เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)

โดย: ชนิตร์นันท์ / จำปาลาว / Mrs.Lily



ตอนที่ 10 : โฉมบุษบา 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

น้ำเสียงของแม่ที่เต็มไปด้วยความขื่นขม ศรรู้ดีว่าเขาเป็นต้นเหตุ แต่เรื่องหัวใจใครจะบังคับกันได้ ในเมื่อผ่านมากว่า ๕ ปี เขายังไม่เจอหญิงคนไหนที่จะมาแทนที่ได้ และหัวใจก็ยังร่ำร้องถึงคำสัญญานั้น จะเป็นไปได้ไหมที่พระวิจิตรดุริยางค์จะครองเรือนโดยไร้แม่เรือน

          “แม่ทาบทามลูกสาว คุณพระนาฏกรรมฯ ไว้แล้ว วันพรุ่งน้องจะมาที่โรงละคร แม่หวังว่าพ่อศรจะไปพบน้อง”

          “คุณแม่!

          ดวงตาคมเข้มมองมารดาด้วยความผิดหวัง เพราะแต่ไหนมามารดาไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวแต่ครั้งนี้ถึงกลับไปทาบทามและหากเขาปฏิเสธเล่า สุภาพสตรีท่านนั้นคงต้องมัวหมอง

          “พ่อศร อย่ามองแม่ด้วยสายตาเยี่ยงนั้น หากพ่อศรระลึกได้ก็จะรู้ว่าแม่ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของพ่อศรเลย แต่นี่เป็นสิ่งที่แม่ควรกังวลไม่ใช่รึ พ่อศรไม่ใช่เด็กที่ดื้อดึงจนแม่ต้องลงหวาย แต่พ่อศรเป็นถึงคุณพระ พ่อศรควรรู้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร”

          “ผมทราบครับคุณแม่ แต่ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ก็ต้องตามใจผู้นอน คุณแม่ทำเยี่ยงนี้ผมจะไม่มีความสุข และเธอคนนั้นก็จะพลอยไม่มีความสุขไปด้วยนะครับ”

          แม้หนทางแพ้เห็นอยู่รอมร่อ แต่ศรก็ยังอยากรั้งไว้ให้นานสุด ฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้แม่เปลี่ยนใจ เขาจะไม่รั้งรอคว้าไว้

          “เรื่องความสุขนั้นล่วงเลยมานานแล้วล่ะพ่อศร ในเวลานี้สิ่งที่พ่อศรควรต้องระลึกไว้ก็คือหน้าที่ของทายาท จริงอยู่ ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ แล้วเรือนนี้เล่า ผู้อยู่ทิ้งร้างไปเสียที่ไหน”

          ใบหน้าที่ยิ่งหมองลงของลูกชายก็ยิ่งทำให้คุณหญิงสร้อยสะท้อนใจ รู้อยู่เต็มอกว่าลูกเจ็บ แต่การย้ำรอยเจ็บซ้ำซ้ำไปมานั้นไม่มีประโยชน์ สู้พยายามทำทุกทางให้ลูกหลุดพ้นจากสิ่งเจ็บนั้นจะดีกว่า และสิ่งที่ไตร่ตรองก็เชื่อว่าคู่ควรที่สุด

          “แต่คุณแม่ครับ ขอเวลาให้ผมอีกสักหน่อย ผมรู้ใจตัวเองดี แต่งไปตอนนี้ ผมก็รังแต่จะทำให้เธอคนนั้นเจ็บปวดนะครับ หรือไม่ก็ขอให้ผมได้ศึกษานิสัยใจคอของน้องเขาซะก่อน”

          “หมดเวลาแล้วพ่อศร แม่ให้เวลาพ่อศรทำใจมานานเกินพอแล้ว ต่อจากนี้ คือสิ่งที่แม่กำหนดและลูกต้องทำตามเท่านั้น แล้วอย่าคิดปฏิเสธ เพราะไม่มีบ้านอื่นเรือนอื่นหรือชาวบ้านร้านตลาดไหน ที่รู้ว่าลูกช้ำชอกระกำใจจนอยู่ครองตัวเป็นโสดมาจนป่านนี้ แล้วแม่ก็คงไม่ไปร้องแรกแหกกระเชอให้ใครได้รู้ ให้ใครมาเข้าใจดอก แต่คนทั่วทั้งพระนครเขาคงโจษขานติฉินนินทาเอาว่า คุณพระบ้านนี้ รูปงามปานอิเหนา แต่ไม่มีแม่เรือนก็เพราะด้วยนิยมเล่นสวาท”

          คุณแม่!

          ศรอุทานเสียงหลง ไม่อยากเชื่อว่าแม่จะพูดคำนี้กับเขา เล่นสวาทหรือชายรักชาย ไม่เคยอยู่ในความคิด ทว่าเขาห้ามความคิดของคนอื่นไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องต้องห้ามเรื่องอัปยศ ผู้คนก็ยิ่งต้องติฉินนินทาเป็นธรรมดา สีหน้าของแม่ไม่บอกเลยว่าท่านเย้าเล่น แล้วเขาควรทำเช่นไร    

          “แล้วหากผมไม่พึงใจในตัวน้องล่ะครับ”

          “แม่ให้พ่อศรไปเห็นน้องจะได้รู้จักหน้าตากันไว้ ไม่ได้ให้พ่อศรเลือก เพราะครั้งนี้แม่เป็นคนเลือกเอง แม่จะไม่ยอมให้สกุลต้องมัวหมองไปกว่านี้แน่”

          แม่ที่เดินลงจากตึกใหญ่ไปนานแล้วทว่าศรยังยืนอยู่ที่เดิม ด้วยคำของแม่บาดไปถึงหัวใจ  ดวงตาคมเข้ม มองเหม่อคิดไม่ตก เห็นทีคงเลี่ยงไม่ได้ เขาควรทำอย่างไร

 


          คุณหญิงสร้อยก้าวขึ้นเรือนปั้นหยาก่อนจะหันมองไปทางตึกใหญ่ นึกสงสารพ่อศรเมื่อต้องถูกมัดมือชกเยี่ยงนี้ แต่หล่อนไม่มีทางเลือก หากไม่ทำเยี่ยงนี้ ก็คงไม่มีทาง และเมื่อคุณสายแจ้งข่าวว่าทางคุณน้อยและคุณพระนาฏกรรมฯ ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อแม้ที่หล่อนต้องไปดูตัวบุษบาด้วยตนเอง

          ความดีใจทำให้รีบจะมาแจ้งเรื่องกับลูกชายด้วยตัวเอง แต่กลับมาพบนังอิ่มกำลังวางอำนาจใส่บ่าวคนอื่นๆ โดยมีนังนวลวางท่านั่งชูคออยู่ในห้องรับรองคอยสนับสนุน นั่นทำให้หล่อนรู้ว่าสิ่งที่ต้องจัดการก่อนก็คือ นังพวกนี้

          หล่อนจะทำทุกทางให้เรือนหอเรือนรอ ของลูกชายกลายเป็น เรือนรักเรือนเสน่หาให้ได้ จะไม่ยอมให้พ่อศรกล้ำกลืนอยู่กับรักไม่สมหวังอีกแล้ว แม้จะยังไม่เห็นหน้าค่าตาของบุษบา แต่หล่อนก็เชื่อมั่นคุณสมบัติของ นางบุษบา จะทำให้อิเหนาของแม่หลงรักได้โดยง่าย

          “ไม่ว่าพ่อศรจะพึงใจแม่บุษบารึไม่ แม่ก็จะไม่ยอมอีกแล้ว แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อพ่อศร”

          คุณหญิงสร้อยพึมพำกับตัวเอง เพราะตึกใหญ่และเรือนปั้นหยานี้ไม่ควรเงียบเหงาอีกต่อไป หากจะมีเด็กเล็กๆ มาวิ่งเล่นซุกซนสักหลายๆ คน หล่อนคงจะดีใจไม่น้อย

 

 


          หน้าโรงละครหลวงสวนมิสกวัน ในค่ำคืนนี้ยังคงคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้ลากมากดี พ่อค้าวานิช คหบดี และชาวต่างชาติมากมาย ด้วยคืนนี้จัดแสดงละครพูดเรื่อง หัวใจนักรบซึ่งเป็นบทละครพูดในพระราชนิพนธ์ในพระเจ้าอยู่หัว

          ศรมาถึงโรงละครตั้งแต่หัวค่ำ ทว่ายังทำใจไม่ได้ที่จะเข้าไป แต่เมื่อเห็นผู้คนเริ่มทยอยมา เขาก็ตัดสินใจว่าจะแค่เข้าไปดูหน้าหล่อนเท่านั้น จากนั้นก็แล้วแต่ว่าแม่จะจัดการ

          ผู้คนต่างแต่งกายสวยงามทั้งชายหญิงไม่ต่างจากวันที่เขาแสดง ซิมโฟนี คอนเสิร์ต ด้านในนั้นผู้คนต่างจับจองหาที่นั่ง และเขาก็เห็นแม่กับคุณยายสายนั่งเคียงกันอยู่ใกล้กับเวที

          คงมาช่วยกันดูตัว ว่าที่เมียของเขากระมัง แม้จะฝืนใจแต่ก็จำต้องเข้าไป เพราะหากแม่และญาติผู้ใหญ่พากันมาในวันนี้นั่นก็หมายความว่าแม่คงจัดการทุกเรื่องเรียบร้อยแล้ว เขาคงมีหน้าที่แค่มาดูหน้าว่าที่เมีย จากนั้นก็แล้วแต่ว่าแม่จะจัดการให้เขาได้เมียวันไหน

          ศรเลือกที่นั่งห่างจากแม่และคุณยายสายคนละฝั่ง และก็เห็นแม่หันมองออกไปที่ประตูทางเข้าบ่อยครั้ง แม่คงคิดว่าเขายังมาไม่ถึง ไม่นานจากนั้นการแสดงบนเวทีก็เริ่มต้นขึ้น ศรไม่ได้อยากดูหรืออาจเรียกได้ว่าดูหลายครั้งจนจำได้ขึ้นใจ เนื่องจากขณะคณะละครฝึกซ้อมเขาก็ได้เห็นแล้วหลายครั้ง  

          บทละครพูดเรื่อง หัวใจนักรบอันเป็นพระราชนิพนธ์ในพระเจ้าอยู่หัวเป็นเรื่องที่สอนให้คนรักชาติ และรู้จักเสียสละเพื่อประเทศชาติ หวงแหนและคิดป้องกัน

          เนื้อเรื่องกล่าวถึงพระภิรมย์วรากรบุคคลนอกราชการอายุประมาณ ๕๐ ปี เป็นชาวเมืองหัสดินบุรี มีความเห็นขัดแย้งและคัดค้านการตั้งกองลูกเสือป่าเพราะเห็นว่ามีแต่ผลเสีย ไม่มีประโยชน์แก่ตน อาจทำให้เป็นอันตรายอีกด้วย จึงห้ามลูกคนเล็กไม่ให้เป็นลูกเสือ และจะให้ลูกคนโตหนีทหาร รักแต่ลูกชายคนกลางที่อ่อนแอซึ่งแท้ที่จริงลูกชายคนกลางแอบเป็นชู้กับแม่เน้ย ภรรยาน้อยของพระภิรมย์ฯ เรื่องราวดำเนินไปจนถึง

          ลูกคนใหญ่อาสาถือหนังสือไปขอกำลังรบแต่ถูกยิงตาย ลูกคนเล็กจึงอาสาไปแทน ใจพระภิรมย์ฯ ก็เริ่มเปลี่ยนไป ข้าศึกเข้ามายึดบ้าน จับพระภิรมย์ฯ และคนในบ้านเป็นตัวประกัน พร้อมทั้งบังคับให้บอกความลับของกองเสือป่า พระภิรมย์ฯ ไม่ยอมบอก ยอมตายเสียดีกว่าที่จะต้องขายชาติ ต่อมาข้าศึกก็ล่าถอยไป

          หลังเหตุการณ์สงบลง พระภิรมย์ฯ ก็ได้ประจักษ์แจ้งถึงคุณประโยชน์ของเสือป่าและลูกเสือป่า จึงสมัครเข้าเป็นเสือป่าด้วยความเต็มใจ เพื่อทำประโยชน์แก่ประเทศชาติในที่สุด

          ศรเข้าใจแล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนสยามเตรียมพร้อมกับการรับมือสงครามที่อาจขยายมาถึงสยาม จึงทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดเรื่องนี้ขึ้น เพื่อให้คนสยามเกิดความรักชาติและรู้จักเสียสละเพื่อประเทศชาติ อีกประการหนึ่งเพื่อให้ชาวสยามได้เห็นถึงความสำคัญของกองเสือป่าและกองลูกเสือ

          เมื่อถึงฉากของสวัสดิ์กับอุไรซึ่งเป็นฉากจบ ศรจึงเลี่ยงออกมาก่อนเพราะถือว่าเขามาดูละครแล้วตามที่แม่ต้องการ แต่ไม่ได้อยากมาดูหน้าเมียที่แม่จัดหาให้ เพราะเห็นตอนนี้หรือเห็นทีหลังก็คงมีค่าเท่ากัน นั่นคือเขาไม่พึงใจที่จะต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่รัก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha