เรณุการ้อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ตอนที่ 3 : สมบูรณ์แบบ...ขาดๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


คอนโดชั้น 69

        เรณุกาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกแล้วพาดไว้บนโซฟาต่อจากนั้นจึงเดินไปที่ตู้เก็บไวน์แล้วหยิบน้ำรสขมสีแดงเข้มรินใส่แก้ว เดินต่อจนสุดทางก็จะพบกับสระน้ำขนาดย่อมร่างสูงโปร่งทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หวายแล้วเหม่อมองไปยังแสงไฟยามค่ำคืน

        เธออาศัยอยู่ที่คอนโดเดียวกับบอสแต่ชั้นนี้เป็นชั้นที่หรูหราและราคาแพงกว่าชั้นอื่นๆ เพราะมันคือชั้นบนสุดและมีแค่สามห้องเท่านั้นเรียกว่าเพนท์เฮ้าส์ซึ่งพื้นที่ใช้สอยภายในทั้งหมดพอๆ กับบ้านเดี่ยวหลังนึงเลยก็ว่าได้ ใจจริงเธอไม่ได้อยากอยู่ที่นี่แต่มันเป็นข้อเสนอที่ปาป๊าของเธอยื่นให้แกมบังคับเล็กๆ

        “ลูกต้องไปอยู่ที่นั่นถ้าอยากไปประเทศไทย ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ได้ไป” เปโดรยื่นคำขาดกับลูกสาวเพียงคนเดียว หัวอกพ่อจะไม่ห่วงลูกคงเป็นไปไม่ได้แต่ในเมื่อมีลูกหัวรั้นเขาจึงทำได้เพียงเฝ้าดูอยู่ห่างๆ และคอนโดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องรักษาความปลอดภัยเป็นที่สุด อย่างน้อยๆ ไปอยู่ห่างหูห่างตากันก็ขอให้ได้อุ่นใจสักนิดว่าลูกสาวจะได้หลับตานอนอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวภัยร้ายต่างๆ

        และเรื่องราวมันก็ประจวบเหมาะไปซะหมดบอสเป็นคนสัมภาษณ์และพิจารณาเข้าทำงาน เธอกับเขาสปาร์คกันทันทีตั้งแต่สบตาและเมื่อเขาพามาเปิดศึกรักมันก็ช่างบังเอิญเหลือเกินบอสหนุ่มกับเลขาสาวอาศัยอยู่คอนโดเดียวกันแต่อย่าคิดว่าเขาจะได้มาเหยียบที่ห้องบอสไม่เคยขึ้นมาและเธอก็ไม่เคยพาใครมานอนด้วย พื้นที่ตรงนี้คือที่ส่วนตัวจริงๆ เธออยากเอาไว้ผ่อนคลายหลังเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน

        เรียวขายาวๆ หยัดขึ้นแล้วมือก็เอื้อมไปถอดกระโปรงและชุดชั้นใน ร่างสูงระหงเปลือยเปล่าโดดลงไปน้ำสระน้ำ คางแหลมๆ ของแท้แม่ให้มาเกยอยู่บนขอบสระเบื้องหน้าคือวิวเมืองกรุงยามค่ำคืนที่ระยิบระยับด้วยแสงไฟหลากสี ในหัวก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเวลาที่อยู่คนเดียวเธอมักจะคิดว่าคนวัยเดียวกับเธอมีเป้าหมายอะไรในชีวิตสำหรับเธอคือมีงานที่มั่นคงมีเพื่อนจริงใจและครอบครัวคอยให้กำลังใจอยู่ข้างหลังซึ่งเธอมีหมดแล้ว

        เรียกว่าเรณุกาประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วก็ไม่ผิดนักเพราะเธอเพิ่งอายุยี่สิบห้าแต่เงินเดือนที่ได้ก็ครึ่งแสนเข้าไปแล้วและมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไหนจะเงินปันผลจากหุ้นต่างๆ ที่ซื้อทิ้งไว้อีกชีวิตของเรณุกาดีพร้อมทุกอย่างยกเว้นเรื่องความรัก

        หลังจากแช่น้ำอยู่พักใหญ่ๆ เธอก็เข้าไปอาบน้ำผนังกระจกด้านนึงเปิดโล่งมองเห็นข้างนอกชัดถนัดตา เรณุกาแทบไม่เคยปิดมูลี่เลยเพราะเธอชอบมองวิวของตึกสูงระฟ้าและรถราที่วิ่งขวักไขว่อยู่ไกลๆ ถึงชีวิตจะมีพร้อมทุกอย่างแต่ในใจลึกๆ ของเธอก็มีหลุมเล็กๆ ของความอ้างว้างเก็บซ่อนเอาไว้ เธอไม่ได้เหงาหรือเป็นโรคโฮมซิคแต่เธออ้างว้างยามอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเพราะเธอรู้ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อเธอคนพวกนั้นมองเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นคนพิเศษไม่มีใครที่จะชื่นชมเธอด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความรักไม่มีเลย


        “สวัสดีค่ะบอส” เรณุกาทักทายชายหนุ่มที่เดินยิ้มมาแต่ไกลสงสัยเมื่อคืนคงหลับฝันดีสิท่า ไม่ใช่สิคนแบบบอสไม่ชอบเรื่องเพ้อฝันเขาชอบอะไรที่จับต้องได้จริงเช่นนมกับก้นเป็นต้น

        “มอนิ่งแอนนี่ทำดูไม่สดใสเลย”

        “เมื่อคืนนอนดึกค่ะ”

        “อ๊ะๆ ยังไงหรอ” ชายหนุ่มทำท่าล้อเลียนหญิงสาวตรงหน้า

        “ไม่ยังไงค่ะไปเตรียมตัวได้แล้ว ลูกค้ารายแรกนัดไว้เก้าโมงครึ่งค่ะจากนั้นก็นัดทานข้าวกลางวันกับคุณรินอย่าไปสายล่ะเธอจะกังวล” เรณุกาบอกคิวงานให้บอสของเธอ

        “รับทราบครับผม” ภาคินัยผิวปากเข้าไปในห้อง ทำไมถึงอารมณ์ดีหรอก็เมื่อคืนได้นอนกับหนูรินนะสิแถมก่อนออกมาก็จัดไปอีกสองรอบเช้าวันนี้เลยครึกครื้นเป็นพิเศษ

        “ไม่เคยพลาดสักนิดเลขาคนสวยของบอส” ผู้บริหารรูปหล่อมองดูเอกสารที่เลขาเตรียมไว้ให้ด้วยความพอใจ เรณุกาทำงานละเอียดและรวดเร็วทุกครั้ง เธอเป็นพนักงานคนเดียวที่ตามตัวได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ว่าปัญหาอะไรที่ส่งไปจะได้รับการแก้ไขอย่างว่องไวเสมอบางครั้งเขายังอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอคือยอดมนุษย์รึเปล่า

        เป็นอีกวันที่งานการของเรณุกายุ่งเหยิงจนหัวปั่นเงยหน้ามาอีกทีก็เที่ยงครึ่งเข้าไปแล้วเธอรู้สึกว่าบอสเพิ่งเดินมาบอกลาไปเมื่อสักครู่เองแต่จริงๆ มันผ่านมาชั่วโมงครึ่งแล้วต่างหากและที่ทำให้เธอละมือออกจากงานก็เพราะท้องมันร้องขึ้นมา

        “อ้าว ! แอนนี่ยังไม่ไปกินข้าวหรอ” ธนูลักษณ์แวะคุยกับเพื่อนร่วมงาน

        “ยังแต่กำลังจะไปแล้ว” เรณุกาตอบแล้วหยิบกระเป๋าเงินออกมา

        “งั้นไปด้วยกันสิ วันนี้เลี้ยง” ชายหนุ่มเอ่ยชวน

        “เลี้ยงทำไม”

        “ก็อารมณ์ดีเลยอยากทำเรื่องดีๆ” ธนูลักษณ์ตอบแล้วยิ้มยิงฟันให้

        “ก็ดี ไม่เปลืองเงิน” เลขาคนสวยจึงเก็บกระเป๋าเงินเข้าลิ้นชักแล้วล็อกไว้เหมือนเดิม

        ธนูลักษณ์คือหัวหน้าแผนกไอทีเขาดูเป็นคนนิ่งๆ เอาจริงจังแต่นอกเวลางานก็เป็นผู้ชายที่อัธยาศัยดีคนนึงและที่สำคัญเขาเป็นสุภาพบุรุษมากๆ เพราะเขาเป็นเพื่อนร่วมงานเพียงคนเดียวที่ไม่เคยส่งสายตาเจ้าชู้ให้เธอ

        “ธี ไม่มีแฟนหรอ” หลังๆ มาเธอกับเขามักจะมากินข้าวกลางวันด้วยกันบ่อยๆ ความสนิทสนมจึงเพิ่มมากขึ้น

        “ไม่มี” ธนูลักษณ์ตอบเพื่อนร่วมงาน เรณุกาเป็นพนักงานหญิงเพียงคนเดียวที่เขากล้ามานั่งกินข้าวด้วยเพราะเธอนิสัยห้าวๆ แมนๆ ขัดกับภาพลักษณ์สุดเซ็กซี่ของเธอแบบสุดๆ แถมเธอยังเป็นคนสบายๆ และรอบรู้เหตุการณ์บ้านเมืองเวลาคุยกันเหมือนได้เปิดโลกทัศน์หาความรู้ใหม่ๆ ใส่หัว

        “หล่อขนาดนี้ไม่เชื่อหรอก” ก็ถ้าจะบอกว่าเขาไม่หล่อก็คือโกหกแน่ๆ ธนูลักษณ์สูงกว่าเธออีกทั้งที่เธอก็ปาไปร้อยเจ็ดสิบห้าแล้วคิดดูเถอะว่าเขาหุ่นล่ำน่าฟัดขนาดไหน ผู้ชายแค่สูงมากๆ ก็เท่กินขาดไปหลายขุมแล้ว

        “หล่อแต่ซื่อบื้อนะ” ชายหนุ่มขำกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาและมันคือเรื่องจริง เขาเป็นคนซื่อๆ บื้อๆ ชอบใครก็มักจะเก็บเอาไว้ในใจพร่ำเพ้อบ้าๆ บอๆ อยู่คนเดียว การเดินเข้าไปคุยกับผู้หญิงที่แอบชอบยากกว่าเขียนโปรแกรมซะอีก

        “ต้องกล้าสิ อย่างน้อยได้พูดความในใจออกไปดีกว่าเก็บเอาไว้จนวันตายนะ”

        “จะพยายามแล้วกัน” ความจริงเขาแอบชอบรินรดีมาเป็นปีๆ แล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกเธอเพราะพูดไปก็เท่านั้นในเมื่อเธอเป็นคนรักของเพื่อนร่วมงาน

        “ว่างๆ ไปดื่มกันม่ะกินแต่ข้าวกลางวันเบื่อแหละ” เรณุกาชวนชายหนุ่มร่างโต

        “ก็ได้ วันไหนบอกล่วงหน้าแล้วกัน”

        “วันศุกร์นะ โอเคตามนั้น” หญิงสาวนัดเองตกลงเองเสร็จสรรพ เรณุกาจะพาเพื่อนขี้อายไปเปิดตัวกับเหล่าเพื่อนสาวและเธอมั่นใจว่าหล่อๆ แบบเขาต้องไม่ได้กลับบ้านคนเดียวแน่นอน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha