เปย์ได้ถ้าใจรัก (ซีรี่ย์นี้มี..แรด)

โดย: ลูกตุ้มเงิน



ตอนที่ 3 : ชายหนุ่มหัวใจสีเขียว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

           จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อ 18 ปีก่อน ทำให้เด็กชายจิตติพัฒน์ คุณาธรรม หรือ อาร์ท ต้องกำพร้าพ่อกับแม่ไปพร้อมกันตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และมาอยู่ในความดูแลของทรงภพ คุณาธรรม ซึ่งเป็นคุณอาแท้ ๆ ทรงภพเป็นเจ้าของกิจการนำเข้ารถหรู และเป็นญาติคนเดียวที่จิตติพัฒน์เหลืออยู่ เพราะหลังจากที่ภรรยาของทรงภพเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง เขาก็ไม่คิดจะแต่งงานใหม่ ทรงภพส่งหลานชายคนเดียวของเขาให้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยหวังให้มีความรู้ความสามารถ นำมาช่วยเขาสืบทอดกิจการที่สร้างขึ้นมาได้ แต่หลังจากเรียนจบแล้วชายหนุ่มก็ยังคงไม่กลับมาประเทศไทย ขอทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นต่อ จากพนักงานระดับล่างในบริษัทนำเข้าสินค้าทางการเกษตรเมื่อทำเป็นงานพาร์ทไทม์ในระหว่างเรียน จนได้เลื่อนเป็นพนักงานระดับบริหารเมื่อเรียนจบ

            ในขณะที่ทรงภพเองอายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็มีเข้ามามากขึ้นเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ปริปากบอกหลานชายให้รับรู้ จนวาระสุดท้ายของชีวิตได้มาถึง จึงได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้หลานชายคนเดียวของเขาฝากไว้กับทนายความประจำตัว ซึ่งหลังจากเขาเสียชีวิตแล้ว ทางทนายความจึงได้แจ้งข่าวให้จิตติพัฒน์ทราบ ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก รีบบินกลับมากราบศพครั้งสุดท้าย แล้วจัดการทุกอย่าง เขาตัดสินใจขายกิจการและทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้รับตามพินัยกรรม แล้วนำเงินไปมอบให้มูลนิธิต่าง ๆ เพื่ออุทิศให้เป็นกุศลแด่คุณอาผู้ล่วงลับ

            ส่วนตัวชายหนุ่มเองนั้นตั้งใจจะไปอยู่แบบเงียบ ๆ ที่ต่างจังหวัด เนื่องจากไม่ชอบความวุ่นวายในสังคมเมืองเช่นนี้นัก จึงได้นำเงินที่ตนเองเก็บจากการทำงานที่ต่างประเทศไปซื้อที่ดินร้อยกว่าไร่ที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามรอยพ่อหลวง เนื่องจากระหว่างที่อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ชายหนุ่มได้ศึกษาพระราชประวัติของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีของไทยด้วย เห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ประหยัดและพอเพียงของพระองค์ท่าน ที่หากคิดตามก็จะรู้ว่ามันสามารถตอบโจทย์ของชีวิตได้ นั่นคือ ความสุขที่จะมีเมื่อรู้จักคำว่า พอ

            ทางด้านการเกษตรนี้ ชายหนุ่มมีความคิดที่อยากจะเป็นเกษตรกรอยู่นานแล้ว จุดเริ่มต้นมาจากที่ชายหนุ่มชอบทานผักและผลไม้ จึงอยากจะปลูกทานเองเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดสารพิษแน่นอน และยิ่งชอบทางด้านนี้มากขึ้น เมื่อมีโอกาสได้ไปเป็นเกษตรกรจริง ๆ อยู่ในฟาร์มของเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันในทุก ๆ วันหยุดของเขา ประกอบกับแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พ่อหลวงท่านทรงนำทางทำให้เห็นแล้วว่าทฤษฎีนี้จะทำให้เกษตรกรอยู่รอด โดยสามารถลดการพึ่งพาคนอื่นให้น้อยลงได้อีกด้วย

 

            จิตติพัฒน์ใช้เวลา 2 ปีกับการหมกตัวทุ่มเทแรงกายแรงใจอยู่ที่บ้านสวนคุณาธรรม บนพื้นที่ร้อยกว่าไร่ของเขา สำหรับการเรียนรู้ลองถูกลองผิด จนในที่สุดที่ดินที่เขาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ก็ให้ผลผลิตงอกงามเป็นทรัพย์สินงอกเงยมานับเท่าทวี ทุเรียน เงาะ มังคุด ขนุน มะม่วง กล้วย ขิง ข่า ตะไคร้ ผักใบต่าง ๆ หรือว่าจะเป็น เป็ด ไก่ ไข่ ปลา กุ้ง และข้าวอีกแปลงใหญ่ ต่างก็หมุนเวียนกันออกผลผลิตให้ชายหนุ่มได้เก็บขายไม่ขาดช่วง สามารถเลี้ยงตัวเองรวมไปถึงลูกน้องอีกกว่าสามสิบชีวิตได้ ซึ่งนั่นยังไม่นับรวมไปถึงครอบครัวของลูกน้องหรือคนงานของเขาอีกที่พลอยได้กินดีอยู่ดีกันไปด้วย

            ผลผลิตจากสวนคุณาธรรมเริ่มออกสู่ตลาดได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงกันมากขึ้น และตอนนี้ชายหนุ่มก็เริ่มนำพาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจส่งออก เนื่องจากผลผลิตที่ออกมามากเกินความต้องการของตลาดภายใน ทำให้ชายหนุ่มหาช่องทางให้กับตนเอง ทั้งวิธีการแปรรูป และทั้งวิธีการส่งออกผลผลิตของตนเอง ที่ชายหนุ่มได้เข้าไปติดต่อขอคำแนะนำจากกรมส่งเสริมการส่งออก จากการขายในประเทศซึ่งก็ยังคงมีอยู่ ขยายมาเป็นการผลิตเพื่อส่งออกได้อีกด้วย ซึ่งประเทศแรกที่ชายหนุ่มส่งไปก็คือสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนที่เขาไปศึกษาและทำงานมานานหลายปี และบริษัทนำเข้าสินค้าเกษตรที่เขาเคยทำงานนั่นล่ะ ที่เป็นลูกค้ารายแรกของตลาดต่างประเทศของจิตติพัฒน์

            จากความสำเร็จในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของชายหนุ่ม ทำให้ผู้นำชุมชนได้เข้ามาติดต่อขอเชิญให้จิตติพัฒน์ไปบรรยายเพื่อให้ความรู้กับคนในชุมชน ซึ่งชายหนุ่มเองก็ยินดีไปบรรยายให้ด้วยความเต็มใจ จากการบรรยายในระดับชุมชนท้องถิ่น ก็เริ่มเข้าสู่การได้รับเชิญไปบรรยายในสถาบันการศึกษา และยังมีบรรดาชมรม หรือกลุ่มการเกษตรต่าง ๆ ที่ได้เชิญชายหนุ่มไปบรรยายให้ความรู้ด้วยเช่นกัน

            จิตติพัฒน์กลับมาเป็นชายหนุ่มเนื้อหอมในวัย 29 ปีอีกครั้งเมื่อเขาได้เริ่มกลับเข้าสู่สังคมอีกหน เนื่องจากคุณสมบัติที่ชะนีทั้งหลายต่างก็หมายปอง หล่อ ล่ำ กล้ามใหญ่ แถมออฟชั่นครบ ฉลาด เก่ง รวย นิสัยดี ไม่มีข่าวเรื่องเจ้าชู้หรือวอกแวกเกี่ยวกับผู้หญิง โอย! เรียกได้ว่าหาที่ดีมากกว่านี้ก็ไม่มีอีกแล้ว จนผู้หญิงบางคนก็อยากจะพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้ชายแท้หรือไม่ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครได้รู้ความจริง เมื่อชายหนุ่มไม่เคยเล่นด้วย แถมยังหาทางออกให้ตัวเองได้ดีเสมอ

 

            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด... เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของจิตติพัฒน์ดังขึ้น ชายหนุ่มจึงได้หยิบออกมากดรับสาย

            (ว่าไงวะ พ่อเกษตรกรเนื้อหอม เดี๋ยวนี้ดังใหญ่แล้วนะ กูเห็นมึงในหน้านิตยสารด้วยว่ะ) นิติส่งเสียงผ่านสายโทรศัพท์มาทักทายเพื่อนทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณตอบรับ ทั้งสองคนหรือแม้กับเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา จิตติพัฒน์เข้ากรุงเทพฯ มานับครั้งได้ ซึ่งบางครั้งก็รีบจนไม่มีเวลาจะมาเจอเพื่อน ๆ อีกด้วย ส่วนใหญ่จึงเป็นการโทรคุยกันเช่นนี้เสียมากกว่า

            “ไม่ได้ดังอะไรหรอก กูแค่ส่งข่าวบอกให้พวกมึงรู้ไงว่ากูทำได้ตามที่พูดไว้แล้ว หึหึ” จิตติพัฒน์ตอบกลับตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี

            (เออ พวกกูเชื่อแล้ว ดีใจด้วยว่ะ แล้วนี่เมื่อไหร่จะเข้ากรุงอีกวะ คิดถึงแล้วอยากเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสียที ฟังแต่ไอ้เอกกับไอ้ภูมิมันโม้แต่เรื่องผู้หญิง จนกูจะอ้วกอยู่แล้ว”

            “ฮ่าฮ่า เออยังไม่แน่เลยว่ะ ยังไม่อยากรับปากเดี๋ยวเสียคำพูด แล้วพวกมึงไม่คิดจะมาหากูที่นี่บ้างล่ะ มาเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าร่างกันบ้างไง อาทิตย์หน้านี่ก็วันหยุดยาวแล้ว พวกมึงไม่หยุดกันหรือไง”

            (เออ ความคิดดีว่ะ งั้นเดี๋ยวกูโทรไปชวนไอ้สองตัวนั่นก่อน แล้วยังไงจะโทรบอกอีกที) นิติเห็นดีด้วยกับความคิดของหนุ่มชาวสวน ตัวเขาเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับมลพิษในเมืองหลวงแล้วเช่นกัน หากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวธรรมชาติ มองสาวต่างจังหวัดบ้างก็น่าจะดีเหมือนกัน

 

            หนึ่งอาทิตย์ต่อมาสี่หนุ่มสี่มุมก็มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านสวนคุณาธรรม

            “สวนมึงอากาศดีว่ะไอ้อาร์ท แต่จะให้ดีนี่ต้องมีคนงานสาว ๆ สวย ๆ ด้วยว่ะ ฮ่าฮ่า” เอกทัตเปิดบทสนทนาหลังจากที่ยืนสูดอากาศเข้าปอดแล้วเต็มที่

 

            “ไอ้เอกมึงนี่ก็ตลอดเลยนะ ในกรุงเทพฯ กูเห็นตามตบกันจนมึงบ่นปวดหัวนั่นยังไม่พออีกหรือไง แต่จะว่าไปมีเป็นอาหารตาสักคนสองคนก็จะดีมิใช่น้อยนะโว้ย ฮ่าฮ่า” รัฐภูมิที่ตอนแรกทำเป็นพูดจาต่อว่าเอกทัต แต่สุดท้ายก็แสดงตัวตนออกมาด้วยเช่นกัน

            “พอกันเลยมึงทั้งสองตัว กูชวนมาพักจากเรื่องวุ่นวาย เพื่อนฝูงจะได้มาเจอกันคุยกันตามประสา ดันชวนเข้าเรื่องสาวอยู่เรื่อย มึงดูไอ้อาร์ทสิ มันขลุกอยู่แต่ที่สวนนี่ตลอดสองปี พวกมึงคิดว่ามันซุกสาวไว้ตรงไหนวะ” นิติส่งเสียงปรามเพื่อนช่างพูดทั้งสองคน ก่อนจะลงท้ายด้วยการขอแรงหนุนให้ช่วยกันคิดเรื่องซุกสาวของจิตติพัฒน์ด้วยเช่นกัน จนชายหนุ่มเจ้าของสวนถึงกับส่ายหัวให้เพื่อนรักทั้งสามคน ก่อนที่จะส่งเสียงห้ามปรามความคิดของทุกคนที่กำลังจะเตลิดไปกันใหญ่

            “พอเลยพวกมึง กูนึกว่าจะเหลือดีไว้สักคน สุดท้ายแม่งเหมือนกันหมด”

            “เออ มึงก็ด้วยนั่นล่ะไอ้อาร์ทตัวดีเลย พวกกูก็แค่บริหารจัดการไม่ดีเท่ามึง เลยมีเรื่องปวดหัวตามมานิดหน่อยก็แค่นั้น” เสียงเอกทัตแย้งขึ้นมาทันที

            “ฮ่าฮ่า เขาบอกกันว่าคนพวกเดียวกันมันถึงได้คบกันได้ มึงด่าพวกกู ก็ระวังจะเข้าตัวนะโว้ย” รัฐภูมิออกตัวเตือนเพื่อนรัก เพราะว่ารู้จักนิสัยสันดานกันดี เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีช่วงห่างกันเพราะแยกย้ายกันไปเรียน แต่ก็ยังติดต่อพูดคุยกันตลอด

            ถ้าจะมีคนมาสงสัยในความเป็นผู้ชายของจิตติพัฒน์ เพื่อนรักทั้งสามคนนี้คงได้หัวเราะกันท้องแข็ง เพราะพวกเขาต่างรู้กันดี ว่าในกลุ่มนี้จิตติพัฒน์นี่ล่ะที่ร้ายกาจที่สุด กินเงียบและไร้ร่องรอย ประสบการณ์เรื่องผู้หญิงไม่มีเป็นรองใคร เพียงแต่การบริหารจัดการของชายหนุ่มนั้นทำได้อย่างชาญฉลาด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นิติจะสงสัยว่าชายหนุ่มแอบซุกผู้หญิงไว้หรือไม่?

            “เออ กูไม่เถียงกับพวกมึงแล้ว ว่าแต่นี่จะมาพักกันกี่วัน กูจะได้รู้ว่าจะได้คนมาช่วยงานสวนเพิ่มถึงเมื่อไหร่ ฮ่าฮ่า”

            “สรุปว่าที่มึงกระซิก ๆ ให้พวกกูมานี่คือวิธีการหาคนงานเพิ่มของมึงว่างั้น” นิติพูดดักคอเพื่อนรักทันที

            “เออ ไอ้ติมึงเข้าใจถูกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “ขอโทษ พวกกูไม่เน้นค่าจ้างนะโว้ย แต่เน้นค่าเอ็นเตอร์เทน (Entertain) ว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้ามึงสู้ไหว พวกกูก็ไม่มีปัญหา” เอกทัตรีบออกตัว บอกในสิ่งที่เขาต้องการ

            “แหม มึงก็พูดดูถูกพ่อเลี้ยงอาร์ทไปได้ เลี้ยงดูปูเสื่อพวกเราแค่สองสามวัน ขนหน้าแข็งไม่ทันจะสะเทือนเสียด้วยซ้ำ ว่าแต่ที่นี่มีสาวสวย ๆ ให้ได้ชมกันมั่งมั้ยวะ” รัฐภูมิรีบออกอาการด้วยอีกคน

            “พูดถึงก็มาโน่นเลยโว้ย ใครวะไอ้อาร์ท สวยใช้ได้เลยว่ะ” นิติพยักหน้าให้ทุกคนดูผู้หญิงที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา สาวสวยในชุดเดรสสั้นสีแดงสด รัดรูป อวดส่วนเว้าส่วนโค้งที่ลงตัวของรูปร่าง ใบหน้าเคลือบด้วยเครื่องสำอางค์ สีสันจัดจ้าน จนทำให้เธอกลายเป็นสาวเปรี้ยวสุดเซ็กซี่

            “คุณอร เป็นลูกสาวกำนันบุญชัย พวกมึงอย่าทะเล่อทะล่าไป ระวังจะหลบลูกกระสุนไม่ทันนะโว้ย เดี๋ยวจะหาว่ากูไม่เตือน” จิตติพัฒน์ไขข้อสงสัยให้กับเพื่อน ๆ

            “คุณอาร์ทขา อรมาแล้วค่ะ คิดถึงคุณอาร์ทจังเลยค่ะ” อรอุมาเดินตรงเข้ามาคล้องแขนชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่คนเดียว พร้อมทั้งยังเขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอีกด้วย จนชายหนุ่มอีกสามคนที่นั่งเอกเขนกกันอยู่ที่เก้าอี้ไม้บ้าง ชิงช้าไม้บ้าง ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งวางเรียงไว้ติด ๆ กันอยู่ที่หน้าบ้านนั้น มองดูด้วยความอิจฉาเพื่อนขึ้นมาทันที

            “อุ๊ย! ต้องขอโทษด้วยค่ะอรไม่ทันสังเกตว่าคุณมีแขก” อรอุมายกมือปิดปากแสดงท่าทางว่าตกอกตกใจเอามากมาย เมื่อหันมาเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอีก 3 คน ก่อนจะรีบใส่จริตจะก้านแนะนำตัวเองให้ชายหนุ่มหน้าใหม่ทุกคนได้รู้จักเธอ “ฉันชื่ออรอุมานะคะ เรียกว่าอรเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”

            “ผมเอกครับ รักใครรักจริง ไม่ทิ้งขว้างแน่นอน” เอกทัตรีบแนะนำตัวเองกลับ พร้อมทั้งบอกสโลแกนของตนเองเรียกคะแนนจากหญิงสาวอีกด้วย ก่อนจะยื่นมือออกไปขอจับมือทักทายอย่างสากล

            “ผมภูมิครับ เป็นคนดีมีความรับผิดชอบ ทำท้องแล้วไม่มีทิ้งนะครับ” รัฐภูมิแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือไปจับทักทายด้วยเช่นกัน และไม่เพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มยังมีการยกมือของหญิงสาวมาประทับที่ริมฝีปากของตนเองอีกด้วย

            “ผมตินะครับ ซื่อสัตย์ รักจริง จะยินดีมากหากคุณอรจะรับผมไว้พิจารณา” นิติแนะนำตัวหลังสุด พร้อมทั้งยื่นมือไปจับมือนิ่ม ๆ ของหญิงสาวเป็นการทักทายด้วยเช่นกัน

 

            “แหม สโลแกนน่าสนใจกันทุกคนเลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยค่ะ เพิ่งรู้นะคะว่าคุณอาร์ทมีเพื่อนทั้งหล่อทั้งคารมดีกันทุกคนอย่างนี้” อรอุมาโปรยยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มทุกคน

 

-----------------------------------------------

อุ๊ต๊ะ! ร้ายนะคะคุณอาร์ทขา กินเงียบและไร้ร่องรอยเลยเหรอคะ หุหุ 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha