เริงรัก หลงทราย

โดย: สำนักพิมพ์ น่านนที



ตอนที่ 5 : ปริศนาหัวใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            ชีคชารีฟจ้องสลับไปมากับพระเนตรของเจ้าชายอยู่นาน น้ำเสียงไม่ดีนักเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่เจ้าสาวแม้จะไม่ได้รับเชิญต้องมาเสียชีวิตไปใกล้บริเวณโดมคฤหาสน์ของเขา

            ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ วีณาถึงออกมานอกคฤหาสน์ของนายคนเดียว ราวกับจะไปพบใครอย่างนั้นแหละ สุดท้ายเราก็พบศพของเธอในสภาพถูกรัดคอจนเสียชีวิต แม้เราจะเป็นญาติกันแต่นายก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยสนิทกับวีณาเท่าไหร่เพราะเธอชอบทำอะไรเอาแต่ใจ มาครั้งนี้ก็ผลุนผลันไปสู่ขอนายเองเสียดื้อๆ ไม่ปรึกษาฉันสักคำ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกแย่ที่เธอต้องมาจากไปทั้งที่ยังสาว แถมยังไม่ได้แต่งงาน เจ้าชายตรัสรัวเป็นชุด ชมพูฟังรู้เรื่องบ้างไม่ได้บ้าง พระองค์เสริม ที่นายยังไม่รู้คงเป็นเพราะข่าวยังคงไม่ถูกแพร่ออกไป ทางตำรวจต้องการสืบหาเบาะแสดูก่อนว่าเป็นคนในพื้นที่หรือเปล่า ทางเราก็เลยปิดข่าวเอาไว้ก่อนน่ะ

            อย่างนี้นี่เอง เขาไม่อยู่บ้าน แถมเพิ่งกลับมาเมื่อวาน วันนี้ก็ต้องออกจากบ้านก่อนจึงยังไม่ทันได้คุยกับสาวใช้คนไหนเลยสักคน แต่ป่านนี้บีนีเดียคงรู้เรื่องแล้ว

            ฉันเดาไม่ถูกเลยว่าวีณาเคยไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า หรืออาจจะเป็นหนึ่งในบรรดาสาวๆ ที่แอบเล็งนายไว้อยู่ก็เป็นได้นะ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงล่ะก็ พวกผู้หญิงนี่น่ากลัวชะมัด

            แล้วฉันจะลองสอบถามพวกสาวใช้ดูอีกทีว่าเห็นอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า น่าแปลกจริงที่วีณาออกมานอกคฤหาสน์เพียงคนเดียว ไม่ยอมให้ใครติดตามไปด้วยทั้งที่ดูเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ไปไหนก็ต้องคอยมีคนรับใช้ตลอดเวลา ใครกันเล่าที่ลวงเธอไปสังหารทิ้งหน้าตาเฉย แถมยังอยู่ใต้จมูกเขาแบบนี้ แม้เขาจะไม่ชอบที่มีผู้หญิงมายุ่งย่ามกับชีวิตส่วนตัวแต่เขาก็ไม่เคยต้องการให้ใครต้องมาเสียชีวิตไปเพราะเขา

            นายต้องระวังผู้หญิงของนายไว้ให้ดีนะชารีฟ เธอมาพักอยู่ด้วยหรือเปล่า อย่าให้เธอออกไปไหนลำพังนะ ตอนนี้เรายังจับคนร้ายไม่ได้

            ฉันเข้าใจดี แล้วจะระวัง

            ชมพูหูผึ่งกับคำว่า ผู้หญิงของนายพลันจิ้มขนมปังแผ่นเล็กๆ ผิดคิวจนมันกระดอนไปอยู่บนจานของเจ้าชายแทน ว้าย

            โอ๊ะ ขนมปังวิ่งหนีเสียแล้วสิ ไหนดูซิว่าทีนี้จะหนีอีกไหม เจ้าชายสรวลอย่างร่าเริง จนความสุขกระทบหน้าบูดบึ้งของชารีฟเข้าให้ ต่อมหึงที่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ถูกจุดเชื้อไฟเริ่มทำงานตะหงิดๆ

            ขอประทานอภัยเพคะ ชมพูสำรวมมากขึ้นเมื่อทราบแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าชาย

            ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก ทำตัวตามสบายนะ อีกอย่างเรียกฉันว่าลาซัลเฉยๆ ก็ได้

            ไม่ได้หรอก มันไม่เหมาะ ก้างชีคชารีฟขวางขึ้นมาทันใด

            ทำไมล่ะ นายหึงเหรอชารีฟ ตั้งแต่รู้จักกันมา ฉันยังไม่เคยเห็นนายหึงผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยนะเนี่ย

            ชีคชารีฟนิ่งขรึมไป แต่เจ้าชายกลับแอบสรวลเล็กๆ ชมพูตักอาหารเข้าปากอย่างระมัดระวังมากขึ้น พลางชำเลืองมองชีคเป็นระยะ

            เจ้าชายลาซัลทรงโปรดชมพูเอามากๆ จึงมีรับสั่งให้เข้าชมสวนดอกไม้ในเขตพระราชฐานด้านในได้ตามใจชอบ หญิงสาวไปเห็นเข้าก็ยิ่งลิงโลดเข้าไปใหญ่เมื่อมีดอกกุหลาบหลากสีสันโดยเฉพาะสีชมพู เธอจึงไปนั่งกองรวมอยู่ตรงฝั่งสีโปรดโดยเฉพาะ แสงตะวันอ่อนๆ ส่องกระทบเข้ากับสีผมบลอนด์งามระยิบระยับ ทำให้คนเห็นใจเต้นกันเป็นทิวแถว ความงามของหญิงต่างชาติทำเอาพระเนตรตกตะลึงไปหลายวินาที แต่เมื่อทรงเห็นว่าเป็นคู่รักของสหายจึงหยุดพระทัยไว้เพียงนั้น

            นายโชคดีจังนะชารีฟ

            เรื่องอะไรหรือ

            เรื่องผู้หญิงคนนี้น่ะสิ ทั้งสวย น่ารัก ร่าเริง มีเสน่ห์อย่างหาตัวจับยาก ฉันไปหาเนื้อคู่ที่เมืองไทยบ้างดีไหมนะ

            อ้อ... ชีคไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขาไม่เคยมีเรื่องใดปิดบังเพื่อนสนิทอย่างเจ้าชาย แต่เรื่องนี้เขากลับไม่อยากพูดออกไป เขาไม่อยากให้ใครมารับรู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

            ชมพูเอากุหลาบมาร้อยต่อกันเป็นมาลัยคล้องศีรษะทำให้เธอยิ่งดูเหมือนเจ้าหญิงท่ามกลางมวลดอกไม้ ใบหน้าหวานบริสุทธิ์ รอยยิ้มพริมใจไร้เล่ห์เหลี่ยม แม้มัลคอฟยังนึกเอ็นดู แล้วจู่ๆ เสมียนส่วนตัวของชีคก็อุทานซะดังลั่น

            เอ๊ะ! นี่มันผู้หญิงคนนั้นนี่

            อะไรรึ มัลคอฟ ร้องเสียงหลงอย่างกับถูกใครเชือด

            มัลคอฟหรี่ตามองซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ผิดแน่ มงกุฎดอกไม้เหมือนกับที่คาดผมดอกไม้อันใหญ่สีชมพูที่เขาเคยเห็น มีเพียงคนเดียว ชีคครับ เจ้าของจดหมายสีชมพู! ผมจำได้แล้ว มิน่าเล่าทำไมถึงได้คุ้นหน้านัก เธอในรูปนั้นนั่นเอง แหม ผมน่าจะฉุกใจนึกออกได้เร็วกว่านี้ตั้งแต่เห็นชุดชมพูของเธอบ่อยๆ แล้วนะครับ

            เจ้าของจดหมาย... หรือว่า ชีคชารีฟอ้าปากค้าง อะไรมันจะบุพเพอาละวาดเสียปานนั้น นี่ไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ จากจดหมายฉบับหนึ่งที่เขาเคยเห็นผ่านตาก่อนจะโยนทิ้ง เธอบอกว่ากำลังเรียนภาษาอาหรับ เรียนทำอาหารและอยากจะเป็นเจ้าสาวของเขา มิน่าเล่าเธอถึงได้โผล่เข้ามาในชีวิตและได้ใกล้ชิดอย่างไม่ทันรู้ตัว ลายมือนั้นบ่งบอกได้ถึงการศึกษาชั้นสูงของหญิงสาว ภาษาอังกฤษที่จ่าที่อยู่บนหน้าซองถึงเขา สาวใช้ธรรมดาไม่มีทางมีลายมือวิจิตรบรรจงขนาดนั้นแน่ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าต้องค้นประวัติของสาวใช้เพียงคนเดียว เขาจึงไม่เคยสังเกตุว่าที่แท้เธอก็ไม่ใช่คนรับใช้

            ไม่ใช่สาวใช้สินะ

            อะไรรึ เจ้าชายตรัสแทรก

            ไม่มีอะไรหรอก เรามารบกวนนานแล้ว เห็นทีจะต้องขอตัวกลับก่อนดีกว่า หากเที่ยงแล้วแดดจะแรงเกินไป ไม่เหมาะที่จะเดินทาง

            เข้าใจล่ะ เอาไว้มาเที่ยวอีกนะชารีฟและคุณชมพู ฉันจะรอ ถ้าพวกนายไม่มาอีก ฉันจะไปหาเอง ตกลงไหม รอยยิ้มแย้มคาดหวังที่จะพบชมพูอีกสักครั้ง 

            หญิงสาวนำดอกไม้ในสวนติดมือมาด้วยเท่าจำนวนคนยกเว้นของชีคชารีฟที่เป็นกุหลาบแดง เธอยื่นดอกไม้สีชมพูให้กับเจ้าชายก่อนเป็นคนแรก ตามด้วยมัลคอฟที่ได้ดอกไม้สีเดียวกันทำเอาหน้าบ้านแฉ่งยิ่งกว่าถาดขนมเข่ง เมื่อมาถึงชีคที่เธออุตส่าห์จัดสีแดงแห่งความรักให้โดยเฉพาะ เขากลับยั้งมือไม่รับจากเธอ

            ไปเด็ดของเขามาทำไม ดอกไม้หลวงเชียวนะ รู้หรือเปล่าว่าดอกกุหลาบที่นี่ราคาเท่าไหร่

            อุ๊ย ขอประทานอภัยด้วยเพคะเจ้าชาย

            ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ดอกไม้สวยก็ต้องควรคู่กับสาวงามอย่างคุณชมพูสิครับ จริงไหม อยากได้กี่ดอกก็นำไปได้ตามใจชอบเลยนะ ถ้าไม่พอ ฉันจะให้นางกำนัลช่วยตัดเก็บไปให้อีก

            แค่นี้หม่อมฉันก็เกรงใจจะแย่แล้วล่ะเพคะ

            แต่ฉันดีใจมากนะที่ได้รับดอกไม้จากเธอ เจ้าชายทรงจุมพิตที่หลังมือของชมพู แล้วมาเที่ยวอีกนะ

            อีกไม่นานชมพูก็ต้องกลับเมืองไทยแล้ว ชีคชารีฟตัดบท เขาดึงมือเธอพาเดินลิ่วหันหลังให้สหายที่สรวลคิกคักตามมา

           

            ลมเพชรหวงเกิดกำเริบขึ้นโดยไม่รู้ตัว ชีคชารีฟรู้สึกหวงแหนหญิงสาวราวกับอยากจะเก็บกกเอาไว้เอง ไม่ให้ใครได้แตะต้อง ชมพูกลายเป็นสาเหตุของความหงุดหงิดได้ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

            รอด้วยสิคะ เดินเร็วปานลิงลมเลยวุ้ย ชมพูหอบช่อกุหลาบที่เจ้าชายอุตส่าห์เร่งให้นางกำนัลห่ออย่างฉับไวกลับมาเป็นที่ระลึกด้วย ยิ่งทำให้คนเห็นควันออกหูเข้าไปใหญ่ แต่เขาก็ไม่อยากให้เสียน้ำใจคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเขา

            ไปบ้านกาลูห์ ฉันต้องไปแสดงความเสียใจสักหน่อย ชีคสั่งมัลคอฟที่รีบคำนับรับจนศีรษะโขกพวงมาลัยเข้าให้หนึ่งที

            ความเงียบแผ่ปกคลุมในรถยนต์เมื่อมีดอกไม้ช่อใหญ่มานั่งขวางระหว่างชมพูและชีคชารีฟ ดูเหมือนหญิงสาวจะยังคงเพลิดเพลินกับหมู่กุหลาบสีสวยลำพัง

            ถ้าเกะกะก็ทิ้งไปเสีย มัลคอฟเปิดหน้าต่างรถ โยนไว้แถวทะเลทรายโน่น

            อ้าว ทิ้งได้ไงกันคะ คุณบอกว่าดอกไม้พวกนี้ราคาแพงมากนี่นา อีกอย่างทิ้งของกลางที่สาธารณะปรับสองพันนะ สงสัยไม่มีกฎหมายนี้ในประเทศล่ะสิ

            ฉันได้กลิ่นดอกไม้มากๆ แล้วชักเริ่มเวียนหัว เธออยากจะให้ฉันโยนมันทิ้งเองหรือจะให้ฉันโยนทั้งเธอและดอกไม้ลงไปด้วย

            หูย... ชมพูเม้มปากสนิท ขืนปล่อยเธอไว้กลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารักกลางทะเลทรายก็แย่สิ แต่สงสารดอกไม้พวกนี้ออก กำลังบานสะพรั่งเต็มที่ด้วย กะว่าจะเอากลับไปประดับแจกันเสียหน่อย

            ไม่นะคะ อย่าทิ้ง หญิงสาวคว้าช่อกุหลาบคืนจากชีคที่ตัดสินใจจบปัญหาเล็กน้อยเสียเอง

            เธอเป็นแค่สาวใช้ กล้าขัดคำสั่งของฉันเหรอ

            แต่ว่าเจ้าชายให้ฉันมา

            มัลคอฟ หยุดรถ!”

            เอี๊ยด!! รถเบรกทันใจจนคันหลังเกือบชนเข้าให้ เสียงแตรลั่นสนั่นถนนแต่ชีคกลับไม่สนใจ แววตาคมกริบหันมองชมพูที่กลืนน้ำลายเอือก

            เดี๋ยวผมเอาดอกไม้ไปทิ้งให้เองครับ มัลคอฟตัดบทด้วยรู้อารมณ์เจ้านาย

            แต่ชีคไวกว่า มือหนายกขึ้นเบรกความคิดเห็นของเสมียนส่วนตัว

            โยนทิ้งไป หรือไม่ก็ลงไปซะ

            ไม่ค่ะ ฉันไม่ทิ้งดอกไม้และก็จะไม่ลงจากรถด้วย ชมพูพูดเสียงแข็ง มัลคอฟสะดุ้งแทนที่สตรีต่างชาติกล้าเถียงคนอย่างชีคชารีฟต่อหน้าต่อตา

            เธอว่าอะไรนะ

            เราทั้งคู่ไม่ผิดอะไร ดอกไม้มันอยู่ของมันเฉยๆ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้คุณไม่พอใจสักหน่อย เรื่องอะไรจู่ๆ คุณต้องมาไล่ฉันลงจากรถด้วยล่ะคะ

            ลืมไปแล้วรึ เธอเป็นสาวใช้ของฉัน ฉันสั่งอะไรเธอต้องทำตามไม่ใช่หรือไง

            เอ่อ

            “ลงไป

            ไม่

            ไม่ลงใช่ไหม ได้!” ทั้งดอกไม้ทั้งคนถูกกระชากลงจากรถ ชมพูยืนเป็นใบ้กระทั่งเครื่องยนต์ถูกเร่งขึ้นปลิดปลิวไปลับสายตา ชีคจะทิ้งเธอไว้กลางถนนจริงๆ หรือนี่! หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวา มีเพียงตัวเองที่ยืนถือช่อกุหลาบอย่างโดดเดี่ยว ไร้เงาคนรู้จักแถมยังไร้ซึ่งเงินติดตัวอีกต่างหาก ครั้นจะโบกแท็กซี่สักคันเพื่อกลับคฤหาสน์ก็ไม่มีมาเลย มีเพียงกลุ่มอันธพาลแปลกหน้าที่มุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอเอาไว้

            เอาเงินมาถ้าไม่อยากตาย

            เอ้า ชมพูยื่นช่อกุหลาบให้แทนก่อนจะใส่เกียร์ห้าวิ่งหนีสุดชีวิตเมื่อแก๊งค์อาหรับในชุดผ้าคลุมเก่าขาด หากเทียบกับเมืองไทยแล้วน่าจะเป็นพวกรีดไถเงิน ชายฉกรรจ์สามคนวิ่งตามเธอมาโดยอีกหนึ่งในนั้นเหยียบช่อดอกไม้จนแหลกคาพื้น ดึงมีดสั้นออกมาแล้วปาลงแทบเท้าของชมพู

            โอ้ย

            ไหน มันมีเงินหรือเปล่า แต่งตัวก็ดี ทำไมไม่มีกระเป๋าสะพาย นักท่องเที่ยวรึ อีกหนึ่งค้นหากระเป๋าทั่วตัวหญิงสาวแต่ไม่พบอะไรเลยเพราะชมพูไม่ได้เอากระเป๋าสะพายลงมาจากรถยนต์ด้วย ชีคคงไม่เห็นตอนที่ดึงแขนเธอลากลงจากรถเพราะเธอวางมันไว้ข้างๆ

            ไม่มีเงินเลยนี่หว่า เสียเวลาชะมัดแต่เสื้อผ้ายี่ห้อนี่คงเอาไปขายได้ราคาดี แต่ก่อนอื่นต้องถอดซะก่อน... สาวสวยด้วยนี่หว่า นึกอะไรสนุกๆ ออกแล้วสิพวก

            ชมพูค่อยๆ ล่นตัวกระเถิบหนีหัวหน้าโจกที่ยื่นตัวเข้าไปใกล้เธอ อย่าทำอะไรฉันนะ

            ก็ไม่มีเงินให้นี่ ก็ต้องเอาอย่างอื่นแทนล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา ไหนๆ ก็ต้องถอดชุดนี่ไปขายอยู่แล้ว เดี๋ยวจะช่วยถอดให้แบบเร้าใจก็แล้วกันนะน้อง

            กรี๊ด!” มือหยาบถลกแจ็กเก็ตของเธอออกไปให้เพื่อนในกลุ่มที่ยืนดูต้นทางไว้ พวกมันลากชมพูเข้าไปในตรอกเล็กในซอยที่ไม่มีใครเดินผ่าน ชมพูถูกผ้าโพกหน้าของมันรัดปากไว้ไม่ให้ร้องส่งเสียง หญิงสาวดิ้นไม่ออกเมื่อมีดของมันจ่อขู่เข้าที่คอ

            อยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากตาย

            ขณะที่เรียวขางามกำลังถูกมือสากกดไว้ ลูกถีบที่ไม่รู้มาจากไหนก็เสยเข้าให้กลางกระหม่อมของหัวโจกจนมันหน้าทิ่มไปกับกองลังกระดาษที่อยู่รอบด้าน ชมพูรีบแกะผ้ารัดปากออก ครั้นจะลุกขึ้นยืนก็เจ็บข้อเท้าที่โดนมีดของพวกมัน โอ้ย

            มัลคอฟ พาเธอหนีไปก่อน

            ไปครับ เสมียนว่าง่ายรีบอุ้มช้อนคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่าลิ่วไปยังรถแต่ชมพูร้องตะโกนขวางไว้

            ชีค ระวัง!”

            ชีคชารีฟหันไปได้ทันการ เขาหลบไม้หน้าสามที่เพิ่งลอยพาดผ่านศีรษะไปได้เฉียดฉิว ชมพูร้องเสียงแปดหลอดขึ้นมาทันที

            ตำรวจ! ทางนี้ค่ะ!! ผู้ร้ายอยู่ทางนี้ ตำรวจวู้ๆๆ หญิงสาวกรีดร้องเรียกตำรวจที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนซ้ำไปมา พวกชายอาหรับมองหน้ากันเองเลิกลั่ก ยอมล้มเลิกแล้วใส่เกียร์ห้า ทิ้งตะบองไม้ เผ่นแนบไปกับลมทะเลทราย      

            “ไม่เป็นอะไรนะคะชีค

            คนหน้าบึ้งถอนหายใจเพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องบาดเจ็บตรงข้อเท้า แถมยังเกือบจะถูกพวกโจรรุมข่มขืน แล้วนี่ยังจะมาเป็นห่วงเขาอีก เขาผลุนผลันอารมณ์เสียขึ้นมาทีละนิดตั้งแต่ตอนที่เจ้าชายลาซัลเอาใจเธอจนออกนอกหน้า ดีที่มัลคอฟเตือนสติว่าถิ่นนี้เป็นถิ่นเปลี่ยวที่มีพวกขอทานและโจรชุกชุม จึงรีบให้เลี้ยวรถกลับมารับชมพู เคราะห์ดีที่เธอยังไม่เป็นอันตราย หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอเหมือนวีณา เขาคงจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

            ชีครับตัวเธอมาจากไหล่ของมัลคอฟแล้วอุ้มประคองเธอเอาไว้ดุจเจ้าชายอุ้มเจ้าหญิง เขาไม่พูดอะไรเลย เมื่อเดินมาถึงรถ เขาเห็นช่อกุหลาบบี้แบนจนหมดสภาพ ชมพูมองไปอย่างนึกเสียดาย เขาปล่อยเธอลงยังโซฟาเบาะหลังและวางเท้าของเธอพาดลงยังเข่าทั้งสองของเขา มือหนาหยิบทิชชู่ซับเลือดบนแผลที่ไม่ลึกมากให้อย่างไม่รังเกียจ

            เจ็บจัง

            มัลคอฟ ตรงกลับคฤหาสน์ วันหลังค่อยไปบ้านกาลูห์

            ครับชีค!”

 

            บีนีเดียรอคอยการกลับมาของชีคอย่างใจจดจ่อด้วยมีเรื่องร้อนใจจากความเป็นห่วงน้องชาย สาวใช้คนสนิทนามจีฟาชี้ไปยังภาพตรงหน้าที่สตรีอาหรับต้องร้องยี้ ชมพูอยู่ในอ้อมอกของชีคชารีฟเพราะเจ็บข้อเท้า

            ทำอะไรกันน่าบัดสียิ่งนัก

            ชมพูบาดเจ็บน่ะครับ จีฟาไปเอากล่องยามาที ฉันจะทำแผลให้เอง

            ให้จีฟาทำให้ก็ได้ ชารีฟ เธอรู้เรื่องวีณาหรือยัง น่ากลัวจังนะที่หล่อนดันมาตายอยู่ข้างบ้านเราน่ะ! แถมยังจับฆาตกรโรคจิตไม่ได้ด้วย มันรัดคอเธออย่างเดียวไม่พอ ยังโดน... บีนีเดียไม่อยากเล่าต่อ แต่ชีคใจหายวาบขึ้นมาทันที หากเมื่อครู่ชมพูกลายเป็นสภาพเดียวกับวีณา เขาคงแทบบ้าเป็นแน่ เขาคิดอะไรไปนะถึงได้ปล่อยให้เธอลงรถไปลำพัง เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

            ผมทำเอง จีฟา เอาสำลีจุ่มยาแล้วหยิบมาให้ฉัน

            อูย... ชมพูหน้าบิดเบี้ยว ชีควางเธอลงยังโซฟายาวในห้องนั่งเล่น นำขาขวาของเธอพาดลงบนตักของตน

            เอ้า หมอนข้าง กอดไว้ เจ็บนิดเดียว

            เจี๊ยกกก!” หญิงสาวร้องเสียงหลงเป็นลูกลิงจนชีคหัวเราะร่าเมื่อยาสมานแผลสไตล์อาหรับแสบสันต์ยิ่งกว่ายาแดงแรงฤทธิ์ของไทย เล่นเอาน้ำมูกน้ำตาไหลซิก ชีคหุบยิ้มเมื่อบีนีเดียกระแอมไอมาอย่างไม่พอใจ แต่ใช่ว่าเขาจะแคร์พี่สาวหากเขาจะอารมณ์ดีเพราะใครสักคน เพียงแต่เขาไม่อยากให้ชมพูเห็นมากกว่าว่าในตอนนี้เขากำลังมีความสุข... ก็เพราะเธอ

            “ใส่ยาแล้วเดี๋ยวก็หาย แผลไม่ลึกเท่าไหร่แต่ขาเธอคงแพลงตอนวิ่งหนีพวกนั้น

            ขอบคุณค่ะ

            ชีคหน้าโหดกลับมองเธออย่างอ่อนโยน เขาทำให้เธอต้องเจ็บตัวแท้ๆ ยังมีหน้ามาขอบคุณเขาอีก ปริศนาในหัวใจตัวเองกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า โลกสีเทากำลังจะถูกแทนที่ด้วยภาพสีชมพู จากจุดเล็ก จุดน้อย ประติดประต่อเนื่องกลายเป็นความอบอุ่นในหัวใจเมื่อได้อยู่ใกล้เธอคนนี้ เขาได้กลิ่นดอกไม้อ่อนโชยพัดผ่านจากตัวหญิงสาว คงจะเป็นกลิ่นกุหลาบหลวงจากพระราชวังที่หอบติดตัวมา แล้วชีคก็เอ่ยขึ้นกับจีฟาที่พาคิ้วทั้งสองข้างผูกโบว์ว่าฟังผิดไปหรือเปล่า  

            จีฟา ไปหาซื้อกุหลาบมาใส่แจกันสักโหลนะ โต๊ะกาแฟมันว่างๆ ยังไงก็ไม่รู้

            สิ้นคำเอ่ย ชีคก็นำขาของชมพูพาดขึ้นไว้บนที่นั่งให้เธอได้พักผ่อน ก่อนจะลิ่วดิ่งลงไปยังตึกออฟฟิศที่อยู่ติดกัน หญิงสาวเอียงคอมองตามไปอย่างไม่เข้าใจการกระทำของหนุ่มอาหรับมาดขรึม แต่แล้วรอยยิ้มสีชมพูก็คลี่บานออกน้อยๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงการขอโทษจากคนปากแข็งแม้จะไม่ได้ออกมาเป็นคำพูดก็ตาม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha