เริงสวาท

โดย: รัศมีจันทรา



ตอนที่ 1 : บทที่ 1


ตอนต่อไป

            ขอฉันถอดรองเท้าแป๊บหนึ่งนะ”

            โรสกล่าวขึ้นพร้อมกับชะงักเท้าเมื่อมองไปเห็นปาร์ตี้ที่กำลังเริ่มขึ้นอยู่ท่ามกลางหาดทราย สภาพรองเท้าส้นเข็มสูงๆ แบบนี้คงเดินลำบากน่าดู

            “อื้ม”

            น้ำหวานหันมาตอบยิ้มๆ

            “ไปกัน”

            หญิงสาวเริ่มออกเดินหลังจากถอดรองเท้าเสร็จ ทั้งสองสาวเดินเท้าเปล่าดุ่มๆ ไปรวมตัวกับเพื่อนๆ ที่หาด ปล่อยรองเท้าคู่โปรดเอาไว้ที่บันไดปูนขั้นสุดท้ายก่อนจะถึงทราย

            บ้านพักตากอากาศเพื่อนสาวของโรสอากาศดีไม่เบา ท่ามกลางแสงดวงดาวที่ส่องระยิบระยับ แถมพระจันทร์ยังเต็มดวงลอยเด่นทำให้หาดทรายที่กระทบกับแสงจันทร์กลายเป็นสีทองสวยงาม กระแสลมอ่อนๆ ที่พัดโบกมาบวกกับเสียงคลื่นน้ำทะเลที่ดังเป็นช่วงๆ นั้นทำให้งานวันนี้สมบูรณ์แบบที่สุด

            “อากาศดีจังเลยเนอะ”

            “ใช่ ฉันไม่คิดวันนี้อากาศจะดีขนาดนี้เลยนะเนี่ย เมื่อตอนกลางวันเมฆเยอะจนฉันคิดว่าฝนจะตกซะอีก”

            สองสาวเดินคุยกันไปเพลินๆ จนกระทั่งถึงที่หมาย กลิ่นหอมของบาร์บีคิวลอยละล่องมาเตะปลายจมูกโรสจนต้องกลืนน้ำลายลองคออึกใหญ่

            “บาร์บีคิวน่ากินจัง”

            เสียงหวานกล่าวลอยๆ ขณะมองไปหาต้นกำเนิดกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

            “เอ๊ะ...”

            โรสอุทานเบาๆ เมื่อคนที่กำลังเฝ้าเตาย่างบาร์บีคิวอยู่นั้นเป็นผู้ชายร่างสูงสง่า เธอนึกว่าจะเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเสียอีก

            พระเจ้า!

            ร่างอรชรถึงกลับกระตุกวูบ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวขึ้นมาเอาดื้อๆ เมื่อผู้ชายคนที่เธอกำลังจ้องอยู่ช้อนตาขึ้นมา ทำให้ดวงตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตาหวานประกายอย่างจัง

            มุมปากหยักระบายยิ้มให้เธอบางๆ อย่างจงใจหว่านเสน่ห์ ขณะที่หญิงสาวก็ยิ้มตอบกลับด้วยสายตาแพรวพราวไม่แพ้กัน

            “ยัยโรส ยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น มานั่งนี่เร็ว!”

            เสียงแหลมๆ ของน้ำหวานที่ตะโกนเรียกทำให้โรสตื่นจากภวังค์ ก่อนจะกลั้นใจละสายตาออกมาจากดวงตาคมกริบด้วยความยากเย็น ดวงตาของเขามีเสน่ห์เกินกว่าจะถอดถอนออกมาได้ง่ายๆ

            เท้าเปล่าคู่น้อยรีบสาวไปหาเพื่อนรัก ในขณะที่ดวงตาคมกริบนั้นยังคงจับจ้องร่างอรชรอยู่ไม่ยอมห่างราวกับว่าหลงใหลในความงดงามของเธอ

            “โรส... อย่างนั้นเหรอ”

            หนุ่มร่างสูงกระตุกยิ้มมีนัย ก่อนจะก้มลงสนใจบาร์บีคิวที่อยู่ตรงหน้าต่อ ทว่าสมองกลับแสดงภาพใบหน้าหวานชวนหลงใหลนั่นซ้ำไปซ้ำมา

            “สวยสมชื่อดีนี่”

            เสียงทุ้มงึมงำเบาๆ ขณะพลิกบาร์บีคิวที่เรียงรายกันอยู่บนเหล็กย่าง ความจริงมันไม่ใช่หน้าที่เขาหรอก แต่ทำยังไงได้ก็ขอร้องซะขนาดนั้น

            “พี่พักตร์มัวทำอะไรอยู่คะ แอนนี่หิวแล้วนะ”

            เสียงแว้ดๆ ของสาวมั่นคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ พูดถึงก็มาพอดีเลย สงสัยจะอายุยาวแฮะ พักตร์คิดก่อนจะเอื้อมไปหยิบจานรองบาร์บีคิวที่สุกแล้วมาถือไว้

            “เสร็จแล้วครับ”

            “เสร็จแล้วก็ไปกันดีกว่าค่ะ”

            แอนนี่คล้องแว้บเข้าที่วงแขนแกร่งแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยที่เจ้าตัวเขาไม่ได้เชิญ ก่อนที่เท้าเล็กๆ นั้นจะออกเดิน พาคนตัวสูงไปนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ กับสาวสวยมีเสน่ห์คนนั้น

            ทางด้านน้ำหวาน เจ้าของวันเกิดสุดสวยก็รับของขวัญจากเพื่อนๆ จนไม่หวาดไม่ไหว และก็ไม่มีเลยสักคนที่จะไม่มองหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “แหม มันก็น่าน้อยใจอยู่หรอกนะ เจ้าของวันเกิดนั่งอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่ผู้ชายทั้งงานกลับจ้องใครก็ไม่รู้”

            น้ำหวานเอ่ยหยอกเพื่อนสาวเล่นเมื่อเห็นว่าความงามของเธอเป็นที่สนอกสนใจผู้ชายไม่น้อย อีกทั้งเรื่องเล่าลือที่ว่าโรสเป็นผู้หญิงร้อนแรงที่คบชายไปเรื่อยๆ ประมาณว่าบริหารเสน่ห์ ทำให้ใครๆ ก็อยากจับจองเป็นเจ้าของเธอดูสักครั้ง มันคงไม่ยากเย็นนัก

            “ไม่ขนาดนั้นหรอก แกก็...”

            โรสทำเป็นเอียงอายที่เพื่อนสาวแซวอย่างนั้น แต่มันก็เรื่องจริงนะ ชายไหนๆ ก็หลงใหลในเสน่ห์ยั่วยวน คำล่ำลือที่ว่าลีลาร้อนของเธอปลุกสวาทได้อย่างไม่ธรรมดานั้นทำให้หนุ่มๆ หลายคนอยากจะลิ้มลองสักครั้งว่าจะเป็นจริงรึเปล่าและจะแซ่บแค่ไหน

            สายตาหวานหว่านเสน่ห์ให้หนุ่มๆ ที่พากันจ้องมองเธอยกใหญ่ให้พวกเขามีกำลังใจ คนสวยแบบเธอไม่สิ้นไร้ซึ่งคนปรารถนาหรอก

            “น้ำหวาน มาทางนี้กับพี่หน่อย”

            แฟนหนุ่มเดินมาเรียกเจ้าของวันเกิดคนสวย ทำให้ทั้งสองสาวที่กำลังนั่งบริหารเสน่ห์อยู่ชะงักไป ก่อนที่น้ำหวานจะหันมา

บอกเพื่อนสาวแล้วเดินไปกับหนุ่มคนนั้น

            “งั้นแกอยู่คนเดียวไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา”

            “อื้ม ไปเถอะ”

            โรสตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆ ขณะโค้งศีรษะทักทายแฟนหนุ่มของเพื่อนสาว

            หลังจากที่น้ำหวานปล่อยให้โรสได้อยู่คนเดียว ก็มีหนุ่มๆ มากมายจ้องจะมานั่งเป็นเพื่อนแก้เหงาให้เธอ และก็มีจริงๆ ซะด้วย

            “สวัสดีครับคนสวย ขอผมนั่งด้วยคนนะครับ”

            “ค่ะ”

            หนุ่มร่างโปร่งเดินมานั่งลงเก้าอี้ข้างๆ หญิงสาวเมื่อได้ยินเสียงหวานตอบตกลง ในมือทั้งสองข้างมีแก้วไวน์แดง ก่อนจะยื่นให้เธออันหนึ่งเป็นการเชิญชวนให้ดื่ม

            ใบหน้าสวยยิ้มๆ แหยเหมือนไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ไม่มีเสน่ห์และไม่น่าสนใจเอาเสียเลย

            “อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบายเลย ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

            โรสปฏิเสธการเชิญชวน ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะหว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่ก็ไม่่คิดจะรับของอะไรจากใครง่ายๆ คนสวยอย่างเธออาจจะโดนมอมยาก็ได้ใครจะรู้

            หลังจากเอ่ยปฏิเสธไปโดยไม่มีใยดี ร่างอรชรในชุดราตรีสีแดงสดก็ลุกขึ้นเดินหนีไปยังริมทะเล หญิงสาวไม่ค่อยชอบคนวุ่นวายสักเท่าไหร่ จริงอยู่ที่โรสชอบหว่านเสน่ห์ แต่คนที่เธอจะเล่นด้วยต้องมีอะไรน่าสนใจเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ได้

            หนุ่มร่างโปร่งหน้าเหวอเมื่อโดนปฏิเสธ ทำเอาหนุ่มๆ คนอื่นๆ ที่กำลังพากันจ้องมองอยู่นั้นหัวเราะคิกคักเลยทีเดียว... ขายหน้าชะมัด

            พักตร์ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็อดขำเสียไม่ได้ มุมปากหยักกระตุกยิ้มเมื่อคิดว่าแม่สาวสวยคนนั้นน่าลองเล่นด้วยเสียแล้ว ดูซิความเย่อหยิ่งนั้นจะต่อต้านเสน่ห์อันมากล้นของเขาได้หรือเปล่า

            ร่างเล็กอรชรหอบเอาชายชุดราตรีเดินดุ่มๆ ไปที่ริมทะเล เธอต้องการหนีความวุ่นวายและสายตาไม่พึงประสงค์เหล่านั้น ผู้ชายระดับนี้โรสไม่คิดจะแลตาไปเล่นด้วยหรอก

            “เฮ้อ... แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย”

            สาวสวยพึมพำขณะสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด แต่ไม่นานก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นแทรก

            “คุณนี่ก็เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ”

            พักตร์เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ร่างอรชรขณะทอดสายตาไปยังทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เสียงคลื่นที่ดังซ่าๆ นั้นเป็นเหมือนบทเพลงคลอให้ความสงบและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

            ใบหน้าสวยหันไปมองต้นเสียงก่อนนัยน์ตาจะเปิดกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจเธอสั่นได้อย่างประหลาด

            โรสเก็บอาการเอาไว้ในส่วนลึก ก่อนจะยิ้มมุมปากน้อมรับคำชมของเขา

            “หึ เรื่องธรรมดาน่ะคุณ”

            ใบหน้าสวยแสดงความมั่นใจออกมาเต็มร้อย ขณะที่ดวงตาหวานประกายทอดมองไปยังน้ำทะเลไม่สนใจหันมามองเขา สถานการณ์แบบเมื่อสักครู่นี้เธอเจอบ่อยจนชินไปแล้ว

            สีหน้าแสนมั่นอกมั่นใจนั่นทำให้ชายหนุ่มหรี่นัยน์ตาลง จะมีใครสักคนที่เห็นเขาแล้วทำสีหน้าเมินเฉยแบบนี้ ใครๆ ก็อยากได้คนหน้าตาดีและรวยล้นฟ้าอย่างเขาเป็นคู่ครองกันทั้งนั้น

            ความเมินเฉยกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้พักตร์นึกอยากจะทำให้แม่สาวสวยคนนี้จมปักอยู่ภายใต้เสน่ห์อันร้อนแรงของเขาขึ้นมาเสียแล้ว

            “สักแก้วมั้ยครับ”

            ชายหนุ่มยื่นแก้วไวน์ที่ตั้งใจถือมาเผื่อให้กับเธอ หญิงสาวเอื้อมมือไปรับก่อนจะโค้งศีรษะบอกขอบคุณ

            “ชุดคุณสวยดีนะครับ คุณ...”

            “โรสค่ะ เรียกฉันว่าโรส”

            “ครับคุณโรส”

            “แล้วคุณ...”

            “อ้อ ผมพักตร์ครับ”

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพักตร์”

            หญิงสาวยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ ก่อนจะยื่นแก้วไวน์ให้เขาชนแสดงความเป็นมิตร

            “เช่นกันครับคุณโรส”

            มือใหญ่ที่ถือแก้วไวน์ยื่นออกไปชนแก้วกับเธอ ก่อนจะยกขึ้นจิบอึกเล็กๆ

            “ทำไมคุณเดินหนีหนุ่มคนนั้นมาล่ะ ดูท่าเขาจะหน้าแตกมากเลยนะครับ”

            “ฉันไม่สนใจผู้ชายแบบนั้นหรอกค่ะ”

            น้ำเสียงและสีหน้าของเธอแสดงให้ชายหนุ่มเห็นถึงความมั่นใจในตัวเองของหญิงสาว ทั้งหยิ่งทั้งเชิดแบบนี้แหละที่เขาอยากจะท้าทายความสามารถของตัวเองให้แม่เสือสาวแสนมั่นใจร้องครางกลายเป็นแมวน้อยขี้อ้อน

            “แล้วผู้ชายแบบไหนที่ทำให้คุณสนใจได้?”

            ใบหน้าหวานหันมายิ้มบางๆ ให้เขา ดวงตาหวานจ้องใบหน้าคมคายนิ่งราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

            “ผู้ชายแบบคุณล่ะมั้งคะ”

            พูดแล้วโรสก็หันไปทอดสายตาลงไปยังทะเลตามเดิม มุมปากกระจับเผยอยิ้มอย่างมีนัย หลอกล่อยั่วยวนเขาให้หลงเสน่ห์

            “คุณโรส... นี่ผมเชื่อนะเนี่ย”

            ชายหนุ่มพูดใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทว่าน้ำเสียงกลับแหบพร่ามีนัย ผู้หญิงคนนี้ปากร้ายเกินคาด คำพูดของเธอมันทำให้หัวใจที่ไม่เคยสั่นโอนเอนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            “ฉันพูดเล่นน่ะค่ะ”

            หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าหนุ่มหล่อนั้นจริงจังเกินกว่าเหตุ

            แต่หากเธอจะมาพูดว่าล้อเล่นตอนนี้คงไม่ทันการ ในเมื่อราชสีห์หนุ่มคิดจริงจังและอยากจะตะปบแม่กวางสาวยั่วยวนนี้ให้สยบยอมใต้ร่างกำยำเข้าแล้ว

            “แต่ผมคิดจริงไปแล้วนะครับ”

            ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะเหมือนไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก ทว่าแววตาคมกริบกลับเปล่งประกายวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม

            โรสได้แต่หันมายิ้มให้กับคำพูดของเขา ชายหนุ่มหรี่ตาลงมองเหยื่อสาวอย่างครุ่นคิด

            “ดื่มกันดีกว่าครับ”

            พักตร์ยื่นแก้วไปชนกับเธอ ก่อนจะกระดกไวน์เข้าปากจนหมดเกลี้ยง หญิงสาวค่อยๆ จิบจนกระทั่งหมดแก้วเหมือนกัน

            “คุณก็เสน่ห์แรงไม่เบาเหมือนกันนะคะ คุณพักตร์”

            มุมปากหยักถึงกับกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยแบบนั้น แสดงว่าเธอเริ่มจะต้านทานเสน่ห์อันเหลือล้นของเขาไม่ไหวแล้วสินะ

            “ทำไมถึงว่าแบบนั้นละครับ”

            “ก็ฉันเห็นสาวๆ หลายคนมองคุณออก”

            “รวมไปถึงคุณด้วยรึเปล่าครับ... คุณโรส...”

            น้ำเสียงราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่า ความตื่นเต้นที่จะได้ยินคำตอบจากปากหวานทำให้หัวใจแกร่งเต้นระรัวไม่เป็นท่า

            “มั้งคะ...”

            หญิงสาวตอบกลัวหัวเราะดูเหมือนไม่จริงจังเท่าไหร่นัก แต่ใครจะล่วงรู้ได้ว่าสายตาของเขามันทำให้หัวใจเธอสั่นไหวไปทุกขณะ

            “คุณโรส นี่คุณล้อเล่นอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย”

            “ฮิฮิ”

            สาวสวยหัวเราะคิกคักชอบใจเมื่อเห็นหนุ่มหล่อคนนั้นทำสีหน้ามีความหวัง

            “แก้ตัวไม่ขึ้นแล้วนะครับ เพราะผมเชื่อไปแล้ว ผมไม่สนใจว่าคุณจะล้อเล่นอีกรึเปล่า”

            พักตร์ค่อยๆ หมุนตัวมามองหญิงสาวเต็มตัวเสริมกำลังให้คำพูดตัวเองดูน่าเกรงขาม ทำให้หญิงสาวหยุดคิดล้อเล่นเสียที เพราะทุกคำพูดเขาคิดจริงจังทั้งนั้น

            “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าพูดล้อเล่นนี่”

            มือน้อยที่ถือแก้วไวน์เปล่าลดมือตำ่ลง ก่อนจะชำเลืองตาไปมองเขาอย่างมีความหมาย

            “คุณหมายความว่ายังไงกันแน่นะ ผมชักอยากจะรู้แล้วสิ...”

            คนสวยยิ้มมุมปากพร้อมกับหันมาจ้องตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่คิดจะยำเกรงอำนาจและเสน่ห์ของมัน

            “อย่ายิ้มแบบนั้นสิครับ... โรส...”

            หญิงสาวละสายตาออกมาจากเขาก่อนจะทอดมองไปยังทะเลกว้างอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าหัวใจมันเริ่มรับมือกับอำนาจเสน่หาของเขาไม่ไหว

            “ฉันต้องกลับแล้วล่ะค่ะคุณพักร์... ฝากบอกยัยน้ำหวานด้วยนะคะ”

            ประโยคของเธอทำให้ชายหนุ่มทำหน้าเซ็ง พึ่งจะได้พูดคุยแท้ๆ ก็หมดเวลาเสียแล้ว มันน่าเสียดายนัก หากมีเวลากว่านี้เขาอาจจะได้ทำอะไรสนุกๆ ร่วมกับเธอก็ได้ ใครจะไปรู้

            พักตร์คิดอย่างย่ามใจที่สาวสวยอย่างโรสยอมพูดคุยให้ท่า แบบนี้ก็เข้าทางเขาเห็นๆ นึกไว้ไม่มีผิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธเสน่ห์ของเขาหรอก

            มือใหญ่ยื่นไปข้างหน้าเพื่อขอรับแก้วไวน์คืน แต่คนสวยกลับไม่เข้าใจและตอบกลับมาด้วยการทำหน้างงๆ

            “อะไรเหรอคะ?”

            “แก้วไวน์ครับ เดี๋ยวผมไปเอาไปเก็บให้ คุณโรสจะได้ไม่ต้องเข้าไปในงานอีก”

            “อ้อ... ขอบคุณมากค่ะคุณพักร์”

            มือน้อยยื่นแก้วไวน์ให้เขาก่อนจะเอ่ยคำลา

            “ไว้เจอกันใหม่นะคะ...”

            ร่างอรชรในชุดราตรีสีแดงสดหมุนตัวเดินไปจากตรงนั้นมุ่งไปยังบันไดปูนที่วางรองเท้าคู่โปรดเอาไว้

            สายตาคมกริบมองตามสาวสวยนิ่ง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อจินตนาการไปถึงความงดงามใต้ร่มผ้าของเธอ

            “โรส...”

            ชายหนุ่มเอ่ยชื่อของเธอเบาๆ โรสที่แปลว่าดอกกุหลาบ เจ้าของชื่อก็งดงามน่าค้นหาสมชื่อ ทว่ากุหลาบก็ย่อมไม่ไร้หนาม แต่ก็นั่นแหละนะที่่ทำให้พักตร์อยากลองดีกับเธอ...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha