เพราะมีรัก [Yaoi]

โดย: พรมัน/วริยา/กชกมล



ตอนที่ 9 : บทที่ 9


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


                                                                  บทที่ 9


 


รุ่งเช้าที่มหาลัย


รุจมาส่งวายุที่มหาลัย ก่อนส่งกระเป๋าให้เด็กหนุ่มยกสะพายหลังเดินไปรอที่หน้าคณะ เพื่อนกลุ่มเดียวกับวายุมาครบหมดแล้ว รวมถึงเพื่อนๆ ร่วมคณะคนอื่นๆ ด้วย


“น้องปีหนึ่งครับ เราต้องเดินไปขึ้นรถบัสที่ฝั่งโน้นครับ พวกน้องๆ ต้องเดินข้ามสะพานข้ามแม่ไปนะครับ เดี๋ยวพี่ๆ จะเดินนำทางไป น้องๆ เดินตาม ห้ามแตกแถวนะ ระวังรถด้วยครับ”


เด็กปีหนึ่งต่างเดินตามหลังเด็กปีสองไปที่รถบัส เมื่อเดินไปถึงมีรถบัสทั้งหมด 2 คัน คันแรก ปีหนึ่งนั่งกับรุ่นพี่ปีสอง คันที่สอง พี่ปีสามนั่งกับพี่ปีสี่


สถานที่จัดกิจกรรมรับน้องก็คือ หาดเขาเต่า หาดทรายสีขาวที่หนีความวุ่นวายมาจากชายหาดหัวหิน หาดทรายขาวบวกกับน้ำทะเลสีสวยใสที่ระดับน้ำไม่ลึกจนเกินไป เหมาะสำหรับจัดกิจกรรมรับน้อง และสถานที่พักและหลับนอนก็คือ โรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งของบ้านเขาเต่า โดยจัดให้ปีหนึ่งนอนรวมกัน ปีสองนอนรวมกับปีสาม และปีสี่นอนแยกไปอีกห้อง ห้องน้ำอยู่ทางด้านหลัง ไม่ห่างจากห้องพักมากนัก


ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงก็มาถึงที่หมาย เด็กปีสอง เปา ปิง บอย ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวว๊ากรุ่นน้องสั่งให้ปีหนึ่งรีบเอากระเป๋าไปเก็บ จากนั้นสั่งให้รุ่นน้องทำกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี


เพียงไม่นานรถบีเอ็ม จอดบริเวณลานจัดกิจกรรมรับน้อง ซึ่งวายุมาร่วมกิจกรรมด้วย เด็กหนุ่มทำตามคำสั่งรุ่นพี่เข้าฐานเล่นเกมส์ต่างๆ มีเสียงหัวเราะของพ้องเพื่อนดังลั่นอย่างมีความสุข ไม่มีความรุนแรง มีแต่ความฮากระจาย


รุจลงจากรถยืนดูวายุอยู่ห่างๆ โดยมีแทน และตรี มาเป็นเพื่อน ส่วนที่พักเขาจองที่พักใกล้ไว้แล้ว เผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยกับวา เขาจะได้ช่วยเหลือได้ทัน


เมื่อกิจกรรมจัดมาถึง 17.00 น. แล้ว เปาสั่งให้ปีหนึ่งไปอาบน้ำ วายุไม่มีท่าทีขัดเขิน หรือตื่นกลัวห้องน้ำโรงเรียนสักนิด เป็นห้องน้ำห้องเล็กๆ มีถังใส่น้ำสีน้ำเงินใบใหญ่ และต้องใช้ขันอาบเท่านั้น ไม่มีฝักบัวให้ใช้เหมือนตามคอนโด หรือโรงแรมหรูๆ วายุใช้ขันตักอาบน้ำตามปกติราวกับไม่มีอะไร ที่ควรจะกลัว หรือแขยง กับทำราวกับคุ้นชินกับห้องน้ำตามบ้านนอก จนทุกคนรู้สึกแปลกใจ ไม่เว้นแต่รุ่นพี่ปี 2 ปี 3 และปี 4 เพราะพอรู้คราวๆ ว่าเด็กหนุ่มเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมระดับโลก ต้องไม่เคยใช้ห้องน้ำตามบ้านนอกหรือโรงเรียนอย่างแน่นอน แต่ผิดคาดวายุอาบน้ำหน้าตาเฉย


“สดชื่นโคตรๆ” วายุตะโกนยิ้มแป้น ถือของใช้อาบน้ำและเสื้อผ้ามานั่งที่ใต้ต้นไม้ รอกลุ่มเพื่อน ซึ่งกำลังอาบน้ำกันอยู่


“น้ำเย็นไหม” ปัง ชายหนุ่มรุ่นพี่ปี4 ถามขึ้น ทำหน้าตาหวั่นกลัวน้ำเย็นๆ


“เย็นครับ” วายุตอบพร้อมรอยยิ้มหวานสดใส


“วา อาบได้เหรอ น้ำเย็นๆ แบบนี้ แล้วต้องตักขึ้นมาจากถังน้ำสีน้ำเงินอีก”


“สบายมากครับ” วายุตอบทันควัน


ปังอมยิ้มนิดๆ ก่อนนั่งคุยกับวายุเรื่อยๆ จนกลุ่มเพื่อนของร่างเล็กออกจากห้องน้ำกันหมดแล้ว จึงขอตัวไปที่ห้องพักก่อน


“วา เตรียมของใช้อาบน้ำมาเรียบร้อยจัง เราลืมยาสีฟัน เราขอใช้ด้วยได้ไหม” อบอุ่นบอก ก่อนยิ้มแหยๆ จนทุกคนมองไปที่ตะกร้าของวายุ


“ของใช้เนี่ย พี่รุจเตรียมให้วานะ มีสเปรย์กันยุงกับยาทากันยุง แบ่งกันใช้ ยุงจะได้ไม่ห้ามลงทะเล” วายุหัวเราะคิกๆ เพราะว่ายุงที่นี่ตัวใหญ่พอกับแมลงวัน เวลากัดที คันคะเยอไปทั้งตัว


“เราขอบ้างซิ เรากลัวยุงเหมือนกัน” เพื่อนๆ ในกลุ่มร้องขอเช่นกัน


เมื่อปีหนึ่งอาบน้ำและเก็บของเรียบร้อยแล้ว บอยตะโกนให้ลงมากินข้าว ก่อนเด็กปีหนึ่งจะกินข้าว และมีการขัดฉากก่อนกินข้าว และท่องตามเปาบอก


ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง


อย่ากินทั้งขว้าง เป็นของมีค่า


หลายคนเหนื่อยยาก ลำบากหนักหนา


กว่าจะได้มา เปลืองแรงเปลืองทุน


ขอบคุณทุกท่าน ปรานีเกื้อหนุน


ทดแทนพระคุณ ด้วยการทำดี


เมื่อบอยสั่งให้กินข้าว อาหารวันนี้เป็นอาหารพื้นๆ  แกงส้มมะละกอ ต้มจืดหมูสับ ไข่เจียว และน้ำพริกผักต้ม วายุนั่งกินเงียบๆ เมื่อกินหมดจานแล้ว ขอเพิ่มข้าวอีกเป็นจานที่สอง และสาม จนทุกคนถึงกับออกอาการตกใจอยู่ไม่น้อย ตัวเล็กแต่กินเก่งมากน่าดู รุ่นพี่ปีสอง และปีสาม และปีสี่ ต่างนั่งกินแยกห่างจากปีหนึ่งเล็กน้อย


 “มึงว่าน้องวาหิว หรือว่ากับข้าวอร่อยว่ะ” เปากระซิบถามบอยเบาๆ


“สงสัยจะหิว” บอยตอบแล้วยิ้มเจื่อนๆ


 


หลังจากกินเรียบร้อยแล้ว เปาตะโกนสั่งให้รุ่นน้องมานั่งรวมกันใต้ตึกและทำกิจกรรมอีกนิดหน่อยก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมหาพี่รหัส ลุงรหัส และปู่รหัส  โดยมีคำใบ้จากรุ่นพี่ปีสองเขียนใส่กระดาษม้วนใส่กล่อง ให้เด็กปีหนึ่งล้วงจับทีละคน และแจกกระดาษให้ปีหนึ่งขอลายเซ็นรุ่นพี่มาให้ครบ 10 คนอีกด้วย


ด้วยความตาไวของปอม เห็นรุจ ตรี และแทน นั่งบริเวณใกล้ๆ กับที่ทำกิจกรรมรับน้อง ปอมกระซิบบอกเอื้อแผ่วเบา


“มึงๆ ไอ้เชี่ยเอื้อ มึงว่า ไอ้รุจ ไอ้ตรี ไอ้แทนมันมาดูพวกเราทำกิจกรรมรับน้องถึงที่นี่ทำไมวะ”


“กูก็ไม่รู้ว่ะ เห็นมันนั่งดูนานแล้ว”


“หรือว่ามันมาดูน้องวาว่ะ”


“น่าจะใช่ เด็กมัน มันก็คงหวง กลัวมึงจีบเด็กมันมั้ง”


“ไอ้สัส มึงหาเรื่องกูใช่ไหม ไอ้ห่า กู แค่พูดล้อเล่นกับวาเท่านั้นเอง ไม่เคยจริงจังนะมึง มึงจะหาเรื่องล่อกูนอกสถานที่หรือไง กูไม่ยอมนะมึง กูอายเป็นน่ะ ถึงมึงจะเป็นผัวกูก็เถอะ กูไม่ยอมให้มึงล่อที่นี่เด็ดขาด” ปอมพูดเสียงแข็งไม่ดังมากนัก ก่อนจะเดินไปหาทั้งสามคน


“เฮ้ย...มึงสามคนกินข้าวกันยัง” ปอมถามขึ้นแล้วมองหน้าทั้งสามคน อย่างน้อยก็รุ่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน คนเคยเห็นหน้ากัน จะแล้งน้ำใจก็ใช่เรื่อง


“กินแล้ว ขอบใจมึงมาก” รุจบอกพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร


“มึงไปนั่งข้างในก็ได้ นั่งตรงนี้ เดี๋ยวยุงสูบเลือดพวกมึงหมดแน่ ยุงที่นี่ยังกับแมลงวันทอง ตัวใหญ่ กัดเจ็บฉิบหาย”


รุจมองหน้าตรี และแทน เพื่อถามความเห็นทั้งสามคน


“ไปนั่งข้างในก็ได้” ตรีบอก “ไอ้ปอม ที่นี่แดกเหล้าได้ไหมว่ะ กูพกมาด้วย” ร่างสูงโชว์ขวดเหล้าขนาดหนึ่งลิตร


“กำลังจะตั้งวงกินเหล้าพอดี พกมาด้วยแบบนี้พวกกูก็เปรมสิวะ” ปอมบอก ก่อนจะพาไปนั่งตั้งวงกินเหล้าดูปีหนึ่งค้นหาพี่รหัส


วายุมองคำใบ้ในกระดาษ แม่น้ำ


แล้วอะไรคือ แม่น้ำ...เด็กหนุ่มสงสัยนั่งนึก ชื่ออะไรคือแม่น้ำ


“น้องวาได้คำใบ้อะไรครับ” เปาหยิบกระดาษให้มาดู “แม่น้ำ ง่ายๆ น้องวา ก็ไอ้...ไอ้...พี่บอกไม่ได้จริงๆ น้องต้องหาเอง” เปาพูดจบวิ่งหนีทันที


“อะไรกัน...เห็นคำใบ้ เหมือนเห็นผี” วายุพึมพำเบาๆ แล้วก้มมองคำใบ้ต่อ


“วา ช่วยอุ่นหน่อย ดูคำใบ้อุ่นซิ ก้อนกลมๆ กินได้ มันคืออะไร ก้อนกลมๆ งงนะเนี่ย กลมๆ อะไรกินได้” อุ่นบ่นอูอี้ แล้วนั่งนึก


“ชาลาเปาไง กินได้” วายุพูดขึ้น


“พี่เปา งั้นเหรอ เอ๋ จริงด้วย ขอบใจนะวา” อุ่นออกอาการดีใจจนออกนอกหน้า วิ่งกระดี๊กระด๊าหาพี่เปา ซึ่งพี่ปีสองส่วนใหญ่แอบซ่อนตัว ไม่อยากให้น้องหาตัวเองเจอ


“แม่น้ำ ชื่อแม่น้ำงั้นเหรอ อ๊ะ นึกออกแล้ว ปิง วัง ยม น่าน  พี่ปิงนั่นเอง” วายุยิ้มร่า วิ่งหาพี่ปิง แต่เอ๋ ทำไมพวกรุ่นพี่ปีสองหายไปไหนกันหมด สงสัยซ่อนตัวกันแน่ๆ ขี้โกงจริงๆ ตัวเองไปแอบ แล้วให้รุ่นน้องไปตามหาเนี่ย แค่คำใบ้ก็ยากจะตายอยู่แล้ว ยังจะเล่นซ่อนแอบอีก


วายุเดินไปรอบๆ เห็นหัวรุ่นพี่ปีสองโผล่ขึ้นมา คุ้นๆ ว่าน่าจะเป็น พี่ปิง ชอบซ่อนกันใช่ไหม เด็กหนุ่มใช้ไม้เขี่ยกิ้งกือที่กำลังคลานผ่านหน้า ให้มันม้วนไว้แล้วเอาไม้จิ้ม แล้วยกถือไปใกล้ๆ รุ่นพี่ โยนให้ตกข้างหน้าที่รุ่นพี่ซ่อนตัวอยู่


“พี่ปิง กิ้งกือ”


“อ๊าก ๆ ไอ้กื้อ เฮื้อก ว๊าย อ๊ากๆๆๆ น้องวาพี่ไม่เอา อ๊าก” ปิงร้องเสียงหลงวิ่งหนีวายุ เด็กหนุ่มคว้าถุงใส่ตัวร้อยวิ่งไล่ตาม ขอลายเซ็นต์ปิง จนปิงวิ่งเตลิดมาใกล้กับวงเหล้าที่รุจนั่งอยู่กับรุ่นพี่ปีสาม


“มีอะไร วิ่งอย่างกับเห็นผี” ปอมถามรุ่นน้อง ปิงวิ่งหลบหลังปอมพร้อมทำหน้าขลาดกลัว ขนลุกขนชันสยองทั้งตัว


“เป็นเชี่ยไร ไอ้สัสปิง”


“น้องรหัสผม เอากิ้งกือโยนตรงหน้า ให้ออกจากที่ซ่อน ผมขยะแขยงวิ่งหนีออกมาหาพี่นี่ไง ฮึกๆ ผมกลัว”


“เฮ้ย ไอ้ห่าร้องเสียงสาวแตกเลยมึง ใครน้องรหัสมึงวะ แสบแท้” ปอมและปีสามหัวเราะร่วนอย่างขบขัน เมื่อเห็นอาการของปิง


“วายุ ครับพี่ปอม อ๊ากนั้นมาแล้ว ถือถุงไอ้กื้อมาด้วย” ปิงกระโจนไปหลบหลังรุจแทน กะว่าน่าจะบังได้มิด


ทั้งวงเหล้ามองวายุถือถุงกิ้งกือ เด็กหนุ่มส่งรอยยิ้มแหยๆ มาให้พวกเขา


“หาพี่รหัสเจอแล้วเหรอครับ” ปอมถามเสียงทุ้มค่อนไปทางสั่นนิดๆ มองถุงในมือเด็กหนุ่ม วายุเห็นรีบโยนทิ้งทันที


“ครับ พี่ปิง ผมเห็นวิ่งมาทางนี้นี่ครับ ผมจะมาขอลายเซ็น กับขอคำใบ้ แต่ไม่รู้ไปซ่อนที่ไหนแล้ว” วายุยิ้มๆ เห็นคนหน้าคุ้นหลบอยู่ข้างหลังรุจ “แหะ แหะ ผมลืมบอกไปว่า กิ้งกือมันติดหลังพี่ปิงด้วย เมื่อกี้นี้ ลืมบอก”


“อ๊ากๆๆ ไอ้เชี่ยกื้อ ไอ้เลว ออกไปจากเสื้อกูเดี๋ยวนี้” ปิงกระโจนออกจากหลังรุจ ถอดเสื้อแล้วสะบัดทันที ราวกับเด็กๆ


ตรีกับแทน และพวกปีสามคนอื่นๆ หัวเราะจนท้องแข็ง ไม่คิดว่าวายุจะเล่นวิธีนี้ เห็นฤทธิ์เด็กหนุ่มแล้ว ยอมรับว่าแสบสรรค์สวนทางกับใบหน้าจริงๆ ใจกล้าจับกิ้งกือมาหลอกรุ่นพี่ได้ แม้เขาเป็นรุ่นพี่หลายคนยังไม่กล้าเฉียดใกล้ไอ้ร้อยขาเลย


ส่วนรุจถอนหายใจ ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่เขาเห็นว่าน่ารัก หน้าหวาน จะแอบร้ายแบบนี้


“มันหลุดไปแล้วครับพี่ปิง...ผมขอลายเซ็นพี่หน่อยซิ แล้วขอคำใบ้ต่อไปด้วย”


ปิงหยุดชะงัก แล้วรีบสวมเสื้อกลับทันที


“ถ้าจะเอาลายเซ็นพี่ ต้องทำให้พี่พอใจก่อนครับ” ปิงยิ้มพราย ขอเอาคืนวายุหน่อยเถอะ เล่นเอาเสียฟอร์มมาดแมน แต๋วแตกเพราะกิ้งกือซะได้ รู้ถึงไหน อับอายจนจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว


“จะให้วาทำอะไรครับ”


“ไปตรงบันได แล้วแนะนำตัวดังๆ ให้พี่ได้ยินด้วยครับ”


“ครับ” วายุเดินไปจนถึงบันได


“แนะนำตัวดังๆ เสียงดังฟังชัดนะครับ เริ่มได้”


เด็กหนุ่มถอนหายใจ โดนแกล้งจนได้ ร่างเล็กเดินไปที่บันไดตามคำสั่งและตะโกนแนะนำตัวอย่างเสียงดังอยู่หลายรอบ จนเสียงแห้ง


“มานี่” ปิงควักมือให้กลับมา จากนั้นยอมเซ็นต์ลายเซ็นให้ จากนั้นให้คำใบ้ให้เด็กหนุ่มไปแก้ปัญหาเอาเอง             


เอาใจใส่และมีน้ำใจ มันคือชื่อของรุ่นพี่ปีสามคนไหนกันน่ะ


วายุยืนมองรุ่งพี่ปีสามแต่ละคน รวมถึงกลุ่มของรุจด้วย ใครล่ะเนี่ย เอาใจใส่และมีน้ำใจ ใครกันจะเฟอร์เฟคแบบนี้


ร่างเล็กเริ่มวิเคราะห์ชื่อรุ่นพี่ปีสามทีละคน จนกระทั่งมาถึง เอื้อ หยิบไอโฟนขึ้นมาจิ้มไอคอน chrome จิ้มเรียกแป้นพิมพ์ภาษาไทยขึ้นมาป้อนข้อความว่า เอื้อ เข้าไป ไม่นาน ข้อมูลแสดงขึ้นมา


เอื้อ   ความหมายก็คือ เอาใจใส่, มีน้ำใจ


เฮ้ย...เอ๋...เออ วายุเดินเข้าไปยืนใกล้เอื้อ สายตาจ้องใบหน้าชายหนุ่มไม่วางตา


จ้องหน้าพี่มีอะไรหรือเปล่า...หรือว่ารู้แล้วว่าใครเป็นลุงรหัส เอื้อเอ่ยถามขึ้น


“ครับ” วายุพยักหน้ารับ ยิ้มแก้มปริ


เอื้อยกมือกุมขมับ หันมองหน้าปิงรุ่นน้อง เขาคิดว่าปิงให้คำใบ้ยากแล้วนะ แต่เด็กหนุ่มดันแก้ปัญหาได้แบบรวดเร็ว จนทุกคนในวงเหล้าหันมามองใบหน้าร่างเล็กแล้วหัวเราะขำในลำคอเบาๆ แต่ที่จะหัวเราะเกินหน้าใครคงไม่พ้นตรี เพราะเขารู้ว่า วายุนั้นไม่ได้มีดีที่หน้าหวานอย่างเดียว สมองที่เป็นเลิศ และไม่แปลกใจเลย ทำไมร่างบางถึงได้ตำแหน่งรองประธานมาครอบครองตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี


“อยากได้ลายเซ็นต์พี่ใช่ไหมครับ”


“ครับ อยากได้ครับ”


“งั้นคงต้องทำเรื่องสนุกซักหน่อยแล้ว...พี่ถามหน่อยซิ” เอื้อยิ้มๆ คราวนี้จะเอาให้ทุกคนจดจำไปอีกนานแล้ว


“ครับ ถามได้ทุกคำถามเลยครับ”


“เคยมีความรักไหม”


“ห๊า ความรัก เกี่ยวอะไรกับลายเซ็นต์ด้วยครับ” เด็กหนุ่มร้องถามเสียงลั่น คิ้วเล็กขมวดมุ่น


“ตอบมาก่อน แล้วจะบอก”


วายุอยากจะม้วนตัวแล้วดำดินหนี แล้วให้ตอบต่อหน้ารุจอีก ทำไมถึงได้กลั่นแกล้งกันแบบนี้


“เคยมีครับ” ใบหน้าเด็กหนุ่มแดงก่ำ ไม่กล้าหันไปมองหรือสบตาของรุจ ตอนนี้เขารู้ว่าร่างกายเขาร้อน และเลือดสูบฉีด ตัวร้อนวูบวาบไปทั้งตัว


“เคยบอกรัก เขาหรือเปล่า”


คำพูดของเอื้อทำให้วายุเย็นปลาบไปทั้งตัวและหัวใจ คำถามนี้ทำให้น้ำตาลของเขาไหลหยดออกจากตาโดยไม่รู้ตัว หลุบตาต่ำลง


“เคยครับ เมื่อสองปีก่อน ผมเคยบอกเขา แต่โดนปฏิเสธ จนผมต้องหายไปจากวงจรชีวิตเขา สองปี สองปีที่ผมไม่ได้เจอหน้าเขา พอกลับมาอีกที คิดว่าความรู้สึกที่เคยรักเขามากมายมันเลือนหายไปหมดแล้ว แต่พอเพียงได้เห็นเพียงใบหน้าเขา พริบตาเดียวเท่านั้น ความรักที่เคยสาบสูญไป มันกลับมาหาผมอีกครั้ง มันไม่เคยลางเลือนจากหัวใจผมไปเลย”


“เคยบอกเขาหรือเปล่า”


“ต้องบอกด้วยเหรอ เขาก็รู้อยู่แล้วนี่” วายุตวัดมองค้อนรุจปลาบเดียว อย่าเป็นอย่างที่คิดไว้นะ พี่เอื้อจะให้ตัวเขาบอกรุจต่อหน้าทุกคนนี่นะ อย่าให้ทำเรื่องพิลึก หน้าอายแบบนี้นะ


“ไม่บอกจะรู้เหรอ” เอื้อบอก แววตาของเขาแสดงถึงความจริงจัง ใบหน้าของเขาฉายอาการครุ่นคิด จนในที่สุดหน้าตาเขาได้เปลี่ยนไป ราวกลับคิดอะไรขึ้นได้


“ไม่บอกแล้วเขาจะรู้หรือไง ว่าวาคิดอย่างไรกับเขา พี่จำเหตุการณ์วันนั้นได้ วาตบหน้าพี่แล้วบอกว่าสี่หนีไป ตอนนั้น พี่คิดว่าต้องตามหาให้เจอ และบอกความรู้สึกทั้งหมดให้สี่ได้รู้ พี่รักสี่มากแค่ไหน พอได้บอกทุกอย่างก็ออกมาดีจนถึงทุกวันนี้” ตรีบอก แล้วยิ้มๆ ทำหน้าใคร่ครวญถึงวันเก่าๆ


“ถ้าอยากได้ลายเซ็นพี่ละก็ สารภาพรักให้พวกพี่ดูหน่อย” เอื้อมองวายุด้วยแววตานิ่งลึก ยากจะเดาใจได้


วายุจ้องในแววตาของเอื้อ พยายามอ่านให้ออก แต่ต่อให้มองนานเท่าไหร่ไม่สามารถแกะอะไรได้เลย นอกจากแววตามุ่งมั่นอันแรงกล้าจะให้สารภาพให้ได้


ต่อหน้ารุ่นพี่ปีสามแล้วก็รุ่นพี่สี่มันไม่ใช่น้อยๆ นั่งตั้งวงเหล้าวงใหญ่แบบนี้ แล้วไหนจะสายตาจากคนอื่นมองมา อีก รูสึกถูกกดดันไปด้วย ครั้งนั้นสารภาพรักต่อหน้าพี่รุจคนเดียวก็แทบจะอายม้วนหมุนเป็นเกลียวแล้ว แต่นี่ต่อสายตาคนอื่นอีก มีเวทมนต์ไหนสามารถเนรมิตให้ร่างเล็กของเขาหายไปได้บ้าง


ใบหน้าแดงแดงเรื่อ ผิวกายสีขาวออกสีแดงก่ำแสดงถึงความเขินอายสุดขีดของร่างบาง ทำไง ทำไง ทำไงดี แววตาสุกใสตอนนี้ร้อนผ่าวชำเลืองมองหน้ารุจเพียงกะพริบตาเดียว...ใช่ว่าเด็กหนุ่มไม่ไม่ได้รักรุจ เพียงแต่ยังไม่พร้อมจะบอกตอนนี้ เพราะหน้าที่ของเขา ที่ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ จนไม่อยากให้รุจเป็นกังวลไปด้วย


...ถึงแม้ตั้งใจจะบอกเมื่อถึงเวลาอันสมควร สุดท้ายก็ต้องบอกอยู่ดี ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องบอก


แววตามุ่งมั่นมองตรงไปที่รุจ สองเท้าก้าวเดินไปหาชายหนุ่ม และหยุดยืนมองรุจด้วยดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตา ยกมือปาดออกอย่างลวกๆ พร้อมเสียงสะอื้นเล็กๆ


“พี่รุจครับ วารักพี่รุจมาตลอดหกปี ถึงตอนนี้วาก็ยังรักพี่รุจอยู่ รักมากกว่าเดิม ผมรักพี่ครับ” เสียงสะอื้นโห่ออกมาทันที จนรุจต้องดึงตัวมากอดไว้


“คำตอบเมื่อหกปีก่อนกับตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม พี่หลงรักเด็กน้อยขี้แง กลัวเข็ม มานานถึงหกปีเหมือนกัน ถึงแม้ตอนนี้เราจะเป็นคนรักกันแล้วก็ตาม แต่พี่อยากบอกให้วารู้ไว้ พี่รักวาเหมือนกันครับ”


วายุได้ฟังถึงกลับยิ้มดีใจทั้งน้ำตา จากนั้นปล่อยโฮเสียงดังสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดรุจอยู่นาน แต่เมื่อชั่วอึดใจหนึ่งผ่านไป จึงผละออกอ้อมกอดของร่างสูง พร้อมเช็ดน้ำตาตัวเองแผ่วเบาและหันไปทางเอื้อแล้วยิ้มแก้มปริ ไม่เคยรู้สึกเบาและสบายตัวเท่าวันนี้เลย


“ขอลายเซ็นต์ด้วยครับ”


“นึกว่าลืมไปแล้วเสียอีก” เอื้อเอื้อมมือลูบหัววายุเบาๆ “รู้ไหมทำไมพี่ถึงให้เราสารภาพรักกับไอ้รุจมัน”


วายุส่ายหน้าไปมา ใครจะไปรู้กันล่ะ


“เพราะพี่เห็นวารู้สึกอึดอัดตั้งแต่วันแรกที่พี่ได้เห็นเรา เมื่อปีที่แล้วถ้าจำไม่ผิด ในงานแต่งของพี่สามกับพี่วิน พี่เห็นเราหน้านิ่งไม่ยิ้มอะไรเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น พี่สามเล่าให้ฟังว่า เด็กคนนั้นเป็นน้องชาย ชื่อวายุ เป็นเด็กที่มีความหลังอันเจ็บปวด และเด็ดเดี่ยวมาก บินไปอยู่อเมริกากับพี่ชายคนโตตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน ถ้าพี่สามไม่ได้แต่งงาน วาคงไม่มีทางบินกลับมาเมืองไทย และที่น่าสงสารกว่านั้น วายุแบกรับภาระงานบริหารโรงแรมตั้งแต่อายุ 16 ปี”


“วันนั้นพี่ก็ไปด้วย พี่เห็นเราหน้าเศร้ามาก แต่พอรู้จากไอ้เอื้อว่าเรามีเรื่องเจ็บปวดในใจ พี่อดสงสารไม่ได้ แต่พอพี่เห็นหน้าเราตอนที่ทำกิจกรรมรับน้อง พี่ตกใจจริงๆ เด็กคนนี้ยอมเดินทางกลับมาเมืองไทยแล้ว พี่อยากจะดูแลเรา พยายามเข้าหาวาทุกวิธีทาง แต่ก็โดนไอ้ตรีกับรุจขัดขวางทุกวิธีทาง จนมารู้ทีหลังว่าวากับรุจเคยมีความหลังกัน พี่ถึงได้ปล่อยวางได้” ปอมเล่าความในใจทั้งหมดให้ฟัง


“แล้วพี่ไปงานแต่งพี่สามได้อย่างไร ก็งานนั้นเชิญแต่ญาติที่สนิทเท่านั้นนี่ครับ”


“ก็พี่วินเป็นพี่ชายพี่เอง” เอื้อหัวเราะ


“น้อง...น้องชายพี่วิน” หนีไม่พ้นจริงๆ คนกันเองนี่หว่า


“ส่วนพี่เป็นเด็กข้างบ้าน โตมากับไอ้เอื้อ มันเรียนที่ไหน พี่ติดตามมันมาตลอด พี่กับมัน ไอ้เอื้อนะเป็นผัวเมียกันครับ แล้วก็พี่นะแกล้งจีบเราเล่นๆ ไม่โกรธพี่เนอะ” ปอมบอก


....หมายความว่าเรื่องสารภาพรักก็ตั้งใจทำเพื่อวายุสมหวัง เพราะดูจากท่าทางการแสดงออกก่อนหน้านี้แล้ว ยังเหมือนมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างวายุกับรุจ แต่ตอนนี้ส้นนั้นหายไปแล้ว


“อะ เรียบร้อยแล้ว ต่อไปคำใบ้ของพี่ก็คือ ทำจากแป้งสาลี อร่อย” เอื้อยื่นกระดาษให้วายุ


“ส่วนของพี่ ไม่ให้ นอกจากต้องเอาอะไรสนุกๆ มาแลก” ปอมหัวเราะขำ ยกแก้วเหล้ากินจนหมด


“รุจ ฉลองที่มึงเป็นแฟนน้องวา พรุ่งนี้...มึงเลี้ยงเหล้ากูนะเว้ย” ปอมตีไหล่รุจเบาๆ


“เอ่อก็ได้ กูจะเลี้ยงเหล้ามึง แต่ถ้ามึงเมา เอื้อมันแหกขามึงกูก็ช่วยไม่ได้” รุจข่มขู่ไว้ เพราะแววตาตาเอื้อเวลามองปอมมันเจ้าเล่ห์ค่อนไปทางหื่นนิดๆ


“ไอ้เลว มันยิ่งจ้องจะล่อกูอยู่” ปอมหันมองหน้าเอื้อ “มึงคงไม่กล้าล่อกูที่นี่หรอกเนอะ ไอ้เอื้อ กูอายนะมึง” ปอมพูดงึมงำกับเอื้อสองคน


“ถ้าเมาแล้ว กูจับมึงล่อแน่ ระวังตัวไว้เถอะ...ไม่ต้องมาทำหน้าเศร้าเลย มึงแดกแต่เหล้านะมึง หัดแดกอย่างอื่นด้วย ถ้ามึงเมาเร็ว กูจับมึงล่อเร็วก็เท่านั้น เห็นห้องว่างๆ เต็มไปหมด มึงเสร็จกูแน่” เอื้อพูดขู่ปอม จนปอมขยับหนี จนเอื้อต้องควักมือปอมมานั่งใกล้ๆ


 


“ทำจากแป้งสาลี โห...พี่เอื้อ ไอ้ที่ทำจากแป้งมันมีตั้งเยอะนะพี่” วาโวยวาย


“มันคงไม่เยอะเกินชื่อของรุ่นพี่ปีสี่หรอกเนอะ ไอ้ปอม” เอื้อตอบกลับวายุไป


ไม่มีเสียงตอบ ปอมนั่งซบไหล่เอื้อหลับไปแล้ว


“ให้มันได้แบบนี้ซิ แดกเหล้า แดกทีไร เมาหลับก่อนทุกที แบบนี้มันน่าโดนล่อไหม” เสียงขุ่นบ่นพึมพำเบาๆ


“กูพักสายตาต่างหากเล่า ไอ้เอื้อ ไอ้หื่น” ปอมพูดเสียงอ่อยๆ


“ชื่อพี่ปีสี่เหรอ” วายุเดินออกไปนั่งมองกลุ่มปีสี่ที่ กวาดสายตามองด้วยแววตาครุ่นคิด ทำจากแป้งสาลี่ มันคือชื่อของใครกัน รุ่นพี่ปีสี่พอมองสายตาของวาซึ่งแน่นแน่ และจริงจัง บางตนถึงกับขนลุกชันทั้งตัว พอนึกถึงเรื่องไอ้ร้อยขา


“ไอ้ปัง ทางนี้โว้ย มึงอะโคตรช้าเลยนะ กับแกล้มจะหมดแล้วนะมึง” รุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่งตะโกนขึ้น


“ปัง ปัง ขนม...ปัง ทำมาจาก” วายุหันหน้ามองปัง แป้งสาลีทำขนมปังได้ เด็กหนุ่มรีบวิ่งดักหน้าปังเอาไว้ แล้วคลี่ยิ้มหวาน จนปังรู้สึกตื่นตกใจจนก้าวถ้อยหลังไปหนึ่งก้าว


“มีอะไรครับ น้องวา พี่จะหัวใจวายตายเพราะน้องนี่แหละ”


“พี่เป็นพี่รหัสพี่เอื้อใช่ไหมครับ”


“น้องรู้ได้ไงครับ...พี่คิดว่าคำใบ้ที่เอื้อให้มันก็ยากอยู่นะ แต่ไม่เป็นไร พี่รู้ว่าน้องฉลาด” ปังพูดยิ้มๆ “มายื่นข้างๆ พี่ก็ได้ ถ้าอยากได้ลายเซ็นพี่ ต้องมีอะไรมาแลกด้วยนะ ไม่ให้ฟรีๆ หรอกครับ”


“ครับ...อยากได้ครับ”


“งั้นถ้าพี่อยากให้วาจูบกับแฟนวาเป็นเวลาห้านาที” ปังชูนิ้วขึ้นมา 5 นิ้ว “เวลา 5 นาทีห้ามขาดแต่เลยได้”


“ห๊า จูบ ห้านาที ต่อหน้าคนอื่นเนี่ยนะ” วายุหน้าซีดเล็กน้อย ร่างเล็กหันมองรุจ และใบหน้าพยานทุกคน รู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั้งตัว


“ว่าไงครับ แค่จูบเอง สารภาพรักต้องจูบด้วยถึงจะจบครบหลักสูตรคนรักกัน” ปังเร่งวายุให้รีบทำจบๆ เพราะตอนนี้มีแค่ปีสาม กับปีสี่เท่านั้น


วายุไม่มีทางเลือก เดินกลับไปวงเหล้าปีสาม เดินหยุดตรงหน้ารุจ


“วา มีอะไรหรือครับ” รุจถามด้วยความสงสัย หันมองไปทางพี่ปีสี่การโรงแรม


“พี่ปังบอกให้วามาจูบแฟนตัวเอง เป็นเวลา 5 นาทีครับ” วายุหน้าแดงก่ำ กุมหน้างุดๆ ด้วยความขวยเขิน ปีสามได้ยินคำพูดของวา ถึงกับเบิกตากว้างกันไปหมด


“พี่ปัง ร้ายกว่ามึงอีก ไอ้เอื้อ” ปอมพูดเสียงไม่ดังนัก


“พี่ปังแกโหดนิ่มๆ” เอื้อหัวเราะหึๆ ในลำคอเบาๆ


“เร็วๆ ครับ อยากได้ลายเซ็นไหม ลายเซ็นพี่เนี่ย มีค่านะน้อง” ปังตะโกนเร่งมาจากฝั่งวงเหล้าปีสี่


“ไอ้ตรี ตั้งเวลา 5 นาทีให้กูด้วย” รุจสั่งจบรีบดึงร่างวายุมาแนบตัวเขา ริมฝีปากร้อนระอุกดทาบลงบนปากนิ่ม ลิ้นร้อนไล่เล็มรอบริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบา นำทางก่อนจะแทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าในโพรงปากเล็ก รับรู้ถึงความเร่าร้อนและอ่อนโยน  ลิ้นระอุคว้านหาลิ้นเล็กก่อนจะควักสัมผัสกันไปมา เกี่ยวกระหวัดลิ้นบางไปมา บางครั้งดูดดึงลิ้นเล็กหนักขึ้นสลับไปมา วายุเริ่มผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นระยะ มือบางสวมกอดร่างสูงวาดมือไปมาบนแผ่นหลังกว้าง อ้อมแขนแกร่งสวมกอดร่างบางโอบรัดแนบอก ริมฝีปากของทั้งคู่ยังเชื่อมต่อกัน ส่งความรักผ่านริมฝีปากอุ่นของทั้งคู่ทั้งเร่าร้อนสลับอ่อนโยนไปมาเนิ่นนานจนครบ 5 นาที ตรีส่งสัญญาณให้หยุด ทั้งคู่ผละออกจากกันร่างเล็กแทบไม่มีมีเรียวแรงจะยืน เซไปข้างหลังไปนิด โชคดีที่รุจโอบเอวไว้ จึงไม่ล้ม ใบหน้าขึ้นสีแดงปลั่งด้วยความขวยเขินแอบอิงอกของรุจอยู่สักพัก จึงผละออกจากอ้อมอกของรุจ เดินรวบรวมความกล้าเดินไปหาปังเพื่อเอาลายเซ็นต์ โชคดีไม่มีใครแซวร่างเล็ก คงเพราะกลัวร่างเล็กจะขัดเขินไปซบอกคนรักอีก


เวลา5 นาที ตามที่ปังบอกไว้ วายุได้ลายเซ็นของปังมาเป็นที่เรียบร้อย จึงวิ่งเข้าด้านในเพื่อหารุ่นพี่คนอื่นๆ ล่าขอลายเซ็นต์ให้ครบ 10 คน และบรรดาปีหนึ่งก็ได้ลายเซ็นต์ตามที่รุ่นพี่ปีสองสั่งไว้ทุกคน


“ตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ตีห้าครึ่งเราจะตื่นไปออกกำลังกายกัน”


วายุและเพื่อนๆ แยกย้ายไปพักผ่อน วายุหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเมลล์ ดูไปเรื่อยๆ จนเห็นใบเสนอราคาของสี่เข้า คิ้วเล็กขมวดมุ่นทันที ยกมือถือโทรหาสี่ทันที และคุยเรื่องงานเสนอราคาจนรู้ว่าทางด้านคนขายเครื่องออกกำลังกายไม่ยอมลดราคาให้ วายุจึงสั่งให้เปลี่ยนเจ้าใหม่ทันที และส่งข้อมูลรายชื่อคนขายรายอื่นให้สี่ไปติดต่อมาใหม่ และให้ส่งราคาใบเสนอราคาภายในอาทิตย์หน้า


เพราะความเหนื่อยล้าจึงทำให้วายุหลับไปอย่างรวดเร็ว ในมือถือไอโฟนไว้แน่น


ช่วงเช้าหลังจากเด็กปีหนึ่งออกกำลังกายและกินข้าวเช้ากันแล้ว เปาแจ้งว่าคืนนี้มีละครรอบกองไฟ สั่งให้ทุกกลุ่มไปคิดละครมาแสดงในคืนนี้


หลังจากนั้นวากับกลุ่มเพื่อนได้เข้าฐานกิจกรรมตามกลุ่มต่างๆ เช่น กิน ขนมปังกรอบสูตรพิสดาร วายุกินเข้าไปคำเดียวถึงกับทำหน้าเหยเก แต่จำใจกินจนหมด แล้วรีบคว้าน้ำดื่มตามทันทีสามแก้วติดๆ เด็กหนุ่มสาบานว่าจะเลิกกินขนมปังรสกะปิไปตลอดชีวิต


กิจกรรม ดื่มน้ำอัดลม น้ำเขียว น้ำแดงผสมเกลือ ด่านนี้วายุฝืนกินจนหมดแก้ว ทำหน้าพะอืดพะอมออกอาการคลื่นไส้ จนไปนั่งสงบสติอารมณ์ใต้ต้นไม้พักใหญ่ จึงมุ่งหน้าไปกิจกรรม คลำของสุดสยอง เด็กหนุ่มล้วงเข้าไปในกล่องพาลูบคล้ำไปมาจนเจออะไรแปลกเข้า ร้องเสียงลั่น รีบชักมือออกปัดไม้ปัดมือด้วยความแขยงทันที หน้าซีดเผือด เหยเห บอกถึงอาการตื่นตกใจสุดขีด จนรุ่นพี่ประจำฐานหัวเราะร่วนด้วยความขบขัน ไม่คิดว่าวายุจะออกอาการขนพองสยองเกล้าได้ถึงเพียงนี้ เพราะในกล่องเป็นเพียงเจลลดไข้เด็กที่ดูดน้ำเข้าไปเต็มที่เท่านั้นเอง


 


ครั้นเมื่อถึงกิจกรรมแสดงละคร กลุ่มของวายุได้ออกไปแสดงเป็นกลุ่มแรก วายุสวมบทบาทเป็นเมียที่แสนดีกำลังซักผ้า เจอชุดขั้นในผู้หญิงในกระเป๋ากางเกงสามีจึงล้วงออกมา เพื่อนๆ อึ้งและหัวเราะกันท้องแข็ง เพราะวายุเป็นคนหยิบเองยังตกใจไม่น้อย แต่วายุมีสมาธิเล่นไปตามที่ซ้อมกันมา แสดงไปตามบท โมโหแตะกระป๋องแตกและปลิวไปตกลงใกล้ๆ กับกลุ่มวงเหล้าของรุ่นพี่ปีสาม กับปีสี่ และรุจ ตรี แทน มาร่วมวงด้วย ทุกคนเงียบกริบ หันมองหน้าวายุเป็นตาเดียว ท่าทางเด็กหนุ่มจะอินกับบทมากเกินไป รุจและทุกคนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ


ตรีกับแทนมองกระป๋องแตก แล้วหันมองหน้าเพื่อนรักอย่างรุจทันที


“กูเห็นอนาคตมึงแล้วว่ะ ไอ้เชี่ยรุจ ถ้ามึงนอกใจวาละก็ มึงคงเหมือนกระป๋องใบนี้แน่ แตกยับ รวมถึงกล่องดวงใจมึงด้วย” ตรียิ้มแหยๆ ตบไหล่เพื่อนเบาๆ เพื่อปลอบใจ


“กูไม่เคยมีความคิดนอกใจว่าที่เมียกูว่ะ หรือว่ามึงคิด กูจะได้บอกพี่สี่ตั้งแต่ตอนนี้เลย”


“ไอ้สัส อย่าเล่นหิ้งกู นั่นเมียที่เคารพของกู...กูไม่เคยคิดนอกใจ แม้แต่วินาทีเดียวกูก็ ไม่เคยคิด หาเรื่องให้กูทะเลาะกับเมียแล้วไงมึง ไอ้นี่” ตรีบ่นโวยวายเสียงดัง


หลังจากทำกิจกรรมเสร็จ มีพิธีผูกข้อไม้ ข้อมือ รับขวัญน้องๆปีหนึ่ง ส่วนพวกของรุจขอตัวกลับไปก่อน เพื่อเตรียมกลับกรุงเทพในวันพรุ่งนี้


 


 


 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha