เริงรัก หลงทราย

โดย: Venusrin Books



ตอนที่ 3 : หนทางที่ถูกโรยด้วยหนามกุหลาบ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            แน่ใจแล้วเหรอพี่ชมพู ว่าจะไปสาธารณรัฐ....ชื่ออะไรนะ แค่ชื่อผมยังจำไม่ได้เลย ให้ผมไปด้วยสิ ฤกษ์ศุกร์ประท้วงด้วยการไม่ยอมกินข้าว ซึ่งดูไปไม่รู้เหมือนใครแต่ท่าทางของน้องชายไม่กวนประสาทเท่ามาดนางพญาของใครบางคน

            ชมพูพับเสื้อผ้าลงกระเป๋า ไม่พลาดเสื้อกันหนาวไปด้วยเพราะเคยได้ยินว่าอากาศทะเลทรายถึงกลางวันจะร้อนแต่กลางคืนก็เย็นจัด นอกจากนั้นก็ยังมีไดร์หนีบผม เครื่องสำอาง หญิงสาวคิดจะเอาโน๊ตบุ๊คไปด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ใช้อินเตอร์เน็ตหรือเปล่า

            พี่ชมพูครับ ดูจากการแพ๊คกระเป๋าแล้วเหมือนไปเที่ยวมากกว่าเลยนะ พี่ไปเป็นคนใช้เค้านะครับ! เฮ้อแต่ในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ดีเหมือนกัน ผมจะรอโทรศัพท์จากพี่ภายในเจ็ดวันแล้วจะรีบไปรับที่สุวรรณภูมิ

            ถ้าฉันไม่ได้เป็นภรรยาของชีค ฉันจะไม่กลับมาหรอก

            ผมไม่เข้าใจจริงๆ พี่ลุ่มหลงอะไรกับชีคนี่นักหนา รักแรกพบทางโทรทัศน์หรือไงกัน เขาส่ายศีรษะกับความดื้อของพี่สาวแต่ก็อุตส่าห์สละไอพอดของตัวเองเอาไว้ให้เธอฟังยามเหงา ไปด้วยไม่ได้จริงๆ เหรอ ไม่อยากให้พี่ไปคนเดียวเลย

            ถ้านายตัวเล็กพอที่จะลงไปอยู่ในกระเป๋าได้ ฉันค่อยพาไป

            โธ่พี่ชมพู ผมต้องคิดถึงพี่มากแน่ๆ เลย เรามีกันอยู่แค่สองคน แล้วถ้าพวกอาหรับมันร้ายล่ะพี่ ถ้าพี่ไม่ได้กลับมา ผมจะอยู่กับใคร... ฤกษ์ศุกร์ไม่ยอมเผยความอ่อนแอให้ชมพูเห็น เขาจึงหันหลังให้

            แววตากังวลจากน้องชาย ทำไมคนเป็นพี่จะไม่รู้ หญิงสาวเม้มปากก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มแล้วดึงน้องชายเข้ามากอดแน่น

            เฮ้ย พี่ชมพู!”

            โอ๋ๆๆ พี่ไปแค่เดี๋ยวเดียวนะจ๊ะ อยู่ที่นี่คนเดียวดูแลตัวเองด้วย พี่จะต้องกลับมาแน่นอนพี่สัญญา พี่ไม่มีวันทิ้งเราไปเข้าใจไหม แต่ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ ห้ามพาผู้หญิงมานอนห้องพี่เด็ดขาดนะ!” อ้อมกอดบอบบางจากแขนอุ่นประคบประหงมคนปากแข็งที่ทำเป็นแข็งนอกแต่อ่อนในอย่างฤกษ์ศุกร์อดใจหายและน้ำตาคลอไม่ได้

            ถ้าหาคนแบบพี่ไม่ได้ ผมไม่พามาหรอก หายห่วงได้เลย คนถูกกอดโอบตอบ สายตาห่วงใยทอดมองยังเตียงนอนของพี่สาวที่จะต้องว่างเปล่าไปอีกหลายเดือน

            พี่จะเขียนจดหมายมาหานะ ถ้าเล่นเน็ตได้ก็จะส่งเมลล์มา รักษาตัวด้วยนะ

            ว่าแต่ทำไมจู่ๆ พวกเขาเปลี่ยนวันกลับประเทศล่ะครับ ก็เห็นบอกว่าจะอยู่เป็นอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ ฤกษ์ศุกร์เปลี่ยนเรื่อง พลางกลอกตาขึ้นมองเพดานแทน

            เห็นชีคบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะต้องไปสะสาง และให้ฉันไปคอยอยู่ช่วย เขาบอกว่าถ้าสำเร็จ พี่ก็จะได้กลับบ้านเร็วพร้อมกับเงินค่าจ้างก้อนโต

            โห! งั้นก็ดีสิครับ

            แต่อย่างที่พี่บอก ถ้าพี่ไม่ได้เป็นภรรยาของชีค พี่ก็จะไม่กลับมา

            พี่ชมพู ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น

            เจ้าของห้องดึงมือใหญ่ของอีกฝ่ายเข้ามาประกบไว้ จำไว้นะฤกษ์ศุกร์ ชื่อของเธออีกความหมายหนึ่งก็คือ ช่วงเวลาที่มีความสุข ดังนั้น พี่จะต้องทำให้ครอบครัวของเรากลับมามีความสุขอีกครั้งให้จงได้ หนี้สิ้นของพ่อ เราต้องปลดมันลงให้ได้ พี่จะไม่ยอมให้เราลำบากคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

           

            ที่นั่งชั้นประหยัดบนเครื่องบินส่วนตัวของชีค ถึงจะเหมาลำทั้งคันแต่บีนีเดียก็ยืนกรานว่าไม่ให้สาวใช้คนใหม่ปีนขึ้นมามีระดับเช่นเดียวกับพวกเขา ดีว่าเครื่องบินค่อนข้างจะลำเล็ก ไม่อย่างนั้นชมพูคงรู้สึกแปลกๆ ที่ครอบครองชั้นประหยัดอยู่เพียงผู้เดียว

            เมื่อก่อนเคยนั่งแต่เฟริ์สคลาส ตอนนี้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งชั้นประหยัดแทน ช่างเป็นลางดีจริงๆ หญิงสาวขดตัวในผ้าห่มเบาบางอย่างนึกน้อยใจ หนทางที่เธอเลือกดูจะไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบนุ่มของมวลกุหลาบเสียแล้ว มือเล็กหยิบรูปถ่ายของมารดาที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวขึ้นมาดู ผู้หญิงสวยในภาพอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอส่งยิ้มจางๆ มาให้ มารดาของเธอเสียไปตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ที่จดจำได้ดีกว่าก็คือความเจ้าชู้ของบิดาที่นำมาสู่ความล่มจมของตระกูลในที่สุด ชมพูและฤกษ์ศุกร์ไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของบิดา เพราะพวกเธอคิดว่าท่านอาจจะเหงาแต่ก็ไม่นึกว่า อรตีจะผลาญเงินของตระกูลจนหมดเกลี้ยงแถมยังติดลบแถมให้อีกด้วย

            แม่จ๋า... ลูกทำถูกแล้วใช่ไหมคะ ชมพูเอนไหล่ซบที่นั่งด้านข้าง ก่อนจะสะดุ้งขึ้นเมื่อสัมผัสถูกร่างหนา แถมยังได้กลิ่นกำยานลอยมาอีกด้วย ชะ ชีค!”

            คนถูกเรียกจ้องมองกิริยาประหลาดของอีกฝ่าย ที่ขนาดอยู่บนเครื่องบินก็ยังอุตส่าห์ใส่ชุดนอนเต็มยศสีชินตารูปกระต่าย นี่ถ้าขนหมอนกับผ้าห่มมาได้ เธอคงจะเอามาด้วยเป็นแน่

            ฉันแค่มาเช็คดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง         

            เอ่อ ก็สบายดีค่ะ หญิงสาวขยับตัวนั่ง จัดแจงเสื้อผ้าให้รัดกุมพลางคว้าผ้าคลุมผมมารวบไว้

            อยู่ที่นี่คนเดียวไม่ต้องสวมฮิญาบหรอก

            แต่ฉันอยู่ต่อหน้าชีคนี่คะ ก็ต้องสวมไม่ใช่เหรอ

            ทำตัวตามสบายเถอะ เธอเป็นคนไทย อีกอย่างตอนนี้ฉันกำลังหลับตาอยู่ ถ้าฉันมองไม่เห็นเธอ เธอก็ไม่ต้องสวมฮิญาบ ชีคชารีฟเอนพนักพิงลงข้างๆ หญิงสาว

            ชีคจะนอนที่นี่เหรอคะ!” ชมพูตาโต

            ใช่ นี่คือเครื่องบินส่วนตัวของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ดังนั้นเธอช่วยหุบปากแล้วนอนเงียบๆ ยังเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงสาธารณรัฐอาลุลฮะห์

            ผู้หญิงกับผู้ชายจะนอนใกล้กันได้ยังไงเล่า เธอบ่นพึมพำ พลางกระเถิบออกไปยังที่นั่งไกลกว่า แต่ชีคชารีฟปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย มือหนาหนีบเธอไว้ใกล้ตัวไม่ให้ไปไหน

            อย่าไปไกลหูไกลตาฉัน อยู่ข้างๆ ฉัน มือของเธอจะต้องประสานมือของฉันเอาไว้ตลอดเวลา ทีนี้ช่วยกรุณาเงียบเสียที ฉันง่วงมากเหลือเกิน

            ชมพูจ้องฝ่ายตรงข้ามตาปริบๆ เธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไร แต่เมื่อเห็นทหารอาหรับสองสามคนผลัดเปลี่ยนเวรยามกันเดินเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยถึงได้เข้าใจ หากชีคทิ้งเธอไว้ที่นี่ เธอคงต้องตกเป็นเหยื่อกามไปแล้ว หญิงสาวใบหน้าแดงเรื่อเมื่อใบหน้าคมสัปงกและหล่นพิงมายังไหล่บางของเธอ เสียงกรนเบาๆ ทำให้เธอไม่ได้หลับสนิทเสียทีเดียว กลิ่นกำยานอาหรับคงจะเป็นกลิ่นสบู่ที่เขาใช้ล้างหน้าหรือไม่ก็อาฟเตอร์เชฟของอีกฝ่ายที่ทำให้หัวใจของชมพูเตลิดไปไกล บุรุษอาหรับผู้เป็นเศรษฐีใหม่กำลังจับมือนุ่มบางกุมประสานกันอยู่บนท้องฟ้า การได้นั่งที่ชั้นประหยัดในคราวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอีกต่อไป

             เมื่อมีความสุขมากไปหน่อย คนขี้เซาจึงผลอยหลับฝันหวาน ทำเอาน้ำลายยืดหยดลงทิ้งไว้บนไหล่หนาของชีค ตึ๋ง... ชีคชารีฟสะดุ้งตื่น เขาหลับไม่สนิทนัก

            หือ

            อืม... อร่อยจัง ง่ำ

            คิ้วเข้มกระดกขึ้น ดวงตาคมเบี่ยงมองหัวไหล่ของเขา ทีแรกเขาคลับคล้ายคลับคลาว่าเผลอเอนพิงไหล่เธอ แต่ยามตื่นกลับตาลปัดเสียนี่ คนขี้เซากำลังเคี้ยวปากขมุบขมิบแถมยิงฟันขาวเรียงกันสวยงามให้ทั้งที่ยังหลับตาอยู่อีกต่างหาก ชีคชารีฟหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางสบายๆ ของอีกฝ่าย

            แต่เขาต้องรีบหยุดรอยยิ้มที่หาได้ยากไว้เพียงนั้น รีบแกะมือปลาหมึกของเธอเมื่อมัลคอฟที่คอยเฝ้าดูแลบีนีเดียอยู่ เข้ามารายงานว่าใกล้ถึงสาธารณรัฐอาลุลฮะห์แล้ว

            ชีคครับ เครื่องจะลงจอดในอีกสิบห้านาทีข้างหน้าแล้วครับ เอ่อ ท่านบีนีเดียให้มาตามท่านกลับไปครับ

            เขาส่งสายตาไม่ชอบใจกลับไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่บีนีเดียชอบออกคำสั่งเขามากขึ้นทุกวัน เห็นทีเขาคงต้องจัดการอะไรลงไปสักอย่างเสียแล้ว

 

            คนขี้เซาต้องลงจากเครื่องทั้งชุดนอนหวานแหววเมื่อไม่มีใครปลุกเจ้าตัวจนกระทั่งพนักงานบนเครื่องบินต้องเป็นฝ่ายมาเชิญเธอให้ลงไปเอง ชมพูยังตื่นไม่เต็มตา ยีผมฟูมองหาชีคที่นั่งอยู่ข้างเธอก่อนหลับ แต่ก็พบว่าเขาเดินลิ่วๆ นำเธอไปก่อนแล้วพร้อมกับมัลคอฟที่ช่วยเข็นสัมภาระของเธอไปให้ด้วยโดยมีชุดที่เธอต้องใส่ลงจากเครื่องอยู่ในนั้นอีกต่างหาก เป็นภาพที่หาได้ยากกลางสนามบินทะเลทรายเมื่อสตรีต่างชาติสวมใส่ชุดนอนสีชมพูหวานแหววกับรองเท้าส้นสูงกำลังวิ่งตุปัดตุเป๋ตามบุคคลสำคัญของสาธารณรัฐไปติดๆ

            รอด้วยค่ะชีค! วิ่งไม่ถนัดเลยแฮะ ถอดรองเท้าวิ่งจะผิดกฎประเทศหรือเปล่าเนี่ย ชีคชารีฟหันมาอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางทุลักทุเลของอีกฝ่าย แต่ต้องกลับไปตีหน้าเครียดเมื่อเห็นกองทัพทหารอาหรับสองฝั่งทางยืนตรงเป็นไม้บรรทัดเพื่อรอรับการกลับมาของเขา

            ทหารหัวแถวใกล้รถแวนคันใหญ่สีดำสนิท กระซิบ ท่านชีคชามาลรออยู่ครับ

            พ่อมาด้วยหรือ ชีคเอ่ยเบาๆ แต่เขามีแผนเตรียมรับมือไว้แล้ว ผิดกับบีนีเดียที่หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด

            เมื่อเงาของทั้งสองซัดทอดไปถึงในรถ ชายร่างใหญ่ค่อยๆ ขยับตัว กระจกหน้าต่างเลื่อนเปิดลงช้าๆ บีนีเดียก้มศีรษะมิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบิดาแท้ๆ ของตนเองเพราะกิตติศัพท์ความโหดร้ายและเย็นชาแผ่ซ่านจนเธอหวาดกลัวตั้งแต่ยังเยาว์วัย ตรงกันข้ามกับชีคชารีฟที่ยืนสงบนิ่งสบายๆ

            กลับมากันแล้วรึ

            เพียงเอ่ยปากครั้งเดียว ทหารทะเลทรายไม่มีใครกล้าหายใจดังกันเลยสักคน แววตาเย็นชาเงยขึ้นมองลูกชาย สีหน้ายากจะคาดเดาทำให้ทุกคนเริ่มอึดอัด

            ครับ/ค่ะ ท่านพ่อ ชีคชารีฟและบีนีเดียตอบพร้อมกันโดยฝ่ายหญิงเสียงแผ่วเบากว่าสองเท่า

            ขึ้นรถ ดูเหมือนเรามีเรื่องจะต้องคุยกันยาวเลยนะ ชารีฟ

            คนถูกเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่ปฏิเสธ ประตูถูกเปิดออกโดยทหารอารักขา ก่อนที่ทุกคนจะลืมไปว่ามีสมาชิกอีกหนึ่งคนที่จะต้องร่วมเดินทางกลับไปพร้อมกับพวกเขาด้วย

            รอด้วยค่า! มาแล้วๆ อากาศข้างนอกร้อนจังนะคะ แล้วนี่มากันทั้งกองทัพบกเลยหรือเปล่านี่อุ๊แม่เจ้า ชมพูรีบวิ่งถลาฝ่าฝูงทหารทะเลทรายเข้ามาโดยที่ทุกคนลืมตัวไปสนิท นึกว่าเจ้าหล่อนมาผิดงานไปชั่วขณะ เมื่อกระบอกปืนถูกชักโดยใครสักคน มัลคอฟรีบโบกมือสั่งหยุดเอาไว้ก่อนทันการ

            นั่นใครกันรึ ชีคชามาลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเข้ม

            โอ้ยไม่นะ โผล่มาอะไรตอนนี้เนี่ย ตาย ตายแน่ๆ ท่านพ่อต้องยิงเธอทิ้งตรงนี้แน่ๆ แต่ไหนแต่ไรกฎระเบียบของชาวทะเลทรายอย่างเราไม่เคยมีข้อยกเว้น ถึงฉันจะไม่ชอบหน้าหล่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากจะเห็นหล่อนตายต่อหน้าฉันนะ บีนีเดียพึมพำรัวเบาๆ เป็นชุดด้วยความกลัวและกังวลแทนหญิงสาวชาวไทยผู้ไร้เดียงสา ชมพูฟังไม่ทันว่าบีนีเดียพูดอะไร สิ่งที่เธอรู้คือ การไปยืนแอบอยู่หลังชีคชารีฟน่าจะปลอดภัยกว่ายืนท่ามกลางกลุ่มทหารที่ไม่รู้จัก

            ชมพูยืนกระพริบตาด้วยสีหน้าเหยเกเมื่อเธอทนอากาศร้อนเปรี้ยงไม่ไหวอยากจะขึ้นรถไวๆ ใบหน้าของเธอเริ่มเป็นสีชมพูตามไปด้วยเมื่อเจ้าของรถยังไม่เชิญขึ้นไปตากแอร์ให้เย็นฉ่ำใจเสียที

            เอ่อ นี่คือคุณชมพูครับ เธอเป็น...

            “สาวใช้คนใหม่ค่ะท่านพ่อ บีนีเดียรีบขวางอย่างรู้ทัน

            อะแฮ่ม... แต่ไหนแต่ไรไม่มีคนสอนเจ้าหรือบีนีเดียว่าเวลามีบุคคลสนทนากันอยู่ ไม่สมควรพูดแทรกขึ้นมา

            บีนีเดียตัวสั่นเทาก่อนจะรีบขอโทษท่านชีคอย่างเป็นทางการโดยการย่อตัวคำนับจนศีรษะแทบจะโขกติดเข่า แต่ชีคชามาลกลับไม่สนใจ เขาจ้องไปที่ชมพูและชีคชารีฟสลับไปมา

            ข้าเข้าใจล่ะ นี่คือสาเหตุที่เจ้าปฏิเสธขบวนเจ้าสาวจากตระกูลกาลูห์สินะ น่าสนใจ... น่าสนใจมาก

            ชีคชารีฟเริ่มเดาทางไม่ถูกว่าบิดาของตนกำลังอารมณ์ดีหรือว่าหัวเสียอย่างรุนแรง ใบหน้านิ่งสนิทสำหรับศัตรูแล้วถือเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมเมื่อพวกเขาไม่สามารถเดาทิศทางได้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังมีความคิดอย่างไรอยู่ ชีคชามาลอยู่ในทะเลทรายมานานกว่าบุตรชายหลายเท่า ทะเลทรายจึงสอนผู้ที่ใช้เวลาอยู่กับมันมากกว่าผู้คนในยุคปัจจุบัน แม้คำพูดคำจา ชีคชามาลก็ยังคงไม่ยึดติดกับวิถีชาวสมัยใหม่

            สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชมพู มาจากเมืองไทย จะมาเป็นสาวใช้คนใหม่ของท่านชีคชารีฟค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ ชมพูรีบงัดประโยคแนะนำตัวออกมาจากหนังสือเรียนภาษาอาหรับโดยถอดแบบออกมาเป๊ะทุกตัวอักษร

            ฉันยังไม่ได้ถาม แต่เธอกล้าพูดกับฉันก่อนอย่างนั้นหรือ

            บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ชีคชารีฟค่อนข้างจะแน่ใจแล้วว่าตอนนี้พ่อของเขาอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมรบได้เลยทีเดียว ทุกคนก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครอยากเงยหน้าขึ้นมาดูฉากจบที่น่ากลัว มีเพียงชมพูเท่านั้นที่เอียงคอยิ้มเก้อด้วยยังฟังอีกฝ่ายที่พูดรัวเร็วกว่าชีคชารีฟมากถึงสองเท่าไม่เข้าใจ แต่แล้วเสียงหัวเราะอย่างหาได้ยากมากจากชีคชามาลกลับดังสนั่นขึ้น!

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า! กล้ามาก! กล้ามากๆ ข้าชอบ! ผู้หญิงคนนี้แปลก ไม่เหมือนใคร ข้าว่าข้าเข้าใจเจ้าในระดับหนึ่งแล้วลูกชาย

            บีนีเดียอ้าปากเหวอ ในขณะที่ชีคชารีฟมึนสนิท พ่อของเขาช่างคาดเดาได้ยากลำบากเสียจริง สมแล้วที่เคยได้สมญานามว่าเป็นถึงเหยี่ยวเจ้าแห่งทะเลทราย และดูเหมือนคนซื่อก็คงยังไม่รู้อะไรเลยเช่นเดียวกัน ชมพูยิ้มกว้างจนฟันขาวเรียงกันครบสามสิบสองซี่เมื่ออีกฝ่ายอารมณ์ดีเพราะคำแนะนำตัวของเธอถึงจะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็ตาม

            แล้วคุณชื่ออะไรเหรอคะ

            คำถามของชมพูทำให้ทุกคนสามัคคีกันเงียบไปอีกครั้งเมื่อคราวนี้ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย เพราะคนอย่างชีคชามาล มีแต่จะถามอีกฝ่ายได้เท่านั้นแต่คนอื่นโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยฐานะกว่าไม่มีสิทธิถามหรือพูดขึ้นก่อนหากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ จนกลายเป็นกฎหมู่ที่รู้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

            ชามาล ข้าชื่อชามาล... เอาล่ะ ดูท่าเจ้าคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมามากแล้ว ขึ้นรถสิ ชารีฟ พาเธอขึ้นรถ

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่านชามาล ชมพูยังคงพูดเจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทอง ทำเอาคนฟังยิ่งชอบใจหนักขึ้นไปอีก สายตาของชีคชามาลที่มองหญิงสาวทำให้ชีคชารีฟรู้สึกสะกิดในหัวใจ แต่เขาก็รีบสะบัดศีรษะแล้วรีบพาเธอขึ้นรถตามคำสั่งของบิดาท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่จับต้นชนปลายไม่ถูกกับการมาเยือนของหญิงสาวต่างชาติคนนี้

 

            ระหว่างทางในรถหรูที่ควรจะนั่งเงียบกันเป็นปกติ กลับมีเสียงหัวเราะของชีคชามาลดังต่อเนื่องเมื่อไม่ว่าชมพูจะตอบกลับไปอย่างไร ก็กลับกลายเป็นว่าดันถูกใจไปเสียหมด

            ต้มยำกุ้งของไทยอร่อยมากเลยนะคะ นี่ฉันแอบเอามาม่ารสต้มยำน้ำข้นมาด้วย ถ้าท่านอยากลองชิม ฉันจะทำให้ทานเลยค่ะ

            แหม ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่สักเดือน ข้าคงจะน้ำหนักขึ้นเท่าตัวเป็นแน่ ฮ่าๆๆ

            แรงริษยาพุ่งพล่านออกมาจากสายตาที่ตัดพ้อของบีนีเดีย หล่อนไม่ใช่ลูกสาว ไม่ใช่คนรู้จัก แต่เหตุใดบิดาแท้ๆ ถึงได้ห่างเหินกับบุตรีของตัวเอง แล้วกลับสนิทสนมกับบุคคลแปลกหน้าได้อย่างง่ายดายเสียเล่า บีนีเดียทำอะไรไม่ได้นอกจากจิกทึ้งชุดกระโปรงของตนเองอย่างคับแค้นใจและเสียใจระคนกัน ในขณะที่ชีคชารีฟบางครั้งก็แอบหัวเราะตามไปด้วยที่ชมพูเข้ากันได้ดีกับบิดา แต่บ่อยครั้งที่เขารู้สึกชอบกลเมื่อทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีจนเกินไปจนเขาต้องทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างรถบ่อยๆ ทั้งที่ภายในถูกทำให้ปั่นป่วนด้วยการมาเยือนของหญิงสาวสีชมพู

 

            โดมคฤหาสน์หลังใหญ่เห็นหลังคาโดมรูปครึ่งวงกลมคว่ำสีน้ำตาลเข้มอยู่ไม่ไกลนักแต่ทางเข้าเป็นระยะทางห้ากิโล สองฝั่งทางมีต้นปาล์มเรียงแถวราวกับรีสอร์ท โคมไฟสีทองสองสว่างอัตโนมัติตลอดทางตั้งแต่แรกเริ่มยามสนธยา ในเขตคฤหาสน์ไม่มีฝุ่นหนาตาเหมือนเส้นทางข้างนอกเมื่อถนนตัดเข้าบ้านถูกลาดปูด้วยคอนกรีตอย่างดี เธอจับใจความจากชีคชามาลได้ว่าบ้านนี้เป็นบ้านของอะมีเลียและลูกๆ ก็คือราฟาเอล บีนีเดียและชารีฟ

            เอ๊ะ แต่ในอินเตอร์เน็ตไม่มีบอกเกี่ยวกับคนที่ชื่อราฟาเอลเลยนี่คะ

            ดูเหมือนชื่อนี้จะทำให้บรรยากาศในรถเศร้าลงถนัดตา แล้วชีคชามาลก็เปรยขึ้นมาหลังจากที่ทุกคนลงจากรถหมดเรียบร้อยแล้ว

            “ให้ชารีฟเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน แล้วค่อยพบกัน

            ชมพูจึงได้รู้ว่าชีคชามาลไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันกับชีคชารีฟและบีนีเดีย เธออยากจะถามเขาต่อว่าแล้วชีคชามาลไปอยู่ที่ไหนแต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดโอกาสให้ถามเลยนี่สิ

            เอ่อ จะให้ฉันพักที่ไหนดีคะหญิงสาวกวาดตามองไปรายรอบ ม่านสีน้ำตาลเข้มสูงสองชั้นรอบห้องโถงเป็นห้องนั่งเล่นใหญ่ โซฟาขนสัตว์สีทองหลายตัวถูกจัดวางให้เข้ากันอย่างลงตัว บนเพดานมีโคมไฟระย้าตระการตา ไม่ว่าจะเมียงมองไปทางไหน ก็มีแต่ความหรูหราและรสนิยมชั้นเลิศ การตกแต่งเป็นไปตามสไตล์อาหรับทั้งลวดลายวิจิตรและภาพศิลป์ตกแต่ง โทนบ้านจะออกเป็นสีน้ำตาลเกือบทั้งหลัง

            บีนีเดียทำท่าจะพูดอะไรออกมาหลังจากที่ชารีฟพาเธอเดินขึ้นไปชั้นสอง แต่เมื่อเจอสายตาเอาจริงเข้า ต่อให้เป็นน้องชายแต่ก็เป็นถึงชีคที่มีอำนาจการตัดสินใจมากกว่า บีนีเดียจึงได้แต่กัดฟันแล้วเดินขึ้นบันไดแยกเลี้ยวไปอีกทางซึ่งเป็นฝั่งห้องนอนของเธอ สาวใช้อาหรับสองคนรีบวิ่งตามไปรับใช้สตรีอาหรับทันที มัลคอฟกลับไปยังห้องทำงานที่อยู่ในอีกอาคารหนึ่งแยกกันกับโดมคฤหาสน์เพราะเป็นสถานที่สำหรับให้คนภายนอกมาติดต่องานด้วยเช่นเดียวกัน ในอาคารนั้นชั้นสองมีที่พักสองห้องสำหรับพนักงานที่ต้องอยู่ดึกแต่ไม่ค่อยมีใครอาศัยอยู่เท่าไหร่นอกจากมัลคอฟ คนสนิทเท่านั้น

            ชมพูเหลียวซ้ายแลขวามองหาอินเตอร์เน็ตเพื่อส่งข่าวให้กับฤกษ์ศุกร์ที่ป่านนี้คงชะเง้อคอยาวรอเป็นยีราฟไปแล้ว สัมภาระของหญิงสาวถูกสาวใช้อาหรับร่างใหญ่ช่วยแบกตามมาให้ เมื่อมาถึงหน้าห้อง ชีคชารีฟก็เพยิดหน้าให้หล่อนส่งเท่านี้ เขาไขกุญแจบิดลูกประตูเข้าไป ภายในห้องดูครู่เดียวก็รู้แล้วว่าช่างเป็นห้องที่เหมาะกับเขามากมาย ห้องนอนนี้ถึงจะกว้างใหญ่เท่าห้องสวีทแต่การตกแต่งนั้นราบเรียบ ไม่ฉูดฉาด แถมห้องนั้นยังสะอาดมากจนชมพูคิดในใจว่าขออย่าให้เขาได้เห็นห้องของเธอเลย

            ห้องของท่านชีคหรือคะ แล้วห้องของฉันล่ะ ฉันอยากอาบน้ำแล้ว เหนียวตัวค่ะหญิงสาวหน้าเบ้ ก้มมองชุดของตัวเองที่ยังคงเป็นชุดนอนลายกระต่ายมาตั้งแต่บนเครื่องบิน แถมตอนนี้ก็เริ่มมีกลิ่นตัวนิดๆ แล้วด้วย

            เจ้าของห้องทำหน้าเฉยเมย แต่เล่นเอาคนฟังสะอึกเมื่อเขาพูดต่อ

            ห้องของเธอก็ห้องเดียวกับฉันน่ะสิ!”

            


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha