เรณุการ้อนรัก

โดย: อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี



ตอนที่ 7 : เสือสองตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        หลังจากได้แสดงความอ่อนแอและระบายความอัดอั้นที่เก็บอยู่ในใจมาหลายปีเรณุกาก็กลายเป็นคนยิ้มง่ายและผ่อนคลายมากขึ้น เธอเองก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนหน้านิ่งและออกแนวเย่อหยิ่งจนหลายๆ คนไม่กล้าเข้าใกล้

        “แล้วเจอกันที่งานนะสุดสวย” ภาคินัยแวะส่งยิ้มหวานให้เลขาตาคม

        “ค่ะบอส ขับรถดีๆ นะคะ” วันนี้เธอกับเขามีนัดไปร่วมงานสังสรรค์ของหุ้นส่วนเธอไปในฐานะเลขาเพราะมันต้องมีการพูดคุยเรื่องธุรกิจแทรกมาแน่ๆ และเลขาแบบเธอก็ต้องเป็นคนจดจำรายละเอียดต่างๆ ให้ขึ้นใจ

        “ไปพร้อมธีรึเปล่า” ภาคินัยถาม

        “ธีจะมารับที่คอนโดค่ะ” พักหลังๆ ภาคินัยเห็นว่าทั้งคู่ดูสนิทสนมกันดีก็เลยชวนให้มาด้วย อย่างน้อยแอนนี่จะได้มีเพื่อนไว้คุยแก้เหงาบ้างเพราะเขาเองก็คงจะคุยกับหุ้นส่วนซะมากกว่า

        “ขอบใจนะธี” ธนูลักษณ์มาตามเวลานัดหมายเป๊ะๆ คือทุ่มตรง

        “ว้าว คุณสวยมากเลยแอนนี่” หนุ่มไอทีมองเพื่อนร่วมงานตาแทบไม่กะพริบแต่น่าแปลกที่เขาไม่มีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับเธอเลยก็อย่างที่บอกแอนนี่เป็นคนตรงๆ ลุยๆ บางครั้งอาจจะแมนกว่าผู้ชายบางคนซะอีก

        “แหม่ ชมซะตัวลอยแล้วเนี่ย” เรณุกายิ้มเขินน้อยๆ ตั้งแต่วันที่ระเบิดความในใจออกไปเธอก็รู้จักการแสดงอารมณ์มากขึ้น เมื่อก่อนไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหนแต่สีหน้าของเธอจะมีเพียงหน้าเดียวคือเรียบนิ่งประหนึ่งรูปปั้น

        “ธียังงงอยู่เลยว่าทำไมคุณก้องถึงให้มาร่วมงานด้วย” มันเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของหุ้นส่วนซึ่งแผนกไอทีแบบเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยสักนิด

        “บอสกลัวฉันเหงาน่ะ” เพียงแค่สบตากันแว่บเดียวธนูลักษณ์ก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง

        “ฉันมันน่ารังเกียจใช่ไหม”

        “ไม่หรอกคนเราทุกคนมีเหตุผลกับสิ่งที่ทำลงไปทั้งนั้นแหละคุณคงเหงาใช่ไหมแอนนี่”

        “ใช่ ฉันเหงา ฉันโดนคู่หมั้นนอกใจทั้งที่อีกไม่กี่เดือนก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว” พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรน้ำตามันก็ตั้งท่าจะไหลทุกที เธอหลอกตัวเองมาตลอดว่าลืมเรื่องนี้ไปแล้วแต่ไม่ใช่เลยทุกความเจ็บช้ำมันยังคงเกาะกินจิตใจอยู่

        “ต่อจากนี้ถ้าคุณเหงาให้คิดถึงผมเป็นคนแรกนะหมายถึงคิดถึงในฐานะเพื่อน” ธนูลักษณ์รีบเสริมประโยคท้าย

        “ถึงผมจะเซ่อๆ ช่วยเลือกเสื้อผ้าไม่ได้แต่ไปช่วยแบกได้นะ”

        “พูดแล้วห้ามคืนคำนะธีแล้วนายจะรู้ว่านรกมีจริง”

        “ฮ่าๆๆๆ ก็ถ้ากล้าชวนก็กล้าไป” ธนูลักษณ์หัวเราะลั่นแล้วคิดในใจว่าซวยแล้วกู

        งานเลี้ยงจัดในห้องรับรองส่วนตัวกะด้วยสายตาน่าจะมีผู้ร่วมงานประมาณสามสิบคน ภาคินัยแนะนำลูกน้องทั้งสองคนให้คนอื่นๆ รู้จักต่อจากนั้นก็แทบไม่ได้หันมาคุยกับเรณุกาอีกเลย

        “คุณรับเครื่องดื่มเพิ่มไหมครับ” ชยางกูรถามหญิงสาวเพียงคนเดียวภายในงานตามมารยาทที่ดีเพราะเขากำลังจะสั่งให้ตัวเอง

        “ขอช็อกโกแลตร้อนแล้วกันค่ะขอบคุณมากค่ะ ธีเอาอะไรไหม”

        “คุณธนูลักษณ์ทำแผนกอะไรนะครับ” ชยางกูรหาเพื่อนคุยแก้เบื่อที่เขาต้องมาเพราะว่าคุณพ่อสั่งให้เอาของขวัญมาให้เจ้าของวันเกิดครั้นจะขอตัวกลับก่อนก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่

        “เรียกผมว่าธีก็ได้ครับ ผมอยู่แผนกไอทีครับ”

        “ผมชื่อชยางกูรครับเรียกพอร์ชก็ได้วันนี้มาแทนคุณพ่อเผอิญว่าท่านติดเมีย”

        “ฮ่าๆๆ” เรณุกากับธนูลักษณ์หัวเราะมุกตลกของเพื่อนใหม่

        เลขาหน้าคมถูกใจชายหนุ่มคนนี้มากแต่น่าเสียดายที่วันนี้เธอมาในฐานะตัวแทนของบริษัทการลากผู้ชายไปกินในห้องน้ำคงไม่ใช่สิ่งที่เลขาที่ดีควรจะทำแน่ๆ แต่คิดไปคิดมาเก็บคุณชยางกูรไว้เป็นเพื่อนอีกสักคนแบบธีน่าจะดีกว่าทั้งคู่สุภาพและแสนดีเหมือนกันไม่มีผิด

        “ไว้ว่างๆ เรานัดเจอกันอีกนะครับพวกคุณสองคนคุยสนุกดี” ชยางกูรยื่นนามบัตรให้ทั้งคู่และสองคนนั้นก็ส่งของตัวเองกลับมาเช่นกัน

        ห้าทุ่มนิดๆ ชยางกูรกำลังขับรถกลับบ้านแต่ใจจริงก็ยังไม่อยากกลับเท่าไหร่เขาจึงเปลี่ยนใจมุ่งหน้าไปที่ผับแห่งนึงเพื่อดื่มแก้อาการเซ็งทำไมถึงเซ็งนะหรอก็สองคนนั้นนะสิที่ทำให้ต่อมอิจฉาของเขากำเริบทั้งคู่ดูสนิทกันดีและถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นแฟนกัน มันทำให้หนุ่มโสดแบบเขาห่อเหี่ยวหมดพลังเหลือเกินก็อายุขนาดนี้แล้วยังไม่มีคนรู้ใจกับเขาเลย

        “ใครว่ารวยแล้วจะได้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มบ่นงึมงำอยู่คนเดียวแล้วพยายามสลัดภาพความอ่อนโยนของธนูลักษณ์ที่มีกับเรณุกาออกจากหัว

        “อ้าวคุณธี , อ้าวคุณพอร์ช” ชายหนุ่มสองคนประหลาดใจมากที่เกิดมาใจตรงกันแบบสุดๆ

        “คุณแอนนี่ไปไหนล่ะครับ”

        “อ้อ ผมไปส่งที่คอนโดแล้วครับเธอเพลียๆ”

        “อ้าว แล้ว คุณสองคนไม่ได้” ชยางกูรรู้ว่าการถามเรื่องส่วนตัวกับคนที่เพิ่งรู้จักกันเป็นสิ่งต้องห้ามแต่คราวนี้เขาคงต้องยอมเสียมารยาท

        “ทำไมครับคุณพอร์ช” ก็อย่างที่บอกว่าธนูลักษณ์เป็นคนบื้อๆ และถ้าได้บื้อขึ้นมาล่ะก็หาความฉลาดไม่เจอเชียวแหละ

        “คุณสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันหรอครับ” ชยางกูรกลั้นใจถามออกไปด้วยความอับอายตั้งแต่เกิดมาไม่เคยอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ    

        “ฮ่าๆๆ เราต้องนั่งดื่มกันแล้วล่ะครับเพราะผมต้องอธิบายยาวเลย”

        “ผมกับแอนนี่เป็นเพื่อนกันครับ” ธนูลักษณ์ตอบไปสั้นๆ

        “อ่าว ! ไหนว่ายาว” ชยางกูรเหวอไปเล็กน้อย

        “ผมแค่อยากหาเพื่อนดื่ม จริงๆ ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วแต่เธอไม่ชอบผม”

        “คุณยังดีนะ ผมนี่สิแม้แต่คนที่ชอบยังหาไม่ได้”

        “โห ! หล่อแถมรวยแบบคุณพอร์ชยังโสดแล้วผมจะเหลือหรอ”

        “คุณธีก็หล่อนะครับ ดูสิสาวๆ มองตาเยิ้มเชียว” ชยางกูรเหล่ตาไปซ้ายทีขวาที จริงๆ ทั้งคู่ตกเป็นเป้านิ่งให้ผู้หญิงค่อนร้านแต่วันนี้ชยางกูรและธนูลักษณ์ไม่มีอารมณ์อยากจะพาใครขึ้นเตียงเลย

        “คุณกับแอนนี่เป็นเพื่อนกันจริงๆ หรอ” ชยางกูรถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

        “นั่นแน่ๆ ปิ๊งเธอเข้าให้แล้วสิ” ธนูลักษณ์แกว่งแก้วเหล้าไปมาแล้วยิ้มให้เพื่อนใหม่

        “เปล่าครับ ผมแค่อิจฉาคุณสองคนที่ดูห่วงใยกันดีผมยังเคยคิดเลยถ้ามีแฟนแล้วทำงานที่เดียวกันคงมีความสุขมาก”

        “ผมรับมือผู้หญิงมั่นๆ แบบแอนนี่ไม่ไหวหรอกเธอเก่งไปซะทุกด้าน บื้อๆ แบบผมจะเป็นตัวถ่วงเธอซะเปล่า”

        “คนเราก็มีดีต่างกันแหละคุณไม่ได้บื้อหรอกธี” ชยางกูรตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

        “ผมก็เพิ่งมาคุยกับเธอบ่อยๆ พักหลังนี่แหละ แอนนี่นิสัยห้าวๆ ไม่จุกจิกอยู่กับเธอเหมือนอยู่กับเพื่อนผู้ชายมากกว่า” ธนูลักษณ์พูดถึงเพื่อนร่วมงานด้วยความชื่นชม

        “ดีจังเลยนะครับผมนี่สิไม่เห็นพนักงานคนไหนกล้าเข้าใกล้” ด้วยตำแหน่งผู้บริหารบนหอคอยงาช้างจึงไม่ง่ายนักที่ใครจะกล้าเข้ามาทำความสนิทสนมด้วย ชีวิตของชยางกูรจึงมีแต่เพื่อนๆ สมัยเรียนซึ่งทุกคนก็มีครอบครัวลูกเมียกันหมดแล้วบวกกับการงานที่ยุ่งเหยิงเข้าไปอีกเขาจึงแทบไม่มีโอกาสได้เจอพวกมันเลย

        “ก็ถ้าว่างๆ คืนวันศุกร์กับเสาร์เรามาดื่มด้วยกันก็ได้นะครับเรามันคนโสดเหมือนกัน” ธนูลักษณ์เสนอ

        “โอเคเลยแล้วก็เลิกเรียกกันว่าคุณสักที คันปากจะแย่ ฮ่าๆๆ” ชยางกูรบอกแล้วชนแก้วกับเพื่อนใหม่

        “แต่โปรแกรมเด็ดสุดคือวันศุกร์เพราะแอนนี่จะพาไปผับที่มีแต่สาวๆ” แล้วสองหนุ่มก็ส่งยิ้มร้ายกาจให้กัน

       

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha