เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

โดย: ชนิตร์นันท์ / จำปาลาว / Mrs.Lily



ตอนที่ 7 : โฉมบุษบา 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ ๒

โฉมบุษบา

          ดวงตาผ่านพ้นวันเวลามองเหม่อไปยังตึกขาวของลูกชาย ตึกงามเด่นที่ปลูกสร้างจากความรักของลูกชายที่มีต่อสตรีผู้นั้นสะท้อนใจคนเป็นแม่นัก ทว่าหากหล่อนยังปล่อยให้เรือนหอนี้ร้างรัก สักวันหนึ่งลูกชายคงไม่เป็นผู้เป็นคน

          คุณหญิงสร้อยถอนใจเมื่อสิ่งที่ตัดสินใจทำในวันนี้อาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับลูกชาย ทว่าความเป็นแม่และความร้อนใจรุมเร้าทำให้หล่อนไม่มีทางเลือก จึงกวักมือเรียกเจ้าเข้มให้ช่วยพาหล่อนไปพบคนที่จะช่วยแก้ปัญหาได้

          คุณหญิงสร้อยนำเรื่องร้อนใจไปปรึกษาคุณสายผู้เป็นน้าสาวซึ่งเคยเป็นคุณข้าหลวงของเจ้าจอมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน โดยหวังจะให้ท่านร่วมคิดร่วมแก้ เพราะคนเป็นแม่นี้จนปัญญาแล้ว   

          “คุณน้าเจ้าขา คุณน้าเห็นควรอย่างที่หลานว่าหรือไม่เจ้าค่ะ” เรื่องที่ปรึกษานั้นคือจะทาบทามสตรีที่เหมาะสมให้กับพ่อศร

          “จะถามน้าว่าเห็นควรหรือไม่เห็นควร น้าให้คำตอบไม่ได้ดอกแม่สร้อย เพราะสำคัญว่าพ่อศรเขาจะยอมให้แม่สร้อยคลุมถุงเรอะ ถ้าพ่อศรเขายอมก็น่าจะยอมเสียตั้งนาน คงไม่ดื้อแพ่งมาจนถึงป่านนี้ดอก นี่ดูสิ รุ่นราวคราวเดียวกับพ่อศร เขามีลูกกันเป็นโขยง บางครัวมีหลานเสียแล้วด้วยซ้ำ แต่นี่กระไร พ่อศรยังครองตัวอยู่ตั้งนาน คราแรกน้าก็คิดว่าจะตกล่องปล่องชิ้นไปกับ... ซะแล้ว”

          คุณสายละคำพูดไว้ เมื่อ ณ ที่นี้ไม่ได้มีแค่ท่านและคุณหญิงสร้อยผู้เป็นหลานสาว ทว่ายังมีบ่าวคอยนั่งปรนนิบัติพัดวีอยู่ด้านข้าง ท่านจึงโบกมือไล่ให้บ่าวพากันออกไปก่อน เพราะเรื่องที่จะพูดคุยต่อ หากหลุดรอดไปถึงผู้อื่น สุภาพสตรีท่านนั้นจะเสียหายได้

          “แต่เมื่อคลาดกันแล้ว น้าก็ยังคิดว่าอีกไม่นาน พ่อศรก็คงจะลืมเลือนและมีคู่ครองที่เหมาะสม แต่นี่ก็หลายปีแล้วสินะแม่สร้อย กี่ปีแล้วล่ะ คนแก่นี่นะจำอะไรไม่ค่อยแม่น”

          “ห้าปีแล้วเจ้าค่ะคุณน้า พ่อศรไม่เคยมองใครเลย ไม่ว่าจะชักชวน จะให้แม่สื่อแม่ชักเสาะหาบุตรสาวเรือนใดมาให้เลือก พ่อศรก็ไม่พึงใจใครเลยเจ้าค่ะ หลานถึงได้ร้อนใจเยี่ยงนี้ เห็นคนอื่นเขามีหลาน หลานก็น้อยใจนักที่พ่อศรไม่คิดถึงใจแม่เลย จะถือครองตัวเป็นโสดไปตลอดเจ้าค่ะ”

          “อ้าว... ก็ไหนว่ามีเมียบ่าว ลางทีแม่สร้อยอาจจะได้หลานย่าจากบ่าวกระมัง”

          คุณสายพูดยิ้มๆ ทั้งที่เห็นแล้วว่าคุณสร้อยมิได้ขันด้วยสักนิด หากแต่ท่านต้องการให้คุณสร้อยผ่อนคลาย ไม่ใช่หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เยี่ยงนี้

          “โธ่! คุณน้าเจ้าขา หลานจากเมียบ่าว หลานเองก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนนะเจ้าคะ แต่นี่ก็สองปีแล้วเจ้าค่ะ ไร้วี่แวว แม่เรือนก็ไม่มี เมียบ่าวก็ไม่ท้อง จนกลายเป็นเรื่องพิลึกที่คนพูดถึง หากยิ่งช้าไปกว่านี้พ่อศรคงไม่พ้นจะถูกติฉินเรื่องที่ไม่ชอบสตรี เพราะเรื่องไม่ดีไม่งาม ชาวบ้านร้านตลาดก็ชอบคุยกันนัก”

          คุณสายที่อึ้งไปเพราะเข้าใจสิ่งที่คุณสร้อยบอก ด้วยเรื่อง เล่นสวาท กลายเป็นคดีพิพาทอยู่หลายต่อหลายครั้ง และหากพ่อศรจะถูกติฉินในเรื่องนี้ก็ไม่แปลก ทางที่จะกลบเรื่องราวทุกอย่างได้นั่นก็คือ พ่อศรต้องมีเมียที่ตบแต่งถูกต้อง

          “หลานจึงมาเรียนปรึกษาคุณน้านี่แหละเจ้าค่ะ บุตรสาว หลานสาว เรือนใดบ้างที่ยังไร้คู่ เพราะที่หลานให้แม่ส้มจีนดูไว้ให้ ก็ตบแต่งมีเรือนกันไปหมดแล้ว”

          “ก็ใครเล่าเขาจะมารอ อยู่นานก็เป็นสาวเทื้อน่ะสิแม่สร้อย สาวเทื้อ...”

          “สาวเทื้อ ใครรึเจ้าคะคุณน้า”

          ดวงตาของคุณน้ามีประกายอย่างคิดได้บางสิ่งทำให้คุณสร้อยต้องถาม และก็ได้รู้ว่าสาวเทื้อที่ว่านั้นคือหลานสาวของคุณน้อย ซึ่งเคยเป็นคุณข้าหลวงเช่นเดียวกัน เวลานี้คุณน้อยทำหน้าที่เป็นครูฝึกหัดนางละครในกรมมหรสพ คุณน้อยมีหลานสาวสามใบเถา ซึ่งเป็นลูกของพระนาฏกรรมฯ หลานชาย แต่ละคนยังไม่ออกเรือน และงามพร้อมด้วยคุณสมบัติและรูปสมบัติ

          “แม่พิกุลหลานสาวคนโตนั้นน่ะ ก็ทำงานเป็นนางละครอยู่กรมมหรสพเช่นเดียวกันกับคุณน้อย และคุณพระนาฏกรรมฯ ส่วนแม่คนกลางชื่อแม่ประยงค์ คนนี้เป็นแม่บ้านแม่เรือน คอยดูแลทุกสิ่งอย่างแทนภรรยาคุณพระที่เสียไปแล้ว ส่วนคนเล็กนั้นชื่อว่าแม่บุษบา พูดภาษาฝรั่งได้ เอ... ตอนนี้เห็นคุณน้อยเธอว่าไปเป็นคุณพนักงานคอยสื่อสารกับนายห้างฝรั่ง นายแหม่ม ตอนมาดูละครนี่แหละ”

          “แล้วคุณน้าเคยเห็นหน้าคุณหนูทั้งสามไหมเจ้าคะ งามไหมเจ้าคะ”

          คุณหญิงสร้อยตื่นเต้นกระตือรือร้นที่จะรู้ทุกสิ่งอย่างของสามใบเถาบ้านคุณพระนาฏกรรมฯ

          “ที่น้าให้เห็นบ่อยหน่อยก็จะเป็นแม่พิกุลล่ะนะ งามพร้อม แต่เจ้าระเบียบเด็ดขาด สวยสมเป็นนางละครนั่นแหละ แต่งตัวเก่ง เข้าสังคมเก่ง ปีนี้อายุอานามก็ราวจะสามสิบกว่าได้แล้วกระมัง คงอ่อนกว่าพ่อศรไม่กี่ปีดอก แต่แม่พิกุลหล่อนไม่ชายตาแลหนุ่มบ้านไหนเรือนไหนดอกนะ หล่อนถือว่าคล่องตัว เลยไม่ต้องมีสามีคอยเลี้ยงดูก็ได้ ส่วนแม่ประยงค์นั้นเคยเห็นยามเป็นสาวรุ่น น่าจะอ่อนกว่าแม่พิกุลอยู่สักสองปีได้ หน้าตาก็สะสวยเอาการ กิริยามารยาทก็เรียบร้อย สมเป็นลูกขุนน้ำขุนนาง แต่นี่น้าก็ไม่ได้เห็นกันหลายปีแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน”

          “แล้วคนเล็กเล่าเจ้าคะ”

          “แม่น้องนุชบุษบา น้าเคยเห็นเมื่อครั้งเพิ่งตัดจุก คนนี้เป็นลูกหลงของคุณพระนาฏกรรมฯ ท่าน เพราะห่างจากบรรดาคุณพี่ทั้งสองของหล่อนมาก เห็นว่าหมายใจไว้จะเป็นชาย แต่กลับได้เป็นหญิงหน้าตาพริ้มเพรา คุณพระท่านก็เลยรักมาก มาคราวแม่อุไรสิ้นบุญ ลูกคนนี้จึงเป็นที่รักของคุณน้อย คุณพระ และคุณพี่ของหล่อนทั้งสอง เพราะเวทนามาขาดแม่ทั้งที่เพิ่งจะหย่านมไม่นาน”

          “โธ่! น่าสงสารนะเจ้าคะ แล้วนี่บุตรีคนเล็กของคุณพระท่าน อายุราวปีกี่เจ้าคะ”

          “ปีนี้แม่บุษบาก็น่าจะสิบเก้าหรือไม่ก็ย่างยี่สิบกระมัง คุณน้อยเธอชื่นชมหลานนักว่าหล่อนน่ะพูดภาษาฝรั่งเก่งชนิดน้ำไหลไฟดับทีเดียว เพราะคุณพระท่านส่งให้ไปโรงเรียนแหม่มโคลตั้งแต่ยังเล็ก บรรดานายห้างฝรั่งก็อยากจะได้ไปทำงานด้วย เพราะหน้าตาสะสวยและสื่อสารได้ดี แต่คุณพระท่านไม่ยอม ตอนนี้ก็เลยให้มาเป็นคุณพนักงานที่โรงละคร เพราะทุกคราวที่จัดแสดง ก็มักจะมีพวกนายห้างฝรั่ง นายห้างแขก นายช่าง มาถามโน่นนี่นั่น แต่เดิมมาไม่มีใครโต้ตอบได้ ต้องคอยอาศัยขุนน้ำขุนนางมาช่วยตอบ ก็เพิ่งมีแม่บุษบานี่แหละที่คล่อง และหากมีบรรดานายแหม่มมาด้วย แม่บุษบาก็จะช่วยได้มากทีเดียว”  

          “ฟังจากคุณน้าเล่า แม่บุษบาคงจะสะสวยและคล่องตัวนะเจ้าคะ”

          คุณสายแย้มยิ้มเพราะดูว่าแม่สร้อยจะติดใจแม่บุษบา

          “เห็นคุณน้อยเธอว่าหน้าตาสะสวยสมชื่อนางบุษบาเชียวล่ะ น้าก็ว่าอย่างนั้นเพราะเห็นตอนโกนจุกก็งามนัก ผิวผุดผาดสีนวลดั่งดอกจำปีเชียว สวยจนคุณท้าวท่านอยากได้เป็นนางละคร แต่แม่บุษบาหล่อนไม่ชอบ คนไม่ชอบล่ะนะ จึงฝืนใจกันไม่ได้ คุณพระท่านเลยขอให้มาช่วยเป็นผู้ประสานภาษาฝรั่งแทน แล้วนี่สรุปแล้วแม่สร้อยสนใจคนไหนเป็นพิเศษเล่า คนใหญ่ คนกลาง หรือว่าคนเล็ก คนไหนที่พ่อศรน่าจะพึงใจ แต่ถ้าถามใจน้า น้าว่าแม่บุษบาดูจะเปิ้ดสะกาดไปสักหน่อย น่าจะทันสมัยตามราชนิยมเชียวล่ะ งานบ้านงานเรือนก็ไม่รู้ว่าจะหยิบจับทำได้รึเปล่า หมดรุ่นแม่สร้อย ก็ไม่ค่อยจะมีเรือนไหนส่งลูกสาวมาถวายตัวเป็นข้าหลวงของเจ้านายฝ่ายในกันนักดอก น้าไม่เชื่อมั่นเรื่องงานบ้านงานเรือน”         คุณสายถามหยั่งเชิง เพราะคาดจากสีหน้าของคุณหญิงสร้อยคงมีคนที่หมายใจไว้แล้ว

          “คนที่พ่อศรพึงใจคงไม่มีดอกเจ้าค่ะคุณน้า แต่หลานจะเลือกจากคนที่หลานพึงใจเจ้าค่ะ”

          “แล้วคนไหนเล่าที่แม่สร้อยพึงใจ”

          “อิเหนารูปงามคงคู่สมกับนางบุษบาเจ้าค่ะ เรื่องงานบ้านงานเรือน หลานไม่วุ่นวายใจดอกเจ้าค่ะ บ่าวรับใช้มากมาย ขอแค่คุณพระท่านยอมให้บุตรสาวมาเป็นคู่สู่สมกับพ่อศร แค่นี้หลานก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”

          คุณสายยิ้มสมใจ “ก็สินะ น้าก็คิดไว้แล้วว่าแม่สร้อยน่าจะพึงใจแม่บุษบา อย่างนั้นน้าก็จะได้ไปเจรจากับคุณน้อยเธอให้ ต้องให้เธอไปเจรจากับคุณพระด้วย เพราะคุณพระไม่น่าจะยกลูกสาวให้ใครง่ายๆ ดอก ไม่เช่นนั้นแม่พิกุลกับแม่ประยงค์ก็คงจะออกเรือนไปซะนานแล้ว คงไม่อยู่เป็นสาวเทื้อจนถึงป่านนี้”

          “หลานฝากคุณน้าเป็นธุระด้วยนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นเห็นทีชาตินี้พ่อศรคงไม่คิดมีแม่เรือนเป็นแน่”

          “เช่นนั้นถ้าคุณพระท่านเต็มใจให้ดูตัว ก็ค่อยนัดแนะให้พ่ออิเหนามายลโฉมแม่บุษบาก็แล้วกัน จะได้ไม่ผิดฝาผิดตัวไปตกล่องปล่องชิ้นกับแม่จินตะหราวาตีซะจนเสียเหตุ”

          ความหวังเรืองรองที่คุณหญิงสร้อยได้รับส่งผลให้ใบหน้าแช่มชื่นขึ้น ก็หวังใจว่านางบุษบาจะเป็นคู่ตุนาหงันของอิเหนาจริง ไม่เช่นนั้นอิเหนาของแม่คงคำนึงถึงนางจินตะหราไปจนตลอดชีวิต



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha