เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 8 : บทที่ 8


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                       บทที่ 8


 


เช้าอีกวัน


“วา ครับแต่งตัวเสร็จหรือยัง เดี๋ยวไปสายนะครับ” รุจเรียกเด็กหนุ่มขณะตักข้าวต้มกุ้งใส่ชาม


“ครับ เสร็จแล้วครับ” วายุเดินถือกระเป่าออกจาห้อง เดินมาที่โต๊ะอาหาร


“ข้าวต้มน่ากินจังเลยครับ”


“ยังไม่ได้ทักทายกันเลยนะครับ” รุจพูดยิ้มๆ ก้าวเท้าเข้าหาร่างเล็กสวมกอดไว้ทั้งตัว ใบหน้าหล่อลงโน้มลงมาหาคนร่างบางริมฝีปากอุ่นประกบจูบคนรักอย่างอ่อนโยน ดูดดื่มความหวานจากโพรงปากหวานเนินนาน จึงผละออก มือเล็กทุบอกเขาไม่แรงนัก


“พี่บ้า จะสูบพลังงานแต่เช้าเลยหรือไง”


“ไม่ได้เหรอครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มออดอ้อนคนร่างเล็ก


“ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่มันมันยังไม่ชินต่างหากละครับ” ทำไมใจมันเต้นรัวแบบนี้ แล้วถ้าพี่เขาขอแบบว่า...ไม่โดนสูบพลังงานตายคาเตียงหรืออย่างไงนี่


“รีบกิน เดี๋ยวสายน่ะ”


ชายหนุ่มดูแลเด็กหนุ่มอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นข้าวเช้า ที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำให้กินก่อนไปมหาลัย แล้วยังจะโทรหาบ่อยๆ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ให้ตั้งใจเรียน ทำไม...สองปีที่เขาไม่ได้เจอหน้ากัน กลับยิ่งทำให้เขารักวายุมากขึ้น ส่วนร่างเล็กเองไม่เหลือแม้แต่ความเศร้าหมองในใจเลยสักนิด ไม่เลยสักนิด


โรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา


เป็นเพราะวันนี้โรงอาหารที่คณะคนกินข้าวเยอะมากจนไม่มีโต๊ะจะนั่ง พวกเพื่อนของวายุจึงต้องมากินอาหารที่นี่แทน


“นี่วา อุ่นจะกินข้าวผัดกะเพรารวมมิตร แต่มันเยอะ วาช่วยอุ่นกินหน่อยน่า”


“อืม” วายุพยักหน้าคณะยืนซื้อราดหน้าทะเลอยู่ เพราะว่าคราวที่แล้วรสชาติอร่อยมากๆ ติดใจมาสั่งอีกเป็นครั้งที่สอง และเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ส่วนน้ำวันวานซื้อเผื่อมาให้ทุกครั้ง


“อ้าว มากินข้าวที่นี่เหรอ” ตรีถามขณะเดินลงมาพักพร้อมเพื่อนปีสาม รวมถึงรุจ และรุ่นพี่ปีสี่ ปล่อยลงมาพักพร้อมกัน รุจส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาทุกครั้งที่เราเจอกันข้างนอก


“ครับ” วาตอบขณะตักราดหน้าจะป้อนใส่ปากตัวเอง


“วา อยู่ที่นี่เอง พี่ตามหาซะแย่” ดินวิ่งมาหยุดยืนหอบหายใจพร้อมตบไหล่ร่างเล็กเบาๆ


“มีอะไรครับ” วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว


“นายต้องจัดการให้เด็ดขาดนะ ไม่อย่างนั้นนายชะตาขาดแน่”


“ทำไมครับ ถึงขั้นคอขาดบาดตายเลยเหรอ”


“คู่หมั้นนายประกาศแต่งงานกับนายปลายเดือนนี้...นายคิดว่า มันคอขาดไหมล่ะ”


“เฮ้ย...บ้าไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไง ก็ในเมื่อผม...” วายุชำเลืองตามองรุจเล็กน้อย สายตานั้นดูหม่นเศร้า แต่ในขณะเดียวกันก็วาวโรจน์ ชะตาบั้นท้ายขาดแน่ถ้ากลับไปถึงห้อง


“ผมให้คนสืบเรื่องการเงินทางนั้นมา กำลังเข้าตาจนนะครับ แต่ไม่คิดว่าจะเล่นเร็วขนาดนี้”


“นั่นแหละทางนั้นกำลังสูบเงินทางเรานะซิ” ดินบอกแล้วถอนหายใจออกอาการเครียดๆ


“วาคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราพี่น้องลำบากแน่” ชล พี่น้องอีกคนเดินเข้ามาแล้วยืนข้างๆ ดิน


“เรื่องบางเรื่องมันต้องใช้เวลา แต่เรื่องนี้ วาต้องจัดการให้เร็วที่สุด” พายนั่งข้างวายุแล้วลูบหัวผมอย่างเอ็นดู


“ถึงแม้มันจะเป็นความผิดของพี่ที่ไปแย่งคู่หมั้นเก่าของวาไปก็ตาม แต่พี่เองอยากขอร้องให้จบปัญหานี้อย่างด่วนที่สุด และเอาเงินที่พวกนั้นสูบเราคืนมา” เพลิงเดินเข้ามา พร้อมฝาแฝดผมอีก สามคน


วายุยิ้มแก้มบานรีบลุกขึ้นไปกอดอีกสามคนทันที ทั้งสามคนก็กอดผมตอบและยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุข พวกเราแฝดสี่มารวมตัวกันครบแล้ว คือเรื่องที่น่ายินดีที่สุดสำหรับวายุ เพราะสามคนนี้มีสามีเป็นเงาตามตัว จะแอบย่องไปเที่ยวเล่นกันก็แสนยากลำบาก


“ตกลงว่านายจัดการอะไรไปแล้ว หรือยัง” ชลถามเสียงแข็ง


“วาเดินหมากเร็วนะครับ ป่านนี้เพื่อนผมคงจัดการให้ทางนั้นล้มละลายไปแล้ว อ่อ...ผมลืมบอกไปทางนั้นขอบ้านไว้ แลกเปลี่ยนกับคืนเงินที่ใช้ผลประโยชน์จากตำแหน่งผมไปใช้ เป็นเงินทั้งหมด ร้อยกว่าล้าน ผมส่งคืนให้พี่หนึ่งไปแล้ว และส่งเข้าบัญชีทุกคนไปคนละล้าน”


“เฮ้ย วานี่แน่มาก แล้วให้ใครจัดการละเนี่ย” ดินถามอยากรู้


“ชิน เพื่อนผมสมัยเรียนที่อเมริกาครับ ชินเขาเป็นมาเฟียญี่ปุ่น แล้วเปิดบ่อนผิดกฎหมายที่เมืองไทย และทางพ่อของวิวเองติดการพนันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะเอาทุกอย่างคืนมาได้”


“แล้วใช้เพื่อนฟรีๆ เลยเหรอ” ชลถาม เพราะพวกมาเฟียคิดแต่เรื่องเงินและผลประโยขน์เท่านั้น


“ก็เพื่อนกันนี่ครับ ไม่มีอะไรเป็นค่าจ้างก็แค่เลี้ยงข้าวเย็นมื้อหนึ่งก็เท่านั้นเอง”


“พี่คิดอยู่แล้วว่าอย่างไรต้องจัดการได้อยู่แล้ว” สามเดินเข้ามาในโรงอาหารพร้อมสี่ซึ่งคลี่ยิ้มหวานให้ตรี


“แบบนี้ต้องฉลองใช่ไหม” สี่ถามทุกคน


“ใช่” ทุกคนร้องบอกพร้อมกัน จะสามัคคีกันไปถึงไหน อย่าคิดนะว่าไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่


“เรื่องที่ผมจัดการ...คู่หมั้นผมพ้นทางGreat love ไม่น่าใช่เหตุผลที่พวกพี่ๆ จะรวมตัวกันหรอกใช่ไหมครับ” วายุหรี่ตามองจับตาผิดทุกคน


“คิดแล้วว่าไม่พ้นสายตาอันชาญฉลาดของวาแน่ๆ” วียิ้มเจื่อนๆ


“รวมตัวกันทำไมครับ” ถามย้ำอีกที บางทีอาจมีคนอยากให้คำตอบ


“ไม่เคยรอดพ้นสายตาจับผิดของนายได้เลยสักครั้ง เฮ้อ เมื่อไหร่พี่จะฉลาดแบบนี้บ้างนะ” สามโอดครวญ


“พี่สี่”


สี่สะดุ้งนิดๆ “ทำไมมองพี่แบบนี้ล่ะ ถามพี่คนอื่นๆ บางก็ได้ อย่าเพ่งเล็งมาที่พี่คนเดียวซิ มันไม่ดีหรอกนะ เนอะ พี่สาม”


“พี่ดิน พี่ชล พี่พาย พี่เพลิง วี ที คี บอกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะบอกให้ทางบัญชีไม่จ่ายเงินเดือนทั้งหมด”


“เฮ้ย...ทำอย่างนี้ได้ไง นี่พวกเราเป็นพี่นายนะ” ดิน ชล พาย เพลิงโวยวาย


“พี่กลัวด้วยเหรอ สามีพี่ออกจะเลี้ยงดี แล้วก็ตามใจซะแทบทุกอย่าง คงไม่ต้องใช้เงินเดือนหรอก”


“วา อย่าทำกับพวกเราแบบนี้สิ ใจร้ายอะ” วี ที คี แค่นยิ้มออกมาให้หวานฉ่ำที่สุด


“พวกนายมีสามีเลี้ยงดีอยู่แล้ว เงินไม่ต้องใช้หรอกเดือนนี้”


“โห่ อย่าใจร้ายนักเลย สามีพี่ยังเรียนอยู่คงให้ได้ใช่ไหม เงินเดือนน่ะ” สี่กับสามยิ้มแป้น


“ไม่ให้ พวกพี่หาเงินใช้เองแล้วไม่ให้เหมือนกันครับ” วายุข่มขู่เสียงดุ กราดมองทั้งหมดด้วยความไม่พอใจ


“ใจดำที่สุด” ทุกคนร้องบอกเป็นเสียงเดียวกัน


“นี่...วา พี่ชายของวาเหรอ” อบอุ่นสะกิดแขนเบาๆ


“ใช่ ลืมแนะนำให้รู้จัก นี่ อบอุ่น วันวาน แมงปอ แล้วก็ออมสิน เป็นเพื่อนของวา ส่วนนี่ บรรดาพี่ๆ ของเรา พี่สาม พี่สี่ พี่ดิน พี่ชล พี่พาย พี่เพลิง แล้วส่วนนี่เป็นฝาแฝดของเรา วี ที และก็คี คนสุดท้าย พวกนี้อย่าไปจีบเด็ดขาด มีสามีแล้วทุกคน” วายุนั่งมองหน้าพวกพี่น้องทั้งหมด


“จะบอกได้หรือยัง...ว่ามาทำไมกันที่นี่หา” เด็กหนุ่มล้วงมือถือขึ้นมา


“ให้เวลาคิด...เท่ากับทางฝ่ายบัญชีรับสายจากวา แล้วที่เหลือก็อดได้เงินเดือน เอาซิ จะยอมบอกกันไหม นี่ๆต้องให้เล่นบทโหดกันเลยใช่ไหม” วายุพูดข่มขู่ จนทุกคนมองหน้ากันเหลอหลา


“เร็วๆ ซิ บอกมา” ข่มขวัญย้ำอีกครั้ง


“วา คิดว่าเราเป็นพี่น้องกันหรือเปล่าล่ะ” วีถามเสียงอ่อยๆ ชำเลืองมองใบหน้าวายุนิดๆ


“เป็นพี่น้องกันซิ ทำไมวีพูดแบบนี้ละ” วายุถาม


“แบบว่า ก็วากลับมาอยู่เมืองไทยทั้งที ไม่ยอมไปหาพวกเราเลย พวกเราเลยรวมตัวกันมาดู วามีความสุขหรือเปล่า...มันผิดด้วยเหรอ”


“มันไม่ผิดหรอก” วายุบอกเสียงอ่อยๆ


“ที่เป็นห่วง...ก็เพราะว่า วาขนเสื้อผ้าไปอยู่กับผู้ชายนะสิ พวกเราถึงได้รวมตัวกันมาดูหน้าผู้ชายคนนั้น” สามบอกแล้วยิ้มอ่อนๆ หันมองมาทางรุจ


“หล่ออะ  นี่ไง...วีกับทีมาดูหน้าพี่เขาสิ หล่อเนอะ” คี เรียกที และวีมามองใบหน้ารุจ จากนั้นก็ยิ้มหวาน พวกเขารู้จักหน้าตาผู้ชายที่วาไปอยู่ด้วยนั้นจากรูปที่สี่ส่งมาให้พวกพี่น้องดูทางไลน์


“ไหนๆ คนนี้เหรอ หล่ออะ” พายไปมุมดูกับพวกคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่เพลิง ชล แล้วก็สาม มุมดูเช่นกัน


“นี่...ทำอะไรเป็นเด็กไปได้ฮะ พี่ๆ มีสามีกันหมดแล้วนะ ช่วยวางตัวให้สมเป็นผู้บริหารโรงแรมหน่อย” วาแหวกทุกคนให้ห่างรุจ ด้วยอาการหวง ก็แต่ละนายหน้าตาหวานน่ารัก น่าเอ็นดู “ไม่ได้มาดูอย่างเดียวใช่ไหม มีอะไรจะบอกอีกก็บอกมา วาต้องขึ้นไปเรียนอีกนะ”


“โดดวันหนึ่งคงไม่เป็นไรหรอกมัง” สามบอก จ้องหน้าวายุ “พี่จะพาไปเลี้ยงฉลองที่วากลับมาเมืองไทย”


“เลี้ยงต้อนรับวาเหรอ” วายุชี้นิ้วเข้าหาตนเอง


“ใช่ ฉลองกันตามประสาพี่น้องไงล่ะ โอเคปะ” ดินถาม แล้วยักคิ้วขึ้นมองไปทางรุจ กับตรี และเพื่อนๆ ของวายุ ”ยืมตัววาก่อนนะ เดี๋ยวไปส่งกลับไม่เกินสี่ทุ่ม”


“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน ยังไม่ตกลงเลย” วายุโวยวาย แต่ดินกับชลไม่สนหิ้วปีกคนตัวเล็กออกจากโรงอาหารทันที


“ขอตัววาไปก่อนนะครับ” คีบอกเพื่อนของวายุ แล้วส่งยิ้มหวานให้ทุกคน “ไปก่อนนะพี่เขย บ๊ายบาย”


“ขอตัวก่อนนะ น้องเขย” สี่และสามโบกมือบ๊ายบาย


“ไอ้ตรี ช่วยบอกกูหน่อย นั่นพี่น้องวางั้นเหรอว่ะ” รุจถามตรีด้วยสีหน้ามึนงง


“ใช่ นั้นแหละพี่น้องของวากับสี่ แต่ยังไม่ครบหรอก ขาดพี่หนึ่ง กับพี่สองยังไม่มา ถ้ามาละก็มึงต้องโดนรับน้องแน่ โทษฐานทำร้ายหัวใจน้องชายสุดที่รัก”


“ท่าทางแต่ละคนน่าจะดื้อ และแสบพอตัว” รุจบอกจ้องหน้าตรีนิ่งงัน


“มึงกลัวเหี้ยอะไรว่ะ มึงสอบผ่านพวกพี่น้องวาแล้ว สี่คงช่วยพูดและเล่าประวัติและนิสัยมึงให้พี่ๆน้องๆ ฟังละมั้ง ลองมึงไม่ผ่านซิ ดิน ชล เพลิงประเคนกำปั้นใส่หน้ามึงไปแล้ว ถึงสามคนนั่นจะเป็นเมียผู้ชายด้วยกัน แต่แม่งโคตรโหดเลยมึง กูเจอมากับตัวมาแล้ว แม่งหมัดหนักซิบหาย”


“ผ่านงั้นเหรอ”


“เอ่อซิว่ะ ก็มึงเล่นเอาวาไปนอนกกแบบนั้น พี่น้องที่ไหนบ้างจะยอมง่ายๆ วะ ต้องมาดูหน้ามึงสักหน่อย” ตรีอธิบายให้รุจฟัง แล้วกินข้าวต่อ


รุจมองจานข้าว ตกลงที่พี่ๆ ของวามานี่เพื่อมาดูหน้าคนที่ทำให้น้องชายเขาเสียใจหรือฉกน้องชายเขาไปอยู่ห้องเดียวกันแน่


 


สี่ทุ่ม


สี่พาวายุกลับห้องมาส่งที่ห้องของรุจด้วยสภาพเมาหลับเป็นที่เรียบร้อย


“โทษทีนะรุจ พวกนั้นบังคับคะยั้นคะยอให้วาดื่มเหล้าหนักไปหน่อย เมาหลับไปแล้ว”


“ไม่เป็นไรครับ” รุจรับร่างวาจากมือสี่มาอุ้มแนบอก


“ ฝากดูแลวาด้วยนะ พวกเรานะเชื่อใจนาย อุปสรรคความรักของผู้ชายด้วยกัน มันไม่ได้มีแค่นี้หรอก และไม่ได้โรยด้วยกลับกุหลาบแดงอย่างแน่นอน ขวากหนามรอนายอยู่ข้างหน้า อย่างน้อยก็พี่หนึ่ง กับพี่สองละน่ะ ไม่ได้ขู่ให้กลัวหรอก แต่ให้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือไว้ไว้บ้าง แต่ถ้านายใช้ความดี และความจริงใจละก็ พี่หนึ่ง พี่สองเขาก็ไม่ได้ใจร้าย ใจดำกับนายหรอก”


“ครับ”


“ไปก่อนนะ” สี่ขอตัวกลับก่อน


รุจวางร่างบางไว้บนเตียง ก่อนจะหยิบผ้าไปชุบน้ำเช็ดตัวให้เด็กหนุ่มจากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเขาล้มตัวนอนบนเตียง วายุรีบขยับหาอ้อมอกอุ่นของรุจทันที


“เด็กขี้เมา” เขาขยี้ผมวายุไม่แรงนัก เลื่อนลงมาสัมผัสเรียวปากนุ่ม รุจจุมพิตปากแดงระเรื่อแผ่วเบา “รักนะ พี่รักวานะครับ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา


 


 


“โอ๊ย ปวดหัวจังเลยพี่รุจอ่า” วาเดินและร้องโอดครวญไปหารุจในครัวทันทีที่ตื่นขึ้น สวมกอดร่างสูงจากด้านหลัง


“ตื่นแล้วเหรอเด็กขี้เมา” ชายหนุ่มแซว หัวเราะในลำคอเบาๆ 


“ไม่ต้องมาแซวกันเลย วางอนแล้ว” คนร่างเล็กสะบัดหน้าหนี


“ขอให้งอนจริงๆ เถอะ” รุจพึมพำเบาๆ


“ไม่ต้องแอบบ่นวาเลย ก็พวกพี่ๆ นะซิ ส่งให้ดื่มอยู่ได้ บอกว่าเมาแล้วก็ไม่เชื่อกันบ้าง” วายุนั่งลงบนโซฟาแล้วเอนหลังกับพนักพิง “พี่รุจ พรุ่งนี้วาต้องไปรับน้องนอกสถานที่กับคณะนะครับ”


รุจหันมามองทันที “พี่จะไปกับวาด้วย”


วายุเบิกตากว้างทันที...ตามไปได้ด้วยงั้นเหรอ


“เฮ้ย...ไม่ได้เกี่ยวกับคณะของพี่ แล้วพี่จะไปทำไม”


“พี่ห่วง แล้วก็หวงวา มันผิดด้วยเหรอ” ชายหนุ่มบอกเสียงแข็งออกจะค่อนไปทางขุ่นเคืองด้วย


วายุแอบเหลือบมองรุจ ตั้งใจจะไปเฝ้าไม่ให้คลาดสายตาเลยใช่ไหม


“พี่รุจ...วาไม่รู้ว่าไปกิจกรรมรับน้องต้องเตรียมอะไรบ้าง” วายุกระพริบตาปริบๆ จะรู้หรือเปล่า ว่าเด็กหนุ่มต้องการอะไร


“ตอนเย็นนี้ พี่จะพาไปซื้อของที่จำเป็นสำหรับเข้ากิจกรรมให้ กระเป๋าพี่ขอเป็นคนจัดให้ โอเคไหม ไม่ต้องต้องมาจ้องตาปริบๆ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก”


“ครับ แต่ทำไมต้องเจ็บตัวด้วย ไม่เข้าใจอ่ะ” วายุเอียงคอมองสีหน้าของร่างเล็กแสดงถึงความงุนงงสงสัย เจ็บตัวทำไม หรือว่ารับน้องต้องเจ็บตัวด้วย


รุจพยายามข่มอารมณ์และความต้องการตัวเอง จนกว่าวายุจะสารภาพรักกับเขาอีกครั้ง ขืนไปกดวาสุ่มสี่สุ่มห้า เกิดหนีไปไม่กลับมา เขามีหวังอกแตกตายแน่ เพราะเวลานี้เขารักวายุมากจนไม่ยอมยกให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น ใครจะว่าเขาตามติดวายุมากเกินไป ก็ช่าง เวลาสองปีที่ห่างกัน มันทรมานราวกับเวลายาวนานเกือบยี่สิบปี ทรมานจริงๆ เมื่อคิดว่าวายุหนีจากเขาไปอีก


 


“เฮ้ย ไอ้รุจมึงต้องไปกินเหล้ากับพวกกู ห้ามเบี้ยว” คิงตะโกนดังลั่นห้อง “เอ่อ... แล้วนี่มึงเตรียมตัวจะไปไหนหะ” คิงถามเมื่อเห็นเพื่อนสะพายกระเป๋า


“เดี๋ยวกูตามพวกมึงไปทีหลัง...ต้องพาวาไปซื้อของเตรียมไปเข้ากิจกรรมรับน้องกับคณะตอนเย็นนี้ก่อน แล้วกินร้านไหนโทรบอกกูด้วย” รุจพูดจบเดินออกจากห้องทันที


“มึงว่า ไอ้รุจมันตามติดวามากไปหรือเปล่าว่ะ” คิงถามลอยๆ


“มันรอน้องมันมาตั้งสองปี แล้วก็...มันรักน้องวาของมันมายาวนาน มึงก็เข้าใจมันหน่อย ไอ้รุจมันเป็นพวกยึดติด แล้วน้องวามันก็น่าให้ติดด้วย” ทีมบอกแล้วนึกถึงตอนที่วามาเต้นที่นี่


“เอ่อ วามันก็น่าติดด้วยนี่หวา เอวนี่พลิ้วเชียว ตัวก็ขาวทั้งตัว ถึงว่าไอ้รุจมันไม่ยอมให้คลาดสายตา พวกที่จ้องจะกินน้องวาของมันก็มีเยอะซะด้วย ไอ้รุจต้องตามหึง ตามเฝ้าเป็นเรื่องธรรมดา” คิงบอก หัวเราะขำเบาๆ ในลำคอ แต่พอนึกถึงน้องหน้าหวานคนนั้นแล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้ น้องอบอุ่น เอาว่ะลองจีบสักตั้งคงไม่เป็นไร จีบไม่ติด จับกดทำเมียแม่งเลยเหมือนไอ้ตรี ครั้งแรกจับพี่สี่มอมเหล้าแล้วอัดกระแทกทำเมียซะ จนทุกวันนี้ไปไหนไม่รอด


“แล้วนี่มึงจะสะพายกระเป๋าไปไหน” ทีมถาม แล้วมองคิงสะพายกระเป๋าเตรียมเดินออกจากห้อง


“ไปหาว่าที่เมียในอนาคต” คิงเดินออกจากห้องทันทีที่ตอบคำถามเพื่อนจบ


“ว่าที่เมีย” ทีมบ่นงึมงำก่อนเดินออกจากห้องเช่นกัน ใครกันว่ะ ที่คิงตามจีบอยู่


“วา พี่จะไปดื่มกับเพื่อน อยู่ห้องคนเดียวได้ไหม” รุจถามวายุขณะขับรถ


“ไม่ วาจะไม่ยอมอยู่คนเดียวเด็ดขาด วาไม่อยู่” วายุร้องโวยวาย แล้วเชิดหน้าหนีออกอาการงอนสุดฤทธิ์


อย่าคิดแม้แต่คิดจะทิ้งไว้ที่คอนโคคนเดียว กลัวผี อยู่คนเดียว ผีมาหลอกหลอนแน่ ใครจะบอกกลัวเรื่องไร้ตัวตนก็ตาม ไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด


“ดื้อ”


“พี่รุจ ต่างหากที่ดื้อ วาจะไปด้วย”


“ไม่กลัวเพื่อนพี่บ้างหรือไง แต่ละคนจ้องแต่จะจับวากันทั้งนั้น”


“ถ้ากลัวจะไปด้วยหรือไง”


รุจโยกหัวไปมาด้วยความหมั่นไส้นิดๆ ตัวเล็กแบบนี้ ปากเก่งน่าดู


 


ร้านเหล้า


“ไอ้รุจทางนี้โว้ย” ตรีโบกมือขึ้นให้ตรีเดินไปที่โต๊ะ


วายุมองนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬานั่งกินเหล้าเป็นกลุ่มใหญ่ เอาโต๊ะต่อๆ กัน แล้วนั่งรวมๆ กัน มันก็อบอุ่นดี


“ว้าว น้องวา มานั่งกินเหล้าใกล้ๆ พี่มา” ปันเอามือตีที่นั่งข้างๆ เพื่อเรียกเด็กหนุ่มมานั่ง วายุแค่นยิ้มออกมา


รุจจับมือวาไปนั่งข้างๆตรี แล้วโอบไหล่เด็กหนุ่มเอาไว้แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของเด็กหนุ่มเต็มที่


“ไอ้รุจ ทำไมมึงนั่งโอบไหล่น้องวาของกูแบบนี้ เดี๋ยวกูตืบเลยมึง” ปันโวยวาย


“ไอ้สัสปัน ถ้ามึงจะแดกเหล้ามึงก็แดกเงียบๆ กูรำคาญเสียงมึง” ตรีตะคอกกลับเพราะไม่พอใจอาการเร้าหรือของปัน โวยวายน่ารำคาญ


“อะไรว่ะ ทำไมน้องวาของกูมากับไอ้เชี่ยรุจได้ว่ะ”


“มึงอยากรู้มากใช่ไหมกูจะได้บอก มึงนะ...พอกลับบ้านไปรีบไปหาซื้อน้ำใบบัวบกมาแดกแทนน้ำก็ได้ หรือแดกหลังอาหารสามมื้อซะ ไอ้รุจกับวาสองคนนี้รักกันมานานแล้ว ก่อนที่มึงจะเจอน้องมันอีก” ทีมบอกแล้วหัวเราะร่วนออกอาการสะใจ เมื่อเห็นอาการช็อก อ้าปากค้างของปัน


สะใจจริงๆ ตามตื้อดีนัก รุจสมน้ำหน้าในใจ


“พี่สั่งข้าวผัดให้แล้ว กินซะ ไม่ต้องมาทำหน้างอเลย สี่ทุ่มต้องกลับไปนอน พรุ่งนี้ต้องไปรับน้องไม่ใช่หรือไง”


“ครับ สั่งน้ำมะนาวโซดาให้หน่อยซิ วาอยากกินอะ”


“อืม แล้วจะสั่งให้” รุจยกมือลูบหัววาแผ่วเบา


เด็กหนุ่มหันไปสบตากับคิวพอดี ลืมไปเลยว่าคิดเรียนคณะนี้ด้วย เอาไงดี จะบอกอย่างไงดี ทำไมความรักมันวุ่นวายแบบนี้นะ


“มาแล้ว ข้าวผัด น้ำที่คุณหนูวาอยากได้” รุจส่งจานข้าวผัด และน้ำมะนาวโซดาให้เด็กหนุ่มกิน โดยมีสายตาทุกคนมองอยู่


เพราะแบบนี้แหละ ถึงไม่อยากให้วามาด้วย จะมองอะไรกันหนักหนาว่ะ


หลังจากคนตัวเล็กกินข้าวผัดเสร็จแล้วร้องกินข้าวผัดกระเพราทะเลต่อ ทุกคนมองอย่างอึ้งๆ คงคิดว่า ทำไมตัวเล็กแบบแบบนี้ถึงกินเก่งนัก


เขารู้จากตรีว่าวายุกินเก่งก็ตอนที่ไปกินหมูกระทะด้วยกัน ย่างให้กินแทบไม่ทัน


“อิ่มหรือยัง”


“จะกินเค้กอะ” วายุทำแก้มป่อง ส่งแววตาออดอ้อนรุจ กระพริบตาปริบๆ ขอร้องอยากกินเค้กแบบเด็กดื้อเอาแต่ใจ จนตรีแอบหัวเราะเมื่อรุจเจอลูกอ้อนแบบนี้ จะใจร้ายคงไม่ได้แล้ว


“อืม เดี๋ยวสั่งให้ ไม่ต้องมาอ้อน กลับห้องไปแล้วจะโดนไม่ใช่น้อย” เขาข่มขู่เสียงเข้มไม่มากนัก แต่เด็กหนุ่มกลับไม่มีทีท่ากลัวสักนิด


“ไงมึง ไอ้รุจเห็นความดื้อของน้องเมียกูยัง ดื้อฉิบหาย” ตรีหัวเราะร่วนอย่างขบขัน


“เห็นแล้ว เมื่อก่อนเด็กน้อยคนนี้ไม่ได้เป็นแบบนี้ ออกจะน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ขี้แง กลัวเข็มฉีดยา แล้วก็ขี้อายมากด้วย”


“ไม่ต้องมาเผากันเลยชิ พี่รุจคนบ้า”


“แต่ตอนนี้ซิ ดื้อเงียบ เหวี่ยงเก่ง”


“พี่รุจ วาไม่ได้ดื้อนะ แล้วก็ไม่ได้เหวี่ยงด้วย” วายุแก้ตัวทันควัน


“แล้ววันนั้นที่ห้าง ใครดื้อ ใครเหวี่ยงครับ หึหึ” รุจหัวเราะขำเบาๆ ดูซิจะแก้ตัวอย่างไรอีก ดื้อแล้วไม่ยอมรับว่าดื้อ


                เหมือนมีเสียงระฆังช่วยชีวิต มือถือของวายุด้ง พอล้วงออกมาดู ดวงตาเด็กหนุ่มเบิกกว้างทันที


พี่หนึ่ง...โทรมา...ต้องหาทีเงียบๆ คุยก่อน วายุกรีดร้องในใจ


“พี่รุจมีที่เงียบๆ คุยโทรศัพท์ไหมครับ พี่หนึ่งโทรมาจากอเมริกา น่าจะโทรมาคุยเรื่องงาน” เสียงวายุดูสั่นๆ ก้มมองหน้าจอเป็นระยะ


“รีบเลยมึง พี่เมียคนนี้แม่งโหดฉิบ” ตรีบอกเสียงหวั่นๆ


“มานี่ เดี๋ยวพี่พาไปหลังร้าน”


ครั้งเดินถึงหลังร้าน เด็กหนุ่มกดรับโทรศัพท์ทันที


“ครับ...พี่หนึ่ง”


(“รับช้า ปิดบังอะไรพี่หรือเปล่า”) ปลายสายถามน้ำเสียงแข็งออกไปทางดุดัน


ถ้าเล่าไปจะโดนสั่งให้กลับอเมริกาไหม วายุคว้ามือรุจไว้ กุมไว้แน่นที่สุด ชายหนุ่มเองเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย


“พี่จะฟังเรื่องอะไรก่อน”


(“เรื่องคู่หมั้น วาจัดการอย่างไร”) ปลายสายแอบถอนหายใจเบาๆ


“พี่หนึ่ง จะถามทำไมก็ในเมื่อพี่ก็รู้จากปากคนอื่นๆ แล้ว วาเดาทางพี่ถูกไหม” วายุย้อนเสียงแข็ง ถึงแม้จะรู้ทัน แต่ก็ไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมพี่หนึ่งสักครั้ง


(“เบื่อคนรู้ทัน...หึ หึ หึ กำลังคิดว่าถ้าพี่สั่งให้บินกลับอเมริกา วาคงค้านหัวชนฝาเลยใช่ไหม”) เสียงหัวเราะคักๆ อย่างขบขันดังก้องออกมา


“ไม่บินกลับเด็ดขาด...วาพอจะเดาใจพี่หนึ่งได้ว่า พี่ไม่มีทางเรียกวากลับหรอก แต่จะให้ทำงานอยู่ที่นี่แทนพี่ทั้งหมด...ใช่ไหม”


(“อยู่กับพี่จนจะรู้ทันพี่หมดแล้ว...แบบนี้พี่ก็แย่ละซิ หมดสนุกกันพอดี...เอาเป็นว่าทำงานให้พี่สองชิ้น”)


“ให้วาทำอะไรครับ” เสียงใสออกอาการเซ็งนิดๆ


(“พี่ให้วาไปดูที่ที่อ่าวมะนาวให้หน่อย พี่จะซื้อไปทำรีสอร์ต ส่วนอีกชิ้น...ดูแลการก่อสร้างโรงแรมอีกแห่งที่เมืองกาญจน์ น่าจะสร้างไปครึ่งทางแล้ว”)เสียงทุ้มออกเข้มดังออกมาจากโทรศัพท์ เด็กหนุ่มถึงกับพ่นลมหายใจระบายความลำบากใจเล็กน้อย


...ขอเชือกผูกรัดคอพี่ชายสัก 1 วินาที ได้ไหม สั่งงานอะไรมากมายแบบนี้ ตำแหน่งรองประธาน ขอคืนตอนนี้ พี่หนึ่งจะรับคืนไหมฮะ


(“ตกลงตามนี้นะ”) เสียงหัวเราะขำขัน ตอกย้ำว่าทางปลายสายอารมณ์ดีแค่ไหน วายุเองอยากจะบินกลับไปอเมริกา แล้วลากนายเลขาหน้าหวานเมียสุดรัก สุดหวงของพี่หนึ่งแอบหนีมาเมืองไทยนัก ดูซิจะพล่านแค่ไหนกัน


“ขอเฟอรารี่สีแดงได้ไหม” ลองขอดู บางที่พี่หนึ่งอาจใจดียกให้


(“ฝันไปเถอะ...วายุ หึ หึ หึ”) ปลายสายกดวางไป


...อ๊าก อยากจะเอาหัวพี่หนึ่งทุ่มดินนัก ไอ้พี่ขี้งก เฟอรารี่คันเดียวก็ยกให้ไม่ได้ ชิ แต่งานใช้งานจริงๆ วายุบ่นในใจ


“เป็นอย่างไรบ้าง พี่ว่าอะไรวาหรือเปล่า”


วายุส่ายหน้าไปมา


“แล้วทำทำหน้าไม่สบายใจแบบนี้ล่ะ...หือ บอกพี่ได้ไหม บางทีพี่อาจจะช่วยได้บ้าง ไม่มากนิดหน่อยก็ยังดี”


ความอ่อนโยนของพี่รุจยังเหมือนเดิม เด็กหนุ่มโผกอดชายหนุ่มซุกใบหน้ากับแผ่นอก กลิ่นเฉพาะของพี่รุจทำให้รู้สึกผ่อนคลายดีจริงๆ


“ขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหม ขอชาร์จพลังหน่อย” วายุบอกเสียงแผ่ว


ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องบริหารงานโรงแรมอีก ถึงแม้จะมีผู้จัดการที่ไว้ใจได้ และมีความสามารถเฉพาะทาง คอยบริหารเป็นตัวหนักอยู่แล้วก็ตาม แต่เขาต้องไปดูแลเองอยู่ดี แล้วไหนจะขยายเพิ่มอีก สุดท้ายก็ไม่พ้นเด็กหนุ่มต้องลงไปดูแล ก่อนส่งต่อให้แต่ละฝ่ายจัดการต่อ


ขอเพียงความอบอุ่นนี้ของรุจอยู่กับร่างเล็ก วายุพร้อมจะสู้ไม่ถอยเช่นกัน


เมื่อผ่านไปพักใหญ่ วายุผละออกจากอกของรุจ


“สบายใจหรือยัง หือ” มือแกร่งลูบหัวเบาๆ ก้มจูบที่หน้าผาก อยากจะรักและอยากทะนุถนอมร่างเล็กไว้ชดเชยเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาระหว่างเราสองคน


“ครับ สบายใจมากขึ้นจริงๆ มีแรงไปกดดันพี่น้องคนอื่นต่อไป ไม่ยอมส่งงานเสียที” วายุหัวเราะคิกๆ ผ่อนคลายแล้ว มีแรงสู้กับปัญหาต่างๆ แล้ว ชวนวายุกลับไปที่โต๊ะ


“ยังอยู่เหรอไอ้เชี่ยรุจ กูนึกว่ากลับไปแล้ว หายไปนานมาก ทั้งคู่เลยนะมึง แอบไปทำอะไรหรือเปล่าว่ะ” ตรีแซวน้ำเสียงกลั้วเสียงหัวเราะ เมื่อเห็นวายุกับรุจนั่งที่เดิม


“วาคุยเรื่องงานกับพี่หนึ่งครับ พี่ตรีหัวเราะเยาะวา...ใช่ไหมครับ...งั้นก็ช่วยรบกวน...รีบส่งงานวาให้ทันเวลาที่ขีดเส้นตายไว้ แล้วก็เตรียมตัวไปดูสถานที่ตกแต่งร้านเค้กของพี่สี่ กับร้านฟิตเนสพี่ตรี ในโรงแรมใหม่ที่เมืองกาญจน์ด้วยครับ”


“เฮ้ย วาจะฆ่าพี่เหรอ” ตรีร้องโวยวายเสียงดัง จากที่อารมณ์ขบขับดับวูบ อาการตึงเครียดเข้าแทนที่ทันที


“ครับ ฆ่าทุกคนเลยครับ เตรียมตัวได้เลยครับ วาเอาจริงแน่ ไม่เชื่อถามคณะกรรมการบริหารที่อเมริกาได้ วาโหดมากแค่ไหน”


“วา...พี่ล้อเล่น” ตรีกรีดร้องเสียงดัง เพราะได้ข่าวลือเรื่องเอาการเอางานของเด็กหนุ่มมาบ้าง น่ากลัวๆ พอๆ กับพี่หนึ่งเลยละ


“วา...ขอคุยด้วยหน่อยซิ” คิวมองใบหน้าของวายุ


วาลุกขึ้นยืนกำลังก้าวเท้าจะเดิน รุจคว้ามือเด็กหนุ่มเอาไว้


“วา พี่ว่า...”


“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ คิว เขาเป็นเพื่อนสนิทวานะครับ” วายุคลี่ยิ้มอ่อนๆ


“ตามใจวา...ก็แล้วกัน” เขาพูดเสียงทุ้มเคล้าความขุ่นใจ เงยหน้ามองเด็กหนุ่มหน้าหวาน แสนน่ารักของเขา


“วา เลือกแล้วนี่ครับ ส่วนคิว...วาเองอยากจะชัดเจนกับเขาก็เท่านั้น”


“เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ ไม่บริสุทธิ์ใจมีเยอะไปครับน้องวา จ้องจะแทงแต่ข้างหลังเสียด้วย” คิงเอ่ยลอยๆ ขึ้นมา


“ลองเปลี่ยนสถานะจากจ้องจะแทงหลังคนอื่น มาเป็นโดนคนอื่นแทงหลังบ้างจะดีกว่าไหม ” ทีมพูดแล้วจ้องมองคิว ก่อนจะยกยิ้มนิดๆออกมา


“อย่างน้อยผมก็ไม่เคยทำให้เพื่อนผมต้องร้องไห้ ถึงขนาดทิ้งความทุกข์ไว้ที่นี่ แล้วไปเริ่มต้นใหม่ถึงอเมริกาหรอกครับ”


“นี่แก” รุจกำหมัดแน่น


“คิว...นายอยากคุยกับเราไม่ใช่เหรอ ออกข้างนอกกันเถอะ” วายุจับมือคิวเดินไปหน้าร้าน ที่มีถนนและมีผู้คนไปมา


“ไปหาอะไรหวานๆ กินกัน” วายุลากมือเพื่อนเดินไปเรื่อยๆ


คิวมองแผ่นหลังของวายุ มันต่างจากเมื่อก่อน ตอนนี้วายุดูเข้มแข็งมากจนเขารู้สึกเกร็ง และกลัวอย่างบอกไม่ถูก


“คิว”


ร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย


“ว่าอะไรน่ะ”


“ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย นายเป็นคนเรียกฉันออกมาเองนะ” เสียงใสถามติดรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ


“วา...ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม” คิวถามเสียงอ่อยๆ


“อืม วารักพี่รุจ”


“เราได้คำตอบแล้วละ วาไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เราไม่อยากเจ็บปวดยิ่งกว่านี้” มือสองข้างกำหมัดแน่น


“แต่เราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นี่หนา” วายุจับมือของคิวซึ่งกำหมัดแน่นไว้ “อย่ากำ ต้องแบบนี้ซิ แบบเอาไว้แบบนี้ เมื่อใดที่คิวเจอคนที่รักคิวจริงๆ กำมือเขาให้แน่น ผูกมัดหัวใจนายกับเขาให้ดี อย่าให้หลุดมือเด็ดขาด แล้วคิวจะได้รู้ว่าความรักจริงๆ คืออะไร”


“วา เราขอกอดนายเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”


“เอาซิ...เราเป็นเพื่อนกันนี่นะ” วายุยิ้มๆ ก่อนจะสวมกอดคิว และคิวก็สวมกอดเพื่อนรักเช่นกัน


“สักวันหัวใจนายจะเข้มแข็ง เชื่อเราซิ”


“อืม” อยากกอดวายุไว้แบบนี้ตลอดไป แต่...ไม่สามารถทำตามที่ใจคิดได้ เพราะหัวใจของวายุเป็นของคนอื่นไปแล้ว...เขาเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้นจริงๆ ขอแค่นี้ก็พอแล้ว คำว่าเพื่อนสำคัญกับเขาเสมอ


คิวผละออกจากวายุ พร้อมกับแค่นยิ้มออกมาให้ดูธรรมชาติที่สุด เขารู้ว่าควรยืนอยู่ตรงไหน


“วา เดินเข้าไปในร้านก่อนได้ไหม เราจะเดินเล่นต่ออีกสักหน่อย”


“แน่ใจนะ” อดเป็นห่วงคิวไม่ได้จริงๆ


“เชื่อใจเราซิ เราจะเดินกลับเข้าร้านในฐานะเพื่อนที่ดีของวา” คิงพูดเสียงสั่นเครือระคนความเศร้าหมองอยู่ไม่น้อย


“อืม เรากลับไปหาพี่รุจก่อนนะ”


“ไปเถอะ”


คิวมองแผ่นหลังของวากำลังจากเขาไปไกลทุกที ดีแล้วที่ยังเหลือความเป็นเพื่อนกันอยู่


“ทำไม พี่รุจทำหน้าดุแบบนี้อะ” มือของวายุลูบใบหน้าของรุจแผ่วเบา


“ทำไมต้องกอดมันด้วย” เสียงเข้มค่อนไปทางโกรธ กำหมัดแน่นอยากจะชกหน้าไอ้คิวนัก มันกล้ากอดงายุของเขา


วายุมองใบหน้าชายหนุ่มแล้วแอบถอนหายใจเบาๆ ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลย เพื่อนกอดเพื่อนมันผิดตรงไหน เฮ้อ...ไม่เข้าใจจริง มือเล็กแกะมือรุจให้แบออกแล้วเอามือของตนเองไปวางไว้บนฝ่ามือ


“กำซิ กำมือวาไว้ เห็นไหม วาไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย พี่รุจยังกุมมือวาอยู่เลย” เด็กหนุ่มยิ้มอ่อนๆ ชายหนุ่มยกยิ้มนิดๆ โยกตัวเด็กหนุ่มไปมา แล้วกดใบหน้าวายุแนบกับแผ่นอกของเขา จากนั้นเด็กหนุ่มก็ผละออกมาขยับนั่งชิดกับรุจเอาหน้าซบไหล่ร่างสูง


“เข้าใจคิดจริงๆ พี่เคยเห็นวาครั้งแรกเมื่อปีก่อน ตอนนั้นพี่มีปัญหากับสี่ พี่รู้หัวใจตัวเองช้าไป พี่รักสี่มากแค่ไหน รู้ตัวอีกที พี่ทำร้ายจิตใจสี่ไปแล้ว วันนั้นพี่ไปหาสี่ที่คอนโด วาเปิดประตูออกมาเจอพี่ แล้วตบหน้าพี่ฉาดใหญ่ แล้วบอกว่าพี่สี่หนีไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าพี่รักสี่จริงต้องตามหาให้เจอ” ตรีบอกเสียงเข้ม จ้องหน้ารุจนิ่งงัน ก่อนจะมองไปที่เด็กหนุ่ม


“พี่ยังจำแววตาตอนนั้นเราได้ ดูเด็ดเดี่ยว แต่เคลือบด้วยความเศร้าหมอง พี่มารู้ทีหลังว่าวายกคู่หมั้นตัวเองให้เพลิง แล้วบินกลับอเมริกา แต่สายตาคู่นั้นกลับมีความหม่นเศร้า และโหยหาใครสักคน พี่มารู้ทีหลังจากสี่อีกครั้ง ว่าวาต้องการลืมใครสักคน พี่นึกไม่ถึงว่าเป็นไอ้รุจ ถ้าพี่รู้ว่าเป็นมันพี่จะชกหน้ารุจสักหมัด” ตรีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ


“ตอนนั้นพี่ก็ขอโทษ ที่เขาไปแซววาในวันนั้น ไอ้รุจมันคลั่งวามาก แอบเอารูปวาใส่ไว้ในกระเป๋าเงินด้วย ทำให้พี่อยากเห็นตัวจริง แต่นึกไม่ถึงว่าตอนที่เข้าไป ดันเป็นตอนที่วาสารภาพว่ารักไอ้รุจ แล้ววาก็หนีมันไป วารู้ไหม ว่าไอ้รุจมันตามหาวาทุกที่ มันยอมไปคุกเข่าขอร้องแม่วาเป็นวันๆ  ให้ช่วยบอกว่าวาไปอยู่ที่ไหน มันรักวามากจริงๆ ” คิงเล่าเสียงทุ้มแล้วยิ้มๆ ก่อนจะเล่าต่อให้จบ


“แม่อรของวาบอกว่า วาไปอยู่อเมริกากับพ่อ แม่ และพี่ชายแท้จริง มันคลั่งมากไม่ยอมรับอะไรเลย เอาแต่เศร้าคิดถึงแต่วา จนพวกเราเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ มันพูดนับคำได้เลยละ มีผู้หญิงมาจีบมัน เจอความเย็นชาของมันเข้าให้ พากันเผ่นหนีกันหมด แล้ววันที่เจอวาที่โรงอาหาร พวกพี่ตกใจแทบแย่ บทวาจะโผล่มา โผล่มาง่ายๆ แล้วดันเป็นน้องเมียไอ้ตรีอีก มันน่าโมโห วาอยู่ใกล้แค่จมูกแค่นี้เอง” คิงหัวเราะลั่นตบไหล่รุจเบาๆ


“เผากูพอแล้วใช่ไหม กูจะพาวากลับ พรุ่งนี้วาต้องไปรับน้องนอกสถานที่...ไอ้ตรีพรุ่งนี้กูไปรับมึงแต่เช้า จัดกระเป๋าไว้ด้วย”


สีหน้าของตรีแสดงถึงความสงสัย งุนงง เก็บกระเป๋าทำไมว่ะ


“กูจะไปเฝ้าวา ตอนไปรับน้อง มึงต้องไป มึงต้องไปดูแลวาแทนพี่สี่ไม่ใช่หรือไง” รุจบอก


ตรีทำหน้าเอ๋อรับประทานเป็นที่เรียบร้อย มัดมือชกไม่รอให้เคลียร์ก่อนขึ้นชกหรือไงว่ะ ไอ้รุจ ตรีด่าในใจ


...มึงลากกูไปเป็นข้ออ้างใช่ไหม ไอ้เชี่ยรุจ ไอ้เจ้าเล่ห์


“เอ่อ...ไป...ไปรับกูด้วย” จะไปคนเดียวก็ไม่ได้ ไอ้ห่า


“วา กลับได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย” รุจลุกขึ้นฉุดแขนวาลุกขึ้นด้วยพร้อมส่งเงินให้คิง ช่วยสบทบเลี้ยงเหล้ารุ่นน้องปีหนึ่ง


“กูไปก่อน” รุจบอกก่อนจะลากวาออกจากร้านไปขึ้นรถและกลับคอนโด


 


 


 


 


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha