย็นครับ พี่ตรี” วายิ้มนิดๆ ก่อนเดินกลับไปหาเพื่อนๆ


“น้องวา พี่ยังไม่ได้เบอร์น้องวาเลยนะครับ”


“กูไม่ให้เบอร์น้องชายกู มึงมีปัญหาอะไรไหม ไอ้ปัน”


วาเดินกลับไปถึงกลุ่มของอบอุ่นและเพื่อนๆ


“น้องวาครับ น้องเป็นอะไรกับไอ้ตรี การกีฬาครับ” ปอมถามขึ้น เพราะอยากรู้รวมถึงคนอื่นด้วย


“พี่ตรีเป็นพี่ชายวาครับ”


“ซวยแล้วกู” เปาร้องสบถเบาๆ


“ครับ” ปอมมองวายุแล้วยิ้มอ่อนๆ “พวกเรากลับกันได้แล้ว”


เมื่อกลับถึงคณะ พวกปีสองถามเปาทันทีที่ไปถึง อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง


“พวกวิทย์กีฬาแม่ง จ้องตาค้างเลยเว้ย มองน้องวาตาเหลือกน้ำลายยืดเลยมึง” เปาเล่าให้เพื่อนฟัง


“ไอ้เปา มึงไปทำหน้าที่ของมึงยัง โม้อยู่นั้นแหละมึง ไปแจ้งรายละเอียดการรับน้องโน้น รีบไปช่วยไอ้ปิงเลย” ปอมตะโกนสั่ง


รายละเอียดการรับน้องจะมีการรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งจะจัดที่ชะอำในวันศุกร์ และกลับวันอาทิตย์ช่วงบ่าย รายละเอียดกิจกรรมมีแจ้งในใบปลิวที่แจกให้


หลังจากเลิกกิจกรรม วายุชวนทุกคนมานั่งกินขนมหวานในโรงอาหารของคณะก่อนไปหาตรีที่คณะ


“นี่ วาจะไปไหม เราอยากไปอ่ะ ไปเป็นเพื่อนอุ่นนะ”


“ถ้าอุ่นอยากไป วาจะไปเป็นเพื่อน แล้วคนอื่นไปไหม” วาหันไปถามวันวาน แมงปอ และออมสิน


“เราไปด้วย” วันวาน


“เราสองคนก็ไป” แมงปอบอก


“นี่วาจะไปหาพี่ชายที่โรงยิมเลยเหรอ” วันวานถาม


“อือ” วายุตักขนมป้อนใส่ปากตัวเองแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะเห็นเปาและปิงเดินมาทางที่ตนเองนั่ง


“ขอนั่งด้วยนะครับ” เปาเอ่ยขึ้นนั่งอยู่ข้างๆ ออมสิน ส่วนปิงนั่งอยู่ใกล้กับอบอุ่น


“พวกน้องไปกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่กันไหมครับ รับรองสนุกมากเลยนะน้อง พี่อยากให้น้องๆ ไปกันเยอะๆ พอกลับมาจะได้รักและสามัคคีกัน เพราะหลังจากที่น้องขึ้นปีสองแล้วเรื่องเรียนจะโหดขึ้นไปอีกนะครับ ต้องช่วยเหลือกัน แล้วพวกน้องจะจบพร้อมๆ กันไงครับ” ปิงชักชวนกลุ่มเพื่อนของวายุ


“วาคุยกับเพื่อนๆ แล้ว ตกลงจะไปกันหมดทั้งกลุ่มเลยครับ...แต่วาอยากรู้ว่าจะรับน้องหนักไหม ถ้าหนักวาไม่อยากไปเลย กลัวพี่ๆ เป็นห่วงครับ”


“ไม่หนักเลยครับ เราเน้นสนุกขำๆ มากกว่า พวกพี่รับน้องเพื่อความสามัคคีครับ ไม่ได้รับน้องเพื่อความสะใจ กิจกรรมรับน้องมีเพื่อปลูกฝังและเสริมสร้าง ระบบความเป็นพี่น้อง ระเบียบวินัย ประเพณี ความสามัคคี น้ำใจ และการช่วยเหลือกันและแนะนำรุ่นน้องครับ”


“ในการรับน้องไม่มีความรุนแรงหรือเป็นการล่วงละเมิด ทำร้ายร่างกายและจิตใจของน้องใหม่แน่ครับ เพราะพวกปีสาม ปีสี่ไปกำกับพวกพี่ๆ ด้วย” เปาอธิบายให้กลุ่มของวาเข้าใจ


“ครับ เข้าใจครับ”


“เดี๋ยวน้องต้องลงชื่อไปร่วมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้นะครับ พี่สองคนไปก่อน ไม่ขอรบกวนน้องๆ แล้ว บ๊ายบายครับ” เปาและปิงขอตัวเดินออกไป


“จะไปโรงยิมหรือยัง พวกเราจะไปเป็นเพื่อน” แมงปอเอ่ยขึ้น เพราะเป็นห่วงวายุ ขืนปล่อยให้ไปรอคนเดียวในโรงยิมคงเหงาแย่ “ออมสินอยากเล่นบาสด้วย ไม่รู้จะมีคนให้เล่นหรือเปล่า” ร่างบางบ่นออกมา ก่อนก้มหน้าเอาแก้มถูกับไหล่คนรักไปมา


“อย่ามาอ้อนให้มากนัก เดี๋ยวจะเจ็บตัว” ออมสินพูดขู่คนรักเอาไว้


สรุปว่าทุกคนมารอเป็นเพื่อนวายุที่โรงยิมกันหมด และออมสินได้เล่นบาสสมใจ เพราะว่ากีฬาไม่แบ่งแยก แต่เสริมสร้างความสามัคคี ทุกคนคอยเซียร์ออมสินเป็นระยะ


วายุเห็นเด็กปีหนึ่งวิทย์กีฬาคนหนึ่งเดินมาทางเขา หยุดยืนมองหน้าเขานิ่ง ร่างเล็กเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกัน หน้าคุ้นๆ นึกชื่อไม่ออก มันติดอยู่ที่ปากนุ่ม


“มองหน้าผม มีอะไรหรือเปล่าครับ”


“วา ถามเขาดีๆ ซิ ไปหาเรื่องเขาทำไม” อบอุ่นกระซิบเบาๆ แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ไปให้ชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าเขา


“นี่วาจำเราไม่ได้จริงๆ เหรอ” เขาเอ่ยถามขึ้น


“จำไม่ได้จริงๆ”


“เราควรเสียใจใช่ไหมที่วาจำเราไม่ได้ หรือว่าเราเปลี่ยนไปเยอะ”


วายุพยายามจ้องหน้าแล้วใช้ความคิด หน้าตาแบบนี้เคยรู้จักไหม เคยเห็นหน้าที่ไหน และเบิกตากว้างทันที


“คิว คิว นายใช่คิวหรือเปล่า” วายุร้องตะโกนดังลั่น จนทุกคนในโรงยิมหันมามองเป็นตาเดียว


คิวพยักหน้ารับแล้วยิ้มๆ วายุดีใจมากที่ได้เจอเพื่อนเก่ากระโจนกอดทันทีด้วยความคิดถึง แล้วผละออก ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน


วายุเองเล่าเรื่องของตัวเองว่าหายไปทำอะไรมาถึงสองปี และวายุรู้ว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น คิวไปหาเขาในวันรุ่งขึ้น และแม่อรบอกกับทุกคนว่า วายุไปอยู่กับญาติเท่านั้น


“คิว นายตัวสูงขึ้นมากเลย” วายุยืนเทียบความสูงกับคิวและยิ้มขำในความเตี้ยของตัวเอง


“นายยังตัวเล็ก แล้วก็ตัวบอบบางเหมือนเดิม แต่ไม่ขี้อายเหมือนเมื่อก่อน เรายังตกใจเลยที่เห็นวาไปเต้นข้างหน้าแบบนั้น ตัวนี้พลิ้วเชียว” คิวยกมือลูบเอวเล็กไปมา แล้วยกมือขยี้ผมวายุเหมือนเดิม


“ก็รุ่นพี่ให้เต้นนี่น่า แต่ก็สนุกดี มีเพื่อนเต้นเป็นเพื่อน ไม่ค่อยอายเท่าไหร่” ความจริงตัวเขาก็ขวยเขินอยู่เหมือนกันที่ต้องเต้นต่อหน้าคนเยอะๆ


“แล้ววาพักอยู่ที่ไหน เราพักอยู่หอพักใกล้ๆ มหาลัย”


“เราอยู่คอนโด แต่แถวไหนนั้นต้องถามพี่ตรี วาให้พี่ตรีเป็นคนจัดการให้น่ะ”


“งั้นเหรอ นี่เรากะจะชวนไปอยู่ด้วยกันซักหน่อย จะได้ไม่ต้องเปลื้องค่าใช้จ่าย”


“ไม่เป็นไร วาเกรงใจคิวนะ” เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆ แล้วมองเลยหลังคิวไปสบตากับรุจพอดี ร่างเล็กรีบหลบตาวูบ


“เจอเขาแล้วใช่ไหม พี่รุจน่ะ”


“อืม”


คิวยกมือลูบหัววายุแผ่วเบา “เรายังรู้สึกกับวาเหมือนเดิมนะ”


 “ขอให้วาคิดถึงเราเป็นคนแรกที่มีปัญหา นึกถึงเราเป็นคนแรก เราพร้อมจะอยู่เคียงข้างวาตลอดไป”


“เรา...เอ่อ เรา คิด กับคิว แบบ” วายุพูดตะกุกตะกัก แต่ยังไม่ทันพูดจบคิวพูดขัดขึ้นมาซะก่อน


“เราให้เวลาคิด ไม่ได้เร่งรัดคำตอบหรอก...เอาเป็นว่า รับรู้ความรู้สึกเราแล้ว เราไปเล่นบาสก่อนนะ...อย่าลืมเชียร์เราด้วยละ” คิวยกยิ้มขึ้นนิดๆ แล้วเดินไปซ้อมบาสกับคนอื่นๆ


“วา...นี่เสน่ห์จริงๆ มีคนมาขอเบอร์ และสารภาพรักในวันเดียวกัน สุดยอดจริงๆ” แมงปอว่าเสียงระรื่น มองออมสินเล่นบาส หันกลับมามองวาด้วยแววตาจริงจัง “เรื่องบางเรื่องให้หัวใจเป็นคนตัดสินใจดีกว่า รักก็บอกว่ารัก ไม่รักก็บอกไปตรงๆ ไม่เห็นต้องทำหน้าเศร้าเลย” แมงปอพูดแล้วยิ้มนิดๆ มองใบหน้าวายุหม่นเศร้า


“อย่างที่แมงปอพูดน่ะ ถูกแล้ว บางทีสมองไม่อาจตัดสินทุกสิ่งได้” วันวานพูดขึ้น ก่อนมองตาเพื่อนที่วูบไหวเต็มที


วายุขยับไปหาวันวานโดยมีแมงปอและอบอุ่นนั่งบังวายุไว้ เพราะผู้ชายร้องไห้ มันไม่ได้น่าดูนักหรอก แต่ใช่ว่าผู้ชายร้องไห้ไม่เป็น แต่ต้องมีเหตุผลในการเสียใจด้วย


“เราไม่เคยรู้ว่าเพื่อนสนิทของเรา จะคิดกับเราแบบนี้ ความเชื่อใจ ความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนหายไปจนหมด เหลือเพียงเยื่อใยอันน้อยนิด มันบอบบางเหลือเกิน เราไม่อยากทำร้ายเพื่อน เราไม่อยากโกหกใจตัวเอง”


“ดีแล้ว ที่ไม่ได้คิดที่จะโกหกใจตัวเอง” วันวานว่า ลูบผมวายุไปมาจนหลับลงไปในที่สุด


“อ้าว หลับไปเสียแล้ว” อบอุ่นมองแล้วยิ้มๆ “อุ่นว่า...วาน่าจะปรับเวลาไม่ได้ เล่นบินมากจากประเทศที่มีเวลาต่างกับประเทศเราตั้งหลายชั่วโมง เป็นอุ่น คงนอนลุกไม่ขึ้นแน่ๆ วานี่ถึกดีจริงๆ ไม่เหมาะกับหน้าตาเลย”


“คนเราต้องเข้มแข็งกันบ้างแหละอุ่น” แมงปอพูดบ้าง แล้วหันไปยิ้ม และโบกมือให้กำลังใจให้ออมสินซึ่งหันมามองทางนี้พอดี


 


“หลับแล้วเหรอ” ตรีถามขึ้น แล้วมองวายุหลับพริ้มมีอมยิ้มนิดๆ


“พวกพี่จะกลับแล้วใช่ไหม เดี๋ยวผมปลุกให้”


วันวานเขย่าไหล่วายุเบาๆ ร่างเล็กปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย กระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสงให้กับดวงตาลืมตาตื่น


“เราหลับอีกแล้วเหรอ” วายุถามเมื่อตื่นเต็มตา


“แต่ไม่นานหรอก”


“งั้นเหรอ” วายุยืนบิดกายเพื่อไล่ความเมื่อยขบออกจากร่างกาย


และไม่ทันระวังตัว หนุ่มร่างหนาก้มหอมแก้ววายุหนักๆ จนวายุตื่นตกใจ หันไปมองอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นใบหน้าชายหนุ่ม ร่างบางยิ้มอย่างดีใจ กระโจนกอดทันที


“พี่ดิน”


“ไง...เด็กดื้อ..สร้างเรื่องปวดหัวให้ไอ้ตรีมันบ้างหรือยัง”


“วาไม่ได้ดื้อสักหน่อย ซิ พูดใส่ร้ายแบบนี้ วาเสียหายหมดซิ” ร่างเล็กตีแขนดินเบาๆ


“ลืมๆๆๆ นี่พี่ดิน พี่ชายของเราเอง...ส่วนนี่เพื่อนวา อบอุ่น วันวาน แมงปอ แล้วก็ออมสิน คนที่กำลังเดินมาทางนี้ ” วาแนะนำให้เพื่อนรู้จักดิน...พี่ชายตนเองและให้เพื่อนรู้จักกับพี่ดิน


“ไงมึง กว่าจะเสด็จมาได้นะ มึง” ตรีทักและตบไหล่เพื่อนรักอีกคนเบาๆ


“เอ่อ แม่งเป็นเชี่ยไรชอบตีกูนักว่ะ มืออย่างกับส้นตีน” ดินบ่นแล้วแตะหน้าแข้งตรีเบาๆ เป็นการทักทาย


“หนักกว่านี้ มึงยังไม่บ่นเลยนี่ เห็นสู้ตายทุกยก” ตรีแซวกำกวง


“ไอ้เลว ไอ้ทะลึ่ง เดี๋ยวพัดเหนี่ยว”


“ไปเหนี่ยวผัวมึงโน้น กูมีที่เหนี่ยวแล้ว”


“สัส...แล้วมึงหาคอนโดให้น้องกูยังฮะ” ดินขึ้นเสียง ตวัดสายตามองตรีด้วยความขุ่นเคือง


“หาให้แล้ว...แล้วไหนรถบีเอ็มที่เมียกูให้มึงไปถอยออกมาจากโชว์รูม สัส เอาสีผิดมา กูจะให้มึงจ่ายเอง กูไม่จ่าย”


“พวกผมขอขัดจังหวะหน่อยนะครับ...วา...พวกเรา...ขอกลับก่อนนะ” แมงปอ อบอุ่น และออมสิน ขอตัวบอกก่อนจะเดินออกไปจากโรงยิม


“อืม กลับดีๆ ละ” วายุยิ้มหวาน โบกมือบ๊ายบายๆ


“ไอ้ตรี กูกลับก่อนนะมึง” แทนบอกกุมมือวันวานไว้ แล้วเดินออกไปพร้อมกัน


“เรากลับก่อนนะ...วา” วันวานบอกก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับแทน


“กลับดีๆ ละ บ๊ายบาย”


“เรื่องรถ เรียบร้อยนะมึง” ตรีถามดินให้แน่ใจว่าชัวร์จริงๆ เพราะเขาขี้เกียจเข้าโชว์รูมไปซื้อรถใหม่


“เอ่อ ถูกรุ่น ถูกสี” ดินกระแทกเสียง “แล้วมึงจะพาน้องกูไปคอนโดเมื่อไหร่ กูจะได้ไปดูด้วย กูอยากเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าที่นั่นมันปลอดภัยจริงๆ สำหรับน้องกู”


“เอ่อ ปลอดภัยดี รอไอ้พวกนั้นก่อน” ตรีบอก แล้วมองรุจ ทีม และคิงเดินเข้ามาหา


“รอทำไมว่ะ” ดินสงสัย


“ไอ้สัส น้องมึงมีกระเป๋ามาใบเดียว ไม่ซื้อของใช้หรือไง ไอ้นี่โง่ หรือว่ามึงให้ผัวมึงเตรียมหมด” ตรีบ่น หันมองหน้าดินที่มีอาการหน้าแดง


“เอ่อ กูให้ผัวเตรียมโว้ย กวนตีน ไอ้เลว วนหาเรื่องกูตลอด สัส”


“ไม่น่าเชื่อว่าแมนๆ อย่างพี่ดินจะเป็นเมียพี่อชิได้ พอๆ กับพี่ชลที่เป็นเมียพี่เอส” วายุมองหน้าพี่ชายตนเอง ซึ่งดินขึงตามองตัวเขาด้วยความโกรธ


“นี่กล้าแซวพี่เหรอ...เดี๋ยวเถอะ เอาไปปล่อยกับพี่สองดีไหมเนี่ย”


“ไม่เอา พี่สองดุ ไม่ไปเด็ดขาด” วายุทำหน้าสยอง เมื่อคิดถึงพี่ชายอีกคน รายนั้นดุมาก ขนาดอดีตมาเฟียยังเกรงใจ


“อ้าว...ดินมึงมาทำไมว่ะ” ทีมทักทายขึ้น


ดินชี้ไปที่วายุ “ก็นี่น้องชายกู กูก็ต้องมาดูแล เดี๋ยวตรีหักคอน้องกูทำไง”


“พูดมากวะมึง น้องมึงต่างหากจะหักคอกู รีบทวงงานกูแล้ว ยังไม่เริ่มทำเลย โหดฉิบหาย” ตรีบ่นอุบ ปรายตามองวายุอย่างเคืองๆ


“พี่ดินก็ด้วย เร่งงานให้วาหน่อยซิ ชักช้า ถ้าเปิดไม่ทันตามที่กำหนดไว้ละก็ แย่แน่...แต่ว่าตอนนี้วาหิวแล้วอะ” ได้ที เด็กหนุ่มก็ทวงงานเสียเลย แต่ดันมาหิวเสียก่อน ทวงงานยังไม่ครบเลย


“อ้าว มากันครบแล้ว ไปหาอะไรกินกัน น้องเมียกูกำลังโมโหหิว” ตรีผลักหัววายุเบาๆ แล้วเดินนำไปที่รถ


“พี่ดิน พี่ตรีแกล้ง วาเจ็บ” วายุฟ้องดิน


“พี่ผลักเบาๆ เอง ขี้ฟ้องวะ”


ดินยกตีนเตะหน้าแข้งตรี


“ไอ้สัส กูเจ็บ แม่งกูผลักน้องมึงเบาๆ เองนะ เสือกทำกูแรง เดี๋ยวกลับไปลงแรงหนักๆที่สี่ก็ได้วะ” ตรียักคิ้วอย่างเป็นต่อ


“พี่ดิน พี่ตรีนิสัยพาลพี่สี่อะ เดี๋ยววาพาลมั่ง...ยุให้พี่สี่ทิ้งพี่ตรีดีกว่า” วายุพูดแล้วอมยิ้ม


“ร้ายนักนะเรา...เออพี่จะพาวาไปซื้อของเข้าคอนโดก่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน...ลืมบอกไปคอนโดที่พี่หาให้วา มันที่เดียวกับที่รุจอยู่ แล้วก็อยู่ห้องข้างๆ กันด้วย พี่ฝากรุจให้ดูแลวาด้วยอีกคน ขาดเหลืออะไรก็บอกไอ้รุจมันก็แล้วกัน บางทีพี่กับดินไม่ค่อยมีเวลามาดูแลเรา ต้องเร่งงานตกแต่งร้านให้เสร็จทันวันเปิดตัวโรงแรม”


“ทำไมต้องเป็นเขาคนนั้นด้วยล่ะ” วาปรายตามองรุจ แล้วออกอาการหน้าแดง ไม่ค่อยพอใจนักที่ต้องอยู่คอนโดเดียวกับรุจ แล้วห้องยังติดกันอีก โอ๊ย อยากจะบ้าตาย ไม่อยากเห็นหน้าต้องมาเจอกันบ่อยๆ อีก ทำไมถึงโชคร้ายแบบนี้เนี่ย


“มันดีที่สุดในบรรดาเพื่อนพี่แล้ว ถ้าเป็นไอ้ทีมไอ้กับคิง คงเหมือนส่งอ้อยเขาปากช้าง มีหวังวาเสร็จมันแน่อย่างไม่ต้องสงสัย มันยิ่งชอบกินผู้ชายเป็นอาหารอยู่ จะลองไหม” ตรีบอก วายุส่ายหน้าไม่เอาทันที


“แล้วกับพี่รุจมันไม่เสร็จยิ่งกว่าหรือไง” วายุพูดอ้อมแอ้ม เดินกอดแขนดินออกจากโรงยิม โดยมีสายตาของปีสาม และปีสี่มองวายุด้วยความสงสัย


“น้องวายุครับ พี่ขอเบอร์น้องหน่อยซิ” ปันเดินมาขอเอาดื้อๆ วายุหันหน้ามองดิน ตอนนี้ใบหน้าพี่ชายออกอาการไม่พอใจ


“ไอ้ปัน มึงดูปากกู กูไม่ให้...เบอร์น้องกูมีอะไรไหม ช่วยออกให้ห่างน้องกูเลย เดี๋ยวเตะก้านคอซะหรอก ไอ้เลว” ดินกัดฟันแน่น


“อะไรว่ะ แม่งขี้หวงวะ ขอหน่อย กูขอจีบหน่อยซิ” ปันยังไม่ละความพยายาม


“จีบ ส้นตีนกูเถอะ ไอ้สัส ไม่ให้ ก็คือไม่ให้” ดินเหลืออดตะคอกใส่หน้าปันกลับทันที


“อะไรว่ะ น้องวา...พี่จะจีบน้องขอเบอร์ซิ พี่ขอร้อง” ปันทำหน้าเศร้า อ้อนวอนวายุ


“ขอโทษครับ วาไม่ชอบให้เบอร์คนแปลกหน้า และคนที่วาไม่ชอบ ถึงวาให้ไป พี่ก็จีบวาไม่ติดหรอก เพราะวามีคนที่ชอบอยู่แล้วครับ” วายุพูดน้ำเสียงจริงจัง ปันถึงขนาดเสียหน้าสุดๆ ส่วนตรี ทีม และคิง แอบหัวเราะขำ ส่วนรุจยกยิ้มน้อยอย่างพอใจ


“โห่ อกหักตั้งแต่ยังไม่จีบเลยเรา” ปันพูดมาลอยๆ


“น้องกูพูดถึงขนาดนี้แล้ว มึงกลับหลุมไปเถอะ กูจะพาน้องกูไปทำธุระ กูรีบ กูเสียเวลากับมึงมากแล้วไอ้ปัน” ดินบอกแล้วฉุดมือวายุเดินออกไปทันที


รถบีเอ็มสีขาวป้ายแดงจอดอยู่หน้าตึก วายุเห็นเข้าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความดีใจ วิ่งเข้าไปดูรถคันแรกทันที เพราะรถคันนี้พี่หนึ่งให้วาเป็นคนเลือกรุ่นเอง แต่เงินสี่เป็นคนออกเงิน


“พี่ดินสวยอะ แพงไหม” วายุรีบถาม ออกอาการตื่นเต้น โปรยยิ้มหวานไม่หยุด


“สามล้านนิดๆ ป๋าสี่ซื้อให้ ไม่ใช่เงินพี่ พี่แค่ขับออกโชว์รูมมาให้วาเท่านั้นเอง”


“งั้นเดี๋ยววาโอนคืนไปให้คืนนี้นะพี่ตรี” วายุหันมองตรีกำลังเดินขึ้นรถ


“ต้องถามสี่ เห็นว่าสี่อยากซื้อให้เรา”


“ไหนจะค่ารถ ค่าคอนโดอีก เดี๋ยววาคุยกับพี่สี่เอง วาว่ามันมากไปจริงๆ วารับไม่ไหวหรอก” วาพูดเสียงอ่อยๆ แล้วเดินไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง


“พี่ดิน ขับให้วานั่งหน่อยดิ ไหนๆ ก็ขับมาให้แล้ว”


“ได้...แล้วไอ้ตรี มึงจะไปซื้อของที่ไหนว่ะ หรือให้กูขับตามกันไป”


“ขับตามๆ กันไป ไอ้รุจมึงขับนำไปดิ๊ ไอ้เชี่ยสองตัวนั้นจะขึ้นรถกูหรือไอ้ตรีฮะ”


“กูไปกับมึงดีกว่า” ทีมว่า เดินมาขึ้นรถตรี ส่วนคิงเดินขึ้นรถรุจ


รถของรุจขับนำหน้าไปที่ห้างแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับคอนโดของเขาเพื่อซื้อของใช้ ดินเข็นรถเข็นพาวายุเดินเลือกซื้อของไม่ถึงห้านาที เสียงมือถือของดินดังขึ้น เมื่อเขากดรับ ถึงรู้ว่า อชิโทรตามให้ไปพบลูกค้าด้วยกัน เขารีบขอโทษวายุ บอกเหตุผลที่ต้องไป ก่อนจะฝากฝังตรีกับรุจดูแลต่อ แล้วรีบนั่งแท็กซี่กลับไปหาคนรัก


“พี่ตรีอะ วาโดนพี่ดินทิ้งจนได้ ฮือ ฮือ” วายุบ่นเสียงหงุงหงิง


“มันมีธุระต้องไปทำ...ไอ้รุจมึงช่วยเดินเลือกซื้อของให้วาหน่อยซิ กูไม่ค่อยถนัดงานแม่บ้าน พอดีเมียทำให้หมด” ตรีเรียกรุจมาเดินเข็นรถแทนเขา


“พี่ตรี ทำไมทำแบบนี้ จะฟ้องพี่หนึ่ง...เฮ้ยมาพูดให้รู้เรื่องก่อน เฮ้ย อย่าทิ้งกันแบบนี้สิ พี่ตรีกลับมาก่อน” วาหันหน้าไปโวยวาย ตรีไม่สนใจลากไอ้ ตัวก้าง ก ข ค ออกไป


“จะไปซื้อของกันได้หรือยัง” รุจถามเสียงราบเรียบ วายุหันหน้าไปหน้าชนกับแผ่นอกชายหนุ่มพอดี ร่างเล็กผละออกอย่างรวดเร็ว


“ซื้อ” วายุก้าวเดินนำอย่างเงียบๆ หันมองของใช้ที่คิดว่าจำเป็น


“เดี๋ยว มาซื้อของทางด้านนี้ก่อน” รุจคว้ามือวายุแล้วลากไปทางโซนของใช้ วายุพยายามสะบัดออก แต่รุจออกแรงจับแน่นขึ้น ลากวายุมาตรงที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน


“อย่าดื้อกับพี่ได้ไหม วา อย่าคิดว่าวาเจ็บปวดคนเดียว พี่เองก็เจ็บปวดไม่ต่างจากวาหรอก ทำไมไม่คิดถึงความรู้สึกพี่บ้าง วาหนีหายไปสองปี โดยที่พี่ไม่รู้ว่าวาหายไปไหน ไม่คิดว่าพี่เจ็บปวดบ้างหรือไง”


“พี่รุจจะเจ็บปวดทำไม ก็วาไม่ได้ทำให้พี่เจ็บปวดนี่ คนที่เจ็บปวดคือหัวใจวาต่างหากละ พี่รุจทำวาเจ็บปวด พี่รุจใจร้าย ใจร้าย” วายุสะบัดมือออกแล้วระดมกำปั้นที่แผ่นอกรุจอย่างแรงหลายทีพร้อมร้องสะอื้น ฮึก ฮึก


รุจจับมือเล็กของวาไว้ “วารู้ไหมทำไมพี่ถึงเจ็บปวดกับเหตุการณ์นั้น รู้ไหมว่าทำไม” รุจขึ้นเสียงดุเล็กน้อย จนร่างเล็กสะดุ้ง ใจจริงเขาไม่อยากร้ายให้วายุเห็น เกรงว่าคนตัวเล็กจะออกอาการหวาดกลัวเขามากขึ้น


“วา จะรู้ได้ไงละ ไม่ใช่หัวใจวาสักหน่อย” ร่างเล็กเบือนหน้าหนีไปทางอื่น


“เพราะว่าพี่รักวา หลงรักวาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราสองคนเจอกัน หลงรักเด็กขี้แง กลัวเข็มเย็บแผล ร้องไห้ให้พี่อยู่ข้างๆ วาจำได้...หรือว่าลืมมันไปหมดแล้ว ลืมครั้งแรกที่เราเจอกันไปหมดแล้ว”


วายุถึงกับเบิกตาโต ความรู้สึกทั้งตื่นตกใจและดีใจมากจนหัวใจจะระเบิดออกมานอกอกแล้ว ทำไมมันถึงโหมกระหน่ำหัวใจดวงเล็กๆ ถึงเพียงนี้


“บอกว่ารักวา แล้วทำไมตอนนั้นถึงหัวเราะวา ดูถูกความรู้สึกของวาด้วย ทำไม” ร่างเล็กตะคอกถามกลับไปด้วยความน้อยใจ และอยากรู้เหตุผลจริงๆ หรืออาจจะเป็นเพียงคำแก้ตัวก็ได้ ใครจะไปรู้


“ก็คนมันเขิน...นะสิ...ใครบ้างจะไม่อาย คนที่แอบรักยืนอยู่ตรงหน้า แล้วยังสารภาพว่า รัก พี่เองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ถึงได้หัวเราะไปแบบนั้น”


                ดวงตาสวยเบิกตากว้างอีกครั้ง ใบหน้าเด็กหนุ่มแดงก่ำด้วยความขวยเขินและโกรธเคืองคุกรุ่น


“หัวเราะเพราะเขิน...งั้นเหรอ...นี่วาแอบรักคนบ้าแบบพี่รุจได้ไงเนี่ย” ร่างเล็กพูดพึมพำด้วยความขัดเคืองใจ หันไปจ้องมองใบหน้ารุจ มีอาการเขินนิดๆ แต่เก๊กหน้านิ่งอยู่  วายุรู้สึกอดหมั่นไส้รุจไม่ได้


“แล้วก็...ทำไมวา...ถึงรู้สึกตัวช้าแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตัวพี่แอบรักวาตั้งแต่ตอนนั้น คอยแอบมองวามาโดยตลอด จนรู้ว่าวา แอบมองพี่ตอนเล่นบาส ทุกๆ เย็นเหมือนกัน”


“วาจะเชื่อคำพูดพี่รุจได้ไง ว่าพี่ไม่ได้พูดแก้ตัว”


รุจล้วงกระเป๋าเงินส่งให้วา “เปิดดูซิ”


วารับและเปิดออกดู รูปของตนเองอยู่ในกระเป๋าเงินของชายหนุ่ม วาเงยหน้ามองใบหน้ารุจอีกครั้ง


“ทำไม...ถึง..มี” วายุพูดอึกอักในลำคอ


“เก็บรูปคนที่รักไว้ในกระเป๋าเงิน วาจะได้อยู่ใกล้ๆ ตัวพี่ตลอดไงละ เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง” รุจขึ้นเสียงไม่ดังมากนัก


 “พอเข้าใจอยู่ แต่ไม่คิดว่าพี่รุจจะ...เอ่อ...แอบรักวา อีกอย่างวาคิดว่าพี่คงไม่ได้โกหก...คงไม่สามารถหารูปวา สมัยมอสี่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงนี่หรอก เพราะถ้าหาต้องวิ่งรถไปถึงเมืองกาญจน์”


“มันก็จริง...แต่”


“เด็กแก่แดด กล้ามาสารภาพรักพี่ตอนมอสี่ แก่แดดจริงๆ...พี่อยากให้วาสนใจการเรียนมากกว่า เพราะขืนพี่ให้คำตอบไป พี่ก็ทำอะไรวาไม่ได้อยู่ดี จะกอด จะจูบก็คงไม่ได้...พี่ไม่อยากเข้าคุกเพราะข้อหากระทำชำเรา และพรากผู้เยาว์ด้วยหรอกนะ”


วายุยืนบิดม้วนไปมา ใบหน้าและร่างกายแดงปลั่ง แล้วตอนนี้ล่ะ เขายังคิดแบบตอนนั้นอยู่หรือเปล่า ไม่อยากจะเชื่อว่าสุภาพบุรุษหน้านิ่งอย่างรุจจะออกอาการหื่นกับเขาเป็นด้วย


“พี่อยากให้วา...สารภาพรักกับพี่อีกครั้ง”


“ฝันไปเถอะ ใครจะสารภาพรักกับพี่...วาไม่ทำอย่างนั้นหรอก” เด็กหนุ่มเดินสะบัดหนีพร้อมอมยิ้มนิดๆ ด้วยความขัดเขิน บ้าไม่ทำหรอก


“อย่าเดินหนีซิ อายงั้นเหรอ พี่รอวาอยู่นะ” รุจเดินตามร่างบาง จนชายหนุ่มต้องกอดไหล่ร่างเล็กยึดเอาไว้ ไม่ให้เดินหนีเขาไปไหน


“ปล่อยซิ อายคนอื่นบ้าง มองกันใหญ่แล้วนั่น”


“ไม่เห็นแปลกตรงไหน ถ้าผู้ชายจะกอดกันกลางห้างแบบนี้  ไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วพี่ไม่แคร์สายตาคนอื่น นอกจากคนที่พี่รักเท่านั้น”


“ดังนั้นต่อไปนี้ พี่ขอสั่งห้าม...อย่าไปโปรยเสน่ห์แบบวันนี้ ห้ามทำตัวน่ารักให้ใครเห็น รู้ไหมว่าตัวเองน่ารักแค่ไหน ห้ามปลดกระดุมออกด้วย รู้ไหมมันเห็นถึงหน้าอก แล้วก็ห้ามให้เบอร์ใครเด็ดขาด โดยที่พี่ไม่อนุญาต” เพราะเขาหวง แล้วก็หึงมากด้วย ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวสั่งเสียงรอดไรฟันกรอดๆ ด้วยความขุ่นเคือง


“สั่งแบบนี้ วาก็แย่นะสิ”


“พี่ไม่สน ห้ามทำตัวน่ารักให้ใครเห็นเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นละก็น่าดู”


สีหน้าวายุหน้านิ่วคิ้วขมวดของบ่งบอกถึงไม่ชอบใจ ไม่ให้ทำตัวน่ารักให้ใครเห็น ร่างเล็กจะบังคับและสั่งห้ามความน่ารักได้ย่างไร ก็มันติดตามมาตั้งแต่เกิด ห้ามได้ที่ไหนกันล่ะ


“วาอยากซื้อของใช้ พี่รุจพาไปหน่อยสิ” เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อย ติดอ้อนนิดๆ ขืนยังคุยต่อมีหวังบังคับมากกว่านี้แน่


รุจดุนรถเข็นไปข้างหน้า จับมือวาให้เดินคู่กับเขา พาไปซื้อของใช้ต่างๆ


“พี่รุจเอาขนมช็อคโกแลตสองกล่อง เอาขนมปังด้วย เอาแยมด้วย วาอยากกิน”


“อืม เดี๋ยวหยิบให้”


“พี่รุจ วาอยากได้ของใช้ในห้องน้ำ พาไปหน่อยซิ”


“อืม”


รุจมองคนตัวเล็กเลือกยาสระผม สบู่ ครีมอาบน้ำของเด็ก แป้งเด็กใส่รถเข็น รวมถึงครีมที่คนตัวเล็กใช้ประจำ ส่วนรุจหยิบของใช้ในครัวให้เด็กหนุ่มเอาที่จำเป็นต้องใช้ รวมถือของจำเป็นที่ต้องซื้อใส่ในตู้เสื้อผ้า เขาเลือกซื้อให้จนครบและเข็นไปที่ชำระเงิน วายุรีบหยิบบัตรเครดิตออกจากกระเป๋าส่งให้พนักงานเก็บเงินและรับคืน รุจเห็นอะไรแว๊บๆ ผ่านสายตาไป


“ขอดูกระเป๋าหน่อยซิวา”


“ดูทำไม ไม่มีอะไรสักหน่อย” เด็กหนุ่มพูดกล้อมแกล้ม ส่ายหน้าไปมาแล้วเอาซ่อนไว้ข้างหลัง ให้ดูไม่ได้เด็ดขาด


“ส่งมาเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงดุกดดันให้คนร่างบางทีท่าทีเกร็งๆและเริ่มออกอาการผวา หน้าแดงปลั่งเล็กน้อย


“บอกให้ส่งมา” น้ำเสียงดุเข้มขึ้น


ร่างบางแอบชำเลืองมองร่างแกร่ง ก่อนจะแอบถอนลมหายใจ ยอมส่งกระเป๋าเงินให้แต่โดยดี ใบหน้าของเด็กหนุ่มฉายถึงความเขินอาย ยามเมื่อรุจเปิดกระเป๋าออกดู มีรูปของชายหนุ่มสมัยยังอยู่มอปลายพกในกระเป๋าเงิน รุจเห็นยกยิ้มนิดๆ ก่อนส่งคืนให้เจ้าตัว


“แค่นี้แหละ ขอดูแค่นี้เอง ดีใจนะที่


วาเก็บรูปพี่ไว้”


รุจเข็นรถไปที่ลานจอดรถ พร้อมโทรเรียกเพื่อนให้รอที่รถ หลักจากนั้นขนของใส่ท้ายรถของวายุจนหมด


“หิวหรือยัง”


“หิวครับ” เด็กหนุ่มเสียงอ่อย


“เดี๋ยวพาไปกินหมูกระทะ กินได้หรือเปล่า”


วายุพยักหน้ารับแล้วหลุบตาต่ำไม่กล้าสบหน้ารุจ ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มที่เขาขอดูกระเป๋าเงิน


“โกรธพี่เหรอ”


“คนใจร้าย”


“ขอดูไม่ได้เหรอ...พี่ดีใจที่วาพกรูปพี่ใส่ในกระเป๋าเงินแบบนั้น ทำให้พี่รู้สึก เข้าข้างตัวเอง ดีใจที่วามีพี่อยู่ตลอดสองปีที่หนีจากพี่ไป  รู้ไหมพี่คิดถึงวาแค่ไหน เป็นห่วงวามาก กลัวว่าวาจะทิ้งพี่ไป พี่หวั่นใจกลัวว่าจะไม่ได้เจอวาอีก พี่มีสิทธิ์กลัวใช่ไหม พี่ยังมีสิทธิ์รักวาใช่ไหม” รุจพยายามพูดให้เสียงรายเรียบที่สุด พยายามไม่ใช้เสียงดุ กลัวว่าวายุจะหวาดกลัวมากกว่าเดิม


“วาขอโทษ ฮือๆ วาผิดเองที่หนีพี่ไปแบบนั้น” ร่างเล็กโผกอดร่างแกร่งทันที มือหนายกมือขึ้นลูบหัวแผ่วเบา ทุกสัมผัสบอกถึงความห่วงใยอันมากล้น คอยปลอบประโลมให้คนตัวเล็กหยุดร้องไห้


“วาไม่ผิดหรอก พี่ต่างหากที่ผิด ถ้าพี่ไม่หัวเราะออกไป วาคงไม่หนีหายพี่ไปถึงสองปี ดีใจนะ ที่วากลับมาหาพี่อีกครั้ง” ปากอุ่นก้มจูบที่หน้าผากเบาๆ


“หยุดร้องได้แล้ว”


ร่างบางผละออก พยายามหยุดร้องไห้ กลั้นเสียงสะอื้นให้เอาไว้ในคอ ครั้งร่างใหญ่เห็นเศษน้ำตาที่แก้มรีบเช็ดออก


“ขี้แงไม่เปลี่ยนเลย”


“เฮ้ย...รอพวกกูนานไหม...นี่ได้ไอ้นี่มาด้วย...ดื่มกันไหม ไอ้รุจ” ตรีโชว์เหล้า Black Label ขนาด 1 ลิตร ให้รุจดู


“อยากแดกเหล้าตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลยนะพวกมึง...พวกมึงเนี่ยน่ะจะเมาหัวลาน้ำไปถึงไหน” รุจบ่นเสียงเข้มไม่จริงจังนัก เพราะเขาก็ดื่มเหมือนกัน


 “ง้อวาสำเร็จไหมว่ะ” ตรีกระซิบถามรุจเบาๆ ต้องการให้ได้ยินแค่สองคน เพราะเขาต้องการเปิดโอกาสให้เพื่อนรักสมหวัง


“อืม” รุจพยักหน้ารับ


“กูดีใจด้วย อย่าทำหื่นจนไก่ตื่นนะมึง”


รุจหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ ก็ไม่แน่ ถ้าเขาหักห้ามใจไม่ไว้ คงต้องล้อลวงวายุสักหน่อย ส่วนตรีหัวเราะขำนิดๆ  อย่างรู้ทัน


“กูหิวแล้ว กินอะไรกันดีว่ะ” ทีมเอ่ยถามขึ้น


“หมูกระทะ...แถวนี้มีร้านอร่อยอยู่ใกล้ๆ คอนโดกู...จะไปไหม” รุจพูดขึ้น


“วา...อยากไปไหม...สนใจดื่มกับพี่ไหม” ตรีถามก่อนจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ


“ไม่ให้ดื่ม” รุจตะคอกใส่ตรีทันที


“อะไรวะ...กูถามน้องเมียกูนะ...ไม่ได้ถามมึง...ไม่เห็นต้องเดือนร้อนแทนเลยนี่หว่า” ตรีแหย่เย้าวายุเล่นๆ แต่ไม่วายเลิกคิ้งสูงพร้อมกับหรี่ตามองรุจด้วยความกวนประสาท


“คิดอะไรกับน้องเมียกูหรือเปล่าเนี่ย”


“ไอ้สัสนี่ อยากกินตีนกูก่อนกินเหล้าไหมฮะ” รุจกัดฟันพูดออกไป ทำไมเขาไม่รู้ว่าตรีกำลังกวนอวัยวะเบื้องล่างเขาอยู่


“ไม่ให้กิน...ก็คือไม่ให้กิน” เขาขึ้นเสียงดังอีกครั้ง ก่อนจะจับฉุดมือวายุให้ขึ้นรถของเด็กหนุ่ม จากนั้นโยนกุญแจให้ทีมขับรถเขาตามมา เพราะเขาต้องไปขับรถให้วานั่ง เขารู้ว่าร่างเล็กไม่ชำนาญเส้นทางในกรุงเทพฯ เท่าใดนัก


“ไอ้ขี้หวงเอ๊ย” ตรีพูดเสียงไม่ดังมากนัก ก่อนขึ้นรถตัวเอง


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha