เรณุการ้อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ตอนที่ 6 : ภาคินัยผู้อ่อนโยน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        “หวัดดี” หนุ่มไอทีกับเลขาสาวมาพบกันโดยบังเอิญที่หน้าบริษัท

        “ธี นายดูแย่มากเมื่อคืนได้นอนบ้างไหม” เรณุกาเห็นสีหน้าและดวงตาแดงก่ำของเพื่อนร่วมงานก็อดเป็นห่วงนิดๆ ไม่ได้

        “นิดหน่อย แอนนี่เถอะดูไม่ดีเหมือนกันเมื่อคืนสาวๆ กลับกันกี่โมง”

        “กลับหลังธีไม่นานหรอก”

        “หรอ ก็ไม่ดึกนะทำไมตาโรยๆ เหมือนไม่ได้นอนเลย”

        “ก็ไม่ได้นอนนะสิ ขอบคุณ” เขาเปิดประตูให้เธอจึงบอกขอบคุณแล้วก็พูดต่อ

        “เราออกไปกะผู้ชายนะสิ” เธอตอบแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

        “ระ หรอ” ธนูลักษณ์ไม่รู้มาก่อนว่าเรณุการักเซ็กส์แบบข้ามคืนก็อย่างที่บอกเขาเพิ่งมาสนิทกับเธอได้ไม่นานแล้วผู้ชายก็ไม่ได้ช่างถามซอกแซกอะไรด้วย ส่วนมากเรื่องที่คุยกันก็เรื่องงาน เศรษฐกิจ ข่าวรอบโลกซะมากกว่า

        “ไม่ต้องมาทำหน้าบ๊องแบ๊วนายก็จัดมาหนักไม่ต่างกันหรอกตาแดงก่ำขนาดนั้น” เรณุกาชี้หน้าเพื่อน

        “ก็เราเป็นผู้ชาย” ธนูลักษณ์บอกแล้วเกาหู เวลาเขาเขินหรือรู้สึกว่าตัวเองแสดงความเปิ่นออกไปมือมันจะพาไปเกาที่หูโดยอัตโนมัติทุกที

        “แล้วผู้หญิงรักสนุกบ้างไม่ได้หรอ”

        “ได้แต่มันไม่ปลอดภัยรึเปล่า”

        “ก็ระวังตัวอยู่ ไปงีบก่อนสักชั่วโมงม่ะหน้าดูไม่พร้อมทำงานเลย”

        “ไม่อ่ะ ได้กาแฟสักแก้วก็โอเคแล้ว ไปนะ” เมื่อธนูลักษณ์เดินไปเธอก็เปิดคอมพิวเตอร์แล้วทวนตารางนัดของบอสอีกครั้ง ครึ่งชั่วโมงต่อมาผู้บริหารสุดหล่อก็เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมโปรยยิ้มให้พนักงานสาวๆ จนทั่ว

        “เมื่อไหร่จะเลิกยิ้มเรี่ยราด ทำตัวไม่สมกับเป็นหัวหน้าคนเลย”

        “หน้าตูมเป็นดอกบัวไม่ได้น้ำเชียว ผมก็ยิ้มแบบนี้มาตั้งนานแล้วมาอารมณ์เสียอะไรวันนี้วันแดงเดือดหรอ” ภาคินัยนั่งหมิ่นๆ บนโต๊ะทำงานของเลขาแล้วคุยกับเธอดูจากหน้าแล้วเมื่อคืนนอนน้อยแน่ๆ และเช้านี้ยังไม่มีคาเฟอีนเข้าเส้นเลือดชัวร์ๆ

        “ยิ้มหน่อยสิจ๊ะสุดสวย” หนุ่มใหญ่เชยคางเลขาสาวด้วยความเอ็นดู

        “บอส” เรณุกาถลึงตาใส่คนตัวโต ถึงเธอกับเขาจะฟาดฟันกันบนเตียงจนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่เคยมาทำอะไรประเจิดประเจ้อให้ใครเห็น

        “ผมชอบจัง นานๆ คุณจะเป็นมนุษย์กับเขาสักที”

        “ยังไงคะบอส” เรณุกากอดอกแล้วทำหน้าตูมกว่าเดิม

        “ก็วันนี้คุณดูไม่เพอร์เฟคหน้าก็ไม่ได้จัดเต็ม แต่งอ่อนๆ แบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะผมหมายถึงแต่งแบบไหนคุณก็สวยแต่แบบนี้มันก็แปลกตาดี”

        “และที่สำคัญคุณโมโหผมซะด้วย ปกติไม่ว่าผมพูดอะไรทำอะไรคุณก็ทำหน้านิ่งไม่ใส่ใจเหมือนว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีผลต่ออารมณ์ของคุณสักนิด”

        “เดี๋ยวผมให้ลุงแกซื้อกาแฟมาให้นะคุณจะได้อารมณ์ดี” ภาคินัยหมายถึงคนรถประจำบริษัท

        เรณุกามองตามหลังผู้บริหารของเธอไปด้วยความแปลกใจ ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็อย่างที่บอกคือไม่มีความรักเข้ามาข้องเกี่ยวมันมีแต่ความใคร่และตัณหาล้วนๆ แต่ที่เขาพูดเมื่อกี้มันแปลเป็นอะไรอื่นไม่ได้เลยนอกจากความใส่ใจเล็กๆ ที่ผู้ชายคนนั้นมีให้ขนาดเธอเป็นคนใจแข็งเด็ดเดี่ยวยังอดหวั่นไหวไม่ได้

        “มิน่าล่ะ คุณรินถึงรักผู้ชายคนนี้เหลือเกิน” เรณุการำพึงเบาๆ

        “ขอบคุณจ้ะลุง” ครึ่งชั่วโมงต่อมากาแฟเย็นเพิ่มวิปครีมก็มาวางที่โต๊ะ เมื่อได้เครื่องดื่มโปรดเธอก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

        “ก๊อกๆ” เรณุกาเคาะประตูห้องเจ้านาย

        “เข้ามา” ภาคินัยบอกอนุญาต

        “อ้าว มีอะไรแอนนี่ ผมว่างทั้งเช้านะวันนี้หรือผมลืมนัดใคร”

        “เปล่าค่ะ บอสไม่ได้ลืมนัดใคร ฉันจะมาขอบคุณ”

        “ขอบคุณเรื่องอะไร”

        “กาแฟค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เรณุกาเอ่ยแล้วเงียบไป

        “ทำยังกับผมเพิ่งเคยซื้อให้คุณแก้วแรก มีอะไรแอนนี่คุณบอกผมได้นะถ้าอะไรที่ผมช่วยได้ผมรับรองว่าจะทำจนสุดความสามารถ”

        “ขอบคุณนะคะที่ใส่ใจฉัน”

        “คุณเป็นพนักงานที่เก่งที่สุดของผมนะแอนนี่และผมก็ไม่ปฏิเสธด้วยว่าผมก็เป็นห่วงเป็นใยคุณพอสมควร ผมรู้ว่าคุณสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตัวเองผมก็เลยไม่อยากแสดงความรู้สึกออกไปให้คุณอึดอัด”

        “แต่เชื่อเถอะว่าผู้ชายเลวๆ แบบผมก็ห่วงใยเป็นอ่อนไหวเป็น จริงๆ ผมอาจจะอ่อนไหวกว่าคุณด้วยซ้ำ”

        “ฮือๆๆ” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอยืนร้องไห้ต่อหน้าคนนอกครอบครัว ความอ่อนแอแบบนี้เธอไม่เคยแสดงออกมาอีกเลยหลังจากถอนหมั้น

        “แอนนี่ คุณเป็นอะไร” ภาคินัยรีบเดินไปล็อกประตูห้องแล้วประคองเธอมานั่งที่โซฟา

        “ฉัน ฉัน” เธอหาคำมาอธิบายไม่ถูกจึงทำได้แค่ซบหน้าไปบนอกของเขาแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา       

        “ร้องเยอะๆ คุณไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาแอนนี่” ภาคินัยลูบหัวหญิงสาวที่เคยมาดมั่นและมีสีหน้าเย่อหยิ่งแทบจะตลอดเวลา

        “ขอโทษค่ะบอส” เรณุการ้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่สิบนาทีเต็ม เธอไม่อยากคิดเลยว่าหน้าตาตัวเองตอนนี้จะยับเยินขนาดไหน

        “ฉันดูแย่มากเลยใช่ไหม” เธอจับไปที่แก้มที่ปากของตัวเอง

        “ไม่หรอก มนุษย์ทุกคนก็ต้องมีมุมแย่ๆ มุมอ่อนแอแบบนี้แหละ” ภาคินัยหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าให้

        “เป็นอะไรบอกผมได้ไหม” ชายหนุ่มพูดพร้อมจับมือของเธอมาบีบเบาๆ

        “ฉันเป็นแบบที่บอสว่าคือพยายามเข้มแข็งกลบเกลื่อนแต่จริงๆ แล้ว ฉันก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอขี้แพ้คนนึง ที่ฉันมาอยู่ประเทศไทยก็เพราะโดนคู่หมั้นนอกใจอีกแค่สามเดือนก็จะถึงวันแต่งงานแต่เขากลับไปนอนกับยัยป้าแว่นที่ทำงานด้วยกัน”

        “ผู้ชายคนนั้นโง่มากที่ปล่อยให้ผู้หญิงดีๆ แบบคุณหลุดมือ” ภาคินัยเอ่ยแล้วเหน็บผมของเธอให้มันพ้นใบหน้า เรณุกามีผมสีน้ำตาลเข้มและมันเป็นลอนอ่อนๆ ตามธรรมชาติ เขามักจะชื่นชมผมของเธอเสมอแต่ไม่เคยจับหรือลูบด้วยความตั้งใจสักครั้งเพราะมันจะเป็นสัมผัสที่ดูอ่อนโยนเกินไปเขารู้ว่าเรณุกาไม่โอเคกับความรู้สึกแบบนั้นแต่วันนี้เธอกลับนิ่งไม่ขัดขืนเลยสักนิด ดวงตาที่เคยฉายแววกล้าแกร่งกลับหม่นเศร้าลงจนน่าตกใจมันทำให้คนใจอ่อนแบบเขาหวั่นไหวมากขึ้นไปอีกถึงเขาจะเลวแต่ก็อยากปกป้องคนรักอยากให้เธออุ่นใจยามที่มีเขาอยู่เคียงข้าง

        “บอสคะ ขอแอนนี่จูบบอสได้ไหม” ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมีเพียงความใคร่และตัณหาให้ผู้ชายคนนี้แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอยากร่วมรักกับเขา

        ริมฝีปากรูปกระจับของเรณุกาประทับลงไปเบาๆ ที่คมปากหยักของภาคินัย เธอซึมซับรสจูบแสนอ่อนโยนของเขาด้วยความประหลาดใจเพราะไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะนุ่มนวลได้ขนาดนี้

        “แอนนี่” ภาคินัยร้องขึ้นมาเบาๆ เมื่อเธอเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเขาทีละเม็ด

        “วันนี้บอสอ่อนโยนกับแอนนี่ได้ไหมคะ ถ้าแอนนี่ไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนบอสจะยังสนใจแอนนี่อยู่ไหม” เรณุกาถามแล้วทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง เธอแสร้งทำเป็นผู้คุมเกมไม่แยแสใครเพราะจริงๆ แล้วกลัวโดนหมางเมิน

        “ผมเป็นให้คุณได้ทุกอย่างแอนนี่” ภาคินัยตอบแล้วจูบหน้าผากของเธอ

        “วันนี้ผมถอดให้นะ” หนุ่มใหญ่ปลดกระดุมเสื้อสีขาวซีทรูออกทีละเม็ด หน้าอกคู่งามใต้บราเซียสีดำช่างแสนเย้ายวน เขาชื่นชมมันด้วยลิ้นและปากอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมสุดหัวใจ

        “บอสขา” เรณุกากดศีรษะเจ้านายให้แนบสนิทไปกับเต้านม

        “ผมไม่เคยบอกคุณเลยใช่ไหมแอนนี่ว่าคุณสวยมากคุณได้ยินไหมแอนนี่คุณสวยมาก คุณเก่ง คุณฉลาด” ภาคินัยกระซิบที่ข้างหูของเลขาคู่ใจแล้วไซ้ไปทั่วตั้งแต่หน้าอก หัวไหล่ ซอกคอและใบหู

        “ขอบคุณค่ะบอส”

        “นอนลงนะ” ภาคินัยโน้มกายเรณุกาลงช้าๆ แล้วถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นเมื่อเธอเปลือยเปล่าแล้วเขาก็หันมาจัดการตัวเอง

        “คุณสวยมากแอนนี่” ชายหนุ่มประทับจูบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าต่อจากนั้นก็พลิกให้เธอนอนคว่ำแล้วเขาก็ทำแบบเดิมอีกรอบคือจุมพิตไปทั่วเรือนร่างเพรียวบางของเธอ

        “บอสคะ” เรณุกาคว้าแขนของเขาแล้วไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงริมฝีปากอุ่น เธอพลิกตัวกลับมาช้าๆ แล้วจับไปที่แกนกายอันโต สายตาคมแต่หวานฉ่ำอ้อนวอนโดยไม่ได้เอ่ยคำออกไป ภาคินัยแทรกตัวเข้าไปที่หว่างขาของเธอแต่ยังไม่ให้สิ่งที่ต้องการ

        “บอส อืมม” ภาคินัยห่อลิ้นแล้วแยงเข้าไปในช่องรักฉ่ำน้ำ เธอพยายามดิ้นหนีเขาจึงต้องล็อกต้นขาเอาไว้

        “โอ๊ววว แฮ่กๆๆ”

        “ยังอยากได้มันอยู่ไหม” ภาคินัยถามแล้วเหล่ตาไปที่แกนกายอันโตของตัวเอง เรณุกาไม่ตอบแต่จับมันมาจ่อไว้ที่ปากทางรัก

        ภาคินัยขยับเอวช้าๆ เป็นครั้งแรกที่เขากับเธอสบตากันระหว่างทำกิจกรรมและเขาพูดได้เต็มปากว่าครั้งนี้มันไม่ใช่การร่วมเพศแต่มันคือการร่วมรักและมันเป็นบทรักที่แสนนุ่มนวล

        “บะ บอสขา” เรณุกาลูบไล้มือไปตามแผ่นหลังกำยำของชายหนุ่ม เธอไม่แน่ใจนักว่าบทรักอ่อนโยนมันเป็นยังไงแต่ตอนนี้เธอจำได้และเธอกำลังจะเสร็จสมจากจังหวะช้าเนิบสุดละมุน

        “จุ๊บ” ภาคินัยจูบหน้าผากเธอเบาๆ หลังจากส่งเลขาถึงฝั่งฝันเรียบร้อย

        “ขอโทษนะคะที่มาทำอะไรแบบนี้ในห้องทำงานของบอส”

        “ไม่เป็นไรหรอก ผมใส่ให้นะ” ที่ผ่านมาเธอกับเขาเปลื้องผ้าและใส่ผ้าด้วยตัวเองไม่เคยมีใครถอดหรือใส่ให้ใครแต่วันนี้เขาอยากดูแลเธอทำให้เธออุ่นใจว่ายังมีผู้ชายอีกคนห่วงใยเธออยู่

        “ขอบคุณค่ะบอส” เรณุกาบอกแบบเขินๆ

        “กลับบ้านไปนอนซะตาคุณจะปิดอยู่แล้วเดี๋ยวผมให้ลุงไปส่ง นี่ถือเป็นคำสั่ง”

        “ค่ะบอส” เธอหอมแก้มเขาแล้วเดินออกไป

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha