เรณุการ้อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ตอนที่ 8 : เร่าร้อนที่เบาะหลัง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        “สวัสดีค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” เรณุกาทักทายผู้ดูแลของนายแบบด้วยภาษาไทยแล้วหันไปพูดกับฝรั่งตาน้ำข้าวด้วยภาษาสเปน บริษัทของเธอกำลังจะเปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่จึงจ้างนายแบบมาเป็นพรีเซ็นเตอร์

        “โอ๊ย ดีจังเลยแอนนี่ที่มีเธอเป็นล่ามฉันปวดประสาทจะตายอยู่แล้ว” มอลลี่สาวประเภทสองบ่นเป็นหมีกินผึ้งเธอไปรู้จักกับนายภมรหรือนางสาวมอลลี่ที่ผับแห่งนึงแล้วก็ถูกชะตากัน

        “ทำไมเจ๊ ฮีเรื่องมากหรอ” ถึงเธอจะเป็นเลขาคอยประสานงานกับผู้คนแต่ก็มักจะเก็บอาการไม่ไหวถ้าต้องเจอพวกงี่เง่าไอ้นั่นไม่ดีไอ้นี่ไม่ได้

        “เปล่าๆ ซานโตสฮีไนซ์มากแต่ภาษาอังกฤษฮีได้แค่ฮัลโหลกับโอเคมั้ง” มอลลี่ตบหน้าผากตัวเองไปฉาดใหญ่

        “งั้นก็มาถูกบริษัทแล้วค่ะเอเน่จะดูแลให้เอง”

        “แหม่ๆ” มอลลี่หลิ่วตาด้วยความรู้ทันก็พ่อซานโตสเนี่ยสเปคยัยเลขาเลย สูง ใหญ่ คม หมายถึงตัวสูงกล้ามใหญ่และหน้าคม

        ผู้จัดการส่วนตัวของซานโตสที่เป็นชาวสเปนประสบอุบัติเหตุจึงบินมาด้วยไม่ได้แต่จะเลื่อนการเดินทางก็ไม่ได้อีกเช่นกันเพราะล็อกคิวทุกอย่างไว้หมดแล้ว นายแบบหนุ่มกล้ามโตจึงบินลัดฟ้ามาคนเดียวแล้วผู้ช่วยจากต้นสังกัดจะตามมาทีหลังแต่ผู้ช่วยก็ดันมาเจอไฟลท์ดีเลย์จึงเป็นเหตุให้วันนี้เขาต้องมาฟังการบรีฟงานเพียงคนเดียวแต่ตอนนี้ก็เบาใจขึ้นเยอะเพราะผู้หญิงที่แนะนำตัวเองว่าเป็นเลขานุการพูดภาษาสเปนได้คล่องปรื๋อ

        เรณุกาพาทั้งสองคนเข้าไปพบทีมงานและผู้บริหารในห้องประชุมถึงซานโตสจะไม่เข้าใจภาษาไทยแต่ชายหนุ่มผู้หล่อลากดินก็เข้าใจขั้นตอนการทำงานทั้งหมดเพราะเขาเป็นนายแบบมืออาชีพทำงานแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว การบรีฟงานจึงจบลงด้วยความราบรื่น

        “ทางบริษัทเชิญคุณซานโตสไปทานมื้อเย็นด้วยกันนะคะ” เรณุกาบอกนายแบบหนุ่ม

        “อ้าว ! ไม่เห็นสังกัดบอกผมเลย” ซานโตสบอกด้วยความประหลาดใจก็ในคิวงานบอกแค่ว่ามาฟังบรีฟแล้วกลับโรงแรม

        “แต่เราส่งคิวไปให้ทางสังกัดคุณว่าบรีฟงานแล้วต่อด้วยดินเนอร์ ดิฉันมีอีเมลยืนยันนะคะ” เรณุกาควักมือถือออกมารูดหาอีเมลด้วยความร้อนใจหรือจริงๆ เธอไม่ได้บอกว่ามีดินเนอร์ ตายแน่ๆ ยัยเอเน่ถ้าหลุดคิวล่ะก็โต๊ะก็จองไว้แล้วทีมงานผู้บริหารก็บอกไปแล้วและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือคิวทองของพ่อนายแบบนี่แหละถ้าเขามีงานต่อทุกอย่างก็จบเห่และอาจจะรวมถึงหน้าที่การงานและอนาคตของเธอด้วย

        “เฮ้ ผมไปได้แค่แปลกใจเฉยๆ ว่าทำไมทางสังกัดถึงแจ้งไม่หมด” ซานโตสบอกให้แม่สาวตาคมใจเย็นลงแต่เธอก็ยังรูดมือถือต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

        “เอเน่ ช่างมันเถอะจะมีหรือไม่มีอีเมลผมก็จะไป โอเคนะ” ซานโตสจับมือเล็กๆ ของเธอให้เลิกจิ้มมือถือสักที

        “ขอบคุณนะคะ” เรณุกาบอกแล้วส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้

        “ไปกันได้รึยังจ๊ะ” มอลลี่ยื่นหน้ามาตรงกลางระหว่างสองคนนั้น มองแว่บเดียวก็รู้ว่ามีซัมติงกันแน่ๆ

        บริษัทเลือกร้านอาหารไทยแบบรสชาติไทยแท้ๆ สำหรับรับรองนายแบบหนุ่ม ซานโตสชอบแกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงหน่อไม้ไก่ พะแนงหมู ไก่ผัดตะไคร้ จริงๆ เขาชอบทุกอย่างเลยเพราะไม่ว่าจานไหนก็อร่อยถูกปากไปหมด

        “ผมเพิ่งมาประเทศไทยครั้งแรกประทับใจมากๆ เลย” ซานโตสคุยกับเรณุกา

        “มากี่วันแล้วคะ”

        “เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าครับ”

        “งั้นคุณคงอยากพักผ่อนแย่แล้วให้มอลลี่ไปส่งเลยไหมคะแล้วคุณมายังไง”

        “จริงๆ ต้องมีผู้ช่วยอีกคนมาขับรถให้เพราะผมไม่มีใบขับขี่สากลแต่เขายังมาไม่ถึงเพราะไฟลท์ดีเลย์ คุณมอลลี่เลยต้องมาขับทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยผมเกรงใจมากๆ”

        “เจ๊ พาคุณซานโตสกลับได้แล้ว” เรณุกาหันไปบอกกับเจ๊มอลลี่

        “ซานตูสหนายยย ฉันมาคนเดี๊ยว” มอลลี่พูดลิ้นพันกันรัวๆ เพราะดื่มเข้าไปหลายแก้วและตอนนี้กำลังกรึ่มๆ ได้ที่เลยเชียวแหละ

        “อีเจ๊ ! เมาแบบนี้จะขับรถได้ยังไง โอ๊ย ! เวรกรรม ทำไงดีฉัน” เรณุกาพยายามไม่สติแตกและคิดหาหนทางไปทีละขั้นก่อนอื่นต้องพายัยเจ๊ไปส่งก่อนแต่จะให้ขึ้นแท็กซี่ได้ยังไงเมาแอ๋ขนาดนั้น

        “ธี มารับเจ๊มอลลี่ที่ห้องอาหารวังบัวหน่อยได้ไหมนางเมาเละเลย” เรณุกาตัดสินใจโทรไปขอความช่วยเหลือ

        “ได้ๆ จะรีบไปให้เร็วที่สุดเลย” ธนูลักษณ์ไม่ได้ถามถึงต้นสายปลายเหตุเพราะถ้าแอนนี่โทรมาขอความช่วยเหลือแปลว่าเธอหมดหนทางแล้วจริงๆ

        “ขอโทษด้วยนะคะซานโตส ขอโทษจริงๆ เจ๊แกเห็นเหล้าไม่ได้เดี๋ยวฉันจะไปส่งคุณเองแต่คงต้องรออีกพักใหญ่ๆ เลยค่ะกว่าเพื่อนคุณมอลลี่จะมาถึงคือฉันไม่กล้าปล่อยให้เธอขึ้นแท็กซี่ไปคนเดียว” เรณุกาอธิบายไปและแทบจะยกมือไหว้อยู่แล้ว วันนี้ไม่ใช่วันของเธอเลยจริงๆ ทุกอย่างดูผิดพลาดผิดแผนไปซะหมด

        “ผมดูร้ายกาจมากเลยหรอ” ซานโตสถามแล้วทำหน้านิ่งๆ

        “ไม่ค่ะคุณดูเป็นคนดีมากค่ะ”

        “แล้วทำไมทำเหมือนผมพร้อมจะอาละวาดใส่คุณตลอดเวลา ผมรอได้ผมไม่ได้รีบไปไหนสักหน่อยอีกอย่างผมยังไม่อิ่มด้วยจบของคาวแล้วผมว่าจะกินของหวานต่ออีกสองสามอย่าง”

        “อ้อ ค่ะ” เรณุกาจ้องตาแป๋วไปยังชายหนุ่มที่หันไปกินข้าวต่ออย่างสบายอารมณ์ ก็เขาเป็นนายแบบชื่อดังเวลาก็ต้องเป็นเงินเป็นทองไม่ใช่หรอแต่ช่างเถอะถือว่าโชคดีมากที่ได้เจอคนง่ายๆ ไม่เรื่องมาก

        “ขอบใจนะธี ยัยเจ๊แม่งลืมตัวว่ามาทำงาน ดูสภาพสิ” เรณุกาลากปีกมอลลี่มาส่งให้ที่หน้าร้านแล้วรีบกลับเข้าไปข้างในเพราะเธอต้องไปบอกลาผู้บริหารกับทีมงานแล้วพาซานโตสไปส่งโรงแรม

        “ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ” เรณุกากำลังไล่กดกุญแจรีโมทของรถยนต์ไปทีละคันเพราะซานโตสจำไม่ได้ว่ารถสีอะไรหรือยี่ห้ออะไร

        “ว๊าย” ด้วยความรีบเธอจึงตกจากรองเท้าส้นสูงแต่ก็ยังพยายามจะเดินต่อให้ได้ ทำไมทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมดถ้าซานโตสแจ้งปัญหาไปที่ต้นสังกัดบริษัทเธอขายขี้หน้าแน่ๆ

        “เฮ้ เอเน่คุณต้องหยุดเดินก่อน” ซานโตสคว้าแขนของหญิงสาวที่เดินนำอยู่หลายก้าวให้หยุดอยู่กับที่

        “ขอโทษจริงๆ นะคะซานโตส ฉันทำให้คุณเสียเวลา”

        “มันไม่ใช่ความผิดคุณซะหน่อยต้นเหตุมาจากสังกัดผมต่างหากที่คนดูแลมาไม่ทันพวกคุณถึงต้องวุ่นวายกับผมแบบนี้ จริงๆ คุณควรจะได้กลับบ้านไปพักผ่อนแล้วแต่ก็ต้องมาติดแหง็กอยู่กับผม ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ”

        “ขอบคุณนะคะซานโตส อือ” เมื่อลงน้ำหนักไปที่เท้าซ้ายมันก็เจ็บขึ้นมาทันทีแต่เธอก็พยายามเก็บอาการเอาไว้

        “ผมอุ้มดีกว่า” ชายหนุ่มบอกและไม่รอคำตอบเขาอุ้มเธอปลิวติดมือขึ้นมาอย่างง่ายดาย

        “เอ่อ คุณคะ” เรณุกาจ้องหน้าเขาด้วยความตกใจ

        “ก็คุณเจ็บขาขนาดนั้นผมไม่ปล่อยให้คุณเดินหรอก” เกือบสิบนาทีกว่าจะหารถเจอแต่ซานโตสไม่บ่นสักนิดที่ต้องอุ้มเธอนานขนาดนั้น

        “เอ่อ ฉันต้องขับนะคะ” เรณุกาบอกเมื่อเขาเปิดประตูหลัง

        “ขอผมดูขาคุณก่อน” ซานโตสวางหญิงสาวลงที่เบาะอย่างนุ่มนวลแล้วถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออก

        “ไม่เป็นไรค่ะ อย่าเลย” เธอพยายามจะชักเท้าหนีแต่เขาก็ยังยึดเอาไว้แน่น

        “คงแค่เคล็ดเฉยๆ ผมเช็ดหน้าให้คุณเหงื่อออกเต็มเลย” เมื่อตรวจดูด้วยตาเปล่าเขาก็เดาเอาว่าเธอคงแค่เคล็ดนิดหน่อยกระดูกไม่น่าจะหักอะไรเพราะเท้าก็ไม่ได้ผิดรูปไปจากอีกข้างนึง ชายหนุ่มดึงทิชชู่จากกล่องแล้วซับไปทั่วใบหน้าของเธอยิ่งใกล้กันเขาก็ยิ่งต้องการเธอมากขึ้นและมากขึ้นทุกนาที

        “ขอบคุณนะครับที่ยอมเสียเวลาเพื่อผม” เรณุการู้ว่าเขาไม่ได้ต้องการจะขอบคุณแต่เขาต้องการทำอย่างอื่นซึ่งเธอก็รู้สึกไม่ต่างกัน เสน่ห์อันเหลือล้นของเขารบกวนจิตใจของเธอเหลือเกินและถ้าเขาแค่จูบเบาๆ เธอมั่นใจว่าสติจะขาดกระจุยทันที

        “ใจจริงผมอยากพาคุณไปที่ห้องแต่ผมรอไม่ไหวแล้ว” ซานโตสกระซิบข้างๆ หูแล้วจูบไปที่หัวไหล่นวลเนียนและเกมรักอันเร่าร้อนบนเบาะหลังก็เริ่มขึ้นทันที

        เมื่อผู้ดูแลของซานโตสมาถึงก็แทบไม่มีความหมายอะไรแล้วเพราะหนึ่งสัปดาห์ที่เหลือเลขาตาคมเหมาคิวดูแลนายแบบหนุ่มไปเองทั้งหมด เขามาทำงานแค่สองวันส่วนอีกห้าวันที่เหลือเธอรับหน้าที่เป็นไกด์ส่วนตัวพาเที่ยวอยู่หนึ่งวันเต็มๆ และสี่วันสุดท้ายซานโตสอาสาเป็นไกด์แนะนำห้องพักของเขาให้เรณุการู้จักทุกซอกทุกมุมจนฟ้าเหลืองเลยทีเดียว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha