เริงรัก หลงทราย

โดย: Venusrin Books



ตอนที่ 1 : จดหมายรักสีชมพู


ตอนต่อไป

                 กองเอกสารแฟ้มหนาถูกวางไว้เกลื่อนโต๊ะอย่างจงใจ บุรุษมาดเข้มในชุดโต๊ปยาวคลุมข้อเท้า ใบหน้านิ่งขึงไร้ความรู้สึก มุมปากเหยียดเป็นเส้นตรงราวมีเส้นเอ็นยึดตอกไว้ คิ้วดำดกหนาขมวดเข้าหากันเป็นปกติ เฉกนั้นชีคชารีฟก็ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจของสาวอาหรับหลายคน ด้วยฐานะเศรษฐีใหม่จากการเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันรายใหญ่แห่งสาธารณรัฐอาลุลฮะห์

                ทว่า ท่ามกลางเอกสารการงานกับสาสน์ขอแต่งงานจากหญิงในประเทศที่ถูกวางเพิกเฉย กลับมีซองกำมะหยี่สีชมพูสดแปลกตาโผล่แผล่มออกมาแถมยังมีลายการ์ตูนรูปกระต่ายสองตัวชูสองนิ้วให้มาอีกด้วย

                นี่มันอะไรกัน มือเกรียมแดดสมชายคีบมันขึ้นมาดูอย่างระแวดระวัง

                อ๋อ นั่นจดหมายจากเมืองไทยครับชีค ฮิๆ! เอ่อ ขอโทษครับ! แต่ผมคิดว่าผู้หญิงไทยคนนี้คงจะมีอารมณ์ขันมากทีเดียว ลูกน้องอารมณ์ดีผู้คอยนำจดหมายแต่ละวันเข้ามาให้ กลั้นหัวเราะเมื่อเห็นว่าใบหน้าคมเข้มของอีกฝ่ายช่างไม่เข้ากันกับสิ่งหวานแหวว โดยเฉพาะยิ่งสีชมพู

                เอาไปทิ้ง

                หา จะทิ้งเลยหรือครับชีค น่าเสียดายออกนะครับ ไม่ลองเปิดดูสักหน่อยเผื่อเธอจะส่งรูปมาให้ดูด้วย ผมล่ะอยากรู้จังว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร

                ชีคชารีฟปัดรำคาญโดยหนีบสิ่งที่อยู่ในซองชมพูแปร๊ดราวกับมันเป็นสิ่งน่าขยะแขยง เขาคิดผิดที่ยินยอมให้มันโผล่ออกมาทำลายวันที่ดีของเขา ในทุกวันนั้นควรจะเป็นสีเทา แต่ภาพของหญิงสาวชาวไทยใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้าเมื่อเธอสวมชุดเดรสสีชมพูแจ่มจรัสทั้งชุด ยิ่งโบว์คาดผมลายกุหลาบดอกเบ้อเริ่มสีเดียวกันยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่เสียเวลามองหน้าตาของเธอให้วุ่นวาย จดหมายและรูปถูกโยนทิ้งลงพื้นไม่รีรอ

                อ้าว ชีคครับ

                ได้ยินเมื่อกี้แล้วใช่ไหม เอาไปทิ้งก่อนที่ฉันจะอารมณ์เสีย!”

                ครับๆ ลูกน้องอารมณ์ดีกลับต้องอารมณ์บูดเมื่อเจอคนขี้โมโหอยู่ทุกวัน แต่เขารู้จักนิสัยของชีคชารีฟอยู่แล้ว ชีคเป็นคนนิ่ง เย็นชา ไม่สนใจผู้หญิง ก็น่าจะแปลกอยู่หากเขาจะทิ้งจดหมาย แต่ที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมชีคถึงเกลียดสีชมพู การจะคุยเรื่องส่วนตัวกับเจ้านายนั้นแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ยิ่งคนที่หมายถึงคือคนที่บ้างานและไม่สนใจเรื่องอื่นใดอย่างชารีฟ

 

                กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 08:15 น.

                หญิงสาวผมยาวโกรกสีเดียวกับตุ๊กตาบาร์บี้กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกอย่างพิถีพิถัน ลิปกลอสสีชมพูสดถูกแต้มแต่งปิดฉากบนใบหน้า ชมพูคลี่เรียวมือขึ้นอุ้มใบหน้าอูมเบาๆ ก่อนจะปาดเนื้ออุ่นให้ไหลพาดไปด้านหลังใบหูเป็นการบริหารหน้าเรียวตึงประจำวันของเธอ

                ผู้ชายที่ดีกำลังรอเธออยู่นะ ชมพู! ป่านนี้เขาจะได้รับจดหมายรักจากเราหรือยังนะ คงกำลังตะลึงอยู่กับรูปที่ฉันส่งไปแน่ๆ ถ่ายที่สตูดิโอเชียวนะเธอพูดกับตัวเองในกระจก พลางหลิ่วตาข้างหนึ่งส่งยิ้มให้ตัวเองอย่างทะเล้น โอเค วันนี้สวยมาก ไปทำงานได้!”

                ร่างสูงยืนรออยู่หน้าประตูอย่างเซ็งๆ เขามองนาฬิกาที่อีกไม่กี่นาทีก็ใกล้เวลาจะเข้างานเต็มทีแล้ว

                พี่ชมพู สวยแล้วครับ แต่ขอโทษนะ อีกนานไหมครับ! ผมจะตอกบัตรไม่ทันอยู่แล้วนะ นี่ถ้าไม่ติดว่าที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกัน ผมปล่อยให้พี่ไปเองแล้ว

                ไม่ได้นะ นายศุกร์! นายจะปล่อยให้ฉันขึ้นรถเมล์ไปได้ยังไง ผมเสียทรงกันหมดพอดีเจ้าของห้องดุน้องชายที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปี

                คุณพี่ชมพูครับ ถ้าพรุ่งนี้พี่ยังใช้เวลาอยู่หน้ากระจกมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ผมเกรงว่าคุณพี่จะต้องออกไปผจญโลกกว้างคนเดียวแล้วล่ะครับ ให้ตายสิ ผมโดนแบล็คลิสมาสายไปสามครั้งแล้วนะตั้งแต่พี่ได้งานที่นี่น่ะ!”

                เอาน่าเดี๋ยวสิ้นเดือน ฉันค่อยชดเชยให้ พาไปเลี้ยงอาหารที่นายชอบไง นายชอบอาหารญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ อย่าซีเรียสไปหน่อยเลยน่า

                เผื่อพี่จะลืมไป เดี๋ยวนี้ครอบครัวของเราไม่ได้สมบูรณ์พูนสุขเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ พี่ไม่ใช่คุณหนูอีกต่อไปแล้ว เมื่อคุณพ่อแต่งงานใหม่ เขาก็เกือบทำให้พวกเราล้มละลายเพราะเอาเงินไปประเคนผู้หญิงคนนั้นหมด ป่านนี้พ่อไปอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย เหลือหนี้สินเอาไว้ให้บานตะไทอีก นี่ตกลงผมเป็นน้องชายหรือพี่ชายกันแน่นะเนี่ย

                ใจเย็นๆ น่านายศุกร์ ฉันสัญญานะว่าจะหาพี่เขยที่ร่ำรวยมาช่วยปลดหนี้ครอบครัวของเราให้ได้เร็วที่สุดเลย นายไปรอข้างนอกสักสองนาทีนะ พี่ใกล้จะแต่งตัวเสร็จแล้ว

                โห อะไรกันเนี่ย! ท่าทางแววโดนไล่ออกจะลอยมาแต่ไกล ถ้าผมตกงาน พี่จะมาโทษผมไม่ได้นะ!” ฤกษ์ศุกร์ตะโกนไล่หลังพี่สาวที่ปิดประตูหนีเขา

                ชมพูกลับมานั่งนิ่งหน้ากระจกอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่แต่งหน้าเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อยแล้วแต่มาสคาร่ากลับไหลเปรอะลงมาเป็นทาง เมื่อน้ำอุ่นใสกลิ้งหล่นลงมาอย่างน้อยใจ จากคุณหนูชมพูที่เคยอยู่ในฐานะเศรษฐินีน้อย มีคู่หมั้นเป็นถึงพระเอกหนังไฮโซ แต่แล้วเมื่อโชคชะตาพลิกผัน เธอกลับต้องกลายเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาเดินดิน ยังดีที่ได้น้องชายเอาการเอางาน ทุกวันนี้เธอจึงยังมีรถยนต์ให้นั่งอยู่ แต่หนี้สินก็พัลวันจนทั้งคู่ไม่อยากจะนึกถึง

                ฉันก็ไม่ได้อยากจะเป็นอย่างนี้ ไม่ได้อยากจะแต่งตัวแต่งหน้านานๆ แต่ช่วงเวลาที่ได้อยู่หน้ากระจก มันทำให้ฉันลืมไปว่าตัวเองเป็นใคร สีชมพู...ชื่อของฉัน สักวันฉันจะทำให้ชีวิตของฉันกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้งให้ได้

 

                ในเมื่อหนทางไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ ชมพู จึงต้องเป็นคนปูพรมมันด้วยตัวเอง วันหนึ่งที่กำลังสิ้นหวัง ข่าวเศรษฐีบ่อน้ำมันใหม่แห่งสาธารณรัฐอาลุลฮะห์ก็ถูกฉายขึ้นยังจอโทรทัศน์เบื้องหน้า หญิงสาวไม่ได้สนใจว่าข่าวนั้นบรรยายต่อไปว่าอย่างไรจนกระทั่งมีใบหน้าคมเข้มของบุรุษอาหรับส่องสว่างเข้ามาแทนที่ เพียงแค่ซีนแรกที่ชีคชารีฟถูกกล้องวีดีโอถ่ายอย่างที่เขาไม่ได้เต็มใจ ชมพูก็ทันมองเห็นเค้าโครงของชายชาตรีด้วยเสน่หา โดยเฉพาะสาวบังเอิญโสดอย่างเธอ จึงไม่น่าแปลกใจหากเขาจะถูกหมายปองจากหญิงอาหรับเกือบทั้งประเทศ ปฏิบัติการออนไลน์จึงเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ทันที่ที่ชมพูเข้าสู่โลกแห่งอินเตอร์เน็ตก็พบกับข้อมูลของชีคชารีฟอย่างทันใจ

                ชีคชารีฟ บุตรชายผู้น่าภาคภูมิใจ ของตระกูล อับริม เมลียะห์ มีพี่น้องทั้งหมด 17 คน ยังมีชีวิตอยู่ 12 คน แต่มีพี่สาวร่วมมารดาเพียงคนเดียว คือ บีนีเดีย

                สถานะ: โสด ยังไม่เคยแต่งงาน

                เพียงนั้น ชมพูก็หัวใจพองโตด้วยความหวังทั้งที่เจ้าตัวยังไม่รู้จักประเทศที่ว่านี่เลยสักนิด แถมยังไม่รู้จักความหมายของคำว่า ชีค อีกต่างหาก เธอแค่ได้ยินมันผ่านจากหนังสือนิยายหลายเล่มที่สามัคคีกันแต่งเรื่องชีคโดยไม่น่าจะได้นัดหมาย แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะอ่านมันเลยสักทีเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มจากเล่มไหน ชมพูจึงคิดเรียนรู้ทางลัดด้วยการส่งจดหมายรักหาท่านชีคเองเสียเลย หากทั้งคู่ได้เป็นแฟนกัน เธอก็คิดว่าการรู้จักคำว่าชีคคงจะไม่ยากเย็นนัก

                หญิงสาวผู้มองโลกในแง่ดี เข้าตอกบัตรเกินเวลาอีกเช่นเคย และเก้าอี้ของเธอก็ยังไม่ทันมีอุ่นไอร้อนเมื่อถูกเชิญให้ออก เสียก่อนเนื่องจากชมพูยังไม่ได้ถูกบรรจุเป็นพนักงานประจำ

                โดนไล่ออกอีกตามเคย ช่างเถอะ เพราะฉันจะได้มีเวลาไปเขียนจดหมายรักหาท่านชีคได้เต็มเวลาซะเลย! แถมยังมีเวลาไปเข้าครอสเรียนภาษาอาหรับต่อด้วยสินะ ร่างเพรียวลมในชุดเดรสสีชมพูเป็นเอกลักษณ์หมุนตัวกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วก็ต้องหน้าบึ้งเมื่อต้องเช็คดูค่าแท็กซี่ว่าจะมีพอจ่ายหรือเปล่า เมื่อน้องชายของเธอยังไม่เลิกงาน ชมพูจึงต้องกลับบ้านเองและแน่นอนว่าเธอไม่ขึ้นรถเมล์

               

                จากนั้นไม่นานนักก็มีลังกล่องใหญ่ที่บรรจุแต่จดหมายซองสีชมพู ถูกวางไว้หน้าห้องทำงานของชีคชารีฟ เจ้าของห้องผงะก่อนจะบิดประตู

                นั่นกล่องอะไรน่ะ ใบหน้าคมเข้มเหยเกอย่างไม่ชอบใจ สีที่เขาเกลียด โผล่มาอีกแล้ว

                ลูกน้องคนเดิมไม่แน่ใจว่าควรจะขำจนออกนอกหน้าดีหรือควรจะรีบเอามันไปทิ้งก่อน จึงลองถามหยั่งเชิง เอ่อ... จดหมายรักจากเมืองไทยน่ะครับ ผู้ส่งคนเดิม แต่ว่าซองจดหมายลายต่างกันไปนะครับ เห็นล่าสุดมีลายลูกเชอร์รี่ด้วย น่ารักดีนะครับ! อุ้ย ขออภัยครับชีค คนพล่ามรีบหยุดปากเมื่อเจอสายตาพิฆาตสบมา

                หมดนี่เลยเหรอ

                ใช่แล้วครับ ท่าทางเธอจะเอาจริงนะครับ ไม่เห็นมีสาวอาหรับคนไหนสักคนเขียนจดหมายมาทุกวันแบบนี้

                ชีคชารีฟส่ายหน้า ท่าจะว่างจัด

                อ้าว ชีคครับ! ไม่เอาไปด้วยเหรอครับ หรือว่าจะให้ผมเอาไปทิ้ง

                มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ น้ำเสียงเย็นชาจัดทำคนฟังต้องกลืนน้ำลาย คนถูกปิดประตูใส่ได้แต่ยืนทำตาปริบๆ หากต้องทิ้งจดหมายพวกนี้ไปจริงๆ เขาก็แอบสงสารผู้หญิงคนนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อเป็นหน้าที่ เขาก็จำเป็นต้องทำตามคำสั่ง

                นั่นอะไรน่ะ มัลคอฟ หญิงสาวอาหรับสวมฮิญาบคลุมผมสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาประกายฉายแววดุฝ่ายตรงข้าม

                ท่านหญิงบีนีเดีย เอ่อนี่คือ... ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมกำลังจะเอาไปทิ้ง

                เขารีบยกกล่องขึ้นหนีวิกฤติราวกับมันเบาเหมือนปุยนุ่น แต่มือเรียวยกห้ามไว้ก่อน สายตาเย็นชาไม่ต่างไปจากชีคชารีฟ แต่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขังในป่าช้าที่น่าขนลุกกว่า

                หยิบมันขึ้นมาซิ ในนั้นเขียนว่าอะไร

                คนถูกสั่งจำใจต้องวางลังหนักลง เขาสุ่มเลือกขึ้นมาหนึ่งฉบับตามหน้าที่และหวังว่ามันคงจะเป็นเนื้อความที่ไม่เลวร้ายนัก

                อ่านซิ

                ชีคชารีฟยอดดวงใจ คนอะไรหล่อเหลายิ่งกว่าแบรดพิตต์! รู้ไหมว่าคุณทำให้หัวใจของฉันหวั่นไหว อยากพบคุณจนเนื้อตัวสั่นไปหมดแล้ว ภาษาอาหรับที่ชมพูแปลมาผิดบ้างถูกบ้างแต่พอจับใจความได้นิดหน่อย คนอ่านแอบขำไปเองเมื่ออีกคนคงจะแปลผิดจาก อยากพบจนใจเต้น เป็น อยากพบจนเนื้อตัวสั่น

                น่าเกลียดที่สุด! ผู้หญิงอะไร ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ร่านส่งจดหมายมาหาผู้ชายเป็นลังแบบนี้ น่ารังเกียจมาก รีบเอาไปทิ้งให้ไกลหูไกลตาเสีย!”

                แต่ผมคิดว่ามันดูจริงใจดีนะครับ ผมยังเคยแอบอ่านฉบับอื่นที่ชีคสั่งให้ทิ้งแล้ว เธอยังเขียนสูตรวิธีทำอาหารไทยมาให้ชีคด้วย เห็นบอกว่าให้ทำกินเองไปก่อน แล้ววันหลังเธอจะมาทำให้ทานถึงประเทศของเรา

                ฉันไม่อยากได้ยินอะไรเกี่ยวกับแม่คนนี้อีก! เอาพวกมันไปให้พ้น!!” เสียงแว๊ดดังจนคนในห้องต้องเดินตามออกมาดู

                อ้าว พี่บีนีเดีย... มีอะไรกันหรือครับ

                เสียงทักคุ้นเคย บีนีเดียรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขอบปากให้ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ออกนอกหน้าจนเกินไป

                ชารีฟน้องพี่ ขอโทษที่มารบกวนเวลางาน แต่พี่เห็นว่ายังอยู่ในช่วงพักกลางวัน คืออย่างนี้นะ... น้องคงจะได้รับจดหมายบางฉบับจากกัลเคียบ้างแล้วใช่ไหม

                ใครนะครับ คนถูกถามรู้สึกว่าชื่อนั้นไม่คุ้นเอาเสียเลย

                กัลเคียอย่างไรเล่า! เพื่อนสนิทของพี่ยังไงล่ะ

                อ๋อ แล้วทำไมเหรอครับ

                บีนีเดียหุบรอยยิ้มที่มีเพียงน้อยนิด พี่ไม่อ้อมค้อมล่ะนะ ชารีฟน้องก็รู้ว่ากัลเคียน่ะมีใจให้กับเธอ แต่ทำไมเธอถึงไม่สนใจจะคบหากันดูบ้าง กัลเคียเป็นเพื่อนรักของพี่ อีกอย่างเธอก็มาจากตระกูลที่ดี กิริยามารยาทก็เรียบร้อย

                พี่บีนีเดียครับ งานผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระหรอก

                ไร้สาระเหรอ! สักวันเธอก็ต้องแต่งงานนะ พี่ถึงได้แนะนำผู้หญิงที่ดีพร้อมให้กับเธอ และพี่ก็หวังอย่างมากหากเธอจะไม่ไปคว้าเอาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นคนในตระกูลของเราบีนีเดียชายริมหางตาไปยังกองจดหมายสีชมพูอย่างนึกรังเกียจ

                ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เพราะผมจะไม่แต่งงาน ผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วก็มัลคอฟ

                ครับชีค ชีคจะเก็บจดหมายพวกนี้เอาไว้ใช่ไหมครับ

                มุมปากเหยียดตรงเป็นเข็มเย็บผ้าก่อนจะสั่งเด็ดขาด ไม่มีการถามรอบที่สี่ เอาไปทิ้งให้หมด!”

 

                ฮัดชิ้ว!” ในเมืองหลวงของประเทศไทยยามค่ำคืน หญิงสาวรีบปิดเครื่องปรับอากาศ เมื่อรู้สึกเย็นขึ้นจนอาจจะเป็นไข้ เธอบิดตัวอย่างเกียจคร้าน เมื่อวันแล้ววันเล่า ชีคที่เธอคิดถึงก็ยังไม่ยอมตอบจดหมายมาเสียที

                หรือว่าที่อยู่ผิดนะ ก็ส่งไปที่ทำงานเขาแบบลงทะเบียนนี่นา ถ้าไม่ได้รับป่านนี้ก็น่าจะตีกลับแล้ว ชมพูครุ่นคิดพลางกระโดดตัวโหยงขึ้นนั่งขัดสมาธิแทนเมื่อนอนไม่หลับ มือซนควานหารีโมท พลางเอามืออีกข้างเท้าคาง

                บันเทิงปีนี้ คนดังกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์สายฟ้าแลบพร้อมกันถึงสามคู่

                “มีอะไรดูนอกจากนี้ไหมเนี่ย ไม่ใช่ว่าไม่อยากดูข่าวบันเทิงหรอกนะ แต่ข่าวนี้มันค่อนข้างน่าสะเทือนใจสำหรับคนโสดน่ะ เธอคลิ๊กหมุนช่องไม่ใยดี

                รับสมัครเมดประจำเรือนรับรองของคอนโดฯ....

                “ต่อให้เหลือตังค์อยู่ห้าบาทติดกระเป๋า ฉันก็ไม่มีทางเป็นคนใช้หรอกย่ะ เธอหมุนช่องอื่นอีกครั้ง

                ชีคชารีฟกำลังจะมาเยือนราชอาณาจักรไทยพร้อมด้วยพี่สาวของเขา กำหนดวันเดินทาง.... เที่ยวบิน xxx โดยชีคเดินทางมาเพื่อพักผ่อนเป็นการส่วนตัวยังบ้านพักตากอากาศริมทะเล

                แต่ข่าวนี้ไม่ต้องถูกเปลี่ยนช่อง ชมพูตาลุกวาวจ้องตั้งแต่ภาพชีคชารีฟเดินขึ้นรถยนต์ ไปจนถึงโบกมือไล่ปาปารัสซี่เช่นเคย ใบหน้าบึ้งตึงเปรียบประดุจแบรนด์เนมขลังเฉพาะส่วนบุคคล ยิ่งทำให้คนเห็นหลงใหล มาดนิ่งขึงทำให้ชมพูรีบหมุนโทรศัพท์ไปจองห้องพักยังรีสอร์ทใกล้กันกับบ้านพักตากอากาศของชีคทันที

                ทีนี้ล่ะ! นายศุกร์เอ้ย! เราจะสบายกันแล้ว!!” ชมพูมองเห็นแบงค์ล้านทับหน้าชีครูปหล่อทันที มันช่วยไม่ได้ที่เธอจะต้องหาวิธีลัด แต่ทำไมถึงต้องเป็นเขาเท่านั้น เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

               

                ฤกษ์ศุกร์ต้องยอมมากับชมพูเมื่อเธอบอกว่าจะให้ค่าจ้างขับรถ แต่น้องชายก็เป็นห่วงพี่สาวของเขาที่มักจะทำอะไรแปลกๆ จนเขาเริ่มจะรู้สึกว่าตัวเองมีอายุมากกว่าอีกฝ่ายเข้าไปทุกที

                พี่ชมพู! เขามีทหารเฝ้าด้วยเหรอ นี่เขามาพักผ่อนหรือมาออกค่ายทหารเนี่ย บ้านพักตากอากาศริมทะเลถูกสร้างแบบโปร่ง ห้องนั่งเล่นก็เป็นกระจกทั้งหมดแต่ดูท่าชีคจะชอบความเป็นส่วนตัว เขาจึงเอามูลี่ลงทุกด้าน แถมยังมีทหารอาหรับพกกระปอกปืนยาวเหมือนในหนังเฝ้าอยู่หน้าบ้านอีกด้วย

                ชีคอยู่ไหนนะ มองไม่เห็นเลยชมพูคว้ากล้องส่องทางไกลกลับมาดูบ้าง

                เขาพักที่นี่จริงเหรอพี่ชมพู

                “ก็น่าจะจริงนะ ไม่เห็นเหรอ ทหารเฝ้าอยู่เต็มเลย ชีคเนี่ยคงต้องเป็นคนสำคัญมากๆ เลยเนอะ

                แล้วพี่จะทำยังไงต่อไปล่ะครับ พวกนั้นต้องไม่ยอมให้ใครผ่านเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ ฤกษ์ศุกร์มองไม่เห็นทางไหนที่คนไม่มีเส้นสายอย่างพวกเขาจะสามารถทะลุเอ็มสิบหกเข้าไปได้เลย

                เถอะน่า ฉันมีวิธี!” จอมวางแผนยิ้มกริ่มเมื่อมั่นใจมากกับแผนการของตน

 

                ทหารยามทั้งสองคนยืนเข้าเวรอย่างอึดอัดเมื่ออากาศริมทะเลก็จริงแต่ในยามเที่ยงนั้นร้อนจัด พวกเขาจึงค่อนข้างหงุดหงิด และอยากหาอะไรทำแก้เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ทันใดนั้นก็มีจดหมายเครื่องบินเล็กที่ถูกพับด้วยกระดาษสีชมพูร่อนลงตรงหน้าของพวกเขา

                เฮ้ย! นั่นอะไรน่ะ ทหารคนหนึ่งรีบเตรียมตัวรับมือ แต่เมื่อค่อยๆ ขยับไปใกล้ๆ กลับพบว่าเป็นเพียงกระดาษ

                เครื่องบินพับกระดาษเหรอ สงสัยเด็กแถวนี้พับเล่นก็เลยร่อนมาไกลถึงที่นี่ล่ะมั้ง ทหารอีกคนออกความเห็น พลางคลี่ดูแก้เซ็ง มีข้อความด้วย ถึงชีคชารีฟ!” เขารีบยื่นให้อีกฝ่ายดู

                เออ จริงๆ ด้วย เขียนว่ายังไงน่ะ อยากพบคุณ.... อย่างนั้นเหรอ

                อย่าบอกนะว่าขนาดชีคหนีกองทัพสาวอาหรับที่ขอแต่งงานมาจนถึงเมืองไทย แล้วก็ยังมาหนีเสือปะจระเข้น่ะ

                ทหารคนนึงนึกสนุก ตอบกลับไปท่าจะดี

                อ้าว ไม่เอาไปให้ชีคเหรอ

                ขืนเอาไปให้ได้โดนด่าฟรีน่ะสิ ชีคน่ะเกลียดอะไรที่เป็นสีชมพูจะตาย ฉันเล่นส่งกลับไปเองดีกว่า บอกว่าอะไรดีนะ... ในเมื่อเธออยากพบชีค ก็ช่วยสงเคราะห์สถานที่ไปให้หน่อยก็แล้วกันนะ ว่าแล้วเขาก็เขียนชื่อโรงแรมกับเวลาที่ชีคจะออกไปทานอาหารเย็นในค่ำคืนนี้

                จะดีเหรอ ขืนชีครู้เข้า พวกเราเละแน่เลย

                ดีสิ ฉันเบื่อจะแย่อยู่แล้ว อีกอย่างถ้าชีคไม่เอา ถึงตอนนั้นฉันค่อยรับช่วงต่อเอง ก็สาวไทยน่ะสวยจะตาย เขาหัวเราะกับเพื่อนทหารด้วยกันแล้วเตรียมร่อนเครื่องบินกระดาษกลับไปยังที่เดิม

                “เดี๋ยวสิ ถ้าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายล่ะ จะทำยังไง

                กลิ่นน้ำหอมฟุ้งขนาดนี้ ผู้ก่อการรักล่ะสิไม่ว่า

                บีนีเดียนึกอยากจะออกมาสูดอากาศภายนอกบ้างเมื่อเพิ่งมาถึงหมาดๆ แต่อากาศร้อนเกินไป ขณะกำลังมองหามุมร่มๆ ก็ดันพบเหตุการณ์ขัดตาเข้าเสียก่อนโดยเป็นจังหวะที่ทหารยามโยนกระดาษสีชมพูออกไปพอดี

                ทำอะไรกันน่ะ

                ท่านหญิงบีนีเดีย! เปล่าครับ

                สตรีอาหรับชักสีหน้า แววตาทะลุทะลวงราวกับจะเข้าไปให้ถึงความคิดของอีกฝ่าย เปล่าอะไร ฉันเห็นนะว่าพวกเธอทำอะไรลับๆ ล่อๆ หรือว่าจะให้ฉันรายงานชีค

                อย่านะครับ! ก็ได้ครับ... คือว่า... เขาเล่าให้ฟังถึงเรื่องจดหมายสีชมพูที่เป็นรูปเครื่องบินพับกระดาษ เมื่ออีกฝ่ายได้ยินทั้งหมดก็ฉุนขาดทันที

                จดหมายสีชมพูอีกแล้วเหรอ! อย่าบอกนะว่าแม่นั่นตามมาถึงที่นี่เลยน่ะ!”

                ทหารทั้งสองไม่เข้าใจที่บีนีเดียพูด จึงได้แต่ก้มหน้า

                ดี... ให้ชื่อโรงแรมกับเวลาไปแล้วสินะ ดีทีเดียว ฉันจะได้จัดการกับแม่พวกที่ชอบมาตามตื้อน้องชายของฉัน! ตำแหน่งสะใภ้ของตระกูลจะต้องเป็นกัลเคียเท่านั้น!!”


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha