เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 6 : บทที่ 6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                           บทที่6


 


ร้านหมูกระทะ


รุจกุมมือวายุเข้ามาในร้าน โดยมีตรีและทีม คิง เดินไล่ตามหลังเข้ามา


“มากี่ท่านครับ”


“5 ครับ” วาเป็นคนตอบ


พนักงานมองหน้าวาแล้วชะงักไปนิด ก่อนจะเดินนำนั่งโต๊ะ และจัดเตรียมจานชามมาวางบนโต๊ะ


“วา...มานี่” รุจกุมมือวายุไปเลือกอาหาร


“อยากกินอะไรครับ”


“อ๊ะ ชูชิ...พี่รุจ วาอยากกินชูชิง่ะ” มือบางกระตุกแขนเสื้ออย่างอ้อนๆ คลี่ยิ้มบาง แววตาฉายชัดถึงความน่ารักและไร้เดียงสา


“ครับ อย่างเดียวพอ เดี๋ยวกินอย่างอื่นไม่ได้มากนะ”


“ครับ ขอยำรวมมิตร กับกุ้งเทมปุระเพิ่มได้ไหม วาอยากกินอะ น่าน้า พี่รุจให้วาเพิ่มอีกสองอย่างนะ”


เจอเสียงออดอ้อนแบบนี้ รุจไม่ให้ก็ไม่ได้ เป็นใครก็ต้องยอม


“ครับ อยากกินก็ตักเอง”


“ครับ” วายุยิ้มแป้นตักกุ้งทอดไป พลางยิ้มไปด้วย


“ไอ้รุจ มึงไม่ต้องเดินตามวาต้อยๆ หรอก น้องเมียกูไม่หายไปไหนสักหน่อย” ตรีพูดกวนอารมณ์ ก่อนจะไปตักหมูหมัก


วายุเดินถือชูชิไปนั่งที่โต๊ะ ถูกผู้ชายร่างใหญ่ชนเข้า วายุเซนิดหน่อย เด็กหนุ่มพูดขอโทษโดยไม่ได้มองหน้า ร่างใหญ่มองวายุแล้วจับแขนเสื้อร่างเล็กไว้


“น้องวา...มากินหมูกระทะเหรอครับ” ปอม รุ่นพี่ปีสามถามขึ้น


“อ๊ะ พี่ปอมเองเหรอ นึกว่าวาชนใครเสียอีก วามากินหมูกระทะกับพี่ตรีครับ” วายุตอบเสียงหวานออกสั่นนิดๆ เพราะเขาเห็นรุจเดินมาหาเขาแล้ว


“พี่นั่งอยู่โต๊ะทางนั้น กับพวกปีสาม จะไปนั่งคุยกันก็ได้นะ”


“เอ่อ เออ คือว่า” ร่างเล็กพูดอึกอัก พี่รุจเดินทำหน้าบึ้งเดินมาทางนี้ แย่แน่เลย วายุเอ๊ย


“เอาของไปวางที่โต๊ะ แล้วรีบเดินมาหาพี่ เราอยากกินเบค่อนไม่ใช่เหรอ พี่จะพาไป” รุจบอกเสียงราบเรียบติดดุนิดๆ บังคับให้คนตัวเล็กเอาของไปเก็บที่โต๊ะก่อน


“ครับ” ร่าบางเชื่อฟังคำสั่งรุจ เดินไปเก็บจานอาหารในมือ


“วา...มากับพวกกู...หวังว่ามึงจะเข้าใจที่กูพูด”


“แต่วาเป็นรุ่นน้องกู...กูไม่ผิดนะถ้าจะพูดคุยกับรุ่นน้องบ้าง”


“คุยได้ แต่อย่าคิดแตะต้อง...ไม่อย่างนั้น เราคงได้เห็นดีกันแน่ ปอม”


“ทำเป็นหมาหวงกระดูกไปได้ กระดูกก็ไม่ใช่ของมึงซักหน่อยนี่หวา” ปอมยิ้มเย่อหยัน


“ทำไมจะไม่ใช่ของกู เป็นของกูมาหกปีแล้ว คนที่เจอแค่วันเดียวอย่ารอมาพูดเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเลยดีกว่า กูว่ามึงฉลาด คงดูออก และไม่ยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว” ไม่ว่าไอ้หน้าไหน ห้ามแตะต้องวายุเด็ดขาด เพราะเขาเป็นเจ้าของเด็กหนุ่มคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ แค่คิด เขาก็ไม่ยอม


“ไอ้รุจ มึงอย่าไปกัดคนอื่นซิวะ เดี๋ยวเมียมึงก็ร้องไห้ตายห่า นั่นๆ เดินมาหามึงแล้ว ทำหน้าหม่นหมองมาเชียว” ตรีพูดขึ้น มองวายุเดินเข้ามาหารุจ จับท่อนแขนรุจไว้แน่น


“พี่รุจ วาจะเอาแบค่อน กับเต้าหู้ปลาอะ พาวาไปหน่อยซิ”


ปอมมองท่าทางเด็กหนุ่มอ้อนรุจ เหมือนกับเป็นคนรักกัน


“ได้ครับ แต่ต้องกินให้หมดนะไม่อย่างนั้นพี่ลงโทษเราแน่” รุจข่มขู่ร่างเล็ก เดินโอบเอววายุออกไปให้พ้นปอม


“อย่างที่มึงเห็นและกำลังคิดอยู่ คนเขามีเจ้าของแล้ว อย่าไปยุ่งกับวาเลยจะดีกว่าไม่อย่างนั้นมึงโดนไอ้เอื้อจัดหนักคืนนี้ นั่นๆ นั่งจ้องมึงแทบจะกินหัวมึงแล้ว” ตรีบอกก่อนจะเดินออกไปที่โต๊ะ ส่วนปอมเดินกลับที่โต๊ะเช่นกัน


“พี่รุจ เอากุ้งด้วย แต่พี่รุจต้องแกะให้วานะ วาแกะทีไรหัวมันทิ่มมือวาทุกทีเลยครับ”


“พี่แกะให้ครับ เอาปลาหมึกด้วยไหม”


“เอาครับ ถ้าหมดค่อยมาเอาใหม่นะครับ” รุจยิ้มๆ ก่อนจะเดินโอบเอววายุไปที่โต๊ะ ตรีเตรียมเตาไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงกลับไปนั่งย่างให้เด็กดื้อของเขากิน


“วา...อย่ากินแต่ชูชิซิ พี่ย่างหมู กุ้งแกะให้เต็มจานแล้ว กินไปบ้าง” รุจพูดติดดุนิดๆ


“ครับ” ร่างเล็กตักหมูย่างอุ่นๆ ตักป้อนเข้าปาก แล้วยิ้มบางๆ ให้รุจ “อร่อย ก็กินเยอะๆ ละ ตัวเล็กนะเรา”


“วา คงไม่สูงไปกว่านี้หรอก”


“ไอ้รุจ มึงรีบกินบ้างเถอะ เห็นวาตัวเล็กๆ แบบนี้ กินเก่งฉิบหาย กูละยอมใจเลย”


“พี่ตรี อย่าใส่ร้ายวาซิ วาเป็นเด็กกำลังโตนี่” เด็กหนุ่มสะบัดหน้าหนี ตักกุ้งใส่ปาก เคี้ยวตุ้ยๆ


“พี่รุจ เอาปลาหมึกอะ เอาเบค่อนด้วย”


“ในจานกินให้หมดก่อนเถอะ”


“มันหมดแล้วอะ” วายุทำแก้มพองลม


“เห็นหรือยัง กูบอกแล้วว่ากินเก่ง เอ้าปลาหมึก กับหมูย่าง” ตรีช่วยรุจย่างกุ้ง เบค่อน


เครื่องในไก่ส่งให้เด็กหนุ่ม ส่วนรุจตักเต้าหู้ปลา ลูกชิ้นหมู แมงกะพรุน ตับหมู ใส่จานร่างบาง


“เฮ้ย วากินเก่งจนพี่อายเลย” คิงมองทั้งสองหนุ่มช่วยกันตักใส่จาน


“วา...กินปกตินะ” เด็กหนุ่มว่าเสียงอ่อยๆ


“อย่าคิดมาก ป๋ารุจซะอย่าง มีปัญญาเลี้ยงวาอยู่แล้ว” ทีมว่า เลื่อนของหวานให้ร่างเล็กกิน


“อยากกินของหวานอะ”


“กินที่อยู่ในจานให้หมดก่อน แล้วค่อยกินของหวาน” รุจพูดน้ำเสียงติดดุเล็กน้อย


“ครับ”


“อยากกินของหวานอะไร พี่จะพาไปตัก โอเคไหมครับ”


วายุคลี่ยิ้มบางด้วยความดีใจ


“โธ่เอ๊ย ไอ้รุจ นึกว่ามึงจะแน่ ที่ไหนได้ มึงนะโคตรตามใจวาเลยวะ” ตรีว่าแล้วหัวเราะขำ กับท่าทางรุจ


“เอ่อ กูตามใจวาแล้วจะทำไม” รุจถามตรีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เมื่อเห็นว่าอาหารในจานหมดแล้ว จึงพาเด็กหนุ่มไปหาของหวานกินต่อ


คอนโด


ชั้น 10 ห้อง 1002


ทั้งหมดช่วยกันยกของขึ้นมาวางในห้องวา รุจไล่ให้เพื่อนกลับไปก่อน และให้ทีมและคิงขับรถเขากลับห้องพัก


“ทำไมห้องสะอาดจัง”


“พี่จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเมื่อเช้าครับ” รุจว่าขณะหยิบของจัดให้วา


“เดี๋ยวผมช่วยจัดครับ”


ผ่านมาพักใหญ่ ทั้งคู่จัดของเรียบร้อย รุจสั่งให้วาไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้เวลา 20.00 น. แล้ว เขาอยากให้เด็กหนุ่มพักผ่อน


เมื่อร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสีขาวลายการ์ตูนแขนกุดและสวมกางเกงขาสั้น รุจมองเด็กหนุ่มแล้วอึ้งนิดๆ ทำไมถึงได้น่ารักแบบนี้นะ ชักอยากนอนกอดทุกคืนแล้วซิ


“พี่กลับก่อนนะ ห้องพี่อยู่ข้างๆ มีอะไรเดินไปเรียกพี่ได้ตลอด”


“เอ่อ...คือ...ว่า” ร่างเล็กอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด “ที่นี่...มี...ผีไหมครับ วากลัว...ผี” วายุทำหน้าจะร้องไห้ให้ได้


“ไม่มีอะไรหรอก บางทีมีเสียงเคาะกุกกักบ้าง อย่าไงสนใจ ก็แค่เสียงลมนะ แต่เขาบอกกันวาเสียงกุกกักนั่นนะ มัน มัน”


“มันอะไรพี่รุจ วากลัว” น้ำเสียงใสตะกุกตะกักร้องเจือเสียงเครือสะอื้นน้อยๆ


“ผี ไงละ ผีมันจะเข้ามาหาวา” รุจบอกแล้วหัวเราะขบขัน เมื่อเห็นท่าทีของเด็กหนุ่มออกอาการกลัวจนหน้าแดงเรื่อจะร้องไห้ให้ได้


“พี่ล้อเล่น คอนโดจะมีผีได้ไงละ คอนโดพึ่งสร้างเสร็จ แล้วก็ไม่เคยได้ข่าวลืออะไรเกี่ยวกับผีด้วย”


“แต่ใช่ว่ามีคนตายนี่”


“เอาน่า วานอนไปเถอะ พี่ล้อเล่นหน่อยเดียว คิดจริงจังไปได้” รุจพูดติดขำเล็กๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องวาเพื่อไปพักผ่อนบ้าง


เมื่อวายุเดินเข้าในห้องนอน ได้ยินเสียงลมตีที่กระจกดังตุบ สักพักมีเสียง อื้อๆๆ เสียงนกพิราบมาเป็นระยะ เด็กหนุ่มแสดงอาการกลัว จนเริ่มมีน้ำคลอในเบ้าตา พอได้ยินเสียงลมพัดตีกระจกอีกครั้ง ร่างเล็กคว้าผ้าห่มและหมอนวิ่งออกจากห้องพักไปเคาะห้องรุจทันที


“ก๊อกๆๆๆ”


รุจรีบเอาผ้าพันร่างกายช่วงล่างเดินออกมาจากห้องน้ำ และส่องช่องตาแมว เห็นคนร่างเล็กถือผ้าห่มกับหมอนยืนอยู่หน้าห้อง เขาอมยิ้มเล็กๆ ก่อนเปิดประตูออกไป


“วา มีอะไรครับ”


“วาขอนอนด้วยคน” วายุรีบวิ่งเข้ามาในห้องทันทีแล้วกระโจนนั่งบนโซฟาออกอาการตัวสั่นเทา


“วา...ไม่นอนห้องนั้นแล้ว วากลัวผี”


“ตามใจ ไปนอนรอในห้องนอนก่อนไป แล้วนี่ได้ล็อกห้องตัวเองหรือเปล่า”


เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมา วิ่งเข้าห้องนอนของรุจทันที ชายหนุ่มหัวเราะขำในลำคอเบาๆ หลอกง่ายจริงๆ ก่อนจะเดินออกไปล็อกห้องคนตัวบางให้เรียบร้อย และไม่ลืมหยิบคีย์การ์ดออกมาด้วย


เมื่อรุจเดินเข้ามาในห้องนอนของเขาเพื่ออาบน้ำต่อ เห็นวานอนบนเตียงเขาแล้วคลุมโปงนอนเงียบ


...ไม่กลัวผีผ้าห่มบ้างหรือไง เด็กน้อย


ชายหนุ่มเข้าไปอาบน้ำต่อจนเสร็จ และแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เดินไปนั่งบนเตียง และล้มตัวนอนดึงผ้าห่มมาห่มตัวเขา และจับผ้าห่มของวายุเปิดออก เด็กหนุ่มยังไม่หลับสีหน้าแดงปลั่งออกอาการขวยเขิน เพราะร่างเล็กไม่เคยนอนกับผู้ชายด้วยกันบนเตียงสองต่อสองคนแบบนี้มาก่อน


“ทำไมถึงหน้าแดงหือ ร้อนเหรอครับ”


“ครับ วาร้อน”


“พี่ปรับแอร์เย็นแล้วนะ หรือว่าร้อนเพราะอย่างอื่น” เขายกยิ้มนิดๆ เมื่อต้อนเด็กหนุ่มจนมุม


“ทะลึ่ง” จบคำร่างเล็กจะขยับหนีห่างจากรุจ มือแกร่งดึงร่างบางมากอด ยกใบหน้าหล่อคมเข้มวางไว้บนหัววายุ


“อย่าดิ้น...เดี๋ยวมังกรตื่นขึ้น...วาต้องรับผิดชอบ...วาจะรับไหมหรือ...นอนนิ่งๆ ให้พี่กอดดีกว่าเนอะ” รุจกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ฝังปลายจมูกและริมฝีปากร้อนไปที่พวงแก้มนิ่ม “แก้มวาหอมจัง”


ใบหน้าหวานออกสีแดงเรื่อ อยากจะกลับห้องตนเองตอนนี้ทันไหม


“วาจะนอน พี่รุจอย่างแกล้งวาซิ วาง่วง”


“นอนไปซิ พี่ขอกอดแบบนี้ไม่ได้เหรอ หืม กอดได้ไหมครับ”


“ได้ครับ พี่รุจห้ามแกล้งวานะ วากลัว”


“กลัว...เจ็บนะสิ...เขาบอกกันว่าครั้งแรกเจ็บมาก วากลัวเจ็บ” ใบหน้าเด็กหนุ่มมุดกับที่นอนนุ่มไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้าแดงๆ แบบนี้เด็ดขาด


“พี่ไม่ขืนใจวาหรอกครับ รอให้วาพร้อมก่อน พร้อมเมื่อไหร่บอกพี่นะครับ” เขา ยื่นหน้ามาจุ๊บที่แก้มนวลเปล่งปลั่งเบาๆ


“พี่รุจอะ วาจะนอน อย่างแกล้งกันซิ” วายุพูดเสียงอู้อี้ออกมา


“ถ้าวาอยากไปถึงขั้นนั้นเร็วๆ ต้องสารภาพรักกับพี่ก่อน แล้วเราค่อยมาบอกรักกันทุกวัน”


“ฝันไปเถอะ วาไม่มีวันสารภาพรักกับพี่เป็นครั้งที่สองหรอก”


“จะรอดูคนปากแข็งครับ”


“คนบ้า” วายุพูดอ้อมแอ้ม ก่อนจะข่มหัวใจตัวเองไม่ให้เต้นรัว ทะลักออกมาเต้นนอกอก สุดท้ายเพราะความเหนื่อยล้าทำให้เด็กหนุ่มหลับในเวลาอันรวดเร็ว อบอุ่นทั้งร่างกาย และหัวใจ ตลอดเวลาหกปีที่หลงรักรุจมา วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดได้นอนในอ้อมกอดคนที่ร่างเล็กแอบรัก และชายหนุ่มก็ดีใจที่ได้กอดคนร่างเล็กและมีความสุขมากเช่นกัน


เสียงโทรศัพท์ชายหนุ่มดังขึ้นในเวลาตีสอง เขาคว้านหามือถือและรีบกดรับทันที กลัวว่าร่างเล็กในอ้อมกอดจะตื่น ก่อนจะเอามือถือแนบหู เขาดูหน้าจอว่าใครโทรมาขัดจังหวะการนอนของเขาและเด็กหนุ่ม เพราะว่าคนตัวเล็กเริ่มขยับตัวตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์


“มีเชี่ยอะไร โทรมาหากูตอนตีสอง มึงไม่หลับไม่นอนหรือไง ไอ้ทีม”


(“อย่าด่ากูสิวะ กูจะบอกว่ารถมึงโดนชนท้าย ไฟแตกกระจายหมดเลยวะ”) ปลายสายบอก รุจลืมตาตื่นทันที เมื่อลูกรักของเขาโดนชน


“ไอ้เลว กูให้มึงขับรถกูกลับคอนโด ไม่ใช่ให้ขับไปแดกเหล้า ว่าไงนะให้กูไปคุยกับเจ้าของรถที่ขับชน เอ่อ กูไปไม่ได้ วานอนกับกู ถ้ากูไปวาจะนอนกับใคร”


(“นี่มึงเจอน้องมันวันแรก มึงกดน้องวาทำเมียเลยเหรอ ไอ้เชี่ย ไอ้หื่น”)


“กดส้นตีนกูซิ กูกับวานอนกอดกัน ไม่ได้ทำเรื่องลามกอย่างที่มึงคิดหรอก ไอ้สัส แค่นี้กูจะนอน มีอะไรไปจะคุยกันพรุ่งนี้ที่คณะ ตอนนี้มึงจัดการกันเองเถอะ กูไม่เกี่ยว กูจนนอนแล้ว”


“พี่รุจ...อือ...มีอะไรครับ” เด็กหนุ่มปรือตาขึ้นด้วยความงัวเงีย ขยับหาร่างอุ่น


“ไม่มีอะไรครับ วานอนเถอะ” เขาก้มจูบหน้าผากนวลแผ่วเบา ลูบหัวเบาๆ ให้เด็กหนุ่มหลับต่อ เขาจึงข่มตาหลับตามและกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเล็กน้อย


เช้า 6.00 น.


ชายหนุ่มลืมตาตื่น ลุกขึ้นจากที่นอนมองร่างเล็กนอนหลับสนิท อมยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะก้มจูบแก้มนิ่มเบาๆ แล้วลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟันเดินเข้าห้องครัวทำกับข้าวง่ายๆ ไว้รอคนตัวบางตื่นขึ้นมากิน


เมื่อเขาเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง วายุยังนอนอยู่ เขามองเวลา 7.00 น แล้ว


“วาครับ ตื่นได้แล้ว แต่งตัวไปมหาลัยเร็วๆ เดี๋ยวไปสายนะ” เขาเขย่าไหล่ร่างเล็กไปด้วย


“อืม เช้าแล้วเหรอ พี่รุจ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่ง ทั้งที่ยังไม่ลืมตาเหยียดแขนขึ้นแล้วบิดตัวไล่ความง่วง และอาการเมื่อยขบออกให้หมด ก่อนจะปรือตาขึ้นทีละนิดมองดูรุจนั่งอยู่ข้างๆ


“อรุณสวัสดิ์ครับ” วายุยื่นหน้าไปจูบปากอุ่นร้อนของรุจเบาๆ ก่อนจะผละออก


“อรุณสวัสดิ์เช่นกันครับ” โน้มตัวเอาปากไปแตะปากนิ่มแผ่วเบา ก่อนจะถอนออกอย่างช้าๆ


“คือวาไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องก่อนนะครับ”


“เดี๋ยวครับ” เขาสวมกอดร่างเล็กทันที “คืนห้องนั้นไปเถอะ แล้วย้ายมาอยู่กับพี่ที่ห้องนี้นะครับ พี่อยากนอนกอดวาทุกคืน ชดเชยสองปีที่เราไม่เข้าใจกันน่ะ”


“จะดีเหรอครับ” วายุถามเสียงอ้อมแอ้ม


“ดีสิ...ดีมากด้วย”


หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัว...รุจกำลังขอร้องให้วายุอยู่ใกล้ๆ เขา


“ว่าไงครับ ฮือ ย้ายมาอยู่กับพี่นะ เห็นใจพี่หน่อยสิ พี่คิดถึงวาจะแย่”


“เอ่อ...ครับ...วาจะอยู่กับพี่รุจครับ” จบคำร่างบางวิ่งออกจากห้องทันทีด้วยความเขินอาย เด็กหนุ่มรีบเปิดประตูแล้วปิดอย่างรวดเร็ว ยืนพิงประตูยกมือบางทาบที่หน้าอกซ้าย ทำไมหัวใจเต้นแรงแบบนี้ นี่ตัวเขาใจง่ายไปหรือเปล่า รุจชวนอยู่ด้วยกัน ดันรีบตอบรับทันที...อ๊ะก็เรารักเขาเนี่ยน่า


 การกลับมาของวายุกลับมาครั้งนี้มาเพื่อจัดการความรักระหว่างตนเองกับรุจสมหวังงั้นเหรอ ทำไมตอนนั้นถึงรีบวิ่งหนีไป ทำไมไม่ถามตรงๆ ออกไปตั้งแต่ตอนนั้น เพราะอะไรกัน หรือว่าไม่มีความกล้าพอจะถาม หากถามหัวใจตัวเอง ตลอดสองปีไม่เคยลืมรุจเลยสักครั้ง ถึงแม้จะพยายามหลอกตัวเองว่าลืมได้แล้ว แต่ความจริงก็คือความจริง


วายุแต่งตัวเสร็จกำลังหยิบกระเป๋าสะพาย ได้ยินเสียงคนเคาะประตู จึงเดินไปเปิด


“พี่รุจ มีอะไรครับ”


“พี่มาตามไปกินข้าวเช้าครับ”


วายุพยักหน้ารับคำ


 “เย็นนี้กลับมา เรามาย้ายห้องกันอีกรอบนะครับ”


“ครับ”


รุจจูงมือวายุกินข้าวในห้องเขา เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังอบ สลัดผัก จัดวางบนโต๊ะอาหารหน้าตาน่ากิน


“นั่งซิ รีบๆ กินเดี๋ยวสายนะเรา”


 วายุจิ้มไส้กรอกกำลังจะป้อนใส่ปากตัวเอง


“วันนี้พี่ไปด้วยนะ พอดีเมื่อคืนไอ้ทีมเอารถพี่ไปดื่มเหล้าแล้วโดนรถคนอื่นชนท้ายเข้า”


“ที่มือถือดังเมื่อคืนหรือเปล่าครับ”


“อืม ตอนนั้นแหละ”


“วาเอง จะให้พี่รุจขับรถพาวาไปมหาลัยอยู่แล้ว ไม่ค่อยรู้เส้นทางบนกรุงเทพฯ เท่าไหร่เลย”


“อืม อย่างนั้นก็ได้ พี่เอารถไปจอดที่คณะของวา แล้วพี่เดินไปคณะพี่ก็แล้วกัน เผื่อว่าต้องใช้รถ”


“พี่ขับส่งวาแล้วเอารถไปจอดที่คณะพี่ดีกว่า เพราะตอนเย็นก็ต้องเดินไปหาพี่ตรีกับรุจอยู่ดี ต้องกลับพร้อมกันอยู่แล้วนี่”


“เอางั้นก็ได้ครับ แล้วอาหารอร่อยถูกปากไหม”


วายุพยักหน้ารับ “อร่อยมากครับ ไม่คิดว่าลูกคนรวยอย่างพี่รุจทำอาหารเป็นกับเขาด้วย”


“ต้องมาอยู่คนเดียวตอนมาเรียนมหาลัยนี่ครับ จะซื้ออาหารกินทุกมื้อก็คงไม่ไหว ต้องทำกินเองบ้าง ตอนแรกที่เราก็อร่อยบ้าง รสชาติไม่ได้เรื่องบ้าง แต่พอทำบ่อยๆ เข้ารสชาติเริ่มดีขึ้น”


เด็กหนุ่มเงยหน้ามองรุจ ทั้งๆ ที่ฐานะบ้านพี่รุจจัดว่าเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองกาญจน์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องทำอาหารกินเองก็ได้ สามารถซื้อกินได้ทุกมื้อด้วยซ้ำไป แต่เขาเลือกที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะอะไร


“มีอะไรก็ถามมาซิ ไม่เห็นต้องมองกดดันแบบนี้เลย”


“ทำไมพี่ถึงเลือกจะทำอะไรด้วยตัวเอง ทั้งที่มีเงินซื้อทุกอย่างตามที่พี่ต้องการ”


“คงเพราะเป็นเพราะพี่อยากทำอะไรด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยไปพึ่งคนอื่นละมั้ง ถึงเงินซื้ออาหารดีๆ และความอร่อยได้ แต่ซื้อความภาคภูมิใจไม่ได้ เพราะถ้าเราทำอาหารอร่อย เราก็ภูมิใจในความสามารถของตัวเองมากกว่าซื้อหาด้วยเงิน”


...จริงอย่างที่รุจพูดจริงๆ เงินซื้อทุกอย่าง


“ทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ในแต่ละวัน และทำให้ดีที่สุด เป็นสิ่งที่สำคัญมากของการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ พี่หนึ่งเคยสอนไว้ตั้งแต่ตอนแรกๆ ที่วาไปอยู่อเมริกา”


“นั่นสินะ นี่เราสองถูกสอนให้ทำอะไรด้วยตัวเองก่อนเหมือนกันงั้นเหรอ” รุจพูดแล้วยิ้มนิดๆ


“รีบกินเข้า ขืนชักช้า พี่จะปล่อยให้นั่งรถเมล์ไปคนเดียว”


“ชิ คนใจร้าย”


“เราก็ใจร้ายพอกันนั้นแหละ”


รถบีเอ็มป้ายแดงขับเข้าไปในมหาวิทยาลัยวนไปทางคณะศิลปศาสตร์จอดให้คนตัวเล็กลงไปก่อน เมื่อวายุลงไปแล้ว รุจลดกระจกลง


“วาตอนเย็นเดินไปหาพี่ที่คณะนะครับ เราจะได้กลับพร้อมกัน”


“ครับ แล้วเจอกันนะครับ...เอ่อคือว่า” วายุพูดตะกุกตะกัก


“มีอะไรครับ”


“มือถือวาอยู่ที่พี่ตรีอะ พี่รุจเอามาให้วาหน่อยได้ไหม”


“ได้ครับ เดี๋ยวพี่เดินเอาไปให้ครับ” รุจขับรถออกไป วันวานเดินมาเจอพอดี


“วา มากับเพื่อนพี่แทนเหรอ...เออ...พี่รุจใช่ไหม”


“อืม อย่าไปบอกใครนะ”


“อืม ไม่บอกใครหรอก ไปกันเถอะป่านนี้ทุกคนรอแย่แล้ว” วันวานจับมือวายุไปหาเพื่อนๆ ในคณะ


“น้องวา ทำไมไม่เห็นไปนั่งคุยกับพี่เลย พวกพี่มีเรื่องจะคุยกับวามากมายเลย” ปอมทักขึ้นแล้วนั่งข้างๆ วายุ มือโอบเอวไว้หลวมๆ เด็กหนุ่มขยับหนีเล็กน้อย


“พี่ปอมมีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ”


“วันศุกร์ไปรับน้องนอกสถานที่กับพวกพี่หรือเปล่าครับ”


“ไปครับ”


“น้องวาน่ารัก...จังเลยนะครับ...พี่ขอเบอร์น้องวาหน่อยได้ไหม” ปอมมองแล้วก็ยิ้มๆ


...แย่แล้วถูกขอเบอร์โทรอีกแล้ว...ทำไงดี


“เอ่อ...วา...วา...ขอเวลาสักหน่อยนะครับ..วาจำเบอร์ไม่ได้ครับ จำไม่ได้จริงๆ” จบคำวายุคว้ามือวันวานแล้ววิ่งออกจากพี่ปอมทันที


...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย


“วา...เราคิดว่าวิ่งหนีมาไกลมากพอแล้วมัง” วันวานพูดขึ้น วาหยุดวิ่งแล้วปล่อยมือ หันหน้าเข้ากับกำแพงเอาใบหน้าก้มพิงกำแพง


“เรื่องบางเรื่อง วาควรปฏิเสธไปให้ชัดเจน แบบว่า บอกแค่ว่าทีคนที่ชอบอยู่แล้วก็ได้ อย่างน้อยเขา...คนที่ชอบนาย...จะได้ไม่ต้องรุกวาถึงขนาดนี้” วันวานบอกแล้วหันหลังพิงกับกำแพง


“ไปเป็นเพื่อน...หาคน...คนหนึ่งได้ไหม”


“เอาซิ ว่างอยู่แล้ว  ก็ลากมาด้วยกันขนาดนี้แล้วนี่”


วายุเดินไปบนทางเดินบนอาคารเรียน อาคารหนึ่งใบหน้าสับสน ดวงตาวูบไหวเต็มที แล้วหยุดที่หน้าห้อง ห้องหนึ่ง


“ว้าว น้องผู้ชายน่ารักมาหาใครครับ ทำไมคณะเราไม่มีหน้ารักแบบนี้บ้างวะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งแซวเสียงดัง จนทุกคนในห้องหันไปมอง


“วา มีอะไร ถึงมาหา...” ดินถามขึ้นตะกุกตะกัก แล้วมองใบหน้าวา ทำไมถึงทำหน้าลำบากใจแบบนี้


“ขอคุยด้วยได้ไหมครับ”


“เอาซิ ไปข้างนอกก็ได้”


ด้านหลังอาคารเรียน


“พี่ดิน...เคยสับสนบ้างไหม”


“ก็เคย ทุกคนก็เคยสับสนกันทั้งนั้น”


“เคยปฏิเสธใครบ้างหรือเปล่า...แบบว่ามาขอเบอร์ดื้อๆ จนวุ่นวายไปหมด ผม...กลับมาที่นี่เพื่อบริหารงานของโรงแรมก็จริง แต่ไม่มีคิดว่าการเรียนมหาลัยไปด้วยมันจะยุ่งยากขนาดนี้ พอมีคนมาชอบเรามากๆ มันอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดี...ทุกทีพี่หนึ่งจะเป็นไล่พวกนี้ไปทั้งหมด แต่พอพี่หนึ่งไม่อยู่ ทุกอย่างมันดูลำบากไปหมด...ผมควรทำอย่างไรดีกับปัญหาพวกนี้ ผมไม่อยาก...ต้องทนอยู่กับความอึดอัดแบบนี้”


“ก็นายถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหิน พี่หนึ่งดูแลนายดีเกินไปจริงๆ จนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรกับโลกภายนอก...บางทีถ้าเราซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง มันคงเป็นเรื่องเดียวที่ควรทำอยู่ตอนนี้ก็ได้...ใครที่เราไม่ชอบก็บอกเขาไป อ้อมๆ ก็ได้ ว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว...ถ้าขืนยังดื้อที่จะรุกอีกละก็ ปฏิเสธให้ชัดเจนไปเลยว่าชอบใครสักคนเกินที่จะชายตามองใครอื่นอีก แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ความสุขสงบของเรา จะต้องปกป้องเองใช่ไหมล่ะ”


“ครับ ความสบายใจของวา วาต้องปกป้องเอง เฮอ ขอบคุณจริงๆ ครับ รู้สึกปลอดโปร่งอย่างไรไม่รู้ เบาตัวจริงๆ” วายุคลี่ยิ้มหน้าบาน กระโจนสวมกอดดินกอดรัดจนแน่น


“โอ๊ย...กอดรัดแน่นเกินไปแล้ว...วา”


“สบายใจแล้วซิ ยิ้มหน้าบานเชียว” ดินพูดเสียงทุ่มอ่อนๆ ลูบหัววายุด้วยความรัก


“จำเอาไว้นะ...วา...ทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามโกหกใจตัวเองเด็ดขาด...เพราะมันจะเจ็บมาก ตอนที่รู้ว่าหัวใจของเราให้เขาไปหมดทั้งใจแล้ว”


“ครับ...วาจะเชื่อที่พี่ดินพูดทุกคำ”


วันวานยืนพิงกำแพงรอวายุ มองเพื่อนของเขามีรอยยิ้มบานบนหน้า แค่เห็นเพื่อนยิ้มได้ก็มีความสุขแล้ว


 


“ไปจริงๆ นะเหรอ” วันวานถามขมวดคิ้วเล็กน้อย


“อืม ก็โทรศัพท์วาลืมไว้ที่พี่ตรีนี่นา ขืนไม่ไปเอาละก็ มีใครส่งเรื่องงานมาล่ะก็ แย่แน่ๆ”


“ไปเป็นเพื่อนก็ได้”


หน้าห้องเรียนของตรี


“น้องวาคนน่ารักมาหาพี่เหรอครับ” ปันยิ้มหน้าบานวิ่งมาหาเด็กหนุ่ม วายุยิ้มแหยๆ


“ผมมาหาพี่ตรีครับ” เขาตอบ แล้วเบี่ยงตัวหลบเดินไปหาตรี


“พี่ตรีมาเอาโทรศัพท์ครับ”


“อืม อย่าลืมบ่อยหนักซิ” ตรียืนมือถือให้ รุจเดินไปหาวายุ ยืนอยู่ด้านหลังโดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันได้รู้ตัว


“ขอบคุณครับ”


“เมื่อคืนพี่หนึ่งโทรมา ฉันไม่อยากจะยุ่งหรอกแต่มันดังรำคาญ เรื่องคู่หมั้นของนาย พี่นายโทรมาให้นายจัดการให้ชัดเจน จะตัดความสำพันธ์กันไปเลยก็ได้ เพราะการหมั้นของนายกับคู่หมั้นมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์และธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนั้นแล้ว นายจะถอนการหมั้นเลยก็ได้ พี่นายไม่ว่าอะไร”


“เกิดอะไรขึ้น เหตุผลละครับ”


“ทางนั้นใช้ชื่อตำแหน่งของนายหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ทำให้ทางเราสูญเสียเงินไปหลายร้อยล้านบาท”


“พี่หนึ่งเป็นแบบนี้ทุกที เวลามีปัญหาอะไรโยนให้ผมจัดการเอง ทั้งที่ตัวเองเป็นคนก่อเรื่อง บังคับหมั้นโดยที่ผมไม่เต็มใจสักนิด”


“นายไม่ได้รักคู่หมั้นเลยเหรอ ผู้หญิงคนนั้นออกจะสวย” ตรีแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ เหล่มองรุจยืนอยู่ข้างหลัง


“ไม่เคยรักเลย พี่หนึ่งจับผมหมั้นโดยได้ถามความสมัครใจผมสักคำ ชิ”


“แล้วคู่หมั้นเก่านายละ”


“พี่คริสนะเหรอ...จะพูดว่าอย่างไรดี...เออ...แบบว่าก็รักนะ เพราะว่าเขานิสัยเหมือนพี่รุจมากละมั้ง”


“งั้นแปลว่าไม่ได้รักแล้ว...ซินะ”


“หมายถึงใคร พี่รุจหรือพี่คริสล่ะ” เด็กหนุ่มออกอาการขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกสงสัยนิด


“อยากรู้ไปทำไมครับ อย่าหลอกถามให้ยากเลย ชิ”


“ยังรักมันอยู่หรือเปล่า”


“มันนี่คือพี่รุจใช่ไหม ชิ ถ้าไม่รักจะกลับมาเมืองไทยทำไมกัน” วายุสะบัดหน้าหนี หางตาเหลือไปเห็นร่างสูงยืนข้างๆ ตนเอง


“พี่...รุ...รุจ” ทั้งอึกอักเพราะความตื่นตกใจ หน้าตาแดงก่ำจนร่างกายจะระเบิดแตกกระจายออกไป


“ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ บอกคืนห้องนั้นไปแล้ว คืนนี้อย่าลืมมานอนด้วยกันนะ” รุจยิ้มบางๆ


“ห้องคืน...คืน...เร็วไปไหมพี่รุจ”


“เฮ้ย ไอ้เชี่ยรุจ นี่มึงจะบอกว่า ว่า เมื่อคืนมึงกับวา”


“ทำไม มันผิดตรงไหน คนรักกัน นอนห้องเดียวกัน ไม่เห็นจะแปลก”


“ผิดตรงนี้ไงละ ก็ตรงที่วา วา มันยังเดินปกติ ไม่มีอาการอะไร อย่างเช่นเจ็บที่บั้นท้ายอะไรแบบนี้”


“พี่ตรี พูดบ้าอะไรเนี่ย” วายุร้องโวยวาย เดินสะบัดหน้าหนีไปดื้อๆ แต่ไม่ลืมตวัดสายตาขุ่นมองรุจ แล้วเดินหน้าแดงซ่านออกไป


 ทำไมต้องชอบแกล้งกันด้วย นี่ตัวเราดันไปชอบคนนิสัยชอบยั่วอารมณ์แบบพี่รุจได้อย่างไร พี่รุจบ้า บ้าๆ ที่สุด


 


 


 


 


 


 


 


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha