เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

โดย: ชนิตร์นันท์ / จำปาลาว / Mrs.Lily



ตอนที่ 9 : โฉมบุษบา 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เจ้าของร่างสูงที่เดินเข้ามาในตึกใหญ่ชะงักเพียงนิดเมื่อเห็น อิ่ม และ นวล เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นด้านใน นัยน์ตาของทั้งสองสาวแดงก่ำดุจผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ และแค่เห็นหน้า ทั้งสองสาวก็ถลาเข้ามาทรุดร่างลงนั่งกอดขาเขาไว้คนละข้างทันที

          “คุณพระเจ้าขา ช่วยอิ่มด้วย”

          “คุณพระเจ้าขา ช่วยนวลด้วย”

          สองสาวแย่งกันพูด เกลือกหน้าฉ่ำน้ำตากับกางเกงสีกรมของเขาจนขึ้นเป็นด่างดวง

          “เดี๋ยวก่อน อิ่ม นวล นี่ร้องไห้กันทำไมเล่า” ศรถามแต่ทั้งสองสาวไม่พูด กลับกอดขาพร้อมเกลือกหน้าซับน้ำตากับกางเกงเขาไม่เลิก

          “ถ้าไม่พูดก็ปล่อยขาฉัน ฉันจะขึ้นตึก ว่ายังไงอิ่ม นวล”

          ศรชักจะเหลืออด เขาไม่ชอบคนอ้ำอึ้งไม่พูดไม่จา จะเอาอะไร อยากได้อะไรก็ไม่ปาก เอาแต่นิ่ง เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ นั่นจะทำให้เขาเบื่อ และถ้าเบื่อเขาก็จะปลด

          ศรปรายตามองบ่าวสาวรุ่นทั้งสองคนที่เขาเลี้ยงดูไว้เป็นเมียโดยสมัครใจ ส่ายหน้าก่อนจะถามอีกครั้งและถ้าครั้งนี้ไม่มีใครตอบ วันพรุ่งก็จะสั่งให้ปลดทั้งสองคนทันที

          “ว่ายังไง จะบอกได้รึยังว่าเป็นอะไร”

          น้ำเสียงนิ่งทำให้อิ่มและนวลรีบคลายต้นแขนที่กอดรัดขาแน่น แต่ไม่ยอมปล่อย “ปล่อยขาคุณพระเดี๋ยวนี้!

          ทว่าน้ำเสียงเฉียบขาดที่ดังมาก่อนตัวก็ทำให้ทั้งสองคนรีบปล่อยมือทันทีก่อนจะกระเถิบกายไปนั่งจนชิดติดผนัง

          “จะมานั่งพิรี้พิไรอะไรกันอีก”

          เสียงของแม่ที่ดังขึ้น ก่อนร่างอวบอัดตามวัยจะเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นพร้อมบ่าวติดตาม ศรรู้ทันทีว่าสาเหตุที่อิ่มและนวลร้องไห้คร่ำครวญคงมาจากแม่นั่นเอง

          “มีอะไรกันเหรอครับคุณแม่”

          “มี แต่แม่จัดการเรียบร้อยแล้ว เอ็งสองคน จะไปไหนก็ไป ไปสิ!

          คุณหญิงสร้อยตวาดซ้ำ ตามองเด็กสาวที่ยินยอมพร้อมใจมาเป็นนางเล็กๆ ของลูกชาย จนแทบจะแผดเผาได้ เมื่อทั้งสองนางยังรีรอคล้ายกับว่าพ่อศรจะช่วยเหลืออะไรได้อีก นั่นยิ่งทำให้คุณหญิงเดือด หันไปสั่งคนติดตามให้ลากนังสองคนออกไปนอกบ้าน

          “ลากมันออกไป”

          “หยุด” ศรยั้งบ่าวไม่ให้เข้าไปลากทั้งสองสาว หันกลับไปหาเหตุจากมารดา

          “คุณแม่ครับ นี่มันอะไรกันครับ สองคนนี่ทำอะไรให้คุณแม่ขุ่นใจ ถึงต้องรุนแรงกันแบบนี้”

          “ขุ่นใจรึพ่อศร ขุ่นสิ แม่ขุ่นมากด้วย ขุ่นใจที่มันบังอาจมาวางกร้ามอวดเบ่งกับคนอื่นว่าเป็นเมียลูก แม่ไล่มันสองคนออกแล้ว จะไปอยู่เรือนไหนก็ไป แต่เรือนพระวิจิตรฯ ไม่รับ เพราะแม่จะไม่ยอมอีกแล้ว จะไม่ปล่อยให้นังพวกนี้มาเสวยสุข”

          คุณหญิงสร้อยหันไปจ้องนังอิ่มนังนวลที่ก้มหน้าหัวหด พลางตวาดลั่น “เอามันออกไป!

          “คุณแม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ”

          “ทำไมจะไม่ได้ ก็พ่อศรผิดคำพูด”

          “ผิดยังไงครับ คุณแม่อยากให้ผมมีเมีย ก็นี่ไงขอรับ เมีย ผมก็มีแล้ว”

          ดวงตาคมเข้มมองไปยังอิ่มกับนวล และนังสองคนก็ทำสายตาหวานซึ้งประหนึ่งว่าเขาพิศวาสเสียนักหนา นั่นทำให้ศรต้องส่ายหน้าปรายตาไปทางอื่น เพราะขนาดอยู่ต่อหน้าแม่ นังสองคนก็ยังไม่วายจะแสดงอาการ แต่เมื่อเห็นท่าทีจะกินเลือดกินเนื้อของแม่ ศรก็ต้องหาทางเลี่ยงไปให้พ้น

          “ถ้าคุณแม่อยากได้หลาน ผมรับรองครับ จะต้องมีคนใดคนหนึ่งตั้งท้องแน่”

          “พ่อศร! พ่อศรรู้ดีว่าแม่ไม่ได้ต้องการแบบนี้ แต่พ่อศรก็ยังจงใจทำ”

          คุณหญิงสร้อยโกรธจนสั่น เพราะหาทางจัดการกับลูกชายไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อ ๒ ปีก่อนที่ยื่นคำขาดให้พ่อศรต้องมีเมียก่อนเดือนยี่ นั่นทำให้ลูกชายไปคว้าบ่าวสาวๆ เข้ามาเป็นเมีย และนังอิ่มกับนังนวลก็ทนทายาด เพราะไม่ว่าจะดุด่าเท่าไร นังสองคนนี่ก็ยังทน และยิ่งอยู่นานก็ยิ่งกร่าง คิดว่าพ่อศรจะยกย่องให้เป็นเมีย หรือไม่ก็คิดว่าจะให้ลูกกับพ่อศรได้ ถึงทำตัววางอำนาจบาตรใหญ่ใส่บ่าวด้วยกัน ตามที่คนสนิทของท่านไปบอกเล่า

          ศรหันไปมองเข้มที่ถึงกระเป๋าใส่เอกสารพร้อมเสื้อสูทของเขาตามเข้ามา ดวงตาสื่อความหมาย เข้มพยักหน้าเพียงนิด ค้อมหัวว่าเข้าใจคำสั่ง แม้นายจะไม่พูด แต่ก็รู้ว่านายต้องการอะไร เจ้าเข้มจึงตรงเข้าไปต้อนนังอิ่มกับนังนวลให้เดินลงบันไดด้านข้างของตึกใหญ่

          นังอิ่มนั้นทำท่ากระฟัดกระเฟียดไม่พอใจที่เจ้าเข้มทำเหมือนสั่ง ผิดกับนังนวลที่ทำหน้าตาน่าสงสาร แต่ทั้งสองก็ต้องหัวหดเมื่อคุณหญิงขึงตาใส่ ก็ใครเล่าจะกล้าในเมื่อคุณศรไม่มีแม่เรือน ดังนั้นอำนาจสิทธิ์ขาดในเรือนยังคงเป็นของคุณหญิงสร้อยแต่เพียงผู้เดียว แม้ลูกชายจะแยกตึกนอนก็ตาม

          ศรมองเจ้าเข้มที่พานังอิ่มกับนังนวลเดินลับไป ก่อนจะหันมองแม่ที่ใบหน้าฉายอารมณ์กรุ่นโกรธเต็มที่ ใบหน้าอวบตามวัยที่เชิดขึ้น ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเคร่งเคียด เพราะท่าทีของแม่แปลกกว่าทุกครั้ง ทุกคราที่คุยเรื่องเมีย แม่ก็แค่ร้องขอให้เขามี ให้เขาหา แต่ไม่เคยมาอาละวาดก้าวก่ายในตึกขาว

          คุณแม่ครับ ผมขอร้อง อย่าเพิ่งไล่นังสองคนนั่นออกเลยนะครับ”

          ทำไม! รึพ่อศรอาลัยอาวรณ์มัน นี่คิดจะโยกคนใช้ขึ้นเป็นเมียจริงๆ ใช่ไหม พ่อศร! แม่ถาม!

          ไม่ใช่นะครับคุณแม่ ผมก็แค่เวทนามัน”

          “อย่ามาใช้คำนี้เพื่อต่อรองแม่ เมื่อปีกลายพ่อศรก็พูดแบบนี้ แล้วอย่างไร พ่อศรก็ยังไม่ถูกใจใครสักคน หาจนทั่วพระนครก็ไม่มีลูกสาวบ้านไหนที่พ่อศรพึงใจ เพราะพ่อศรถือว่ามีเมียอยู่ร่วมบ้านด้วยกระมัง พ่อศรจึงไม่เห็นแก่แม่แก่เชื้อ ไม่เห็นหัวแม่ ในเมื่อพ่อศรทำแบบนี้กับแม่ แม่ก็จะไม่เห็นแก่พ่อศรอีก”

          “คุณแม่ครับ ฟังผมก่อน ผมไม่เคยคิดเยี่ยงนั้นเลย”

          “แม่ไม่ฟังพ่อศรอีกแล้ว แม่ขอสั่งห้ามพ่อศรไปข้องแวะกับนังพวกคนใช้อีก และต่อแต่นี้ไปพ่อศรต้องตามใจแม่ จะมาโยกมาโย้ไม่ได้ แม่ยอมเรามานานแล้ว ถึงคราที่เราต้องทำเพื่อแม่เพื่อครอบครัวบ้าง”

          “คุณแม่ไม่เข้าใจผมแล้วเหรอครับ”

          สายตาวิงวอนของลูกทำให้คุณหญิงสร้อยชะงักอารมณ์กราดเกรี้ยวลง เพราะหล่อนเข้าใจดีว่าลูกทุกข์เพียงใด หล่อนจึงได้อดทนรอคอยตามที่พ่อศรขอผลัดผ่อนทุกอย่าง แต่วันเวลาก็ล่วงเลยมาจนป่านนี้ พ่อศรก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายทุกข์นั้นได้สักครา หากหล่อนไม่จัดการสิ่งใดไป เห็นทีว่าสกุลคงสิ้นสุดที่พ่อศรเป็นแน่

          “พ่อศร ฟังแม่นะ แม่เข้าใจพ่อศรทุกอย่าง เพราะหากแม่ไม่เข้าใจ แม่คงหาเมียตบแต่งให้พ่อศรตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนไปโน่นแล้ว คงไม่รอมาจนถึงตอนนี้ พ่อศรตรองดูเถิด คนที่ไม่เข้าใจนั่นน่ะ คือพ่อศรรึเปล่า รักก็ส่วนรักนะพ่อศร แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ และหน้าที่ของพ่อศร ก็ไม่ใช่แค่หน้าที่ต่อบ้านเมือง แต่พ่อศรมีหน้าที่สืบสกุลด้วย หากพ่อศรจะหาเหตุแค่เรื่องที่พ่อศรไม่รัก หรือพ่อศรแต่งไปแล้วจะไม่มีความสุข แม่ก็เห็นควรว่า พ่อศรควรมองความสุขของแม่และความสุขของบรรพบุรุษด้วย เพราะหากพ่อศรเอาความสุขของตนเองเป็นที่ตั้ง นั่นคือพ่อศรอกตัญญูโดยแท้ จงตรองดูเถิดว่าที่แม่พูดนั้นจริงรึไม่”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha